แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 26 ลูกป่วย

                ระหว่างที่ดูทำเลที่ตั้งใหม่ สิบสาขาแรกที่ธนาพาทีมงานไปดูก็เริ่มทำการตกแต่งอย่างรวดเร็ว วรภัทรได้ยินว่าร้านกาแฟสกายกิฟต์แห่งใหม่ที่ธนาเป็นคนริเริ่มตกแต่งเสร็จภายในเวลาสิบห้าวันก็ถึงกับตกตะลึง

                “สมแล้วที่มีทั้งเงินและบารมี ทุกอย่างเนรมิตได้ดังใจ”

                “ก็แน่ล่ะพี่ภัทร บริษัทเขาใหญ่ขนาดนั้น ดูเครื่องดื่มที่พวกเขาวางจำหน่ายในท้องตลาดสิ มีกว่ายี่สิบชนิดแล้ว” วัลภาพยักหน้าหงึกหงัก “ได้ยินว่าคุณผักต้องไปกับทีมคุณธนาทุกสัปดาห์เลยเหรอคะ?”

                “อือ เดือนนี้สัปดาห์ละสามวัน”

                วัลภายิ้มน้อยๆ “เดือนก่อนสี่วัน เดือนนี้ลดเหลือสามวัน พี่ภัทรคงสบายใจได้แล้วมั้ง?”

                “ไม่ ออฟฟิศใหม่กำลังจะเสร็จแล้ว ต่อไปพนักงานทั้งหมดต้องไปทำงานที่นั่น คุณธนาก็จะมาทำงานที่นี่”

                “หา! ทีแรก เขาไม่ได้คิดว่าจะมานี่คะ?”

                “ก็นั่นล่ะ พี่ถึงได้หนักใจ ตึกนั่นเขาซื้อเอาไว้แล้ว ชั้นหนึ่งกับชั้นสองเป็นบริษัทเราแต่ชั้นสามกับชั้นสี่เขาจะย้ายทีมของเขาส่วนหนึ่งมาทำงานนี้ เห็นบอกว่าจะบุกตลาดกาแฟอย่างจริงจัง”

                วัลภายิ้ม ครอบครัวเธอเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสกายกิฟต์รองลงมาจากบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ “อีกไม่นานเราก็จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านแล้วสิคะ ยิ่ง     วินเนอร์เอาจริงแบบนี้ สกายกิฟต์รุ่งแน่ๆ”

                วรภัทรรู้สึกหนักใจ ตอนนี้ทักษพรก็เท่ากับใช้เวลาส่วนใหญ่ติดตามธนาไปทำงานแล้ว เขากลัวว่าพอสำนักงานใหม่เสร็จ ธนาอาจจะดึงตัวทักษพรไปช่วยงาน

               

                พราวพรายกับปรินดาหาโอกาสไปเลียบๆ เคียงๆ สอบถามเรื่องท่านประธานใหญ่กับทักษพร ด้วยความที่ท่านประธานยังโสดและหล่อเหลาอยู่ในโหมดวัวตายควายล้ม ทำให้สาวโสดในบริษัทคอยแอบมองอยู่บ่อยๆ

                “พี่ผัก ทำไมพี่ผักโชคดีจังได้ไปทำงานกับท่านประธานบ่อยๆ?”

                “โชคดีตรงไหนกัน เดือนก่อนออกไปเกือบทุกวัน กลับมาก็ปวดเมื่อยจะแย่ ขึ้นรถ ลงรถ เดินๆ ดีนะเดือนนี้ลดเหลือสามวัน” ทักษพรยั้งปากเอาไว้ว่าเธอยังต้องคอยช่วยนวดต้นคอ บ่า ไหล่ และศีรษะให้เขาอยู่บ่อยๆ ในตอนที่เขาบ่นว่าปวด ณัฐวุฒิเองก็มักจะขอร้องให้เธอช่วย ครีมนวดแก้ปวดเมื่อยของเธอถูกณัฐวุฒิไปเหมามาไว้บนรถเป็นโหล

                ทุกครั้งที่เธอแตะถูกเนื้อต้องตัวเขา หัวใจก็วูบวาบหวั่นไหว ทักษพรทั้งอยากจะออกห่างและอยากจะอยู่ใกล้ เขาไม่ได้พูดจาเชิงชู้สาวแต่อาหารที่เตรียมเอาไว้ให้เหมือนกับรู้ใจ ทุกอย่างที่เธอชอบกินถูกมาเตรียมเอาไว้บนรถแทบทุกครั้งที่ไปด้วยกัน

