บทที่ 7: ผู้สังเกตการณ์
ณ ยอดเขาที่ตั้งของหอธุรการประจำสำนักสุญตาดาราสาขาเมืองหินคราม กระบี่บินสองเล่มพุ่งแหวกม่านเมฆลงมาจอดที่ลานกว้างอย่างเงียบเชียบ ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์และหญิงสาวหน้าตาสวยงามน่าเกรงขามในชุดขาวขอบสีฟ้าอ่อน ทั้งสองคือ ‘ผู้ตรวจการ’ ที่ถูกส่งตรงมาจากสำนักหลัก หลังจากได้รับจดหมายด่วนจากผู้าุโประจำสาขาเกี่ยวกับศิษย์หน้าใหม่ที่ ‘รากธาตุว่างเปล่า’ ซึ่งเป็รากที่หาได้ยากยิ่ง ทว่าในอดีตมักถูกตีตราว่าเป็รากิญญาไร้ค่าเพราะไม่สามารถกักเก็บปราณธาตุใดๆ ได้เลย แต่นั่นเป็เพราะความไม่รู้แจ้งในธาตุนี้
ผู้าุโประจำสาขารีบออกมาต้อนรับด้วยท่าทีนอบน้อม ก่อนจะพาทั้งสองเดินตรวจดูความเป็ไปของเป้าหมายอย่างเงียบๆ
“ธาตุว่างเปล่า... ตามบันทึกโบราณ มันคือภาชนะที่ว่างเปล่า หายากมากในเผ่ามนุษย์ แต่ท่านบอกในรายงานว่าเด็กคนนี้มีความเข้าใจในโครงสร้างค่ายกลและสิ่งประดิษฐ์ในระดับที่ผิดมนุษย์มนา?” ชายชราจากสำนักหลักลูบเคราพลางเอ่ยถาม
ผู้าุโสาขาพยักหน้า ก่อนจะผายมือให้ดูแปลงสมุนไพรของเกาจิ้ง “เชิญท่านดูนี่เถิด แปลงนี้เคยแห้งแล้งที่สุด แต่เพียงไม่กี่เดือน เขากลับใช้ระบบที่เ้าหนูนั่นเรียกว่า ‘โคกหนองนา’ ปรับเปลี่ยนเส้นทางน้ำและปรับค่ายกลรับพลังปราณเสียใหม่ จนตอนนี้มันมีหมอกปราณหนาแน่นกว่าแปลงระดับกลางทางเนินเขาเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น...”
ผู้าุโสำนักพาทั้งสองหายตัวแล้วไปดูที่ย่านการค้า พวกเขาเห็นนกไม้เวทมนตร์บินว่อนข้ามหลังคาเรือน ไปส่งหีบห่อตามจุดต่างๆ อย่างแม่นยำ “เขาจับมือกับศิษย์พี่ สร้างเครือข่ายที่เรียกว่า ‘นกไม้ส่งของ’ โดยวางระบบพิกัดอักขระเวททั่วสำนัก ตอนนี้กิจการของเขากำลังทำกำไรไม่น้อย... เด็กคนนี้ไม่ได้ใช้พลังต่อสู้ประหัตปะา แต่เขาใช้ ‘ระบบคิด’ ที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน”
หญิงสาวจากสำนักหลัก ตาเป็ประกาย “น่าสนใจยิ่งนัก... บังเอิญว่าวันนี้เป็การแข่งขัน ‘โลกใบเล็ก’ รอบคัดเลือกตัวแทนสำนักพอดี ข้าอยากจะเห็นนักว่า สมองที่ออกแบบระบบซับซ้อนพวกนี้ได้ เมื่อต้องลงไปอยู่ในสนามรบจำลอง เขาจะใช้วิธีใดเอาชนะคู่ต่อสู้”
