ตอนที่51 : ไฟแรกแห่งหลงหยาง
รุ่งเช้าของวันที่สิบสองหลังทัพฉินเริ่มเคลื่อน
หมอกขาวหนาทึบปกคลุมช่องเขาหลงหยาง
เสียงแม่น้ำกระทบหินดังสะท้อนราวกับเสียงกลองสงคราม
บนยอดเขาทางตะวันออก รัชทายาท หานอวี้จิน
ยืนมองลงมาที่หุบเขาเบื้องล่าง
ค่ายของกองเพลิงหานปักธงแดงเรียงรายแน่นปากทาง
ขณะที่เบื้องไกลสุดตา — ควันธงฉินเริ่มโผล่เหนือหมอก
องค์ชายสาม หานอวี้เหยียน ก้าวเข้ามา
“ศัตรูเคลื่อนเข้าใกล้ทุกชั่วยามพวกมันส่งทัพม้าเข้ามานำหน้า”
หานอวี้จินเลิกคิ้ว
“ทัพม้า?”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะเป็นทัพที่พวกเขาเรียกว่า กองอัสนีฟ้า
แม่ทัพชื่อ... หานอี้เฟิง ”
รัชทายาทนิ่งไปชั่วขณะ
สายตาแฝงความครุ่นคิด — ชื่อ “หาน”ไม่ใช่เรื่องที่ได้ยินบ่อยนักในกองทัพศัตรู
“หานอี้เฟิง...ข้าจำชื่อเขาได้”
“เมื่อเจ็ดปีก่อน เขาเคยเป็นนายกองม้าแห่งเมืองหานหนิง”
องค์ชายสามแปลกใจ
“เขาเป็นคนของเรา?”
“เคยเป็น” —รัชทายาทตอบเรียบ
“ขุนนางบางคนใส่ร้ายว่าปล่อยศัตรูหลบหนี
ถูกปลด ถูกขับออกจากแคว้น แล้วถูกฉินรับไปเลี้ยงไว้ในกองทัพ”
“คนเช่นนั้นยังจะกล้ากลับมาถือดาบใส่แผ่นดินเกิดอีกหรือ?”
— หานอวี้เหยียนเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
หานอวี้จินยิ้มบาง
“มีคนมากมายที่ไม่ได้ทรยศ...เพียงแต่ถูกแผ่นดินทรยศก่อนเท่านั้น”
“แต่ไม่ว่าเขาจะกลับมาเพราะแค้นหรือศักดิ์ศรี...
วันนี้ข้าจะให้เขาได้รู้ ว่าแผ่นดินที่เขาทิ้งไป ได้เปลี่ยนไปแล้ว”
การวางกำลังของทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายหาน
กองเพลิงหาน — 20,000 นาย
นำโดยองค์ชายสามตั้งค่ายที่ปากช่องเขาหลงหยาง ทำทีเป็นกองหลักมีหน่วยธนูแรงสูง 3,000 นายซุ่มบนหน้าผาฝั่งตะวันออกกองยุทธเพลิงลับ — 5,000 นาย
นำโดยไป๋หงเหวินขุดอุโมงค์ใต้พื้นทาง วางไหเพลิงกว่า 500 ใบเชื่อมสัญญาณด้วยธงควันและกระจกสะท้อนแสงกองทัพหลัก — 25,000 นาย
นำโดยรัชทายาทหานอวี้จินตั้งค่ายอยู่ที่ “ทุ่งหานหนิง” ทางตะวันออกของช่องเขา ราว 20 ลี้ใช้เป็นศูนย์บัญชาการและเส้นหนุนกำลังฝ่ายฉิน
กองมังกรเหล็ก — 45,000 นาย
แม่ทัพ: ป๋ายเหวินเจาตั้งค่ายใหญ่ที่เมืองหลงกวนทำหน้าที่รอคำสั่งบุกตรงกองอัสนีฟ้า — 30,000 นาย
แม่ทัพ: หานอี้เฟิงเคลื่อนหน้าเข้าสู่ช่องเขาหลงหยางเสนาธิการมู่หลิงเชื่อว่าทัพม้าจะบุกได้รวดเร็วและสามารถ “ทดสอบแนวป้องกันของหาน” ก่อนกองหลักมาถึง
กองโลหิตฉิน — 25,000 นาย
นำโดยจ้าวเซิงอันอยู่แนวหลังห่างออกไปห้าสิบลี้มีองค์หญิงฉินอวี้เหม่ยร่วมอยู่ในขบวนเสนาธิการมู่หลิงประเมินผิดจากแผนที่เก่า
คิดว่าช่องเขาหลงหยางนั้นโล่งและพื้นแข็งพอให้ม้าเคลื่อนได้เต็มกำลัง
เขาต้องการ “พิสูจน์ความอ่อนแอของหาน”
จึงส่งหานอี้เฟิง ซึ่งเป็นอดีตนายกองม้าแห่งหานหนิง —เข้าเป็นหัวหอก
“ไม่มีใครรู้เส้นทางของหานดีเท่าเขา
ให้เขาใช้ความคุ้นเคยนั้น ทำลายบ้านเก่าของตัวเอง”
— มู่หลิง กล่าวในที่ประชุมฉิน
ช่องเขาหลงหยาง— แผ่นดินสั่นสะเทือน
เสียงเกือกม้านับหมื่นกระแทกพื้นหิน
ฝุ่นตลบคลุ้งบดบังแสงตะวัน
หานอี้เฟิงชักหอกยาวในมือ ขณะม้าแดงฉินพุ่งทะยานนำหน้า
“ข้างหน้าเป็นค่ายหาน!
