ARC I: Sand and Grass
บทที่ 15: Lyoryn Ol Mael
่เวลาก่อนที่เสียงดาบของ Edrin จะปะทะเข้ากับ Arshad…
ณ ทะเลทราย Ash Desert อันกว้างใหญ่…
ไกลออกไปจากแม่น้ำ Al-Zahir หลายกิโลเมตรซึ่งเปรียบดังเส้นเืหลักที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต…
พร้อมกันกับแสงสุดท้ายของวัน ที่ใกล้จะหมดลง…
ลมทะเลทรายยังคงพัดไหว…
พร้อมกับเม็ดทรายบนพื้นที่เคลื่อนตัวไปตามทิศทางของสายลม
ราวกับว่ามันกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างมีชีวิต…
และในที่เดียวกันนี้เอง…
บนท้องฟ้าที่ทอแสงสีส้มหม่นของยามเย็น ก่อนจะถูกกลืนกินสู่ความมืดมิดยามราตรี…
.
.
.
ฟิ้ว!
เงาสีดำที่พุ่งเฉียดเนินทราย…
จนทำเอาเม็ดทรายบนพื้นฟุ้งกระจายเป็วงกว้าง…
“Bromm! เ้ามั่นใจแน่นะ ว่าเราจะไม่ตายจาก “เรือบิน” นี่!”
“เงียบเถอะน่า Rowan! และเกาะให้แน่น!”
“เ้าควรบังคับมันให้นิ่งกว่านี้สิโว้ย!”
“ระวังเนินทราย! อ้ากกก!”
“เออ เห็นแล้วววววว!”
“อ้ากกกกก!”
เสียงของนายช่างใหญ่และ Rowan ที่ร้องะโออกมา
แม้จะไม่ช่วยอะไรก็ตาม…
Bromm ค่อย ๆ ดึงคันบังคับเข้าหาตัว เพื่อควบคุมทิศทาง
และหวังให้มันบินกลับขึ้นไปยังท้องฟ้าดังเดิม…
.
.
.
ฟิ้ว!
ส่วนหน้าของลำเรือ ที่เชิดขึ้นเฉียดเนินทรายอีกลูก พร้อมกับเรือทั้งลำ ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง…
และลอยลำนิ่ง เหมือนกับว่าความวุ่นวายทั้งหมด ไม่เคยเกิดขึ้น…
มันเป็เรือที่ไม่ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีขนาดที่เพียงพอสำหรับบรรทุกคนได้ราว ๆ 6-7 คน อย่างไม่เบียดเสียด…
มีใบเรือซึ่งไม่ได้ถูกกางออกเหมือนปกติเพื่อรับลม…
กับส่วนปีกที่สยายออกด้านข้าง คล้ายกับนกที่บินร่อนไปมาบนท้องฟ้า
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าบอกแล้ว ว่ามันบินได้!”
นายช่างใหญ่ พูดขึ้นมาอย่างภูมิใจ…
“แต่ก่อนหน้านี้ มันจวนจะพุ่งดิ่งลงพื้นทราย!”
“จนทำเอาข้าเกือบหัวใจวายตาย!”
“เ้าขี้กลัวเกินไปแล้ว Rowan ก็เห็นอยู่ เรายังคงบินได้ ฮ่าฮ่า”
“นี่ข้าผิดอีกใช่ไหม ที่กลัวว่าเราจะตกพื้น!”
“เ้ากำลังดูถูกผลงานข้า ไอ้ั์ปักหลัก!”
“แค่บอกว่า… กลัวเราจะตายกันหมด มันดูถูกตรงไหน!”
ทั้งสองคนยังคงเถียงกันเสียงดัง… และดูเหมือนกับว่าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย…
“เงียบ! ทั้งคู่เลยนั่นแหละ!”
“Ínyathé!”
Aelthara กล่าวขึ้นมาก่อนจะเอ่ยต่อด้วยภาษาที่ทั้งสองคนไม่เข้าใจ…
“เมื่อครู่ท่านหญิงกล่าวว่าอะไรนะครับ?”
“ข้าว่า เครื่องแปลภาษาของข้าน่าจะต้องได้ทดลองแล้วล่ะ Rowan”
“ฮะ! มีของแบบนั้นด้วยหรอ Bromm!”
“แน่นอนสิวะ! ฮ่าฮ่า เดี๋ยวขอข้าหาก่อนนะ!”
“แล้วใครจะควบคุมทิศทางเรือ!”
“พอได้แล้ว! พวกเ้าทั้งสองคนนั่นแหละ!”
Aelthara กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มวุ่นวายไปมากกว่าเดิม
“Bromm! เ้าควบคุมเรือลำนี้ให้นิ่ง และเสถียรจนเราไปถึงที่หมาย”
“และไม่ต้องหยิบเอาสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ออกมาอีก เข้าใจไหม?”
Aelthara กล่าวกับนายช่างใหญ่ ด้วยน้ำเสียงที่สุขุม
ก่อนจะหันไปหา Rowan เพียงแค่สบสายตา ก็ทำเอา Rowan นั้นเผลอยืนหลังตรงดิ่ง…
“ข้าจะไม่พูดมากครับ ท่านหญิง!”
“ดี!… เพราะอีกไม่นาน เราจะถึงเมืองนั่นแล้ว”
“และที่เรายังไม่ดิ่งลงพื้น เพราะข้า คอยรักษาระดับพลังเวทไว้อยู่”
“เอ้า! ไหงเป็งั้นล่ะ Aelthara? ข้าเองก็ควบคุมทิศทางเรือนะ!”
“Bromm! หยุด…นี่ไม่ใช่เวลา…”
“ก็ได้…ข้าขอโทษ Aelthara”
“ดี… เก็บแรงไว้สำหรับเมือง Al-Najasa เถิด”
“อึก…อ้าก..!”
Aelthara ที่กำลังควบคุมระดับพลังเวท ซึ่งเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงของเรือบินลำนี้ ก็พลันชะงักไป เหมือนกับกำลังเ็ปจากภายใน…
“ท่านหญิง!”
Rowan พุ่งเข้ามาหวังช่วยประคองท่านหญิงที่กำลังเ็ป ก่อนที่นางจะยกมือขึ้นห้าม และพูดต่อ พร้อมกับควบคุมลมหายใจให้มั่นคงอีกครั้ง…
“ข้า…ไม่เป็ไร Rowan…”
“สิ่งที่สำคัญตอนนี้ คือไปให้ถึงเมืองนั่น…”
“หากท่านหญิงว่าเช่นนั้น…”
เมื่อกล่าวจบ Rowan เพียงพยักหน้าให้ท่านหญิงหนึ่งครั้ง ก่อนจะกลับประจำที่ดังเดิม…
และพวกเขาทั้งสาม ก็มุ่งหน้าสู่เมือง Al-Najasa อย่างเต็มกำลัง…
.
.
.
จนปรากฏเป็เนินสันทรายขนาดใหญ่ที่โอบล้อมซากอาคารหลายสิบหลังชัดเจนตรงหน้า…
“ข้าคิดว่า เรามาถึงแล้วล่ะ ท่านหญิง… Bromm”
Rowan กล่าวขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า…
Bromm กลืนน้ำลายหนึ่งอึก พร้อมกับมือที่จับคันบังคับไว้มั่น…
Aelthara ที่ในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก พร้อมท่าทีที่เริ่มสั่นเล็กน้อย ตามด้วยลมหายใจที่ค่อย ๆ ขาด่ และไม่เป็จังหวะ
“อึก…ข้าคิดว่า…พวกเ้าต้องจับให้แน่นแล้วล่ะ”
“Rowan…Bromm…”
Aelthara กล่าวขึ้นพร้อมกับเริ่มทรุดตัวลงกับพื้นเรือ… แต่ยังคงพยายามรักษาระดับพลังเวทไว้เช่นเดิม…
“ท่านหญิง!”
“Aelthara เ้าไหวไหม?”
“ไม่ต้องสนใจข้า!”
Aelthara ฝืนกล่าวออกมา พร้อมแววตาที่แน่วแน่ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“Bromm… หากระดับพลังเข้าขั้นวิกฤติ”
“เ้าคิดว่าเราจะร่อนลงถึงเมืองไหม?”
“เอ่อ… จากระยะนี้…กับกำลังลม ทิศทาง และองศาการล่อน บวกกับมุมตกกระทบ องศาที่จะพุ่งลงพื้นทราย แล้วก็…”
“Bromm!”
“ดะ..ดะ..ได้! ข้าทำได้… แม้จะแอบกังวลก็เหอะ แฮะ ๆ”
“แค่พาเราลง และไม่ต้องมีใครกระดูกหักก็พอ…”
“เื่ข้านั้นคิดว่า…”
นายช่างใหญ่สูดหายใจเข้าครั้งหนึ่งก่อนจะหายใจออกมาช้า ๆ แต่มั่นคง
.
.
“ข้าจะไม่ให้ใคราเ็ Aelthara…”
“ดี…เพราะตอนนี้..อึก…ข้าคิดว่า ข้ามาถึงขีดจำกัดแล้ว…”
“พักเถิดท่านหญิง… ไม่มีสิ่งใดต้องห่วงแล้ว”
“ใช่ไหม Bromm!”