                “แต่ท่านประธานก็ใจดีแวะรับน้องพืชให้ทุกครั้งเลยนะคะ ถามจริงๆ เถอะพี่ผัก ท่านประธานคุยเล่นกับน้องพืชไหม?” ปรินดาสงสัยว่าธนาสนใจทักษพร

                “ท่านก็คุยด้วยธรรมดานั่นล่ะ ปุ้ย อย่าไปทำให้เป็นประเด็นนะ พี่บอกตรงๆ ตอนนี้ก็อึดอัดจะแย่แล้ว”

                พราวพรายยิ้มน้อยๆ “พี่เข้าใจผักนะ ไม่เป็นไรหรอก ท่านประธานก็คงเมตตาเพราะเห็นว่าผักเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่อยากให้ลำบาก อีกไม่นานเปิดทั้งยี่สิบสาขาเสร็จ ท่านประธานก็คงส่งต่องานให้พวกเราแล้ว”

                “ค่ะ หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

                “ผักรู้ยังว่าสิ้นเดือนนี้พวกเราต้องย้ายเข้าออฟฟิศใหม่แล้ว”

                ทักษพรทำหน้าเหวอ “เสร็จแล้วเหรอคะ? เร็วจริง”

                “ใช่ ยังไม่อ่านข่าวในกลุ่มใช่ไหม? เมื่อเช้ามีหนังสือแจ้งแล้วให้พวกเราเตรียมตัว ได้ยินว่าท่านประธานส่วนบริษัทกาแฟสำเร็จรูปที่จะเปิดใหม่ก็จะขึ้นมาอยู่บนชั้นสาม”

                คนฟังใจเต้นตึกตัก ประโยคต่อไปเป็นเหมือนฟ้าที่ผ่าลงมากลางวันแสกๆ

                “นี่พี่ผัก ท่านประธานจะมาทำงานที่ตึกนี้กับพวกเราด้วยนะ”

                “จริงเหรอปุ้ย?”

                “จริงค่ะ คุณภาเป็นคนพูดเอง เมื่อวานปุ้ยไปร้านกาแฟได้ยินคุณภาพูดกับผู้จัดการร้าน ตอนนี้บริษัทวินเนอร์ท่านยกให้น้องชายดูแลแล้ว”

                สีหน้าของทักษพรดูกังวลจนพราวพรายกับปรินดาประหลาดใจ ทักษพรขอตัวกลับไปทำงาน ปรินดามองตามคันปากยิบๆ พอทักษพรเดินกลับเข้าโต๊ะทำงาน เธอก็ถือแก้วกาแฟค้างไว้แล้วหันไปหาพราวพราย

            “พี่พราวเห็นเหมือนปุ้ยไหมคะ?”

            “อือ ระยะนี้ผักสีหน้าไม่ดีเลย ทำเหมือนไม่ชอบท่านประธาน”

            “ค่ะ แปลกจริงๆ” หญิงสาวยกแก้วกาแฟขึ้นจบ “พี่พราว ปุ้ยว่าเค้าหน้าน้องพืชคล้ายท่านประธานเยอะอยู่นะ ปุ้ยอยากเห็นหน้าพ่อน้องพืชจัง คงจะหล่อและคล้ายท่านประธานมากเลย”

                พราวพรายยกยิ้มมุมปาก “ยายปุ้ยถ้าสงสัยก็เก็บเอาไว้ในใจ เรื่องนี้อย่าพูดให้คนอื่นได้ยินเชียว พี่ได้ยินคนพูดอยู่บ้างเหมือนกันแต่ระวังไว้ดีกว่า เดี๋ยวจะถูกไล่ออกไม่รู้ตัว”

                คนถูกทักหน้าม้าน “ค่ะ ปุ้ยจะระวังปาก” พูดจบ ปรินดาก็ยกมือขึ้นตบริมฝีปากตนเองเบาๆ สองสามที

     

                ทักษพรนั่งเหม่อมองจอคอมพิวเตอร์ เบาะช่วงกลางของรถตู้มีเพียงเธอกับเขานั่งกันคนละมุม เขามีอาการปวดหัวในบางวัน พอเขากินยาแล้วพิงหลังกับเบาะหลับตา เธอจะแอบมองเขาผ่านภาพสะท้อนกระจก

                คิ้วกับจมูกของเขาเหมือนกับน้องพืชเหมือนกับถอดกันออกมา ในตอนที่น้องพืชนอนหลับเธอมักจะลูบคิ้วและจมูกของลูกอยู่บ่อยๆ ภาพข่าวที่มีเขาเธอก็แอบติดตาม ลึกๆ ทักษพรรู้สึกดีใจที่เขายังไม่แต่งงาน แต่ก็รู้ว่าระหว่างตนกับเขามีช่องว่างระหว่างฐานะและสังคมที่กว้างมาก เกินกว่าจะเอื้อมถึง

             ‘เงินเก็บก็มีพอสมควรแล้ว ถ้าเขาเริ่มสงสัย บางทีอาจจะลาออกแล้วพาน้องพืชกลับไปอยู่กับตายาย’

             ตอนกลางวันเธอวนเวียนคิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา กระทั่งมีคนมาเรียกให้ไปพบกับวรภัทรเธอก็ยังไม่ได้ยิน

                “ผัก คุณภัทรเรียกให้ไปพบ”

                ระยะนี้วรภัทรเองก็เรียกเธอเขาไปพูดเรื่องงานอยู่บ่อยๆ แต่เธอรู้ว่านั่นเป็นแค่ธุระบังหน้าเพราะเมื่อวานเขาชวนเธอให้พาลูกชายไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกันแต่เธอปฏิเสธ

                เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการ กำลังจะอ้าปากถามว่าเขามีงานอะไรจะสั่งเธอแต่โทรศัพท์กลับดังขึ้นซะก่อน

                “คุณภัทรค่ะ คุณครูน้องพืชโทรมา ผักขออนุญาตรับสายก่อนได้ไหมคะ?” สีหน้าของเธอดูเป็นกังวล

                “รับก่อนเถอะ” เขายิ้มน้อยๆ

                พอกดรับสาย เสียงจากปลายทางนั้นดังพอที่วรภัทรจะได้ยินด้วย

                “คุณแม่น้องพืชค่ะ น้องพืชท้องเสียและก็อาเจียนด้วยค่ะ ทางโรงเรียนจะส่งไปโรงพยาบาลก่อนนะคะ คุณแม่ตามไปได้เลย”

                มือของทักษพรสั่นเทา ใบหน้าของเธอเผือดสี วรภัทรลุกขึ้นยืนทันที

                “ไปดูน้องพืชก่อนเถอะ มา ผมพาไป”

                ทักษพรพยักหน้าเร็วด้วยความตกใจ วรภัทรเดินนำหน้าเธอออกมาจากห้องทำงาน เดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ปรินดามองเห็นคนทั้งสองท่าทางเร่งร้อนก็หันไปบอกพราวพราย

                “พี่พราวดู สงสัยจะเกิดเรื่องแล้ว”

                ทักษพรบอกชื่อโรงพยาบาลรัฐที่อยู่ใกล้ๆ ให้วรภัทรรู้

                “น้องพืชมีประกันสุขภาพไหม?”

                “มีค่ะ ดิฉันทำไว้แล้ว แจ้งโรงเรียนแล้วด้วย”

                “ดี ถ้าเผื่อไม่สะดวกจะย้ายเข้าโรงพยาบาลเอกชน” ชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมที่เธอเป็นคนรอบคอบ เด็กเล็กมักจะป่วยบ่อย การทำประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ “ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องค่ารักษาก็บอกผมได้เลยนะ ผมยินดีช่วย ไม่ต้องเกรงใจ”

                “ขอบคุณค่ะ คุณภัทร”

                 เมื่อไปถึงตรวจของโรงพยาบาล ทั้งสองถึงกับตกใจที่เห็นเด็กวัยเดียวกันกับน้องพืชนอนอยู่บนเตียง ครูประจำชั้นของน้องพืชหันมาเห็นทักษพรก็รีบวิ่ง      มาหาแล้วบอกให้ไปที่ห้องพักรวม

                ทั้งสองรีบสาวเท้าตามกันขึ้นบันไดชั้นสองของโรงพยาบาล เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเด็กชายกำลังนอนอ่อนระทวยอยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทักษพรถลาเข้าไปข้างเตียง

                “น้องพืช เป็นยังไงบ้างลูก?”

                เด็กชายได้ยินเสียงก็ลืมตาขึ้น พอเห็นหน้ามารดาก็ร้องไห้จ้า “คุณแม่ ผมปวดท้อง”

               

     *********


    คล้ายกับเรื่องแพ้รักประธานร้าย ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179