หญิงสาวในชุดกางเกงยีนเสื้อยืดพอดีตัวเธอกำลังขับกล่อมเด็กน้อยที่นั่งทำตาแป๋วบนเตียงนอนในโรงพยาบาลด้วยเสียงไวโอลินจังหวะสนุกสนานเด็กน้อยบางคนตบมือตามจังหวะเพลงที่ได้ยิน บางคนหัวเราะคิกคักแต่ทุกคนล้วนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
สาริศารู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้เล่นไวโอลินเมื่อไหร่ก็ตามที่เอพอจะมีเวลาว่าง หญิงสาวก็มักจะมาเล่นดนตรีให้ผู้ป่วยเด็กตามโรงพยาบาลต่างๆหรือไม่ก็ไปที่บ้านพักคนชรา นานหลายปีแล้วที่เธอทำเช่นนี้และเป็อีกภาพที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นหรือรู้จักนักแม้วาเธอจะเป็นักดนตรีมานานแต่ภาพนี้ไม่ค่อยเป็ที่รู้จักเท่ากับภาพนางแบบสุดเซ็กซี่ตามหน้านิตยสาร
“เอาล่ะหมดเวลาของพี่ริต้าแล้ว ทุกคนอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ริต้านะคะ ห้ามดื้อกับคุณหมอและพี่พยาบาลคนสวยแล้วอาทิตย์หน้าพี่ริต้าจะแวะมาสอนน้องๆ เล่นดนตรีอีก”
หญิงสาวกล่าวลาเด็กๆหลายคนหอมแก้มแทนคำขอบคุณและบางคนยังเขินอายอยู่ สาริศาได้แต่ยิ้มกว้างที่อย่างน้อยการเรียนดนตรีของเธอก็สามารถนำมาปรับใช้ให้เป็ประโยชน์กับผู้ป่วยเด็กเหล่านี้ได้
“ขอบใจริต้ามากเลยนะ”ธันวา-นายแพทย์หนุ่มรูปหล่อขวัญใจพยาบาลและผู้ป่วยสาวเข้ามาทักทายสาริศา“เด็กๆ ดูมีความสุขมากทีเดียว”
“เื่เล็กน้อยค่ะพี่หมอ”สาริศายิ้มกว้าง“ที่ริต้ามีวันนี้ก็เพราะวันนั้นพี่หมอชวนมาเล่นดนตรีที่นี่...รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขาเป็กำลังใจทำให้ริต้ากล้าลุกขึ้นยืนอีกครั้งค่ะ”
สาริศาหวนคิดถึงความรู้สึกที่ลืมตาขึ้นแล้วรู้ว่าตัวเองขยับตัวไม่ได้ คนที่เคยทำอะไรได้เองกลับต้องคอยพึ่งพาคนอื่น ทั้งที่รู้ดีว่ามีแม่ที่เธอยังเป็กังวลต้องดูแลแต่เธอก็อ่อนล้าและเกือบจะยอมแพ้ต่อการาเ็ของตัวเอง แต่เมื่อหมอธันวาชักชวนให้เธอลองมาเล่นไวโอลินให้ผู้ป่วยเด็กรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขากลายเป็แรงบันดาลใจให้เธอต่อสู้กับอาการเ็ปของร่างกาย ฝึกทำกายภาพบำบัดทุกวันจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
“ไม่คิดว่านางแบบคิวแน่นอย่างริต้าจะมีเวลามาเยี่ยมเยือนเด็กๆแบบนี้” หมอธันวาชวนคุยแล้วยื่นแก้วน้ำดื่มให้
“ริต้าก็ยังเป็ริต้าคนเดิมค่ะพี่หมอ”สาริศารับแก้วน้ำมาดื่มจนหมดด้วยความกระหาย “ริต้าว่างเมื่อไหร่ก็จะมาหาเด็กๆ ที่นี่ก่อนเสมอค่ะ”
“แต่ยังไงริต้าก็อย่าลืมหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้างล่ะ”
“เวลาริต้าทำงานก็เหมือนได้พักผ่อนด้วยนั้นแหละค่ะ”สาริศาไหวไหล่น้อยๆ แล้วเธอก็เพิ่งนึกได้ หมุนตัวไปหยิบถุงกระดาษใบเล็กที่อยู่ในเป้หนังกลับสีน้ำตาลของตน แล้วยื่นส่งให้หมอธันวา “ของฝากจากญี่ปุ่นค่ะ”
หมอหนุ่มถอนหายใจหนักๆ“แต่สีหน้าไม่ได้เหมือนคนได้พักผ่อนเลยนะครับ”
“พี่หมอก็รู้...ถ้าเลือกได้ริต้าก็ไม่ได้อยากเป็นางแบบอย่างนี้หรอกค่ะ”สาริศาฝืนยิ้มออกมาแต่มันก็เป็รอยยิ้มที่แสนเศร้า“ถ้าริต้าเก็บเงินได้ครบตามที่คิดไว้เมื่อไหร่ ริต้าก็จะได้กลับไปเป็นักดนตรีหรือครูสอนไวโอลินอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้”
“ถ้าริต้าลำบากเื่เงินผมก็พอช่วยได้นะ” ธันวาเป็หมอหนุ่มที่อุทิศตนเพื่อรักษาผู้ป่วยอย่างจริงจังและจริงใจอันที่จริงครอบครัวของเขาเป็มีฐานะถึงขั้นเป็เศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทยนามสกุลของเขาเป็ที่รู้จักดีในแวดวงไฮโซแต่เขากลับชอบใช้ชีวิตสมถะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว
“ขอบคุณค่ะพี่หมอ” หญิงสาวยิ้มบางๆ“แต่ริต้าช่วยตัวเองได้ค่ะแค่ที่ผ่านมาพี่หมอทำให้ริต้ากลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้งแค่นี้ริต้าก็เป็หนี้บุญคุณพี่หมอมากพอแล้วค่ะ”
“ริต้า...”