Rowan กล่าว พร้อมกับจับยึดที่ขอบเรืออย่างมั่นคง… พลางมองไปยังท่านหญิงเอลฟ์ และนายช่างใหญ่…
Bromm พยักหน้าให้เขา ก่อนจะจับคันบังคับไว้ไม่ให้หลุดมือ พร้อมกับหันไปหาท่านหญิงเอลฟ์ ด้วยแววตาที่มั่นใจมากขึ้น…
“Aelthara เ้าก็…จับไว้แน่น ๆ”
“ข้า..อึก!..อยู่มานานพอที่จะไม่ตายง่าย ๆ Bromm”
Aelthara พูดขึ้น ก่อนจะหาที่ยึดเกาะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
การลงจอด…
ก่อนที่จะเผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อย…
และแววตาที่ทั้ง Rowan และ Bromm ไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน…
.
.
.
“ไปช่วย Liora กันเถอะ…”
และท่านหญิงเอลฟ์ก็พลันหยุดการรักษาระดับพลังเวท…
เรือบินลำนี้ที่เคยแล่นอยู่บนท้องฟ้า ก็เริ่มสั่นเล็กน้อย…
ราวกับนกที่กำลังสูญเสียการควบคุมกลางอากาศ และกำลังร่วงลงมาสู่พื้นทราย…
หัวเรือค่อย ๆ ปรับองศา จากที่เคยเชิดอยู่และชี้ตรงไปข้างหน้า…
บัดนี้มันกำลังค่อย ๆ หันลงสู่พื้นทราย ทีละนิด…
“เอาล่ะ Bromm เ้าเอาอยู่ เ้าพาทุกคนลงจอดได้!”
นายช่างใหญ่พึมพำกับตัวเอง… ในขณะที่มือกำลังดึงคันโยกไว้ เพื่อไม่ให้ลำเรือนั้น ทิ้งดิ่งลงพื้นทราย
“Bromm! เรากำลังร่อนลง หรือดิ่งลงวะเนี่ย!”
“เงียบปากเ้าเถอะ Rowan!”
“ข้าก็พยายามอยู่นี่ไงเล่า!”
“Bromm มันจะทันใช่ไหม!”
“เ้าควรเงียบและก็จับไว้ให้มั่น Rowan ตรงนี้ให้ข้าจัดการดีกว่าโว้ย!”
Rowan ที่กำลังยึดจับที่ขอบเรือ ก็หันมองไปที่นายช่างใหญ่…
ก่อนจะพยักหน้าให้เขาครั้งหนึ่ง และไม่บ่นอะไรออกมาอีก…
ลำเรือค่อย ๆ กลับมาอยู่ในระดับที่สามารถร่อนถลาไปกับลมมุ่งตรงไปข้างหน้า และลดระดับความสูงลงช้า ๆ
แม้ว่ามันจะสั่นอยู่ตลอดเวลาก็ตาม…
กับความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด…
ระยะของท้องเรือ ที่เข้าใกล้พื้นทรายทีละน้อย…
ก่อนมันจะเริ่มลดต่ำลงจนเฉี่ยวเอาเข้ากับเนินสันทรายที่โอบล้อมเมือง Al-Najasa ไว้ประดุจกำแพงจากธรรมชาติ…
.
.
.
โครม!
แรงสั่นะเืจากท้องเรือมันชัดเจนจนทุกคนรับรู้ได้…
ก่อนที่มันจะไถราบไปกับพื้นทราย ด้วยความเร็วที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“Rowan กางใบเรือที!”
“เออ ได้!”
.
.
ฟึบ!
ใบเรือที่เดิมนั้นถูกหุบเอาไว้นั้น ก็กางออกเพื่อช่วยลดความเร็วลง…
“มันช่วยได้อยู่นะ Bromm! เ้านี่สมองใสมากเลย!”
“นี่ชมหรือด่าข้าว่าหัวล้านกันแน่วะ!”
“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“แล้วสมอเรือล่ะ Bromm?”
.
.
นายช่างใหญ่ถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนยิ้มออกมาแบบเขิน ๆ
“ข้าว่า…”
“ข้าลืมใส่มา Rowan…”
“ฮะ! ที่นี้จะหยุดเรือยังไงละโว้ย!”
“จับให้แน่น ๆ ก่อนเลย ทุกคน!”
แม้ความเร็วจะค่อย ๆ ลดลงแต่ถึงกระนั้น มันก็ยังไถลไปกับพื้นทรายไม่ยอมหยุด
จนพุ่งผ่านประตูเมืองเข้าไป ก่อนจะชนเข้ากับเหล่าุ์ที่ยืนขวางอยู่ไม่กี่ตัว
และตรงหน้าไม่ไกลมากนักนั้น จะเห็นเป็อาคารเก่าหลังหนึ่ง
Bromm ตัดสินใจบังคับให้เรือลำนี้เลี้ยวอย่างกะทันหัน…
จากที่มันไถลอยู่บนพื้นทรายตรง ๆ
ลำเรือก็พลิกมาไถลไปในแนวขวางแทน…
จนทำเอา Rowan ที่เกาะอยู่ขอบเรือด้านหนึ่ง
ล้มกลิ้งมากองอยู่ขอบเรือฝั่งตรงกันข้าม…
และเรือบินลำนี้ ก็พลันชะลอความเร็วลงอย่างทันท่วงที
ก่อนจะค่อย ๆ หยุดลงที่ข้าง ๆ กับผนังของอาคารอย่างหวุดหวิด…
นายช่างใหญ่ที่มือยังคงจับคันบังคับไว้ พร้อมด้วยอาการสั่น…
ก็พลันค่อย ๆ กลับมานิ่งขึ้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาครั้งใหญ่
“เฮ้ออ… รอดตายแล้วเรา..”
“มีใคราเ็ตรงไหนไหม!”
“ข้ากลิ้งหลุนหลุน จากฝั่งหนึ่ง มานอนกองอีกฝั่ง…”
“แต่เออ! ข้ายังยืนได้ Bromm”
Rowan กล่าวตอบนายช่างใหญ่เป็คนแรก…
“ข้า…อึก…ยังไม่ตาย Bromm”
“แต่คงยืนไม่อยู่สักพัก…ขอข้า…พักตรงนี้เดี๋ยว…”
“ท่านหญิง…”
Rowan มองท่านหญิงเอลฟ์อยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ไปเถิด…Rowan ไม่ต้อง…ห่วงข้า”
“ข้าไม่อยากทำเช่นนั้นเลย ท่านหญิง…”
“หากเ้าไม่ไป…จะไม่มีใครช่วย… Liora อีก…”
“ไป!”
Aelthara กล่าวอย่างมั่นคง แม้ว่าตอนนี้ท่านหญิงเอลฟ์จะอยู่ในอาการที่น่าเป็ห่วงเช่นกัน…
“นี่ไอ้ั์ปักหลัก… เ้ามุ่งหน้าไปช่วยยัยหนูกับไอ้หนุ่มนั่นเถิด”
“ข้าจะอยู่ตรงนี้เอง…หากเ้ายังคงห่วงนาง”
“เ้าเนี่ยนะ Bromm จะคุ้มกันท่านหญิง?”
“อย่ามาดูถูกข้านะโว้ย! เรือลำนี้คือคลังอุปกรณ์ของข้าเชียวนะ!”
“ไปซะ ไปช่วยยัยหนู!”
Bromm กล่าวอย่างขึงขัง… พลางเข้ามาช่วยประคอง Aelthara ให้พอนั่งลงได้อย่างมั่นคง
.
.
“หากพวกท่านยืนกรานเช่นนี้… ข้าไปล่ะ!”
Rowan กล่าว พร้อมมองไปทางทั้งสอง ที่อยู่ตรงท้ายลำเรือ…
ก่อนจะหยิบเอาโล่ของตน มาถือไว้ในมือ เพื่อพร้อมสู้ศึก…
“เดี๋ยวก่อน Rowan… รอข้าเดี๋ยว…”
“มีอะไรงั้นหรือ Bromm?”
นายช่าง Bromm เปิดหีบอุปกรณ์ใบใหญ่ของตน ที่วางอยู่ตรง
ท้ายลำเรือ…
ก่อนจะมีแสงสว่างวาบขึ้นออกมา… พร้อมกับมุดตัวลงไปยังหีบใบนั้น
“เฮ้ย! เ้าโดนหีบกินรึไง Bromm! Bromm!”
“มันเป็หีบเก็บของที่ผสานกับเวทมิติพิเศษ… ข้าช่วยเขาสร้างมันเอง Rowan เขาไม่ได้ถูกหีบนั่นกินแต่อย่างใด…”
“หากท่านหญิงว่าเช่นนั้น… ข้าจะไม่ถามอะไรอีกก็แล้วกัน…”
“นี่ Rowan ข้าเองก็นึกขึ้นได้”
Aelthara กล่าวเพิ่ม ก่อนจะหยิบเอาบางอย่างออกจากกระเป๋าของตน
“นี่คือยาที่ข้าปรุง หากเ้า และ Edrin จวนเจียนจะสิ้นท่า”
“กินมันซะ…”
Rowan ก้าวเข้ามาหาท่านหญิงเอลฟ์ ก่อนจะรับเอายาจากมือของนาง
“ขอบคุณมาก…ท่านหญิง Aelthara”
และพร้อมกันนั้นเอง Bromm ก็หยิบสิ่งที่เขาจะมอบให้ออกมา
จากหีบใบนั้น…
“เอานี่ ข้าให้เ้า…Rowan”
Bromm เดินมาหา Rowan พร้อมด้วยเกราะแขนสีเงิน ที่ถูกสร้างและเก็บรายละเอียดอย่างประณีต มันถูกแกะลายตัวอักษรโบราณไว้แผ่นเกราะ…
“สิ่งนี้คือ…เกราะแขน แล้วจะให้ข้าใช้มันยังไง ข้าก็มีโล่ของข้าแล้ว?”
