ทั้งสองคนเดินเข้ามาในตลาด ต่างก็เคยมากันเป็ครั้งแรกจึงตื่นเต้นอย่างมาก และเดินเข้าออกซอยเล็กใหญ่จนทั่ว เมื่อเจอร้านขายแป้งและวัตถุดิบที่้าก็ซื้อมาครบถ้วนเพื่อพอสำหรับเตรียมทำขนม นอกจากนี้อวิ๋นซีพาลู่เซิงเดินเข้าร้านขายเมล็ดผักร้านหนึ่งที่ดูคึกคัก
“ท่านพี่ท่านจะซื้ออะไรหรือ?” ลู่เซิงถามเมื่อเห็นพี่สาวเข้ามาในร้านพืชพันธ์ุผัก
“เดินดูก่อนค่อยว่ากัน” อวิ๋นซีเดินดูไปทั่วๆร้าน โยมีลู่เซิงที่แบกของในตระกร้าเดินตามอยู่ข้างหลัง เมื่อเถ้าแก่ร้านเห็นพวกเขาจึงเดินมาทักทาย
“น้องชาย ้าผักอะไรเป็พิเศษหรือไม่ ร้านเรามีผักทุกชนิดเลยนะ รับประกันคุณภาพแน่นอน” เถ้าแก่ร้านยิ้มประจบ
“เถ้าแก่ร้านท่านมีเมล็ดพริกหรือไม่?” อาหารที่บ้านไม่มีรสชาติเลยนางอยากจะซื้อพริก ซื้อเมล็ดผักไปปลูกไว้ทำอาการให้มากหน่อย จะได้มีอรรถรสเวลากินข้าวขึ้นมาหน่อย อาหารรสชาติจืดๆไม่ชินอย่างยิ่ง
“มีสิ ร้านข้ามีเมล็ดพริก แต่มีเพียงเล็กน้อยเ้า้าเท่าใด” ฮรี่ๆๆๆ เมล็ดพริกหรือข้าซื้อมาขายตั้งนานแล้วแต่ขายไม่ออกเพราะชาวบ้านไม่ชอบที่มันมีรสจัดชาลิ้นเกินไป ในที่สุดก็มีคนมาถามหา
“ข้าเอาหนึ่งชั่งไปลองเพาะดูก่อน แล้วก็มะเขือเทศ แตงกวา ต้นหอมอย่างละชั่ง คิดเงินด้วย” อวิ๋นซีไม่อยากเสียเวลานางต้องไปร้านขายยาเพื่อซื้อสมุนไพรอีกเล็กน้อย
“ได้เลยน้องชาย ตามข้ามา” เถ้าแก่ร้านชั่งเมล็ดผักและคิดเงินให้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดสิบสองเหรียญ รวมกับวัตถุดิบที่ซื้อมาก่อนหน้านี้อีกสี่สิบแปดเหรียญ เงินทั้งหมดที่จ่ายไปก็หกสิบเหรียญพอดี
อวิ๋นซีล้วงมือเข้าไปในถุงเงินที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าอกแล้วจ่ายให้เถ้าแก่และจูงลู่เซิงออกจากร้านไป เถ้าแก่มองตามหลังด้วยความดีใจ ในที่สุดเมล็ดพริกที่เก็บไว้ก็ขายออกเสียที
ที่จริงแล้วนางอยากได้เครื่องปรุงรสอาหารอีกสักหน่อย แต่ว่า…ของที่ซื้อมาทั้งหมดหากว่าหนักเกินไปนางและลู่เซิงกว่าจะเดินถึงบ้านก็คงมืดค่ำ เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน
อวิ๋นซีเข้าไปร้านในขายสมุนไพรและซื้อผงสมุนไพรหลายอย่างอย่างละนิดละหน่อย นางวางแผนว่าจะทำอาหารชนิดใหม่ ต้องใช้ผงสมุนไพรพวกนี้ในการปรุง อิอิ ต้องอร่อยแน่ อยากกินแล้ว
เมื่อได้ของจนครบทั้งสองพี่น้องรีบจูงมือกันเดินกลับบ้าน ระหว่างทางพบเกวียนลากที่กำลังกลับหมู่บ้านเหมือนกัน อวิ๋นซีจึงพาน้องชายขึ้นเกวียนวัว เพราะนางปวดขาจนเดินต่อไม่ไหวแล้ว
เหนื่อยเหลือเกินแม่ ∼
หลังจากขึ้นเกวียนสองพี่น้องที่นั่งเงียบฟังชาวบ้านที่นั่งอยู่บนรถคุยกันก็พิงตระกร้าหลับไป
“เ้าหนู เ้าหนู ถึงหมู่บ้านเ้าแล้ว”
ให้ตายสิเหนื่อยจนเผลอหลับไปบนเกวียนทั้งพี่ทั้งน้อง ….
