ตอนที่10 สมบัติชิ้นแรก
“เฮ้อ!ท่านเ้าสำนักน่ะสิมอบหมายให้ข้าปรับแต่งดาบพวกนี้ให้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขอบเขตแกนเทพน่ะ”
ผู้าุโเชาตอบกลับอย่างวิตกกังวลเพราะว่าเขาไม่มีแร่เฉียงมากพอที่จะสร้างดาบให้แข็งแกร่งได้ตามคำสั่ง
หลิวเย่เดินไปหยิบดาบมาดูอย่างพิจารณา
เขาพบว่าที่นี่ใช้โลหะบางอย่างผสมกับเหล็กเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและทนทาน
ซึ่งแตกต่างจากดาบบนโลกปัจจุบันที่เขาเคยเห็น
หลิวเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งและตัดสินใจบอกกับผู้าุโเชาตามตรงว่า
“ข้าจะลองนำดาบสักเล่มไปทดสอบก่อนได้หรือไม่?”หลิวเย่ไม่กล้าที่จะทำอะไรเปิดเผยในเวลานี้ได้
เขายังไม่พร้อมที่จะเชื่อใจทุกคนบนโลกนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแสดงมิตรไมตรีที่ดีกับตนเองก็ตาม
“ได้สิผู้าุโหลิวเอาไปเลยถ้าสามารถหาวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งได้ให้บอกข้าทีเพราะต้องรีบทำให้เสร็จโดยเร็ว”
ผู้าุโตอบกลับอย่างยินดีและกำชับถึงความสำคัญของงานตนเอง
“ทำไมงานเร่งขนาดนี้เล่า?” หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจ
“ท่านเ้าสำนักเตรียมเผื่อไว้น่ะสิเพราะทางอาณาจักรอี้ซางไว้ใจไม่ค่อยได้ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่อาจได้ปะทะกัน”
ผู้าุโเชาอึกอักเล็กน้อยก่อนบอกข้อมูลกับหลิวเย่ตามจริง
“ได้ถ้าข้าหาวิธีได้แล้วจะรีบมาบอกท่าน”
หลิวเย่รับปากเป็มั่นเหมาะก่อนถือดาบเล่มหนึ่งและบินกลับคฤหาสน์ตนเอง
“กลับไปทำดาบที่โลกซือเจี๋ยดีกว่าอย่างน้อยฉันจะได้มีเวลาสำรวจโลกนั้นเพิ่มเติม เผื่อว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจ”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาเข้าไปในห้องนอนและวาร์ปไปโลกซือเจี๋ยทันที“แว็บ”
“แว็บ”แสงสว่างวาบขึ้นในกระท่อมเก่า
หลิวเย่เหลียวมองรอบกายพร้อมด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ“ดีจริงๆที่ฉันโผล่มาที่นี่แทนใต้ทะเลนั่น”
เขาหยิบน้ำอมฤตขวดสีชมพูที่นำมาจากโลกโบราณ
โดยน้ำอมฤตขวดสีชมพูนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธทุกชนิด
“หวังว่าดาบใหญ่เล่มนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งจากแกน์ไปเป็แกนเทพได้”
จากนั้นหลิวเย่ปล่อยไฟนิรมิตจากฝ่ามือและนำน้ำอมฤตหลอมรวมเข้ากับดาบใหญ่เล่มนั้น“พรึ่บ ฟู่ฟู่ฟู่”
ครู่หนึ่งดาบใหญ่พลันเปล่งประกายส่องสว่างมากกว่าเดิม
แต่ทว่ามันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นได้แค่แกน์ระดับสูงสุด
ซึ่งไม่สามารถก้าวข้ามขอบเขตเป็แกนเทพได้เลย
“ทำอย่างไรดี?” หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นอย่างกังวล
เนื่องจากเขารับปากไว้แล้วและไม่้าสร้างความผิดหวังให้กับผู้าุโเชา
พลันหลิวเย่นึกถึงแร่ASM ที่เขานำมาจากโลกโบราณจำนวนมากได้
แต่เมื่อนึกถึงการแปรรูปแร่เพื่อให้สามารถใช้งานได้
ทำให้หลิวเย่ชั่งใจกับตัวเองว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี?