“อุ้ย! นี่มันจะบ่ายสองโมงแล้วนี่คะ” สาริศาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือแล้วสะดุ้ง“ริต้ามีนัดค่ะ ยังไงถ้ามีอะไรที่ริต้าช่วยได้ก็บอกได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”
สาริศายกมือไหว้ลาหมอธันวาแล้วรีบเก็บไวโอลินลงกล้องก่อนจะก้าวเท้าเร็วๆออกมาจากห้องผู้ป่วยเด็ก เธอหยิบแว่นกันแดดมาสวมหลบสายตาหลายคู่ที่มองมาทางเธอใช้เวลาไม่กี่นาทีสาริศาก็อยู่ในรถคันเล็กเตรียมมุ่งหน้ากลับคอนโดของตน วันนี้เธอไม่ได้มีนัดที่ไหนนอกจากไปสปาเพื่อบำรุงผิวหลังจากถ่ายแบบตากแดดมาหลายวัน เธอเข้าใจความหวังดีของหมอธันวาแต่เธอก็ไม่้าเป็หนี้บุญคุณใครแต่ถ้าไม่เพราะมีพ่อเลี้ยงที่ติดการพนัน ชีวิตเธอก็คงจะสงบสุขกว่านี้
“อ๊ะ! แย่จริงลืมอีกแล้ว” สาริศาบ่นกับตัวเอง “ว่าจะเอาสร้อยคอที่ฝากไว้กับแม่แต่ก็ลืมหยิบมาจนได้”
สร้อยคอทองคำขาวที่มีพลอยสีม่วงประดับปรากฏในห้วงความทรงจำเธอฝากสร้อยคอมีค่าที่สุดไว้กับมารดา เพราะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเธอให้ช่างมาซ่อมหน้าต่างห้องนอนแต่เพราะเดินทางบ่อย จึงเกรงว่าจะจะมีขโมยแอบแฝงมาแบบไม่รู้ตัว จึงฝากสร้อยคอไว้ที่บ้านของแม่สิ่งของมีค่าที่สุดในชีวิตและเป็สิ่งเดียวที่ยังงดงามในความทรงจำที่เกี่ยวกับเทซาเนียประเทศที่งดงามและแสนเศร้า เพลง Sad Romanceดังขึ้นจากเครื่องเสียงรถยนต์ และเธอก็อดคิดถึงเ้าของใบหน้าคมเข้มไม่ได้ ระยะเวลาที่แสนสั้นกับมนต์ทะเลทรายทำให้เธอตกหลุมรัก‘วาคิม’ หมดใจ แต่ขอเสนอของเขาที่ให้เธออยู่เคียงข้างในฐานะ‘เมียเก็บ’ มันช่างแสนจะย่ำยีหัวใจของเธอเหลือเกิน
แม้จะเสียดายกับความรักครั้งแรกที่พังทลายลงไม่เป็ท่าทว่าเธอไม่เสียใจกับการตัดสินใจหันหลังให้ข้อเสนอของเขาเลยแต่ถึงเขาจะร้ายกาจอย่างไรเธอก็ยังคิดถึงเขาและดูเหมือนว่าความรักที่เธอมีมันไม่เคยจางลงเลย.
ชายหนุ่มร่างสูงนั่งอยู่ในห้องรับรองพิเศษณ เวลานี้เขามาเยือนสถานบันเทิงแห่งนี้ในฐานะของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น ละฐานันดรที่มีทั้งหมดเพียงเพื่อสนทนากับมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนานนับปี
“ขออภัยที่ต้องให้ต้องรอ”ชายหนุ่มมาดยียวนเอ่ยปนหัวเราะในลำคอ “มีพวกจนไม่เจียมก็เลยต้องเคลียร์นานหน่อย”
“ไม่เป็ไรเราไม่ได้รีบร้อนอะไร” ชีควาคิมเอ่ยพลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม “ไม่ได้เจอกันนานกิจการของนายดูรุ่งเรืองดีนะนายซัน”
ซันหรืออาทิตย์ไหวไหล่น้อยๆเขารู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าเป็ใคร แต่เพราะมี ‘คำสั่ง’ ให้เขาทำตัวแบบปกติไม่ต้องมียศศักดิ์เมื่อราวๆต้นปีที่ผ่านมา เขาได้พบชีควาคิม อับดุลเราะฮ์มาน ที่ลาสเวกัส ถึงเขาจะเป็เซียนพนันแต่ก็ไม่เคยถลำลึกจนสิ้นเนื้อประดาตัวแท้จริงเขาชอบการเดิมพัน การท้าทายโชคชะตาและการเสี่ยงภัย การเล่นพนันสำหรับเขาคือการวางแผนเผื่อเอาชนะมิใช่แค่เกมที่เล่นสนุกๆเท่านั้น