เสียงกรีดร้องแหลมฉีกความเงียบในตรอกแคบ
“ช่วยด้วย!”
หลินเฉินพุ่งเข้าไปทันที เสียงฝีเท้ากระทบพื้นปูนดังสะท้อนผนัง
ชายวัยรุ่นสามคนกำลังล้อมหญิงสาวไว้แน่น
หนึ่งในนั้นผลักเธอล้มลงกับพื้น เสียงกระแทกดัง “ตุบ!”
“เอาเงินมา!”
“ไม่งั้นแกไม่รอด!”
หลินเฉินหยุดยืนกลางตรอก ลมเย็นพัดผ่านกลิ่นอับชื้น
“ปล่อยเธอไป”
ชายคนหนึ่งหันมาหัวเราะ เสียงแหบแข่งกับเสียงหยดน้ำจากท่อ
“อยากเป็ฮีโร่หรือไง?”
ชายร้ายพุ่งหมัดใส่ทันที ลมหมัดหวีดผ่านอากาศ
หลินเฉินเอียงศีรษะเพียงนิดเดียว หมัดเฉียดแก้มไป
เขาก้าวเข้าไปครึ่งก้าว
ฝ่ามือแตะหน้าอกเบา ๆ
ปึก!
แรงกระแทกสั้นแต่หนัก ชายคนนั้นกระเด็นถอยหลัง เสียงรองเท้าครูดพื้นดังยาวก่อนล้มลง
อีกสองคนชักมีดออกพร้อมกัน เสียงโลหะเสียดสีกับฝักมีดดัง “แชะ!”
หลินเฉินถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันไม่อยากใช้ความรุนแรง”
ลมในตรอกหยุดนิ่งชั่วขณะ
ไม่ถึงสิบวินาทีต่อมา
เสียงครางสลับกับเสียงของมีดตกกระทบพื้นดังระเนระนาด
ทั้งสามนอนกองอยู่กับพื้น หายใจหอบ
หญิงสาวมองภาพตรงหน้า ดวงตาสั่นไหว
“คุณ…เป็ตำรวจเหรอ?”
หลินเฉินยิ้มบาง เสียงลมหายใจยังนิ่ง
“แค่คนธรรมดา”
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนส่องผ่านกระจกหน้าร้านอุปกรณ์แคมป์
เสียงกระดิ่งประตูดัง “กริ๊ง” เป็ระยะ
ลูกค้าเริ่มแน่นขึ้น เสียงพูดคุยปนเสียงหยิบจับของดังทั่วร้าน
ข่าวเมื่อคืนแพร่ไปทั่วชุมชนอย่างรวดเร็ว
เพื่อนบ้านหัวเราะพลางตบไหล่
“ร้านนายเริ่มดังแล้วนะ”
หลินเฉินหัวเราะเบา ๆ เสียงผ่อนคลาย
“แบบนี้ก็ดี”
บรรยากาศในร้านอบอุ่นขึ้นอย่างแปลกประหลาด
มหาวิทยาลัยเทียนไห่
เสียงนักศึกษาพูดคุยและฝีเท้าดังสะท้อนทางเดิน
หลินเสวี่ยเดินกลับหอพัก ท่ามกลางลมเย็นยามเย็น
ทันใดนั้น
เสียงยางรถบดถนนดัง “เอี๊ยด—”
รถยนต์หรูสีดำจอดขวางทาง
ประตูเปิดออกช้า ๆ
ชายวัยกลางคนในชุดสูทก้าวลงมา เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนชัดเจน
“คุณหลินเสวี่ยใช่ไหม”
เธอพยักหน้าอย่างระวัง
ชายคนนั้นยื่นนามบัตร เสียงกระดาษเสียดสีกันเบา ๆ
“ผมเป็ตัวแทนจากบริษัทเทียนเซิ่ง”
ทันทีที่ชื่อถูกเอ่ย
บรรยากาศรอบตัวเหมือนเย็นลงทันที
สีหน้าของหลินเสวี่ยแข็งขึ้น
ชายคนนั้นยิ้ม แต่แววตาไม่อ่อนโยน
“บริษัท้าชดเชยความเสียหายในอดีต”