ในขณะเดียวกัน เมื่อนกส่งของเป็กระแส พวกศิษย์ที่มีฐานะก็ชอบที่จะใช้งานตามๆ กัน ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา กิจการนกส่งของที่เกาจิ้งวางระบบไว้และให้เฉินเฟิงเป็คนช่วยดูแล ทำกำไรได้อย่างเป็กอบเป็กำ เมื่อบวกรวมกับรายได้จากการส่งมอบผลผลิตแปลงสมุนไพรรอบแรก เขาไม่ขัดสนเื่ทรัพยากรอีกต่อไป
เวลาห้าเดือนตามกำหนดการที่ระบบระบุไว้มาถึงพอดี ภายในห้องพักที่เงียบสงบ เกาจิ้งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เขาคิดถึงเมื่อเดือนที่แล้วเขานำ ‘โอสถชำระมลทิน’ ที่ได้มาั้แ่ตอนเข้าสำนักเอามากลืนลงคอ สรรพคุณของโอสถเม็ดนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากโปรแกรมทำความสะอาดไฟล์ขยะ ทันทีที่ตัวยาละลาย มันก็ไปกวาดล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันในเส้นชีพจรออกมาทางรูขุมขนเป็คราบสีดำคล้ำ พลังปราณที่เคยไหลเวียนติดขัดกลับทะลวงผ่านจุดศูนย์กลางอย่างง่ายดาย
ปัง! หลอมปราณขั้น 4! หลังจากนั้นเขาก็ดูดซับพลังปราณได้มากขึ้น พลังจิตและประสาทััรับรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เกาจิ้งเริ่มเข้าใจระบบการบำเพ็ญและการฝึกมากขึ้น เพราะนอกจากเลื่อนขั้นฝึก เขาก็ชอบสอบถามระบบเป็ประจำ
“ครั้งแรกแค่ทำให้เืและอวัยวะภายในสะอาดเพื่อรองรับการฝึก แต่คราวขึ้นกวาดสิ่งสกปรกในเส้นชีพจรเกลี้ยงเลย”
พอนึกถึงวันนั้นเสร็จชายหนุ่มไม่รอให้จังหวะขาดตอน เพราะเวลานี้คือเส้นตาย เขาหยิบขวดหยกที่บรรจุ ‘โอสถรวมปราณ’ ราคา 50 หินิญญาที่เพิ่งกัดฟันซื้อมาเทเข้าปาก
“แพงขนาดนี้ถ้าไม่ได้ผล คือเจ๊งแน่ๆ” =_=”
พลังงานมหาศาละเิออกในตันเถียนราวกับการเร่งประสิทธิภาพซีพียูจนถึงขีดสุด เกาจิ้งกัดฟัน รีดเร้นสมาธิทั้งหมดเพื่อเปิดใช้ ‘ตาิญญา’ สแกนดูเส้นชีพจรของตัวเองเป็ระยะเวลาสั้นๆ คอยปรับเส้นทางลมปราณไม่ให้ระบบล่ม
“รู้สึกว่าถึงคอขวดแล้ว” เกาจิ้งรู้สึกว่าพลังอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ปังงง! ละอองสีทองกระจายออกจากร่างของเกาจิ้ง คลื่นพลังแผ่ซ่านรอบตัวก่อนจะจางหายไป ลมพัดฝุ่นในห้องจนกระจาย เกาจิ้งลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เขาดึงหน้าต่างสเตตัสในหัวขึ้นมาดู [ระดับพลัง: หลอมปราณขั้น 5]
“ทันเวลาลงแข่งพอดี” เกาจิ้งกำหมัดแน่น ััได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างกาย เขายังต้องปรับลมปราณให้เข้าที่ และซึมซับพลังใหม่จึงนั่งสมาธิต่อ