ในระหว่างที่หลิวเย่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเขารู้สึกร่างกายร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน? ทำไมมันร้อนแบบนี้ร้อนจนนึกถึงคราวที่หล่นลงไปอยู่ในทะเลลาวาเลย”
ทันใดนั้นเกิดไอร้อนห่อหุ้มรอบกายหลิวเย่
เขารู้สึกว่าร่างทั้งตัวถูกดูดเข้าสู่หลุมลึกและร้อนมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบละลาย
เขาะโส่งเสียงร้องอย่างแสบร้อนและเ็ปทันที“โอ๊ย!!!”
“ตุ๊บ!” ทันใดนั้นร่างของหลิวเย่หล่นลงไปบนเกาะหินขนาดเล็กใกล้เคียงกับสนามบาสเก็ตบอล
ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลลาวาเดือดปุดๆล้อมรอบเกาะหินนั้น
หลิวเย่นอนหมดสติอยู่ในเกาะหินท่ามกลางทะเลลาวาจนเวลาผ่านไปนานหนึ่งชั่วยามเขาเริ่มฟื้นคืนสติทีละน้อย
“ฉันอยู่ที่ไหน?” หลิวเย่พยุงตัวลุกขึ้นยืนและเหลียวมองรอบกาย
เขาแปลกใจที่พบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางทะเลลาวาที่มีฟองอากาศของไอร้อนเดือดปุดรอบทิศทาง
แต่ที่แปลกประหลาดคือเขากลับไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด
และในทางตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกสบายตัวเหมือนอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นสดชื่นซึ่งแตกต่างจากภาพที่มองเห็น
“แปลกแฮะ!ทำไมฉันรู้สึกสบายแบบนี้?”
เมื่อเขาสำรวจตันเถียนภายในร่างกายกลับพบว่าเวลานี้โล่ต้านพลังเทพได้กลายเป็สองสีแล้ว
นั่นคือสีฟ้าและสีเหลืองซึ่งกำลังหมุนวนรอบตันเถียนของตนเอง
“แสดงว่าโล่ต้านพลังเทพสามารถต้านพลังความความหนาวเย็นและความร้อนสุดขั้วได้ใช่ไหม?”
หลิวเย่ถามตัวเองอย่างงุนงงและคิดวนไปมาว่าโล่พลังต้านเทพเกิดขึ้นสองสีแบบนี้ได้อย่างไร?
เขาสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อดึงความคิดฟุ้งซ่านของตนเองกลับคืนมา
จากนั้นใช้ัั์สำรวจบริเวณรอบทะเลลาวาและพบว่ามีอุโมงค์ทางเดินแห่งหนึ่งอยู่ทางด้านหลังตนเอง
อุโมงค์อยู่ห่างจากเกาะหินนี้ออกไปไกลถึง20 ลี้
“แค่ยี่สิบลี้ ไม่เป็ปัญหาในการบินของฉัน”
หลิวเย่คิดอย่างสบายแล้วเหินตัวบินขึ้นทันที
แต่ทันใดนั้นพลันมีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายปลาแต่มีเขาสองข้างตัวสีเหลืองทองขนาดใหญ่กว่าหลิวเย่ห้าเท่า
มันพุ่งขึ้นจากทะเลลาวาแล้วกระแทกชนลำตัวเขาอย่างแรงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าหลิวเย่
“ปั้ง อุ๊บ ตุ๊บ”
ร่างของหลิวเย่หล่นลงพื้นบนเกาะเหมือนเดิมพร้อมกับอาการจุกแน่นท้อง
เพราะว่าปลาประหลาดนั่นชนเข้าที่ลำตัวเขาอย่างจัง
“อึ๊ก! โอ๊ย!เ้าสัตว์ประหลาดนั่นแข็งแกร่งกว่าฉันงั้นหรือ?”
หลิวเย่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหลายครั้งก่อนสบถด่าปลาประหลาดเสียงดังลั่น
เขาพบว่าปลาประหลาดมีความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนเทพระดับกลางซึ่งสูงกว่าตนเองหนึ่งระดับ
“แล้วฉันจะสู้กับมันยังไงดีล่ะเนี่ย?”