หลังจากจ่ายเงินก็ลงจากเกวียนแล้วเดินเข้าหมู่บ้าน อวิ๋นซีแบกตะกร้าไว้ด้านหลังเดินไปตามถนน ตอนนี้เป็เวลาใกล้จะเที่ยงแล้วจึงมีชาวบ้านเดินไปเดินมา และนั่งจับกลุ่มกันอยู่มาก
“ลู่เซิง นั่นเ้ากับพี่สาวไปไหนมาเห็นลงจากเกวียนด้วย”ท่านน้าในหมู่บ้านคนหนึ่งะโถามขึ้น
“ เอ่อ ท่านน้า…” ลู่เซิงหันหน้ามองพี่สาวไม่รู้ว่าเื่ที่ไปขายขนมจะบอกแก่คนอื่นได้หรือไม่
“ทำขนมไปลองขายนิดหน่อยที่ตลาดในตำบลน่ะ ท่านน้ามีอะไรหรือไม่ พอดีรีบกลับบ้านท่านแม่คอยนานแล้ว”
ไม่ว่ายุคไหนก็มีป้าข้างบ้านเยอะแยะไปหมด นางละเบื่อจริงๆ ในเมื่อยังต้องทำขนมไปขายอีก ก็บอกให้รู้กันไปเลยสิ นางร้ายอย่างองิ๋นซีจะไปกลัวอะไรปกตินางก็ไม่ใช่คนที่กลัวใครอยู่เเล้ว ฮุฮุ
เริ่มรู้สึกว่านิสัยไม่กลัวใคร เย่อหยิ่งของนางร้ายมีประโยชน์นิดนึงก็ยามเผชิญหน้ากะป้าข้างบ้านนี่แหล่ะ
“ขนมรึ?” กลุ่มป้าข้างบ้านทำสีหน้าแปลกประหลาด
“ขนมที่ว่าคือขนมอะไรล่ะ?” ยังมีคนสงสัยไม่หยุด
“คงจะขายไม่ค่อยดีใช่ไหม ถึงได้แบกกลับมาน่ะ” ป้าข้างบ้านเริ่มซุบซิบแล้วหัวเราะ
“ก็นั่นนะสิ ขนาดเราๆทำไปขายยังไม่รู้จะขายให้ใครเลย” ป้าแม่บ้านยังยิ้มอีก
“ก็อย่างว่านั่นแหล่ะ เป็เด็กเป็เล็กไม่อยู่ช่วยพ่อแม่ทำงาน จะตลอนไปทำโน่นทำนี่ทำไมก็ไม่รู้”
อิป้านี่ชักจะเกินไปละ เดี๋ยวแม่ก็ตบให้คว่ำเสียหรอก…..
“ขายหมดแล้ว!” ลู่เซิงะโด้วยความโมโห เด็กชายกำหมัดแน่นจ้องไปยังกลุ่มป้าข้างบ้านเขม็ง
อวิ๋นซีเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี จึงรีบดึงมือน้องชายกลับบ้าน
“……” ป้าข้างบ้าน พวกข้าพูดอะไรผิดงั้นหรือ? ขายไม่หมดก็ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนั้นเลย
อวิ๋นซีจูงเด็กชายมาจนเกือบถึงหน้าบ้านจึงหยุดแล้วพูดคุยกับเขา
“ลู่เซิง เ้าใจเย็นหน่อย” อวิ๋นซีปลอบเขา
“ท่านพี่ แต่…”
“ข้ารู้ว่าเ้าโกรธ แต่ในเมื่อไม่เป็ความจริง เราเถียงไปก็เถียงไม่สู้พวกนางหรอก” อวิ๋นซีจูงน้องชายออกมาให้ไกลจากกลุ่มป้าแม่บ้าน
ลู่เซิงมองพี่สาวแล้วคิดตาม ก็จริงอยู่ต่อให้เขากับพี่สาวโต้เถียงก็ไม่จบไม่สิ้น เถียงไปก็เท่านั้น
“ไม่สู้เราขยันขึ้นอีกหน่อย ให้พวกนางเห็นว่า ถึงเราจะเป็เด็กเราก็มีความสามารถ ทำได้เหมือนผู้ใหญ่ เผลอๆทำได้ดีกว่าอีกด้วย เ้าว่าดีหรือไม่?”
“อื้ออออ … เป็ท่านพี่ที่ฉลาดที่สุด ข้าเชื่อท่าน”
อวิ๋นซี เ้าเด็กนี่หลอกง่ายเสียจริง เอาเถอะทำให้เต็มที่แล้วค่อยว่ากัน
สองพี่น้องเดินเข้าบ้านด้วยความฮึกเฮิมอย่างเต็มเปี่ยม….
ยังไม่ทันจะได้ปิดประตูบ้านลู่เซียวก็ยืนหน้าเขียวจ้องเขม็งขวางทางพวกเขาอยู๋ !!!