Rowan เลิกคิ้วมองด้วยความฉงน…
“ก็ฟังข้าอธิบายก่อนได้ไหม!…ภายนอกมันอาจเป็เพียงเกราะแขน”
และ Bromm ก็พลันอธิบายทุกอย่างยาวเหยียด…
“ข้าสร้างมันขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน… สมัยเริ่มเรียนศาสตร์การสร้างแขนงหนึ่ง เรียกว่า เวทย์ศาสตรา”
“ซึ่งวัสดุที่ใช้สร้าง มันมีทั้งเหล็กของ Thar-Durak กับแร่…”
ก่อนที่ Rowan จะพูดตัดบทมาดื้อ ๆ
“ข้าไม่เข้าใจหรอก Bromm ว่ามันทำมาจากอะไร”
“หรือมันทำงานแบบไหน…”
“แต่สำหรับข้า… หากเ้าบอกว่าจะให้ข้าใช้สิ่งนี้ ข้าจะไม่ปฏิเสธ…”
“เฮ้อ… อย่างน้อยก็ฟังข้าอธิบายกลไกมันหน่อยได้ไหม Rowan”
“ว่าสิ่งนี้คือโล่ ที่มองไม่เห็น และมันทำงานแบบใด!”
“ฮ่าฮ่า ข้าไม่เข้าใจหรอก Bromm ต่อให้เ้าจะอธิบายยังไงก็ตาม”
“แต่ข้าเชื่อว่า… หากมันคือโล่ ข้าก็เพียงแต่ใช้มัน เพื่อปกป้องใครสักคนที่อยู่ ณ เื้ั แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”
Rowan รับเอาเกราะแขนคู่นี้มาสวมใส่ ก่อนจะวางโล่ของเขาไว้บนเรือ
“เฮ้ออ เ้ามันคือเ้าโดยแท้ Rowan แล้วก็ข้าฝากนี่ให้ไอ้หนุ่ม Edrin ด้วยแล้วกัน…”
Bromm นำเอาห่อผ้าที่มีรูปทรงเรียวและยาวกว่าตัวของเขามาก พร้อมกับยื่นมันให้แก่ Rowan
“เออ ข้าจะส่งให้ถึงมือมันเลย และทุบกบาลมันสักที!”
“วางใจได้เลย Bromm…”
“ข้าขอเดา เ้าก็จะไม่ฟังข้าอธิบายสิ่งนี้อีก ถูกไหม?”
“ฮ่าฮ่า แน่นอน Bromm ข้าไปล่ะ”
“แล้วก็… อย่าตายล่ะ ตอนที่ข้าไม่อยู่กันพวกมันให้…”
“ฮ่าฮ่าฮ่า Rowan เอ๋ย ข้าไม่ได้เป็คนไร้น้ำยาขนาดนั้น”
“เ้าก็…ช่วยยัยหนูให้ได้ล่ะ Rowan”
หลังสิ้นเสียงสนทนานี้ Rowan ก็รีบมุ่งหน้าตรงเข้าไปในเมืองโดยทันที
พร้อมด้วยแผ่นหลังที่หนักแน่น… ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายหายไปในความมืดของเมือง Al-Najasa…
.
.
Rowan วิ่งตรงดิ่งเข้ามาในเมือง ลึกขึ้นเรื่อย ๆ เขาเจอพวกุ์อยู่ตลอดทาง พร้อมกับต่อยพวกมันทีละตนให้พ้นทาง
และวิ่งฝ่าพวกมันไปตรง ๆ ไม่หลีก ไม่หาทางอ้อม เพียงแค่วิ่ง และพุ่งชนทุกสิ่งที่กีดขวางไว้ อย่างเรียบง่ายและซื่อตรง
แบบ Rowan…
จนเขาวิ่งมาลึกพอที่จะััได้ถึงบรรยากาศอันน่าพิศวง และชวนให้รู้สึกวังเวงของเมืองนี้…
Rowan เริ่มสับสนว่า เขาควรวิ่งไปที่ใด…
จนกระทั่ง…
เขาได้ยินเสียงของคมดาบที่ปะทะกันอย่างเอาเป็เอาตาย ดังขึ้นเป็จังหวะมาจากทางหนึ่งที่มุ่งตรงเข้าไปยังท้ายเมือง
Rowan วิ่งตามเสียงนั้นและหวังว่ามันจะพาให้เขาไปหา Edrin ได้
เสียงมันดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ … จนกระทั่ง Rowan ได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปดังกังวานไกลมาตามลม…
“ข้าภาวนา…ว่าจะไม่ใช่เสียงของเ้านะ Edrin”
เขาพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับวิ่งไปยังต้นเสียงจนสุดกำลัง…
.
.
จนภาพเบื้องหน้า เริ่มปรากฏเป็ฝูงของเหล่าุ์จำนวนมาก…
กำลังห้อมล้อมม่านควันหนาทึบ ที่ปกคลุมเป็วงกว้าง…
“ทำไมมันเยอะอะไรขนาดนี้วะเนี่ย”
เขาบ่นพึมพำออกมา เมื่อเห็นถึงจำนวนของพวกมัน…
ก่อนที่พวกมันบางตัว จะเริ่มสังเกตเห็นเขา และเข้าจู่โจม…
Rowan ตั้งท่าเตรียมเข้าปะทะ แต่ด้วยจำนวนของพวกมันที่มากกว่า
เขาจึงตั้งแขนขึ้น คล้ายกับการตั้งโล่ในแบบที่เขาเคยชิน…
แต่ทว่า…
พวกมันก็ยังคงโจมตีเขาเข้ามาได้อยู่…
ไม่มีอะไรที่ป้องกันการโจมตีของพวกมันได้…
“นี่มันโล่ตรงไหนวะ! Bromm!”
“ฮึบ!”
Rowan บ่นพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง หลังจากเขายังไม่สามารถทำความเข้าใจการทำงานของเกราะแขนนี้ได้…
และในจังหวะที่เขาเผลอหลุดสมาธิเพียงไม่กี่ลมหายใจ…
ลูกตุ้มเหล็กหนา ๆ มันกำลังเข้าจู่โจมเขาจากด้านข้าง…
ในวินาทีนั้น เขารู้ตัวว่าไม่สามารถขยับตัวหลบได้ทัน…
หากเพียงแต่เขามีโล่ในมือ มันคงเพียงพอจะป้องกันการโจมตีนี้เอาไว้ได้
และตัวของ Rowan เองก็ไม่อยากที่จะจบลง
เพียงแค่ตรงนี้…
“ข้า…”
“ไม่อยากตาย…”
นี่คือคำพูดหนึ่งที่เขาเอ่ยออกมาในขณะที่สายตาจ้องตรงไปยังลูกตุ้มเหล็กนั้น…
พร้อมกับแขนที่ยกขึ้นป้องกันไปตามสัญชาตญาณ…
“ข้า…”
.
.
“ไม่อยากผิดคำสัญญาของยัยหนู!”
.
.
กึก!
ทันทีที่ความรู้สึกนั้นดังชัดในใจของ Rowan ลูกตุ้มเหล็กที่พุ่งตรงเข้ามา
ก็พลันถูกกันไว้ ด้วยอะไรบางอย่างที่ Rowan เองก็มองไม่เห็น…
ราวกับว่ามันเป็โล่ หรือเป็กำแพง ที่ไม่สามารถมองเห็นได้
“นี่สินะ… “โล่” ที่เ้าพูดถึง Bromm…”
เมื่อตัวเขาเองเริ่มจะเข้าใจกลไกนี้แล้วบ้างเล็กน้อย ก็เริ่มมีความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมขึ้นจากเดิม…
ก่อนจะจัดการเหล่าุ์กลุ่มหนึ่งที่เข้ามาหยุดเขา จนมันนอนหมดสภาพไปชั่วคราว…
พร้อมกันกับเสียงของคมเหล็กที่ปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นแทรก…
อยู่ในม่านควันตรงหน้า…
“Edrin?”
Rowan จึงวิ่งไปยังม่านควันนั้น ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงของใครบางคน พูดขึ้นมา เหมือนเป็การถามถึง…
“คำสั่งเสียก่อนตาย…”
เขารู้ได้ในทันทีว่า คนที่เอ่ยมันไม่ใช่ Edrin อย่างแน่นอน ก่อนที่เขาจะตะบันใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า…
หมัดแล้ว หมัดเล่า เพื่อไปให้ถึงใจกลางม่านควันหนาทึบนี้…
และไม่นานนัก คำพูดหนึ่งก็ชัดขึ้น…
“ข้าจะถือว่านั่น คือคำตอบก็แล้วกัน…”
สิ้นเสียงพูดนั้น Rowan รับรู้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านอยู่ไม่ไกล อย่างที่เขาไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน จากการต่อสู้ครั้งไหน ๆ…
และเขาคิดกับตัวเองในใจว่า…
“หาก Edrin อยู่ในม่านควันนี้…เขาจะไม่ยอมให้ Edrin ตาย…”
ก่อนจะะโไปอย่างฮึกเหิม…
“อ้ากกกกก!”
.
.
กึก!
.
.