เขาบ่นพึมพำกับตัวเองพลางครุ่นคิดหาทางบินไปยังอุโมงค์ซึ่งอาจเป็ทางออกจากทะเลลาวาแห่งนี้ได้
“ลองใช้อัสนีแปดพิเคราะห์ดูแล้วกันหวังว่าจะได้ผล”
หลิวเย่ตัดสินใจใช้อาวุธที่เพิ่งรู้วิธีใช้งานนั่นคือ อัสนีแปดพิเคราะห์
เขาหยิบเอาอัสนีแปดพิเคราะห์ออกมาจากมิติพื้นที่ทันที
แล้วร่ายเวทมนตร์ขยายขนาดจนอัสนีแปดพิเคราะห์มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง1 ห่าว(26 นิ้ว)
จากนั้นยืนบนตำแหน่งสัญลักษณ์ⱹและร่ายเวทมนตร์เพื่อใช้ความเย็นหรือหิมะทั้งหลายทำลายศัตรู
พลันเกิดความเย็นจนเป็น้ำแข็งจากรอบตัวหลิวเย่และขยายวงรัศมีความเย็นออกไปเรื่อยๆ
“ตู้ม พรึ่บเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะ”
เมื่อปลาประหลาดโผล่ขึ้นมาหลิวเย่ร่ายเวทมนตร์อัสนีพิฆาต พร้อมกับยกเท้าข้างหนึ่งยืนบนตำแหน่งสัญลักษณ์ ⸘เพื่อใช้
สายฟ้าทั้งหลายทำลายศัตรู
เขาร่ายเวทมนตร์อย่างรวดเร็วแข่งกับเวลาเมื่อมองเห็นท่าทางอ่อนแรงของปลาประหลาดที่ต้องเจอกับความหนาวเย็น
เข้าปกคลุมและสายฟ้าฟาดใส่ไม่ยั้ง
“พรึ่บ พรึ่บเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะ”
แต่ทว่าปลาประหลาดยังไม่ยอมแพ้และพยายามดิ้นรนต่อสู้จนทำให้หลิวเย่ต้องร่ายเวทมนตร์เร่งเร็วขึ้นไม่หยุดยั้ง
เหงื่อออกท่วมตัวหลิวเย่ด้วยการใช้พลังปราณเพื่อร่ายเวทมนตร์มากเกินไป
หลิวเย่จ้องมองตาของปลาประหลาดซึ่งทั้งคู่ต่างจับจ้องกันอย่างไม่ลดละ
“ฮึ่ม ฮึ่มฮึ่ม” เขาได้ยินเสียงคำรามของปลาประหลาดดังเล็ดลอดออกมาจากน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของมันเหนือทะเลลาวาที่
เวลานี้กลายเป็ทะเลน้ำแข็งไปเรียบร้อยแล้ว
“มาลองดูสิว่าใครจะยอมแพ้ก่อน”
หลิวเย่ที่ยืนในตำแหน่งสัญลักษณ์⸘พร้อมกับประกบมือสองข้างทำรูปสายฟ้าตามคู่มือใช้งาน
เขามุ่งมั่นต่อสู้โดยร่ายเวทมนตร์อัสนีพิฆาตไม่หยุดยั้ง“เปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะ”
ในที่สุดปลาประหลาดอ่อนแรงลงและนิ่งแข็งค้างโดยสมบูรณ์
“แฮกๆ”
หลิวเย่คุกเข่าสองข้างลงกับพื้นพลางหายใจหอบเหนื่อยเพราะเขาใช้พลังปราณมากเกินไปจนเกือบหมดร่างกาย
จากนั้นเขาฝืนร่างกายอันอ่อนล้านั่งขัดสมาธิบนอัสนีแปดพิเคราะห์เพื่อฟื้นฟูพลังปราณ
หนึ่งชั่วยามต่อมา
หลิวเย่ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากปลาประหลาดนั่น
“นี่เ้าหนุ่มปล่อยข้าไปได้ไหม? แล้วข้าจะมอบของตอบแทนให้กับเ้า”มันต่อรองด้วยเสียงที่อ่อนล้าเต็มที
“ข้าจะเชื่อใจเ้าได้อย่างไร?” หลิวเย่ถามกลับคืนทันที
เพราะอันที่จริงแล้วเขาไม่ได้้าสังหารมันแต่อย่างใด
หากไม่ใช่เป็เพราะว่ามันขัดขวางการบินของเขา
เขาก็ไม่้าที่จะทำร้ายมันแบบนี้
“ของตอบแทนนั่นอยู่ในเขาข้างหนึ่งของข้าเองมันสามารถช่วยให้เ้าเลื่อนระดับได้หนึ่งระดับโดยการแทงเข้าหัวใจตัว
เอง”ปลาัหลงหยูเดิมพันการรอดชีวิตของตนเองด้วยการบอกความจริงกับหลิวเย่
หลิวเย่อึ้งตะลึงงันไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของปลาันั่น
“เ้าเป็ปลาอะไรแล้วข้าจะเชื่อได้อย่างไร?”
