ตอนรักข้ามภพ 2
"ความเดิม" "เสียงของงูสีแดงพูดด้วยความดีใจรอยยิ้มและสีหน้าแสดงออกถึงความดีใจเป็ที่สุด และชักชวน
ให้นเรนทรเดินตามเค้าไป"
... เ้ามองไปตรงข้างหน้าเ้าสิ เ้าเห็นอะไรบนแท่นนั่นไหม?!! งูสีแดงบอกให้ นเรนทรดูบนจุดแท่นนั้น ณ เบื้องหน้า
“นเรนทร มองเห็นเป็แท่นบัลลังก์สีทอง เหลืองอร่าม แต่เมื่อนเรนทรมองไปรอบๆกลับไม่เห็นแม้ร่างของผู้ใดเลย นอกจากแสง
สีทองอร่ามทอแสงสีทองจรัสเจิดจ้าแสบตา ราวกับว่าเรากำลังจ้องมองไปยังดวงพระอาทิตย์กับดวงพระจันทร์ในเวลาเดียวกัน
เพราะแสงนั้นรัศมีมีมวลพลังคลื่นความถี่ของอานุภาพแรงมาก แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นนวลอย่างบอกไม่ถูก ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
นเรนทรพยายามเพ่งมองไปยังจุดนั้น เพื่อความหวังว่าจะได้เห็นใบหน้าและร่างขององค์ปู่ ผู้ที่งูสีแดงบอกว่า
"ท่านผู้นี้เฝ้ารอการกลับมาของตน" แต่ยังไม่ทันได้มองเห็นอะไรเลย เสียงของงูสีแดงตนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า "ไม่ทันแล้ว!!"
"หมดเวลา!! ประตูบาดาลกำลังจะปิดลง ถอนจิตกลับกันก่อนเถิดเ้า!! แล้วคราวหน้าข้าจะพาเ้ามาเที่ยวที่วังบาดาลใหม่"
..นเรนทรได้ทวนถามถึงคำสัญญาจากงูสีแดง ว่า"จริงนะท่าน!!...สัญญากับข้าแล้วอย่าลืมสัญญากลับคืนคำล่ะ!!
คราวหน้าท่านต้องพาข้ามาใหม่อีกนะ เพราะข้าอยากเห็นหน้าปู่พญานาคตัวจริง ว่าท่านคือใคร?!!"
งูสีแดงได้เอ่ยว่า "ข้าสัญญาจะพาเ้ามาเที่ยววังบาดาลบ่อยๆเท่าที่เ้าอยากจะลงมาทุกเมื่อ!!."
...ว่าแล้วทั้งสองก็ถอนจิตกลับ…
สักครู่นเรนทรก็รู้สึกตัวขึ้นมา เหมือนคนเพิ่งฟื้นตื่นจากการหลับใหล พร้อมกับกลิ่นดอกไม้
อ้าว!!...เราฝันไปหรือนี่ แต่ทำไมเื่ราวในความฝัน อย่างกับได้เกิดขึ้นจริง ช่างเป็ฝันที่แปลกประหลาดซะจริงๆ
!!แต่ “เอ๊ะนี่มัน “กลิ่นดอกมะลินี่ กลิ่นหอมของดอกมะลิลอยมาจากไหนกัน ทั้งที่บริเวณนี้ไม่มีดอกมะลิเลย
"กลิ่นดอกมะลิสดและน้ำอบส่งกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆรันจวนกระจายอยู่ทั่วทั้งห้อง”
ช่างเป็บรรยากาศที่น่าอยู่และลงตัวกับเรือนไทยไม้สักทองแกะสลักลวดลายกนกขดลายน้ำ ลายนาค ลายไทยอ่อนช้อย
วิจิตรตระการตา ลงรักษ์ช่อผกา กลีบเมฆปิ่นเวหา ที่แฝงไปด้วยมนตราชวนให้น่าหลงใหล"
..****เสียงเอะอะโวยวาย ะโออกมาข้างนอกเรือน">***..
*****************************************************************************