Rowan รู้สึกถึงบางสิ่งที่เข้ากระทบกับโล่ที่เขาสร้าง… นำทางให้เขาวิ่งตรงไปหามัน ก่อนที่จะเห็นเป็เงาร่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ …
ชายคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ และดูหมดสิ้นแล้วซึ่งทุกสิ่งอย่าง…
และอีกคนที่จับดาบมั่น พร้อมกับยังออกแรงดันดาบเอาไว้ หมายจะกุดหัวของอีกคนให้จงได้…
มีเพียงก็แต่ โล่ ที่มองไม่เห็นนั่น ที่หยุดดาบเล่มนั้นเอาไว้…
Rowan กระโจนเข้าใส่ชายที่ยืนอยู่อย่างไม่ลังเล จนอีกฝ่ายแทบ
ตั้งตัวไม่ทัน…
ก่อนจะได้ออกหมัดตรงเข้าไปยังเป้าหมาย แต่ก็ถูกปัดป้องไว้ได้ด้วยดาบของศัตรู…
จนศัตรูเบื้องหน้าเขา จำต้องถอยหลังออกไปเพื่อรักษาระยะปลอดภัย
Rowan หยุดอยู่ ณ เบื้องหน้า ของชายที่คุกเข่าหมดสภาพนี้…
.
.
“Rowan?”
เสียงหนึ่งที่คุ้นเคย ดังขึ้น และชัดเจนแล้วว่านี่คือ Edrin ก่อนที่ Rowan จะเอ่ยต่อว่า…
“ข้าไม่ได้มาช่วยเ้า… Edrin”
“แต่ยัยหนู…”
“แต่ Liora”
.
.
.
“จะไม่ยอมให้เ้าตาย”
เมื่อพูดจบ Rowan ก็หยิบเอาขวดยายื่นให้กับ Edrin เขารับมันไว้ และไม่พูดอะไร…
“ท่านหญิงบอกว่า ถ้าเจียนจะสิ้นท่า ให้กินมันซะ”
และหลังจากพูดจบ เขาก็พลันหยิบเอาบางอย่าง ที่ถูกผ้าพันเอาไว้อย่างแ่า วางลงที่พื้น ณ เบื้องหน้าของ Edrin
“Bromm บอกว่า… เ้าจำเป็ต้องใช้มัน”
“ข้าไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง…”
“แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าััได้ Edrin… เขาเชื่อว่าเ้าคู่ควร…”
Edrin ยังคงนั่งก้มหน้า และเงียบ… ก่อนจะเปิดฝาขวดยาของท่านหญิงเอลฟ์ และกินมันทีละนิด…
“ยัยหนูอยู่ไหน…?”
Rowan เอ่ยถาม ก่อนที่ Edrin จะชี้ไปยัง Arshad
“งั้นเราคงต้องอัดไอ้คนน่าขนลุกนั่นสินะ…”
“เ้าว่าใครน่าขนลุกฮะ ไอ้สมองกล้าม?”
Arshad กล่าวขึ้นมา หลังจากยืนมองอยู่นาน…
ไม่ใช่ว่าเขากลัว เพียงแต่เป็การประเมินศัตรูหน้าใหม่…
“แล้วข้ามองใครอยู่ล่ะ… ไอ้เวร”
“ต่อจากนี้ ข้าจะเป็คู่มือให้เอง ไอ้หน้าซีด…”
“ข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ เ้าจะปากแจ๋วได้อีกหรือเปล่า ก่อนที่ข้า
จะฆ่าเ้าให้ตายช้า ๆ หึหึ”
สิ้นเสียงพูดของ Arshad ไม่ทันขาดคำ Rowan ก็พุ่งตัวไปข้างหน้า และเป็ฝ่ายเข้าจู่โจม…
เสียงของดาบ ที่กระทบกับเกราะแขนดังขึ้นเป็จังหวะ…
เสียงลมหายใจของทั้งสอง มันได้ยินชัดทั่วตารางเมตรโดยรอบ…
และที่ตรงนั้น…
Edrin ยังคงนั่งก้มหน้า พร้อมด้วยขวดยาของ Aelthara ในมือ…
และสายตาที่มองไปยังห่อผ้าของ Bromm
โดยที่เขายังไม่แตะต้องมัน และยังไม่ได้แกะมันออกมาแม้แต่น้อย…
ภายในใจของเขา กำลังรู้สึกบางอย่าง…
รู้สึกถึงการมีอยู่ของใครบางคน… ด้านหลังบานประตูเหล็กหนาที่ขึ้นสนิมบานนั้น…
“Liora…”
“จะไม่ยอมให้ข้าตาย…”
“งั้นหรอ?”
คำพูดของ Rowan ที่เอ่ยขึ้นก่อนหน้า ทำให้ Edrin นั่งนิ่งอยู่แบบนั้นพักใหญ่…
ภาพหลายภาพที่ประเดประดังเข้ามาในหัวอย่างต่อเนื่อง…
ภาพของเด็กสาวที่ยิ้มให้เขา…
เสียงพูดของเธอ ที่ตั้งชื่อให้ม้าตัวนั้น Ragnar
เสียงร้องไห้ของเด็กสาวจากวันนั้นบนหลังม้า และคำพูดที่ดังชัดขึ้นว่า
“หนูเกลียดพี่ Edrin ที่เป็แบบนี้”
“พี่ก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้น ที่ทำให้ลุง Rowan เืออก!”
พร้อมกับเสียงของเด็กสาวที่หัวเราะอย่างร่าเริงในกระโจม เมื่อเห็นท่าทีของ Bromm ที่ถูกแกล้งโดยท่านหญิงเอลฟ์…
ภาพของเด็กสาว ในชุดเดรสสีเขียวตัวใหม่ในวันที่พวกเขา เอ่ยคำสัญญาเื่เค้ก… ณ Rose Verdant ในย่านโคมแดง
รวมไปถึงเสียงของ Liora ที่ละเมอออกมาว่า
“ขอบคุณนะคะ…ที่ไม่ทิ้งหนู”
ตามมาด้วยภาพของแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่ไม่ไกล
จากเขา
ก่อนที่จู่ ๆ เธอจะเงยหน้าขึ้นพร้อมหันกลับมา ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น และพูดว่า
“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ”
รวมถึงความรู้สึกเมื่อครั้งที่ Edrin ยืนอยู่เบื้องหน้าเด็กสาว หลังจากสังหารพวกผู้คุมไปหลายศพ
มือข้างหนึ่งที่ดึงชายผ้าคลุมของเขา แล้วบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่
เลวร้ายอะไร…
ััของผ้าห่มอุ่น ๆ ที่เด็กสาวห่มให้ ตามด้วยความรู้สึกของร่าง
เล็ก ๆ ที่ซบพิงแขนของเขาอยู่ไม่ห่าง…
และความรู้สึกของ Edrin ในยามที่เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนพาเธอกลับมานอนลงที่เตียงอย่างเบามือ…
.
.
และจู่ ๆ ภาพของกองไฟก็โผล่ขึ้นมา พร้อมกับเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ตรงนั้น…
.
.
ก่อนเธอจะหันกลับมา…
โดยมีไว้ซึ่งกองไฟเป็ฉากหลัง…
กับรอยยิ้มที่อ่อนโยน… พร้อมเอ่ยพูดขึ้นว่า
“ขอบคุณนะคะ… สำหรับทุกอย่าง”
.
.
ก่อนที่เสียงดาบ ที่ปะทะกับเกราะแขน จะดังใกล้เขาจนทำให้ Edrin หันมอง…
พร้อมภาพของ Rowan ที่กำลังถูกต้อนให้ตั้งรับเสียส่วนใหญ่…
แผลจากการฟันปรากฏให้เห็นอยู่ตามร่างกาย อาจไม่ลึกจนดูอันตราย แต่ก็มากพอให้เขาขยับตัวไม่ถนัด…
มือที่กำขวดยาของท่านหญิงเอลฟ์ เริ่มสั่น…
เขาก้มมองไปที่ห่อผ้าของนายช่างใหญ่… ที่พันเอาไว้อย่างแ่า มันยาวพอที่จะคาดเดาได้ว่าเป็สิ่งใด
แต่ถึงกระนั้นก็เอ่อล้นด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถเข้าใจได้… ราวกับมันกำลังรอเขาอยู่…
คำพูดของ Rowan ที่บอกเจตนารมณ์ของ Bromm…
.
.
“ข้า…คู่ควร เช่นนั้นหรือ นายช่าง Bromm?”
“ข้า…สมควรที่จะ…”
.
.
“มีชีวิต…”
“งั้นหรือ?”
.
.
Edrin ใช้มืออีกข้าง ััไปยังห่อผ้าด้านหน้า…
เขากลืนน้ำลายครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระดกเอายาของท่านหญิงเอลฟ์ลงคอจนหมดขวดในคราเดียว…
และมือที่เคยสั่น ก็พลันสงบลง…
ลมหายใจที่เคยขาด่ ก็กลับนิ่ง และมั่นคงขึ้น…
แม้เสียงของการต่อสู้ ระหว่าง Rowan และ Arshad จะยังคงดำเนินต่อเนื่อง…
แต่ในความรู้สึกของ Edrin ตอนนี้นั้น ทุกอย่างมันหยุดนิ่ง เหมือนกับว่าเขานั้น หลุดออกมาอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของสมรภูมิ…
เขาค่อย ๆ เปิดห่อผ้านั้นออกช้า ๆ ก่อนที่มันจะเผยให้เห็น…
.