หลิวเย่ไม่เคยพบปลาัหรือมีข้อมูลจากจักรพรรดิะหลิวเย่ผู้ซึ่งเป็อาจารย์ของเขา
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะปักใจเชื่อมันในทันที
“ข้าชื่อหลงหยูเป็ปลาัที่คอยเฝ้ารักษาไข่มุกัเหยียนเจียง”ปลาับอกข้อมูลสำคัญกับหลิวเย่ทันที
พลันชื่อของไข่มุกัเหยียนเจียงผุดขึ้นมาในความทรงจำ
เขาตื่นเต้นยินดีทันทีเพราะนั่นคือไข่มุกนำทางเพื่อช่วยให้เขาสามารถรู้ที่อยู่ของอาจารย์ได้
“หากข้า้าไข่มุกัเหยียนเจียงด้วยเล่า”หลิวเย่ต่อรองการไว้ชีวิตมันด้วยการขอสมบัติที่มันเฝ้ารักษาอยู่
“นั่นแล้วแต่โชคชะตาของเ้าเพราะข้าไม่ได้หวงห้ามแต่อย่างใด”
ปลาับอกกับหลิวเย่อย่างสบายใจ
นั่นเป็เพราะว่าไข่มุกัเหยียนเจียงจะเลือกผู้ที่สมควรได้รับมันเอง
โดยที่ไม่มีใครสามารถมันได้หากมันไม่เต็มใจ
ซึ่งเสมือนว่ามันเป็สิ่งมีชีวิตหนึ่งแต่แค่อยู่ในรูปร่างกลมมนสีเหลืองทองอร่ามเท่านั้นเอง
“ได้ข้าจะลองดู” หลิวเย่ตอบกลับอย่างคาดหวัง
เขาหวังว่าตนเองจะมีโชคชะตามากพอที่จะเลื่อนระดับสูงขึ้นและมีโอกาสได้ไข่มุกัเหยียนเจียง
และทำให้ค้นพบที่อยู่ของอาจารย์ตนเอง
หลิวเย่เดิมพันกับเงื่อนไขของปลาัโดยคลายคาถาเวทมนตร์ของเหมันต์พิฆาตและอัสนีพิฆาตออก
“วื้ด”พลันความหนาวเย็นค่อยๆจางหายไปทีละน้อยพร้อมกับสายฟ้าที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
น้ำแข็งหนากว่า10 ชุ่น(10 นิ้ว) ที่ห่อหุ้มร่างของปลาัค่อยๆละลายจางหายไปจากร่างกายของมัน
ปลาัหลงหยูรักษาสัญญาเช่นกันโดยการหักเขาข้างหนึ่งของมันและโยนมาให้หลิวเย่
“ขวับ” หลิวเย่เอื้อมมือออกไปคว้าเขาแหลมยาวเท่าท่อนแขนตนเองไว้อย่างแม่นยำ
จากนั้นเขานั่งขัดสมาธิลงกับพื้นและจ้องมองเขาแหลมยาวสีเหลืองทองอย่างพิจารณาพลางคิดในใจอย่างตื่นใ
“นี่ฉันต้องแทงเข้าหัวใจตัวเองจริงหรือ?”
หลิวเย่กำลังชั่งใจว่าควรทำจริงหรือไม่?
แต่เมื่อเหลือบมองเห็นปลาัหลงหยูดำดิ่งกลับลงไปในทะเลลาวาโดยไม่ได้สนใจกับหลิวเย่อีก
ทำให้หลิวเย่ตัดสินใจได้ทันทีว่าจะต้องเสี่ยงดวงดูสักครั้ง
“เอาวะลองดูสักตั้ง ไม่รอดก็ร่วงละหลิวเย่เอ๋ย”
“พรึ่บ ปึ้ก”หลิวเย่หยิบเขาสีทองโดยหันด้านแหลมเข้าหาหัวใจตนเองและจับทิ่มแทงอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นหลิวเย่รู้สึกเ็ปจนเกินพรรณา
และร่างของเขาค่อยๆเอนล้มลงนอนหงายพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน
พลันเกิดแสงสีทองห่อหุ้มร่างกายของหลิวเย่พร้อมกับมีละอองสีทองกระจายออกจากตัวของเขาจนมองไม่เห็นร่างของ
หลิวเย่
หนึ่งชั่วยามต่อมา
หลิวเย่ค่อยๆฟื้นคืนสติพร้อมกับความแข็งแกร่งของร่างกายที่เขารู้สึกได้ในทันที“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”
“หืม!นี่ฉันเลื่อนระดับได้จริงหรือ?”