เช้าวันต่อมา ณ ‘หอจำลองสภาวะ’ ลานกว้างด้านหน้าคลาคล่ำไปด้วยศิษย์สายนอกนับพันคนที่ทะลวงถึงขั้น 5 และมีสิทธิ์เข้าร่วม วันนี้คือวันเริ่มต้นของศึก ‘รอบคัดเลือกตัวแทนสำนัก’ กฎการแข่งขันนั้นเรียบง่ายแต่โหดหิน ผู้ชนะอันดับหนึ่งและสองของสำนัก จะได้เป็ตัวแทนไปแข่งระดับเมือง และหากชนะระดับเมือง ก็จะได้สิทธิ์เข้าร่วมศึกใหญ่ ‘รายการโลกใบเล็กหน้าใหม่ประจำปี’ ซึ่งเป็เวทีที่รวมอัจฉริยะจากทั่วทั้งทวีป
ผู้าุโคุมการแข่งก้าวขึ้นไปบนแท่นศิลา พร้อมประกาศกฎกติกาเสียงดังก้องกังวาน “การแข่งขันนี้จัดแบบ แพ้คัดออก ไม่มีโอกาสแก้ตัว! และเพื่อความยุติธรรมสูงสุดในการวัดกึ๋นและความเป็ผู้นำ ผู้เข้าแข่งทุกคนจะถูก สุ่มเผ่าพันธุ์และคู่ต่อสู้ ในทุกๆ รอบที่ลงสนาม พวกเ้าไม่อาจเลือกเผ่าที่ตัวเองถนัดได้ จงใช้ไหวพริบดึงศักยภาพของเผ่าที่ได้ออกมาให้มากที่สุด... การแข่งรอบแรก เริ่มได้!” การสุ่มเลือกเผ่าพันธุ์นั่นแค่ด่านแรก การเลือกแม่ทัพต่างหากคือกุญแจสำคัญ
แม่ทัพของแต่ละเผ่าจะมีผลต่อการสร้างกองกำลัง แม่ทัพเผ่าปีศาจอาชีพนักรบ เพิ่มพลังโจมตีให้ทหาร แต่การเคลื่อนไหวค่อนข้างช้ากว่าเผ่าอื่น แม่ทัพเผ่าแมลงอาชีพนักรบเพิ่มพลังโจมตีเหมือนกันแต่พลังโจมตีพื้นฐานไม่เท่าเผ่าปีศาจ ทว่าแมลงบางเผ่าแบ่งตัวทุก3ถึง4นาที
ผู้คนมาดูการแข่งขันมากมายเต็มลานประลองที่ใช้เป็สนามแข่ง จอถ่ายทอดสดจอใหญ่หลายจอเริ่มถ่ายทอด
เกาจิ้งเดินไปลงทะเบียน เมื่อเสียบป้ายหยกประจำตัว ชื่อของ ‘ถังเกาจิ้ง’ ก็ไปปรากฏบนสายตารางการแข่งขันที่ลอยอยู่กลางอากาศ เขาเดินเข้าสู่ห้องควบคุมแคปซูลจำลองสภาวะ วางมือลงบนแท่นศิลา สติถูกดึงเข้าสู่มิติว่างเปล่าเบื้องหน้า ทันทีที่ระบบโหลดเสร็จ หน้าต่างอินเทอร์เฟซก็ปรากฏขึ้น
เกาจิ้งนึกถึงตอนมัธยมต้น วันหยุดเขารับงานที่ร้านเนตเพราะชอบเล่นเกมแต่ไม่มีเงิน คอยเก็บถ้วยกระดาษบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คอยเสิร์ฟของที่พวกเล่นเกมสั่ง และเก็บกวาดร้านเพื่อที่จะได้ยืนดูคนอื่นเล่นเกมและวิเคราะห์เกมต่างๆ พร้อมกับจินตนาการว่าถ้าเป็ตัวเองเล่นจะทำอย่างไร
คู่ต่อสู้รอบแรกของเขาคือศิษย์ร่างั์ที่มีชื่อเสียงด้านพละกำลัง ระบบทำการสุ่มเผ่าพันธุ์ทันที
[ผู้เล่น ถังเกาจิ้ง: ได้รับ เผ่ามนุษย์] [ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม: ได้รับ เผ่าสัตว์อสูร]
“ได้เผ่าสมดุลแต่ต้นเกมเลยแฮะ...” เกาจิ้งยิ้มมุมปาก
[3... 2... 1... เริ่มการจำลองโลกใบเล็ก!]
ทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น เกาจิ้งเลือกฮีโร่นักเวทเผ่ามนุษย์ เพื่อเอาบัฟโจมตีเวทเพิ่ม นิ้วมือและสมาธิของเกาจิ้งทำงานด้วยความเร็วระดับสัตว์ประหลาด หลังเลือกทำเลที่ตั้ง เขาสั่งคนงานเผ่ามนุษย์ตัวแรก แยกไปตัดไม้ รอทรัพยากรณ์สร้างทำเหมืองแร่ และสร้างค่ายทหารด้วยลำดับขั้นตอนที่คำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ไม่มีคนงานตัวไหนยืนว่างแม้แต่วินาทีเดียว เขาแบ่งทรัพยากรอย่างสมดุล ไม่เทไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไป นิ้วเขาร่ายบนอากาศเหมือนคนกำลังเล่นเปียโน เวทแผงบังคับสีฟ้าที่ลอยอยู่ใกล้มือทั้งสองข้าง แม้ไม่ใช่เม้าท์กับคีย์บอร์ด แต่หลักการก็คล้ายๆ กัน
ในทางฝั่งตรงกันข้าม ศิษย์ร่างั์ที่คุ้นชินกับการใช้กำลัง พอได้เผ่าสัตว์อสูรที่เน้นการทำลายล้าง ก็สั่งคนงานทั้งหมดไปขุดแร่เพื่อสร้างกองทัพสัตว์อสูรแนวหน้าทันที หวังจะบุกทะลวงปิดเกมไว
นาทีที่ 10... กองทัพสัตว์อสูรนับสิบตัววิ่งบุกเข้ามาในเขตหมอกพรางตา หมายจะขยี้ฐานมนุษย์ให้ราบเป็หน้ากลอง แต่เมื่อพวกมันพ้นหมอกมาถึงหน้าฐานของเกาจิ้ง พวกมันก็ต้องชะงัก
เกาจิ้งไม่ได้สร้างกองทัพดาบไปปะทะตรงๆ แต่เขาใช้ทรัพยากรสร้าง ‘หอคอยเวท’ ตั้งตระหง่านอยู่หลังแนวกำแพงหิน เป็การคุมพื้นที่ เมื่อทัพอสูรดาหน้าเข้ามา เกาจิ้งก็ใช้พลหน้าไม้ราคาถูกที่สร้างไว้ วิ่งออกไปยิงตอด แล้วสั่งถอยร่น หลอกล่อให้อสูร AI โกรธแค้นเดินตามเข้ามาในระยะยิงของหอคอยเวท
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ตู้ม! ตู้ม! ศรเวทและลูกไฟจากหอคอยถล่มใส่ทัพอสูรที่ไร้เกราะกำบังจนละลายหายไปในพริบตา โดยที่เกาจิ้งไม่เสียยูนิตทหารเลยสักตัวเดียว!
“เล่นเกมสร้างฐานแต่ไม่สนเศรษฐกิจ... กะจะบุกอย่างเดียว ตรรกะโคตรจะอนุบาล”
เมื่อทัพหลักของศัตรูแตกพ่าย เกาจิ้งก็พลิกกลับมาเป็ฝ่ายบุก เขาส่งทหารม้าเกราะเบาที่แอบสร้างไว้ตอนศัตรูบุกลอบไปตีฐานทรัพยากรด้านหลังของคู่ต่อสู้ ปล้นเสบียงและไล่ฆ่าคนงานจนอีกฝ่ายไม่มีเงินสร้างทหารเพิ่มได้อีก สุดท้ายฐานของเผ่าอสูรก็ถูกทหารม้าถล่มจนราบคาบ
[ผู้ชนะ: ถังเกาจิ้ง!]