.
ใบดาบสีเงินที่ถูกตีขึ้นอย่างประณีต… พร้อมด้วยลวดลายสลักนูนต่ำเป็ภาษาโบราณที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจถึงความหมายของมัน…
แต่กระนั้นก็รู้สึกได้ถึงความมั่นคง และไร้ซึ่งความกระหายเื…
ก่อนที่ Edrin จะลูบไปที่ใบดาบช้า ๆ ราวกับกำลังตอบรับบางสิ่ง…
เสียงฝีเท้าของุ์ตนหนึ่ง จะดังขึ้นมา พร้อมง้างดาบเข้าฟันจากด้านหลัง
เขาหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาจับไว้ในมือ ก่อนจะพลิกตัวกลับมารับการโจมตีของมันด้วยดาบเล่มนี้…
แรงกระทบของโลหะคมที่เข้าปะทะกัน มันดังชัดและรู้สึกได้ถึงทุกแรงสั่นะเื…
แต่กระนั้น Edrin ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าดาบเล่มนี้นั้นเบามือกว่าที่รูปลักษณ์ของมันที่จะควรเป็
พร้อมกับสมดุลของดาบทั้งเล่มนั้น ไม่มีที่ติแม้แต่น้อย…
เขาตวัดให้ดาบของตนเป็แนวป้องกันเพื่อเบี่ยงตัวมาด้านข้างให้พ้นอันตรายอย่างทุลักทุเล
พร้อมด้วยความรู้สึกของแผลที่สีข้าง และกลางแผ่นหลัง…
ก่อนจะกัดฟันยืน และหันคมดาบฟันสวนเข้าที่ซอกคอจนหัวของมันขาดลง…
และยืนขึ้นมาด้วยขาของตนอีกครั้งหนึ่ง…
ความเ็ปนั้นยังคงอยู่ เหมือนกับว่ามันคอยย้ำเตือนให้เขายังมีความรู้สึก…
หรือคอยย้ำเตือนว่านี่คือคนที่กำลัง…
.
.
“มีชีวิต”
เขามองไปยัง Rowan ที่ตอนนี้นั่งเข่าทรุดลงกับพื้น แม้จะยังพยายามกัดฟันฝืนสู้อยู่ก็ตาม…
แม้ว่าการโจมตีของ Arshad จะไม่ทำอันตราย Rowan จนเจียนตาย แต่ตัวของ Rowan เองนั้นก็ไม่สามารถจู่โจมได้เช่นกัน
นั่นจึงทำให้ความเหนื่อยล้าได้เริ่มก่อตัวขึ้นช้า ๆ ก่อนที่ Rowan จะค่อย ๆ ฝืนลุกขึ้น ในสภาพที่เหนื่อยหอบ…
Edrin พยายามลากสังขารของตัวเอง เพื่อไปหาทั้งสอง…
โดยที่ก่อนหน้านี้ เขาเกือบจะยอมให้ความตายเอาชีวิตเขาไปแล้ว…
ขาที่ก้าวไปข้างหน้า มันหนักราวกับถูกดึงรั้งไว้อยู่ตลอด…
แผลที่ร่างกาย ยังคงเ็ปในทุกลมหายใจเข้าออก…
แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ ภายในใจของเขานั้น
“เขาจะไม่ยอมให้สิ่งใด”
“ฆ่าตัวเขา”
“ในฐานะของ…”
.
.
.
“พี่ Edrin ไปได้อีก”
.
.
.
“Rowan! หมอบลง!”
Edrin ะโขึ้นสุดเสียง ก่อนที่เขาจะจับดาบมั่นเพื่อเข้าห้ำหั่นกับ Arshad อีกครั้งหนึ่ง
และเมื่อ Rowan รับรู้ได้ว่าเพื่อนของเขา ลุกขึ้นมาแล้วก็ยิ้มออกที่มุมปากโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะก้มตัวหลบอย่างไม่ลังเล…
Edrin ฟาดดาบเหนือร่างกายของ Rowan เข้าจู่โจมไปที่ Arshad อย่างเต็มแรง…
จนรับรู้ได้จากแรงปะทะที่ทำเอาแขนสั่นไปถึงข้อศอก…
พร้อมกันนี้ Rowan ค่อย ๆ เคลื่อนตัวถอยออกมายืนพักที่เื้ัของ Edrin
Arshad ที่เหงื่อตกเล็กน้อย จากท่าทีที่เปลี่ยนไปของ Edrin ก็เริ่มที่จะถอยห่างออกมา เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่าย
.
.
“ลุกได้สักทีนะ Edrin เ้าทำเอาข้าแทบหมดแรง ไอ้เวรนั่นมันโหดเอาเื่เลย…”
“อืม…”
“ตอบแค่เนี๊ย! ข้าเหนื่อยแทบตายเลยนะโว้ย!”
“ขอบใจ Rowan…”
“เ้าว่าอะไรนะ ฟังไม่ถนัด?”
“ขอบใจ Rowan…สำหรับทุกอย่าง”
Edrin กล่าว ในขณะที่ยังคงจับตามอง Arshad อย่างระมัดระวัง แต่สิ่งหนึ่งที่ Rowan ััได้จากทั้งหมด
ชายคนนี้ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา แม้ร่างกายเต็มไปด้วยาแ และโชกไปด้วยเื…
แต่นี่คือ Edrin ที่เขารู้จัก… นี่คือ Edrin ที่ Liora เชื่อมั่นเสมอ…
.
.
“ต่อจากนี้… ข้าจัดการต่อเอง”
“เฮ้อ… ถ้าเ้าว่าเช่นนั้น”
“ก็อย่าตายซะล่ะ Edrin…”
“ไม่แล้วล่ะ Rowan”
.
.
“Liora คงไม่ยอม…”
.
.
"แหม่ แหม่… เ้ายืนขึ้นมาด้วยสภาพที่น่าจะตายไปแล้วได้แบบนี้
ข้าล่ะขอชม"
Arshad กล่าวขึ้นมา หลังเห็น Edrin ที่ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง…
"แค่ได้ดาบเล่มใหม่ กับมีเพื่อนกระจอก ๆ มาเพิ่ม คิดว่ามันจบแล้ว
งั้นหรือ…"
“เ้าว่าใครกระจอกวะ เฮ้ย!”
“Rowan… เ้าช่วยอะไรข้าหน่อย”
“หืม… ว่ามา?”
“หากพวกุ์เข้ามาจู่โจม เ้าช่วยจัดการพวกมันที”
“ส่วน Arshad… ข้าจะจัดการมันเอง”
“สภาพเ้า แผลที่หลังนี่?…แน่ใจนะว่าไหว Edrin”
“ไหว… ข้าบอกเ้าแล้วไง ข้าจะไม่ตาย…”
“เพราะ Liora จะไม่ให้อภัยเราทั้งคู่…”
Rowan นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมายกใหญ่…
“ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นสินะ ยัยหนูต้องไม่ยอมแน่…”
“ตกลงตามนั้น Edrin…”
.
.
“พวกเ้าคุยกันเสร็จหรือยัง? ข้ารอจนเบื่อแล้วนะ…”
"เห็นหัวเราะกันเสียงดัง แต่เชื่อเถอะ ว่าผลลัพธ์มันไม่ต่างจาก
เดิมหรอก"
Arshad ยังคงยั่วยุเหมือนอย่างเคย แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบโต้ใด ๆ…
Edrin สูดหายใจเข้าหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ หายใจออกมาช้า ๆ
มือที่ยังคงสั่นเล็กน้อย มิใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความรู้สึกเจ็บที่าแ…
แม้ตอนนี้ แผลใหญ่ที่สีข้าง กับกลางแผ่นหลังของเขา จะค่อย ๆ ทุเลาลงบ้าง… จากฤทธิ์ยาที่ได้กินไปก่อนหน้า
แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายชั่วโมง ยังคงแสดงให้เห็นอยู่ผ่านการยืนที่ไม่ได้มั่นคงมากนัก…
“มาดูกันซิว่า ของเล่นใหม่เ้า กับไอ้คนธรรมดา ๆ ตรงหน้าข้า”
“มันจะมีอะไรดีกว่า the Death's Whisper”
.
.
“ก็ลองดู…”
Edrin เอ่ยขึ้นมา ก่อนจะจับดาบมั่นด้วยสองมือ… เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมโดยยกเอาดาบขึ้นมาอยู่บริเวณใบหน้า
โดยให้ใบดาบวางตัวยาวขนานกับพื้น พร้อมกับปลายดาบนั้น
ชี้ตรงเข้าใส่ศัตรู…
แต่ทว่าแรงกดดันทั้งหมด กลับตกไปอยู่ที่ Arshad จนทำเอาเขาเหงื่อตกมากกว่าครั้งไหน ๆ
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ Edrin ด้วยความเร็ว…
ดาบของ Arshad เข้าจู่โจมจากด้านข้าง หวังสังหารที่รอยแผลเก่า ตรงสีข้างของ Edrin…
หากเป็ the Death's Whisper เมื่อก่อนหน้าคงตัดสินใจเอาตัวเข้าเสี่ยง เพื่อเปิดช่องให้โจมตีกลับ…
แต่ทว่าครั้งนี้…
Edrin ทำในสิ่งที่ต่างออกไป ราวกับเป็คนละคน…
เขาอ่านการเคลื่อนไหวของ Arshad และเพียงแค่บิดตัว พร้อมกับตวัดดาบมากันเอาไว้
ก่อนที่เขาจะเบี่ยงใบดาบเพื่อกดให้ Arshad เสียหลัก และตวัดคมอีกด้านเข้าโจมตีในไม่กี่ลมหายใจ…
Arshad ที่เหมือนจะพลาดท่าเข้าให้แล้ว ก็ทำได้เพียงตั้งดาบรับการโจมตีนั้นอย่างลนลาน…
แกร๊ง!
เสียงของคมดาบกระทบกันหนึ่งครั้ง ก่อนที่ Arshad จำต้องถอยออกหนึ่งก้าว…
และแผลถาก ๆ ที่ไม่ลึกมาก แต่เพียงพอที่จะกรีดเอาความมั่นใจของเขาออกมาผ่านเื
กับ Edrin ที่ยังคงยืนมั่น ไม่ปริปาก หรือแสดงสีหน้าที่ดูสะใจ
แต่อย่างใด…
พร้อมกันนี้ Arshad ก็ยังคงใช้ความเร็วที่เขามั่นใจ เข้าจู่โจม Edrin
อีกครั้ง…
แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนครั้งที่เขาไล่ต้อน Edrin ในตอนที่เป็ the Death's Whisper
.
.
Edrin เองแม้จะยังยืนอยู่ในตอนนี้ ก็เพียงทำได้แค่การตั้งรับ…
ไหล่ที่เริ่มตก…และแขนที่เริ่มสั่นจากการตั้งท่าป้องกันเป็เวลานาน…
เขาหายใจหอบ พร้อมกับขาที่ยังฝืนยืนให้มั่นคงที่สุด…
กับปลายดาบที่ยังคงชี้ตรงมายังหน้าของ Arshad
แต่อย่างหนึ่งที่ Edrin รู้สึกได้เมื่อฟาดฟัน หรือปัดป้อง โดยดาบเล่มนี้…
มันเหมือนกับว่าการตัดสินใจและสัญชาตญาณของเขาเฉียบคมขึ้น
อย่างน่าใ
ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่กระนั้น Edrin ก็พอที่จะสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหว และการจู่โจมของ Arshad ได้ล่วงหน้าได้
แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม…
.
.
ในขณะที่ Rowan นั้น กำลังดึงความสนใจของเหล่าุ์หลายสิบตน มาไว้ที่ตนเอง…
แม้พวกมันจะไม่ได้มีความเร็ว หรือเป็ภัยคุกคามระดับเดียวกันกับ Arshad แต่ด้วยความที่พวกมันนั้น
ไม่รู้จักความเหนื่อยล้า…
ก็ทำเอา Rowan ต้องออกแรงอยู่ไม่หยุด…
ถึงอย่างไรตัวของเขาก็ยังเชื่อว่า Edrin จะสามารถเผด็จศึก Arshad ได้
ในไม่ช้าก็เร็ว…
.
.
“ข้าชักรำคาญเ้าแล้วสิ the Death's Whisper”
“เ้าเอาแต่ยืนป้องกันอยู่อย่างนั้น… มันไม่บันเทิงอารมณ์เอาเสียเลย”
“แถมเพื่อนของเ้า ก็ทำเอาข้าใช้ประโยชน์จากไอ้พวกซากเน่าไม่ได้อีก”
“…ข้าเหลืออดเลยล่ะ”
.
.
และ Arshad ก็เริ่มปล่อยให้ไอเวทสีดำทมิฬ เข้ากลืนกินร่างของตน…
ก่อนที่ตัวของเขา จะถูกปกคลุมด้วยไอเวทนั้น…
และดูแตกต่างไปจากเดิม…
ดวงตาของ Arshad ที่เคยเป็ปกติ ก็พลันเปลี่ยนไป เป็ั์ตาสีดำมืดเต็มดวง…
ผิวที่ซีดของเขา มันเผยให้เห็นเป็เส้นเืสีดำเข้มชัดจนน่ากลัว…
ก่อนจะเริ่มมีเสียงร้องแปลก ๆ ที่ฟังไม่เป็คำออกมาเบา ๆ เป็ระยะ
เหมือนกับว่าตัวตนของเขา ถูกแทนที่ด้วยบางอย่าง…
.
.
ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่ต่างไปจากเดิมจน Edrin แทบจะเปลี่ยนองศาการตั้งรับไม่ทัน
เข้ากดดัน Edrin อย่างต่อเนื่อง…
เสียงของคมดาบทั้งสอง เข้าปะทะกันอยู่เป็จังหวะ…
ก่อนที่แนวป้องกันของ Edrin นั้นจะเริ่มยันเอาไว้ไม่อยู่เหมือนเคย
เขาเริ่มโดนจู่โจมจนเกิดาแใหม่ที่ไม่ลึกมาก แต่รู้สึกได้เสมอถึงใบดาบที่เชือดเฉือนผ่านเนื้อหนัง…
แรงปะทะของการโจมตี… มันหนักกว่าดาบไหน ๆ ของ Arshad เมื่อก่อนหน้านี้…
รวดเร็ว ป่าเถื่อน และดุดัน เกินกว่าจะเป็ศิลปะการต่อสู้ได้…
มันคล้ายเป็การจู่โจมที่ขับเคลื่อนเพียงสัญชาตญาณ
และความกระหายเื…
Edrin ที่ทำได้เพียงการตั้งรับ ก็เริ่มอ่อนล้าลงเต็มที…
ทำให้ท่วงท่าที่เคยมั่นคง ค่อย ๆ ทรุดลงอีกครั้ง…
เขาเปลี่ยนท่าจับดาบโดยยังถือมันไว้มั่นด้วยสองมือ
โดยให้มือทั้งสองที่จับดาบลดต่ำลง จนมาอยู่บริเวณสะโพก
ใบดาบเฉียงขึ้นโดยให้ปลายแหลมชี้ไปยังหน้าศัตรู… ที่ในตอนนี้ เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องรอบ ๆ ตัวเขา…
เพื่อให้ไหล่ที่เริ่มสั่นนั้นได้พัก แต่ยังคงไว้ให้สามารถป้องกันได้ดีเช่นเดิม
พร้อมด้วยเสียงหัวเราะที่เริ่มจะดังขึ้นมาชัดขึ้นของ Arshad…
…ในทุกการจู่โจม
.
.
…แกร๊ง! …แกร๊ง! …แกร๊ง!
เสียงของใบดาบที่ที่เข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ดังก้องไปทั่วตารางเมตร
Edrin ยังคงเป็ฝ่ายถูกกดดันอย่างหนัก แต่ครั้งนี้เขาเปลี่ยนท่าตั้งรับให้ยืดหยุ่นมากกว่าเดิม…
แต่อุปสรรคหลักของเขา คือรูปแบบของการจู่โจมที่ไม่มีแบบแผน
ของ Arshad
มันทำให้เขามองการเคลื่อนไหวไม่ทันไปเสี้ยววินาที
แต่ถึงกระนั้น สัญชาตญาณของ Edrin ก็ยังช่วยให้เขารอดมาได้
อย่างน่าประหลาดใจ…
และการตอบสนองต่อจิตสังหารที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว…
จนเขาเริ่มเห็นจังหวะที่จะจู่โจม…
Arshad พุ่งลงต่ำเพื่อโจมตีที่ส่วนขาด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์
ทำให้เปิดช่องว่างส่วนบนของร่างกายอย่างเลี่ยงไม่ได้…
และ Edrin ใช้ โอกาสนั้นเบี่ยงตัวหลบด้านข้าง ก่อนจะฟันไปที่ส่วนข้างของลำตัว Arshad ได้หนึ่งครั้ง
โดยไร้ซึ่งเสียงร้องของความเ็ป ในแบบที่มนุษย์ควรเป็…
มันมีเพียงร่างของ Arshad ที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองด้วยรอยยิ้มอันน่าขนลุก และโจมตี Edrin ต่อทั้งอย่างนั้น…
ทำเอา Edrin แทบจะตั้งตัวไม่ทัน พร้อมกลับมาป้องกันอย่างทุลักทุเล
.
.
เสียงหอบหายใจที่เกิดจากการต่อสู้ซึ่งกินเวลานาน เริ่มได้ยินชัดขึ้น
มือที่เคยจับดาบไว้มั่น เริ่มสั่นและรู้สึกถึงน้ำหนักดาบมากกว่าเดิม…
ราวกับว่าถือท่อนซุงหนัก ๆ ไว้ในมือก็มิปาน…
แต่กระนั้นมันก็เป็สิ่งเดียวที่ขวาง Edrin เอาไว้ กับความตายที่กำลังบ้าคลั่งเบื้องหน้า…
พร้อมด้วยเสียงร้องะโ สลับกับเสียงหัวเราะอันชวนให้สติแตกของ Arshad ที่ดังอยู่เรื่อย ๆ
.
.
Edrin รับการโจมตีอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะต้องถอยร่นออกมา
เพื่อตั้งหลัก…
โดยมี Arshad ที่ยืนมองเขาอยู่ตรงหน้า
ไม่มีทีท่าว่าเหนื่อยล้าแต่อย่างใด
"the…De…a..th's
“Wh…i..s..pe…r… ฮะฮะฮะ”
เสียงพูดของ Arshad ที่แตกต่างจากเมื่อก่อนหน้านี้จนทำเอา Edrin
ที่ได้ยินยังเริ่มรู้สึกกลัว
ไม่มีการยั่วยุ ไม่มีคำพูดมากมายเหมือนตอนแรก…
มีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ กับคำพูดที่ขาด่จนชวนให้อึดอัด
Edrin ในตอนนี้แทบไม่เหลือแรงจะเข้าสู้ ก็พลันลดดาบลงเอาดื้อ ๆ ต่อหน้าความตายที่ยังยิ้มกริ่มเบื้องหน้า
.
.
การป้องกันที่่ลำตัว ถูกเปิดช่องว่างอย่างโจ่งแจ้ง..
…ใบดาบที่เคยตั้งแนว เพื่อปกป้องร่างกาย
บัดนี้ก็พลิกเฉียงลงไปด้านหน้าของ Edrin
ปลายดาบแหลมที่เคยชี้เข้าหาศัตรู
ก็เปลี่ยนเป็ชี้ลงพื้นทรายที่ด้านล่าง…
แต่มือทั้งสองของเขา ยังคงยึดจับมันเอาไว้ไม่ให้มันหลุดมือ…
พร้อมกับท่าทีที่ดูนิ่งขึ้นมาจนทำเอาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ในอก
สายตาของ Edrin มองตรงไปยัง Arshad อย่างมั่นคง…
เขาหายใจเข้าครั้งหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ
ราวกับกำลังตั้งสมาธิกับการโจมตีของศัตรูเบื้องหน้า…
.
.
“เ…จ้..า..”
“จะ…ต..า..ย.. ฮะฮะ”
“อ้ากกกก!”
Arshad พูดขึ้นมาก่อนจะะโเสียงดังลั่น พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ Edrin ที่เปิดช่องว่างอยู่
แต่ทว่า…
มันไม่ใช่ช่องว่างอย่างที่ Arshad เข้าใจ…
แม้ Edrin จะดูเหนื่อยหอบ และอ่อนล้าจนถึงขีดสุด…
เขาไม่ใช่คนเดิมที่เคยเอาร่างกายเข้าแลก เพื่อหวังเผด็จศึกศัตรู…
.
.
Arshad ใช้ความเร็วฟัน Edrin เป็แนวเส้นตรงจากบนลงล่าง…
ในจังหวะที่ดาบของ Edrin นั้นลดต่ำ Arshad มั่นใจว่าคมดาบของเขาจะปลิดชีพ Edrin ได้ก่อน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นต่างออกไป…
Edrin ยกดาบขึ้น ให้ใบดาบด้านที่เรียบ กลายเป็แนวป้องกันคล้ายว่ามันเป็โล่ที่ทอดยาว…
โดยให้คมดาบของ Arshad ครูดไปตามแนวยาวของใบดาบตัวเอง
พร้อมกันกับที่ Edrin เคลื่อนตัวเอง ให้ไปอยู่ด้านข้างของ Arshad
และเมื่อคมดาบของ Arshad พ้นผ่านจุดอันตราย…
Edrin ก็พลิกเอาด้านคมดาบ ฟันตัดเข้าที่แขนขวาของ Arshad
จนขาดกระเด็น…
เืพุ่งอาบไปทั่วพื้นทราย…
พร้อม ๆ กับแขนขวา ที่ยังจับดาบไว้แน่น ตกลงจมกองเืที่แดงฉาน
ก่อนที่ ไอเวทสีดำทมิฬ จากใบดาบ จะค่อย ๆ กัดกินแขนของ Arshad จนมันเหลือเพียงแต่เถ้ากระดูก…
.
.
…Arshad ที่เสียหลัก และพุ่งไปด้านหน้าในสภาพที่ไร้ซึ่งแขนขวา
ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง…
ก่อนจะได้สติคืนกลับมา และกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป…
เสียงมันดังชัดจน Rowan ที่อยู่วงนอกของการต่อสู้ต้องเหลือบมามอง
ก่อนที่ Arshad จะทรุดลงกับพื้นในท่าคุกเข่า…
Edrin เดินเข้ามาหยุดที่ด้านข้างของ Arshad
ไม่มีคำพูด หรือบทสนทนาใด ๆ ระหว่างทั้งสอง…
Arshad ที่แม้จะได้สติกลับมา ก็ยังคงไม่ยอมรับผลที่เกิดขึ้น
เขาใช้มือซ้ายขว้างมีดใส่ Edrin พร้อมกันสามเล่มในคราวเดียว…
ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ Edrin ยกดาบมาปัดป้อง ชักมีดของตนเข้าจู่โจม
แต่ถึงกระนั้น…
Edrin ก็ไม่ได้หลงกล…
เขาถอยออกมาก้าวหนึ่ง ก่อนจะใช้ดาบรับการโจมตีและปัดให้ Arshad เสียหลัก
และฟันเข้าที่ด้านหลังไปหนึ่งแผลฉกรรจ์…
ทำให้ Arshad ล้มลงกับพื้น พร้อมกับเืที่ไหลนองจนพื้นทรายกลายเป็สีแดง…
สายตาของ Arshad ยังมองมาที่ Edrin อีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม
อันแสนวิปริต…
ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หายใจขาด่… และสิ้นใจไปในท้ายที่สุด…
.
.
ร่างของุ์ที่ Rowan ได้สาวหมัดใส่จนนอนกองลงกับพื้น
จะค่อย ๆ ถูกดึงกลับลงไปในพื้นทราย…
จนทิ้งเอาไว้เพียงความเงียบ… ของค่ำคืนที่แสนจะหนักหน่วง…
Edrin ค่อย ๆ ก้าวเท้าไปยังร่างของ Arshad ที่นอนสิ้นใจอยู่ไม่ไกล
จากเขานัก…
แต่จู่ ๆ ขาที่กำลังก้าวเดิน ก็พลันชะงักเอาดื้อ ๆ…
ก่อนที่ Edrin จะรู้สึกหนักไปทั่วทั้งร่าง และทรุดลงกับพื้นในทันที…
แต่ทว่ามือของเขานั้นยังคงกำดาบเล่มนี้เอาไว้ไม่ให้หลุดมือ…
“Edrin!”
Rowan ที่วิ่งเข้ามาดูอาการของเพื่อน ก็ะโเรียกเขา ก่อนจะวิ่งมาถึงตัวในเวลาต่อมา
“เ้าไหวไหม Edrin?”
“ถ้าเ้าจัดการมันช้าไปกว่านี้ ข้าหมดแรงก่อนแน่ ฮ่าฮ่า”
Rowan ประคองเพื่อนของเขาเอาไว้ ก่อนจะเริ่มบ่น…
“ไหว…”
“Rowan เ้าช่วย… เอากุญแจจาก Arshad ที”
“Liora…”
“อยู่ในนั้น…”
“ได้! เ้ารออยู่นี่ ที่เหลือข้าจัดการเอง!”
เมื่อพูดจบ Rowan ที่ก่อนหน้าเคยประคองเพื่อนของเขาไว้
ก็ปล่อยให้เอา Edrin ล้มลงกองกับพื้นเอาดื้อ ๆ
.
.
ก่อนจะเอากุญแจที่ Arshad ห้อยคอไว้ออกมา
และเดินไปเปิดประตูเหล็กบานใหญ่บานนั้นในทันที
Rowan ไขกุญแจ พร้อมกับค่อย ๆ ผลักเอาประตูเหล็กบานเก่านี้ไปข้างในช้า ๆ
.
.
ร่างของเด็กสาวที่นอนนิ่งหมดสติอยู่ข้างในอาคาร ไม่ไกลนักจาก
หน้าประตู
“Liora!”
“เ้าได้ยินข้าไหม ยัยหนูข้ามาแล้ว!”
Rowan เข้าไปด้านในพร้อมกับค่อย ๆ อุ้มเด็กสาวที่ยังนอนหมดสติอยู่
ออกมานอกตัวอาคาร…
“ลุง…ลุง Rowan”
เสียงของเด็กสาวพูดขึ้นมาเบา ๆ คล้ายกับว่ากำลังละเมอเรียกเขาอยู่
แม้จะยังไม่คืนสติ
“เฮ้อ…โล่งอกไปทียัยหนู ฮ่าฮ่า”
“เ้านอนพักไปก่อนก็ได้…”
ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะขยับตัวเล็กน้อย พลางพลิกตัวซุกแขนของ Rowan
“Edrin ยัยหนูปลอดภัยดี!”
.
.
Edrin ที่นั่งหมดแรงอยู่ตรงพื้น ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
พร้อม ๆ กันกับที่ Rowan เดินมาสมทบ
“เ้าเดินไหวไหม Edrin…?”
“คิดว่า…ไหว”
“ในกระเป๋าข้า มียาของท่านหญิงอีกขวด เ้าหยิบมันไปกินก็ได้”
“มันส่วนของเ้า Rowan ข้าไม่…”
“กินซะ… ถ้ายัยหนูตื่นอยู่ ก็คงพูดแบบนี้”
Edrin นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเอาขวดยามาไว้ในมือ
มองไปยัง Liora ที่กำลังหลับอยู่…
ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย และกินยาขวดนั้น…
“ไปกันเถอะ…พวกเขารอเราอยู่”
“ไปไหน…?”
“หน้าเมือง… ท่านหญิง Aelthara และ Bromm รอเราอยู่ที่นั่น”
“ข้าพึ่งนึกได้ Rowan…”
“อะไรอีก…? เดินไปคุยไปก็ได้ Edrin”
“เ้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน…หมายถึงพวกเ้า?”
“อย่าขำล่ะ… พวกข้า” บิน “มาที่นี่”
“ฮึบ..! โทษทีนะ… เ้าว่า…อะไรนะ”
“บิน”
“พวกข้า บินมา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ก็บอกว่าอย่าขำไงโว้ย!”
“โทษทีข้า…ไม่ได้ตั้งใจ แค่… ประหลาดใจ Rowan”
“เอาเถอะ…นี่คงเป็ครั้งแรกเลยมั้งที่เ้า…ขำออกมาดังขนาดนี้”
Edrin เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำเอาเขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก็จะเดินตาม Rowan ไปเงียบ ๆ
“ไปกันเถอะ Rowan อีกไม่นานก็คงเช้าแล้ว…”
“ค่อย ๆ เดินล่ะ เดี๋ยวจะทรุดลงอีก”
“อืม…ข้าไม่ได้ฝืนอะไรอีกแล้วล่ะ”
“เออ…งั้นก็ดีแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ทั้งสองก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันช้า ๆ
คนหนึ่งแม้จะมีแผลจากการต่อสู้อยู่บ้าง พร้อมเืที่ยังไหลเล็กน้อย
พร้อมกับอุ้มเอาร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง…
ส่วนอีกคนหนึ่งนั้น…
มีสภาพไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก กับเืที่แห้งกรังติดเสื้อผ้า…
…พร้อมมือข้างหนึ่งที่ถือดาบเล่มยาวที่ส่วนโคน พร้อมด้วยปลายดาบชี้ลงพื้นลากไปตามทรายเป็รอยยาว
ตามระยะที่เขาก้าวเดิน…
…อย่างมั่นคงกว่าที่เคยเป็
.
.
.
“เฮ้อ…มันจบลงแล้วจริง ๆ สินะ Aelthara”
“คงอย่างนั้น Bromm พวกมันไม่โผล่เข้ามาขย้ำเราเพิ่ม”
“มาสักพักได้แล้ว…”
Aelthara กล่าวขึ้น ก่อนวางปืนอัดอากาศพลังเวทลงที่พื้นเรือบินที่จอดแน่นิ่งอยู่อย่างนี้มาซักพัก…
พร้อม ๆ กันกับนายช่างใหญ่ ที่ยืนเหนื่อยหอบ เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นทราย และโชกไปด้วยเหงื่อ…
ก่อนมองไปยังทิศทางที่ Rowan วิ่งหายเข้าไปในเมือง…
และจึงค่อย ๆ ปรากฏเป็ชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังอุ้มบางคนไว้ระดับอกด้วยสองแขนของเขา
กับชายอีกคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้าง ๆ ในมือถือดาบเอาไว้ไม่ห่างตัว…
เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ …
…จนทำเอานายช่างใหญ่มีท่าทีที่เปลี่ยนไป
ก่อนจะยิ้มออก โดยมีน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว…
"ฮ่าฮ่าฮ่า Aelthara พวกเขากลับมาแล้ว Rowan! Edrin!
ยัยหนู Liora!"
“งั้นหรือ Bromm…”
“งั้นแม่หนูน้อยก็…ปลอดภัยแล้วสินะ…”
Aelthara ยืนขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ เดินมาที่ขอบเรือบิน
พร้อมกับมองไปยังทิศทางเดียวกัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง
“เฮ้! ไอ้ั์! เฮ้! ยัยหนู ฮ่าฮ่า”
Bromm ะโเสียงดังเรียกพวกเขาที่เดินมาอยู่ไกล ๆ
ก่อนที่เสียงะโของ Rowan จะตอบกลับมาว่า
“เกราะแขนของเ้า!”
“ทำไมไม่บอกว่าใช้งานยังไง!”
.
.
Bromm ไม่ได้ะโตอบอะไร เพียงแต่ยืนยิ้มและขำอยู่เบา ๆ
…ในไม่นานนักหลังจากนั้น Rowan Edrin และ Liora จะเดินกันมา
จนถึงเรือบินลำนี้
Bromm และ Aelthara ลงมาจากเรือบิน ยืนรอพวกเขาอยู่ไม่ห่างกันมากนัก…
“เกราะแขนของเ้าใช้งานยากชะมัด”
“เห็นไหมเนี่ย ข้าโดนเข้าให้ตั้งหลายแผลกว่าจะรู้ว่ามันทำงานอย่างไร”
“ก็ตอนข้าอธิบายเ้าไม่ยอมฟังเองนี่ ช่วยไม่ได้ Rowan”
“ไหงงั้น! แต่ช่างเถอะ… ถ้าไม่ได้มันข้าคงไม่รอดมาเถียงกับเ้า”
“ขอบใจนะ Bromm ฮ่าฮ่า”
“เออ… พูดดี ๆ ก็เป็ ไปเถอะ.. พายัยหนูขึ้นมาพักบนเรือก่อน”
Rowan อุ้ม Liora ขึ้นมาไว้บนเรือบิน เพื่อให้เด็กสาวได้นอนพัก…
โดยที่ตัวเขา นั่งอยู่ใกล้ ๆ เธอไม่ห่าง…
“นายช่าง Bromm ข้า…”
“เื่ดาบงั้นหรือไอ้หนุ่ม?”
Edrin พยักหน้าตอบเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ขอบคุณท่านมาก…นายช่างใหญ่”
“และข้า ขอคืนมันแก่ท่าน…”
Edrin เอ่ยขึ้น พร้อมยื่นดาบคืนให้แก่นายช่าง Bromm อย่างนอบน้อม
“เฮ้อ… เมื่อไหร่จะยอม ๆ ให้ตัวเองได้รับเื่ดี ๆ บ้าง ไอ้หนุ่ม?”
“เ้าเก็บมันไว้กับตัวเถอะ… ข้าคิดว่ามันเหมาะกับเ้า…”
“งั้นหรอ…นายช่าง Bromm”
“ข้าคงไม่จำเป็ต้องใช้มันหรอก ไอ้หนุ่มเอ้ย… ครั้งที่ข้าตีดาบนี่ขึ้นมา”
“ก็ราว ๆ 50 ปีก่อนเห็นจะได้… กับอาจารย์ข้า นายช่างเอลฟ์ผู้เชี่ยวชาญหลักเวทย์ศาสตรา”
"เขาสอนให้ข้าใช้ศาสตร์นั้น และเกิดเป็ดาบเล่มที่เ้าถือ
นั่นแหละ Edrin"
“เขาตั้งชื่อมันว่า…”
.
.
"Lyoryn Ol Mael"
.
.
“ถ้าข้าเรียกถูกอ่ะนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เ้าเรียกถูกแล้ว Bromm…”
Aelthara กล่าวขึ้นกลางวงสนทนา ก่อนจะมองไปที่ Edrin
และเอ่ยต่ออีกว่า
“มันเป็ภาษาของชาวเอลฟ์ Edrin”
“ความหมายก็คือ…”
.
.
.
"แสงอันอบอุ่นแห่งข้า…"
“และเมื่อเ้าถือมัน… ดาบเล่มนี้ช่างดู…”
“เหมาะกับเ้านะ Edrin”
.
.
“แสง…อันอบอุ่น งั้นหรือ…”
Edrin กล่าวขึ้นกับตัวเองก่อนจะมองไปที่ดาบเล่มนี้ในมือของเขา และนิ่งไปพักใหญ่
“ยัยหนู! ตื่นแล้วงั้นหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เอ๋… ลุง Rowan! อย่าจับหัวหนูแรงสิคะ ผมหนูยุ่งหมดแล้วนะคะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็ได้ ๆ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว”
เสียงพูดคุยของ Rowan กับ Liora บนเรือบินดังขึ้น จนสายตาของ Edrin ต้องมองตามไปยังต้นเสียง…
.
.
…พระอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นบนฟากฟ้า
เป็สัญญาณของเช้าวันใหม่…
การเริ่มต้นใหม่
และการเลือกที่จะเริ่ม “ชีวิตใหม่…”
ก่อนที่เด็กสาวจะลุกขึ้นมา เพื่อมองดูทุกคนที่เธอไว้ใจ รวมถึงมองมายัง Edrin ที่ยืนไม่ไกลนักจากตรงที่เด็กสาวอยู่
พร้อมกับรอยยิ้มแรกของรุ่งอรุณ…
พร้อมด้วยแสงอ่อน ๆ ของพระอาทิตย์ ที่ค่อย ๆ สาดส่องพอให้เห็นรอยยิ้มนั้นของเด็กสาวชัดยิ่งขึ้น…
…และ Edrin ที่มองเธออยู่ไม่ไกลกันนั้น ก็พลันยิ้มขึ้นมาเองโดยไม่ตั้งใจ
พร้อมกับเอ่ยขึ้นมา พลางมองไปที่เด็กสาว…
.
.
.
“ช่างเป็ชื่อที่…งดงามมากเลยล่ะ”
ข้อความจากนักเขียน
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกกันั้แ่ต้น…
ส่วนคำอ่านของดาบเล่มนี้ มันอ่านว่า [ ลี-โอ-ริน-โอล-มา-เอล ] ครับ
เป็ระบบภาษาเอลฟ์ที่ผมทำขึ้นเอง…
ส่วนคำที่ Aelthara พูดตอนที่ Bromm กับ Rowan เถียงกันไม่หยุด “Ínyathé” จะอ่านว่า [ อี-นี-ยา-เธ ] แปลประมาณว่า “น่ารำคาญ ! น่ารำคาญชะมัด !” 55555