“เชิญคุณและพี่ชายมาพบประธานบริษัท”
ลมพัดผ่านระหว่างทั้งสองคน เงียบจนได้ยินเสียงใบไม้ไหว
หลินเสวี่ยตอบทันที น้ำเสียงตัดขาด
“พวกเราไม่มีอะไรจะคุย”
เธอหมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้าดังชัดบนพื้นคอนกรีต
แต่ด้านหลัง
กล้องมือถือถูกยกขึ้นเงียบ ๆ
แสงชัตเตอร์กระพริบเบา ๆ
ภาพถูกส่งต่อทันที
ค่ำคืน
ไฟถนนส่องแสงส้มอ่อนผ่านหน้าต่างบ้าน
หลินเฉินกลับมาพร้อมเสียงประตูปิด “ปัง”
หลินเสวี่ยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด เสียงเธอแ่ลงเมื่อพูดถึงชื่อบริษัท
เทียนเซิ่ง
ทันทีที่ได้ยิน
อากาศในห้องเหมือนหนักขึ้น
ดวงตาของหลินเฉินเย็นลงช้า ๆ
ภาพในอดีตไหลย้อนเข้ามา
เสียงไซเรนตำรวจ
เสียงะโ
เสียงด่าทอจากฝูงชน
เขากำหมัดแน่น เสียงข้อนิ้วลั่นเบา ๆ
“ผ่านมาตั้งห้าปี…”
“ทำไมพวกมันถึงกลับมาอีก”
อีกฟากของเมือง
ชั้นบนสุดของอาคารเทียนเซิ่ง
กระจกบานใหญ่สะท้อนแสงเมืองยามค่ำ
จ้าวเทียนหาวยืนมองเงียบ ๆ
เสียงประตูเปิด
“เจอตัวหลินเฉินแล้วครับ”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“มันกลับมาเร็วกว่าที่คิด”
เสียงลูกน้องต่ำลง
“จะให้กำจัดเลยไหม”
จ้าวเทียนหาวส่ายหน้าเบา ๆ
“ยัง…”
“คนที่รู้ความลับทั้งหมด…”
“ไม่ใช่มัน”
เขาเปิดลิ้นชัก เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ
หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำขึ้นมา
“แต่ถ้ามันเริ่มสืบ…”
“ทุกอย่างจะพัง”
คืนนั้น
ความเงียบกดทับทั้งบ้าน
หลินเฉินนอนไม่หลับ
เขาลุกขึ้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก่า เสียงบานพับดังเอี๊ยด
ด้านในมีหีบเหล็กใบเล็ก
เมื่อเปิดออก
ของสามชิ้นสะท้อนแสงจาง ๆ
• เข็มกลัดอีกาสีดำของ BLACK RAVEN
• ปืนพกที่ปลดะุแล้ว
• โทรศัพท์ดาวเทียมที่เงียบมานานห้าปี
เขามองมันนิ่ง เสียงลมหายใจช้าและหนัก
“ฉันสาบานว่าจะไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก”
ทันใดนั้น
ติ๊ด… ติ๊ด…
เสียงสัญญาณดังขึ้นในความเงียบ
โทรศัพท์ที่ควรดับสนิท กลับสว่างขึ้นเอง
หน้าจอกระพริบแรง
ข้อความเดียวปรากฏขึ้น
“BLACK RAVEN ้าความช่วยเหลือด่วน”
และรหัสสีแดงเข้ม
RAVEN–ZERO
ดวงตาของหลินเฉินแข็งค้าง
เพราะรหัสนี้
ตลอดห้าปีในหน่วย
ไม่เคยถูกใช้งานแม้แต่ครั้งเดียว