บุกเข้าไปให้ข้าดูซิว่า แผ่นดินที่ข้าเคยปกป้อง ยังมีอะไรเหลือหรือไม่!”
เสียงคำรามของเขาดังก้องไปทั่วหุบเขา
ทัพม้านับพันทะยานเข้าสู่ช่องเขา
แต่ในวินาทีนั้น —
บนยอดเขาฝั่งตะวันออก ธงควันสีเทาลอยขึ้น
“ถึงเวลาแล้ว” —ไป๋หงเหวินกล่าว
“จุดไฟ!”
เสียง ครืน...! ดังสนั่น
พื้นหินใต้เท้าม้าระเบิดเป็นเปลวเพลิง
แรงระเบิดดันอากาศจนคลื่นความร้อนแผ่กระจาย
ม้าและคนกระเด็นกลางอากาศเสียงโห่ร้องปนเสียงเหล็กกระทบหิน
หานอี้เฟิงเบิกตา
“นี่มัน... ดินประสิว?!”
ก่อนจะถูกคลื่นแรงระเบิดซัดกระเด็นหล่นจากหลังม้า
ขณะที่ควันไฟกลืนช่องเขา
ธนูจากหน้าผาทั้งสองฝั่งหลั่งลงเหมือนฝน
ลูกธนูเหล็กกล้าปักใส่เกราะฉินเป็นพรู
องค์ชายสามชูดาบขึ้น
“ยิง!!”
เสียงธนูและหน้าไม้ดังต่อเนื่องไม่หยุด
เปลวเพลิงและลูกศรไฟประสานกันราวกับพายุเพลิง
แนวทัพม้าของอัสนีฟ้าพังทลาย
แนวหลังพยายามถอยแต่เจอหินถล่มที่เตรียมไว้ขวางทาง
บนยอดเขารัชทายาทหานอวี้จินมองภาพนั้นอย่างสงบ
แสงเพลิงสะท้อนบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ไป๋เหิงเซินรายงาน
“แนวหน้าของอัสนีฟ้าแตกหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะเหลือเพียงแนวกลางกำลังถอย!”
“อย่าไล่” —หานอวี้จินสั่ง
“ให้พวกมันหนีไป... เพื่อบอกฉินอ๋องว่าไฟของหานเป็นอย่างไร”
องค์ชายสามถาม
“ทำไมต้องปล่อย?”
“เพราะความกลัว...แพร่เร็วกว่าไฟเสมอ”
ค่ายฉิน— ความโกลาหล
ทหารที่เหลือรอดจากกองอัสนีฟ้ากลับถึงค่ายหลงกวนในสภาพไหม้เกรียม
แม่ทัพป๋ายเหวินเจาตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของพวกเขา
“เกิดอะไรขึ้นกับกองม้าของข้า!?”
“พื้นดินระเบิด!เพลิงพุ่งขึ้นจากใต้หุบเขา!”
มู่หลิงนิ่งงัน
“มันใช้ดินประสิว...ขุดไว้ใต้พื้น?”
เสียงของเขาเบาจนแทบกลืนกับลม
รู้ทันทีว่าศัตรูตรงหน้าไม่ใช่เพียงนักรบ — แต่คืออัจฉริยะ
คืนนั้นองค์หญิงฉินอวี้เหม่ยมองแสงไฟจากหุบเขา
แสงแดงสะท้อนบนม่านผ้าในค่าย
เธอกำพัดแน่นในมือ
“หานอวี้จิน...เจ้ามันปีศาจหรือเทพเซียนกันแน่”
“เจ้าไม่เพียงชนะด้วยคมดาบ แต่ด้วยสติปัญญาที่โลกนี้ยังไม่อาจเข้าใจ...”
บนยอดเขาหลงหยาง
รัชทายาทหานอวี้จินมองเพลิงที่ยังลุกไหว
องค์ชายสามเอ่ยเสียงเบา
“นี่คือชัยชนะใช่หรือไม่?”
“ไม่...นี่เพียงแค่เริ่มต้น”
“ไฟแรกที่เผาผลาญม้าเหล็กของฉิน
คือเพียงประกายจากเตาแห่งสงครามที่จะลุกทั่วแผ่นดิน”
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่แดงด้วยควัน
“ขอให้ไฟนี้...กลายเป็นแสงของหานตราบเท่าที่ข้ายังหายใจ”