หลิวเย่สำรวจตันเถียนของตนเองและพบว่าได้เลื่อนระดับเป็แกนเทพระดับกลางได้จริง
ทำให้เขาหัวเราะอย่างมีความสุข“ฮ่าๆ ฉันมากับโชคชะตาจริงๆ เยี่ยมมากที่สามารถเลื่อนระดับได้แบบนี้”
เขาะโลุกขึ้นยืนในทันทีและเหินตัวบินวนเหนือทะเลลาวาอย่างมีความสุขพร้อมกับบินตรงไปยังอุโมงค์
ครู่หนึ่งหลิวเย่มาถึงปากทางเข้าอุโมงค์ซึ่งด้านในนั้นมีแสงเรืองรองสีทองส่องออกมาโดยวาบเป็ระยะ
“หือ!แสงนั่นมาจากไข่มุกัเหยียนเจียงไหม?”หลิวเย่พบว่าแสงสว่างนั้นไม่อยู่นิ่งแต่มีการเคลื่อนไหวไปมา
เขายืนครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะเข้าไข่มุกนี้
ในขณะที่เขายืนครุ่นคิดอยู่นั้น
ปรากฏว่าแหวนบนนิ้วชี้มือซ้ายของเขาสว่างเป็จังหวะเดียวกับแสงวูบวาบของไข่มุก
“เอ๊!นี่คืออะไร?”หลิวเย่เหลือบมองเห็นจังหวะเปล่งประกายแสงสว่างของแหวนตนเองและไข่มุกเข้าพอดี
ทำให้เขาแปลกใจที่มันเป็จังหวะวูบวาบตรงกัน
“ลองดูละกันเผื่อว่าจะเป็โชคชะตาที่จะนำพาฉันไปหาอาจารย์”
หลิวเย่พยักหน้าให้กำลังใจตนเองก่อนเดินตรงเข้าไปในอุโมงค์อย่างไม่รีบร้อน
ครู่หนึ่งเขามองเห็นไข่มุกัเหยียนเจียง
มันบินลอยไปมาอยู่ในถ้ำขนาดเล็กพร้อมกับเปล่งประกายสีเหลืองทองสวยงาม
“ลองดูสิว่าจะเป็อย่างที่คิดไหม?”
หลิวเย่ยื่นนิ้วชี้มือซ้ายที่สวมแหวนอยู่ออกไปตรงหน้าและเฝ้ามองพลางลุ้นอยู่ในใจ
ทันใดนั้นไข่มุกัหยุดบินและค่อยๆลอยลงต่ำพร้อมกับเข้าใกล้แหวนบนนิ้วของหลิวเย่มากขึ้นเรื่อยๆ
“ขวับ”หลิวเย่คว้าหมับไข่มุกัและกำไว้แน่นเพราะกลัวมันบินหนีไป
แต่เขากลับรู้สึกว่ามันนอนสงบนิ่งอยู่ในอุ้งมืออย่างรู้ความ“ไม่หนีแล้วหรือ?”
เขาถามไข่มุกัพร้อมกับแบมือออกช้าๆและพบว่าไข่มุกัยังคงสงบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวอีก
ทำให้หลิวเย่ถอนหายใจอย่างโล่งอก“เฮ้อ! นึกว่าจะมันไม่ได้ซะแล้ว”
จากนั้นเขานั่งขัดสมาธิบนพื้นแล้วใช้อุ้งมือสองข้างประกบเข้าด้วยกันโดยมีไข่มุกัอยู่ระหว่างกลางฝ่ามือ
“ꝡꝢꝦꝬꝕꜻꜳꝆꝏꝭꝱꝵꝷꝾꝻꝽ ꝬꝕꜻꜳꝆꝏꝭꝱꝵꝷꝾꝻꝽꝡꝢꝦꝬꝕꜻꜳꝆ”
เขาร่ายเวทมนตร์จากความทรงจำของอาจารย์เพื่อค้นหาที่อยู่โดยอาศัยสิ่งเชื่อมโยงเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี
นั่นคือแหวนหยินหยาง ที่ได้รับมาจากภรรยาของอาจารย์ ลู่ผิงผิง จากโลกโบราณ
ครู่หนึ่งพลันเกิดภาพในห้วงนิมิตของหลิวเย่
เขาพยายามเพ่งมองอย่างตั้งใจและเห็นว่าเป็ดาวดวงหนึ่งที่คล้ายคลึงกับโลกเทียนถัง