เอิ่ม นี่ต้องเริ่มแก้ตัวยังไงก่อน…
“ท่านพ่อ..” อวิ๋นซีเรียกเขาด้วยเสียงสั่น
ลู่เซียวเห็นดังนั้นจึงปรับสีหน้าตนเองให้ดีขึ้น แล้วพูดกับลูกสาวด้วยเสียงเบาแต่ยังเหลือความดุไว้เล็กน้อย
“อวิ๋นซีเ้ากับลู่เซิงไปไหนมาั้แ่เช้านี่พ่อรอเ้าตั้งนานแล้ว” เขาจับไหล่ลูกสาวพลางสำรวจซ้ายขวา
อ้อ ไม่มีรอยขีดข่วนค่อยโล่งใจหน่อย ลู่เซียวที่โล่งใจเมื่อเห็นลูกสาวไม่มีรอยขีดข่วน เผลอทำหน้ายิ้ม จนต้องเริ่มเกร็งหน้าดุอีกรอบ
“…..” ลู่เซิง ท่านพ่อ จะดุก็ให้จริงจังสักนิดได้หรือไม่ ?
“ท่านพ่อ ข้าพาน้องชายไป..ขายขนมที่ทำเมื่อวานมา” นางจะโดนด่าไหมนะ
“ท่านพ่อพวกเราขายหมดแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องทำขนมไปส่งที่ตำบลอีก” ลู่เซิงยิ้มหน้าระรื่นเริ่มโอ้อวดบิดา
“ขาย…หมดเลยรึ” ได้ยินผิดไปไหมนะ?? ลู่เซียวมองหน้าลูกสลับกันไปมาไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อ
“ท่านพ่อพวกเราขายหมดจริงๆ แถมลูกค้ายังจองขนมไว้อีกห้าสิบไม้แนะ” อวิ๋นซียิ้มประจบบ้าง
“จริงหรือ? งั้นก็ดีจริงๆ” ลู่เซียวตื่นเต้นอย่างมาก ลูกสาวของเขาขนาดลองทำขนมยังออกมาดีขนาดนี้ ช่างเก่งกาจเสียจริง
“งั้นเอาของไปเก็บกันก่อนเถอะ คงจะเหนื่อยเเย่แล้วมาพ่อช่วยเ้าถือ” ลู่เซียวดึงตระกร้ามาจากลู่เซิงพร้อมทำตาขวางใส่เขา
นี่..ข้าทำอะไรผิดอีกละเนี่ย (~ _ ~)
ลู่เซียวจูงอวิ๋นซีเข้าบ้านบอกให้นางไปกินข้าวเที่ยงแล้วรีบพักผ่อน ลู่เซิงได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามพี่สาวไป
เมื่อฮุ่ยเหนียงเห็นลูกทั้งสองกลับมาแล้ว ต่างก็มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยจึงให้พวกเขารีบกินข้าวแล้วรีบไปพัก นางจะเตรียมแป้งรอไว้ตอนเย็นค่อยเริ่มทำขนมไปส่งในวันพรุ่งนี้
สองสามีภรรยามองลูกทั้งสองที่เดินเข้าห้องตัวเองไป ต่างมองหน้ากันเเล้วนั่งลงตรงโต๊ะกลมเริ่มพูดคุยกัน
“ท่านพี่หลายวันมานี้ อวิ๋นซีนาง… เหมือนจะนิสัยเปลี่ยนไปไม่น้อย ท่านว่าหรือเพราะว่านางป่วยหรือไม่??”
“เปลี่ยนไปหรือ เปลี่ยนไปที่ไหน ลูกสาวของเราเป็นางที่ดีที่สุดไม่มีเด็กสาวคนไหนในหมู่บ้านเทียบนางได้” ลู่เซียวเยินยอลูกสาวไม่หยุด
“เหมือนนางไม่เอาแต่ใจอย่างแต่ก่อนแล้ว อีกทั้งยังรู้จักสั่งสอนดูแลน้องชายด้วย” ฮุ่ยเหนียงก็ไม่ได้สนใจลู่เซียวต่างคนต่างพูดสิ่งที่ตนเองคิดโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่าย
“……….” เมื่อกี้นางกล่าวสิ่งใดนะ
“นางชอบทำนู้นทำนี่ อีกทั้งยังมีความคิดอยากทำอาหาร เหมือนกับว่าในหัวนางมีสูตรอาหารเป้นร้อยๆอย่างนั้นแหล่ะ”
“อ้อ ใชอย่างที่เ้าว่ามานั่นแหละ..” ลู่เซียวเสริม
“แต่ก่อนอาหารที่ข้าทำนางก็เหมือนจะชอบอยู่บ้างแต่หลังจากนางป่วยข้ารู้สึกว่า .. เหมือนนางจะไม่ค่อยชอบแล้ว”
“งั้นหรือ??” ไม่เห็นว่าจะรู้สึกเลย
“ช่างเถอะ ในเมื่อนางดีขึ้นขนาดนี้ข้าก็ไม่เป็ห่วงอะไรนางหรอกกลับรู้สึกว่า ดีมากต่างหาก”
“เ้าว่าอย่างงั้น ข้าก็ว่าตามเ้า” (˘⌣˘) ♡
“………..”