บนอัฒจันทร์ชั้นลอยซึ่งถูกปิดกั้นด้วยม่านพลัง หญิงสาวจากสำนักหลักที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ถึงกับตกตะลึง
“ท่านาุโ... ท่านเห็นสิ่งที่ข้าเห็นหรือไม่? เด็กคนนั้นไม่ได้สั่งการทหารทีละกลุ่ม แต่เขาสั่งการคนงานและทหารแต่ละตัวแยกกันอย่างอิสระในเวลาเดียวกัน! การแบ่งแยกสมาธิระดับนี้ มันเหนือกว่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเสียอีก เขามองเห็นภาพรวมของทั้งกระดาน”
ชายชราจากสำนักหลักพยักหน้าช้าๆ ดวงตาเป็ประกายวาววับ “ธาตุว่างเปล่าท่านเ้าสำนักเคยบอกว่าเป็ธาตุแห่งการรับรู้... หรือว่าความว่างเปล่าของเขา คือการเปิดกว้างเพื่อรับข้อมูลมหาศาลโดยไม่มีธาตุใดมาตีกรอบ? น่าสนใจจริงๆ ขอดูต่อไปอีกหน่อย”
หลังจากผ่านรอบแรก เกาจิ้งยังคงทะลวงผ่านรอบต่อไปด้วยความเร็วและกลยุทธ์ที่ทำให้คนดูต้องอ้าปากค้าง รอบ 64 คน... ระบบสุ่มให้เขาได้ ‘ด้วงคีมเผ่าแมลง’ ส่วนคู่ต่อสู้ได้เผ่ามนุษย์ แทนที่จะเล่นเกมยาว เกาจิ้งระดมสร้างยูนิตคนงานขยายรังอย่างบ้าคลั่ง ภายในห้านาทีแรกเขาสร้างฝูงแมลงปีกแข็งทะลักออกไปกลืนกินฐานคู่ต่อสู้แบบไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้สร้างหอคอยป้องกันด้วยซ้ำ รอบ 32 คน... ระบบสุ่มให้เขาได้ ‘เผ่ามาร’ เจอเผ่าปีศาจ เกาจิ้งเปลี่ยนแผนจากการบุกซึ่งหน้า เป็การส่งยูนิตนักฆ่า1ตัว ลอบเร้นเข้าไปตัดกำลังการตัดไม้และขุดเหมือง แอบสอยยูนิตตัวชนของศัตรูทิ้งทีละตัวด้วยคริติคอลดาเมจ แล้วหายวับไปในเงามืด
คู่ต่อสู้ทุกคนล้วนเป็ผู้ใช้กำลังในโลกความจริง พอต้องมานั่งคุมทรัพยากร บริหารเวลา และใช้สมองสั่งการยูนิตหลายๆ ตัวพร้อมกันในโลกจำลอง พวกเขาก็กลายเป็แค่บอทที่อ่านทางได้ง่ายในสายตาของอดีตเกมเมอร์อย่างเกาจิ้ง
การประลองแบบแพ้คัดออกดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ในที่สุดรายชื่อบนกระดานศิลาก็ถูกคัดกรองจากหลักพันเหลือเพียงแค่สี่คนสุดท้าย
“การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศจบลงแล้ว!” เสียงผู้าุโคุมสอบประกาศก้องลานกว้าง “พรุ่งนี้เช้า จะเป็การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงตัวแทนสำนัก ขอให้ผู้เข้ารอบทั้งสี่เตรียมตัวให้พร้อม!”
เกาจิ้งดึงสติกลับมายังโลกความจริง ห้องจำลองสภาวะเปิดออก เขาก้าวเดินออกมาพร้อมกับบิดี้เีไล่ความเมื่อยล้าตามข้อต่อ แม้สมองจะล้าไปบ้างจากการประมวลผลอย่างหนักหน่วงติดต่อกันหลายชั่วโมง แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ชายหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปบนบอร์ดศิลาที่ส่องสว่าง มีชื่อของเขา ‘ถังเกาจิ้ง’ ยืนหยัดอยู่ในตำแหน่ง Top 4 อย่างสง่างาม เตรียมพร้อมสำหรับการประลองที่แท้จริงในวันพรุ่งนี้... การแข่งขันที่ไม่มีสิทธิ์ให้เกิดข้อผิดพลาดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว