เขากําลังประเมินความสามารถของนางอยู่ท่าทางของนางบอกให้รู้ว่าเคยผ่านงานหนักมาแล้วเท้าทั้งสองของนางวางแนบสนิทอยู่กับพื้นห้องอย่างมั่นใจว่านางจะต้องปักหลักอยู่ที่นี่ความมุ่งมั่นปรากฏให้เห็นจากการที่นางอุตส่าห์เดินทางมาจนถึงอเล็กแซนเดรียปกติแล้วอับบาสไม่ชอบคนรับใช้ชาวซาอิดเท่าไรเพราะเขาจะต้องบอกคนพวกนี้ทุกเช้าว่าจะต้องทําอะไรบ้างและการทํางานของคนพวกนี้ในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกันเลยต้องมีผิดพลาดอยู่ตลอดเวลาบางวันในจานออมเล็ตกแถมเปลือกไข่เข้าไปด้วยและเขาต้องหาความผิดพลาดแบบนี้ให้พบก่อนถึงมือเ้านายแต่เป็งานที่อับบาสพอใจและภาคภูมิใจอย่างมาก
“ถ้าจะหางานทำก็แล้วทำไมนางถึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยล่ะ?ในหมู่บ้านก็มีงานให้ทำอยู่เยอะแยะไปไม่ใช่หรือ?”
“านั่นแหละท่านที่ทําให้งานหายากเหลือเกินคนก็จนลงมากด้วย”
“แต่ที่นี่ก็มีาเหมือนกันนี่”เขารอฟังว่านางจะกล่าวเท็จกับเขาหรือไม่? อับบาสชอบจับโกหกพวกอียิปต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกซาอิดซึ่งมักชอบพูดโกหกเสมอ
“ผัวข้าเป็นูเบียนเขาตายที่คอม ออมโบ” สีหน้าของนางไม่พอใจเท่าไรเมื่อเอ่ยถึงเผ่าของสามีแต่แล้วก็ต้องเหลือกตาขึ้นมอง์เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าหัวหน้าคนรับใช้ที่นางกําลังของานเขาทําอยู่ในเวลานี้ก็เป็นูเบียนเหมือนกัน
“แล้วนางทําอะไรได้บ้างล่ะนางเคยทํางานในบ้านหลังใหญ่มาก่อนหรือเปล่า?”
“ไม่ว่าท่านจะใช้ข้าทําอะไรข้าก็ทําได้ทั้งนั้นแหละ”
อับบาสถึงกับเลิกคิ้วเขาไม่เคยคิดว่านางจะเป็คนรับใช้ที่มีประสบการณ์มากมายถึงเพียงนั้นและเขาก็รู้ว่านางฉลาดพอที่จะหลีกเลี่ยงคําถามของเขาได้อับบาสบอกตัวเองว่าเขาต้องทดสอบนางต่อไป
“เราอาจจ้างคนใช้คนใหม่เพื่อทํางานหนักในบ้านนี้แต่สำหรับเื่เด็กที่นี่เราไม่้าเด็กหรอกนางจะส่งลูกกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านตามเดิมได้ไหมล่ะ?”
“ไม่ได้” อุม โมนาตอบด้วยเสียงเด็ดขาด
“ทำไมล่ะ?”
อุมโมนาไม่อยากเดินออกจากบ้านหลังนี้ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเล่าความจริงให้เขาฟังด้วย
“โมนาไม่สบาย”
อับบาสพยักหน้าเอาละพอจะมีจุดเริ่มต้นบ้างแล้ว
“ขืนส่งไปอยู่ที่หมู่บ้านมันก็ต้องตาย”อุม โมนาก้มหน้ามองดูพื้นห้องกำมือคลายมืออยู่อย่างหวั่นใจ “ที่นั่นนอกจากไข้มาเลเรียแล้วก็ยังมีนิวมอเรียอีกด้วยเด็กตายกันเป็เบือเลย”
“อ้าวก็แล้วเื่นั้นมันมาเกี่ยวข้องอะไรกับข้าด้วยล่ะ?”
“ได้โปรดเถิด...ลาซามาทท์...ได้โปรดเถิดท่านช่วยลูกข้าด้วย” นางคุกเข่าลงวิงวอน
อับบาสมองเห็นปัญหาความยุ่งยากที่จะเกิดจากผู้หญิงคนนี้แต่มันก็เป็ความยุ่งยากที่เขาพอจะจัดการแก้ไขได้ตอนที่เขาเรียกโมนาให้ไปกินอาหารเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้สองแม่ลูกพักพิงอยู่ที่นี่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยมีลูกสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโมนาแต่ก็ถูกทอดทิ้งไว้ที่หมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนซูดานการที่เขาต้องให้แม่ของโมนาคุกเข่าอ้อนวอนเขาเช่นนี้ก็เพราะอับบาสเชื่อว่าคนเรานั้นย่อมไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้มาโดยง่าย
“ลูกนางก็สุขภาพไม่ดีและในบ้านนี้ก็มีแต่เด็กอยู่ตั้งหลายคนเป็เด็กที่เราจะต้องดูแลเอาใจใส่อย่างมากด้วยข้าไม่อยากให้ลูกๆ ของเ้านายต้องมาติดเชื้อโรคจากลูกของนาง”
“ข้ารับรองว่าไม่ติดแน่”อุม โมนากํามือจนซีดขาว
“และข้าก็ไม่้าความยุ่งยากด้วยเอาละถ้ามีใครซักคนเกิดล้มป่วยลงนางต้องออกไปจากบ้านนี้ทันที”
อุมโมนาเข้าใจได้ทันทีว่าเวลานี้อัลเลาะห์ได้ตอบคําอธิษฐานของนางแล้วนางจึงลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้กลมตัวเดิมเพื่อทําการต่อรองต่อไป
“สำหรับเื่ค่าจ้างของข้า...”
“นางจะมีที่อยู่มีอาหารกินแล้วก็ได้ค่าจ้างเดือนละหนึ่งปอนด์ครึ่งนางกับโมนาต้องนอนห้องเดียวกับฟาติมะและคาดิกาในห้องเล็กใต้หลังคาบ้านหน้าที่ของนางคือขัดถูพื้นบ้านส่วนเด็กก็ให้เข้ามาช่วยทํางานในครัว” เมื่ออุมโมนาระล่ำระลักขอบคุณเขาอับบาสก็แสดงให้เห็นว่าเขาสังเกตเห็นว่านางไม่พอใจในเผ่านูเบียน
“ที่ข้าช่วยงานครั้งนี้ก็เพราะเห็นแก่เด็กถ้าไม่มีลูกมาด้วยนางจะไม่มีโอกาสได้ทํางานในบ้านหลังนี้อย่างเด็ดขาดโมนาเป็เด็กที่สวยมากสวยเหมือนท้องฟ้ายามเช้าเหนือแม่น้ำไนล์ทีเดียว”
ชายหาดยามฤดูใบไม้ร่วงร้างลาด้วยปราศจากผู้คนเกลียวคลื่นซัดสาดเอาเศษทรากของพันธุ์ไม้ขึ้นมาติดอยู่บนทรายลมก็แรงเกินไปแต่เรือผีจะล่องลอยไปที่พื้นน้ำจรดกับขอบฟ้าสีเทาถึงแม้ว่าาจะยุติลงแล้วแต่เรือรบของอังกฤษก็ยังเฝ้ารอดูท่าทีของฝ่ายอียิปต์อยู่
โมนาะโลงไปในแอ่งที่กระแสน้ำจากท้องทะเลทิ้งร่องรอยไว้ส่วนอุม โมนานั้นเดินตามมาข้างหลังเมื่อนึกถึงคําสัญญาของอับบาสที่ว่าจะช่วยสอนว่ายน้ำให้ลูกสาวอุมโมนาซึ่งมีความระแวงสงสัยในอิทธิอํานาจทั้งของแม่น้ำและท้องทะเลก็เริ่มไม่แน่ใจในความปลอดภัยของลูกขึ้นมาอับบาสจึงไล่นางไปเสียเพื่อไม่ต้องมานั่งวิตกกังวลกับการเรียนรู้ของโมนา
อุมโมนากอดอกด้วยความหนาวเยือกเย็นที่คืบคลานเข้าจับหัวใจวันนี้แล้วสินะจะเป็วันที่นางต้องเดินทางกลับสู่ตําบลบ้านเกิดทิ้งโมนาไว้ที่อเล็กแซนเดรียตามลําพังภายหลังจากที่นางทํางานรับใช้อยู่ในคฤหาสน์มาเป็เวลาหกสัปดาห์
ความผิดที่อุมโมนากระทําขึ้นใน่ระยะเวลานั้นเป็เื่ที่รุนแรงอย่างเหลือเชื่อมันเกิดขึ้นในห้องทดลองของคุณหมอผู้เป็น้องชายของเ้าของคฤหาสน์ก็อุม โมนาจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าในหลอดทดลองต่างๆที่อยู่ในห้องนั้นมันมีการเพาะเชื้ออหิวาต์ไว้ตอนที่นางทําหลอดแก้วตกแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ?และนางจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนที่นางหยิบหลอดแก้วที่แตกกระจายเข้าไปทิ้งในครัวมันเกือบจะทำให้สาวใช้สองคนของบ้านอัล-มาซรีต้องถึงแก่ความตาย
อับบาสยังเมตตาพอจะบอกกับนางว่าถ้านางให้โมนาอยู่ที่บ้านนี้ต่อไปก็ได้แต่ตัวนางเองต้องไปจากที่นี่ โดยเร็วที่สุดเป็เวลาหลายวันมาแล้วที่อุมโมนาพยายามหางานที่อื่นทําแต่ก็ไม่เป็ผลสําเร็จ จนเมื่อนั่งอยู่ในสวนดอกไม้อุมโมนาก็ตัดสินใจได้
นางรู้ว่าการจากโมนาไปก็เท่ากับถูกเด็ดดวงใจแม้พยายามให้เหตุผลกับตัวเองสักเพียงไรแต่ความผูกพันก็สร้างความอาวรณ์ให้อย่างล้นเหลือสายสัมพันธ์ที่ผูกมัดนางไว้กับโมนามันเหนียวแน่นจนเกินกว่าตัดให้ขาดลงได้นางเคยให้สัญญากับโมนาไว้เมื่อวันที่ลูกต้องได้รับความเ็ปที่สุดในชีวิตจากพิธีการขลิบแบบป่าเถื่อนว่านางจะไม่ยอมให้อันตรายใดๆ มาแผ้วพานโมนาได้อีก แต่...นับแต่นี้เป็ต้นไปจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของโมนาโดยที่นางไม่อาจรับรู้ได้บ้างเล่า?ไปจากโมนางั้นหรือ? นับแต่วันที่แม่ของนางต้องตายลงโมนาก็เป็คนคนเดียวในโลกที่นางยึดไว้เป็หลักให้กับหัวใจของตนเองไม่มีใครเข้ามาแทนที่โมนาได้อีกแล้วครั้งหนึ่งนางเคยตั้งความหวังไว้ว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันพรากจากกันอีกต่อไปการเป็ผู้ให้กําเนิดก็คือการทําสัญญาผูกมัดไว้ว่าผู้เป็แม่ย่อมมีสิทธิในตัวลูกตลอดไปมีสิทธิ์ที่จะเฝ้าดูการเติบโตจนกว่าลูกของตนจะให้กําเนิดต่อไปได้ตราบถึงวาระสุดท้ายที่ความตายจะเป็ผู้มาพรากให้จากกัน