เมอร์ลินมองชายแก่เ้าของร้านกลับด้วยสายตาที่ไร้อารมณ์และเอ่ย
"ทีนี้เ้าเชื่อหรือยังว่าข้ามีคุณสมบัติที่จะมีน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ไว้?"
เมื่อเปิดเผยตัวตน เมอร์ลินเปลี่ยนสรรพนามจาก“ท่าน” เป็ “เ้า”
จากท่าทางของเ้าของร้าน ดูเหมือนว่าผู้ใช้อักขระนั้นเป็ตัวตนที่เต็มไปด้วยอำนาจ
เมอร์ลินจึงแสดงออกด้วยอำนาจของผู้ใช้อักขระที่เขามี
"อภัยให้ข้าด้วยท่านผู้ใช้อักขระ ข้านั้นมีตาแต่หามีแววไม่ ก่อนหน้านี้ที่ข้าบังอาจล่วงเกินท่านโปรดให้อภัยแก่ข้าด้วย” ชายชราเดินออกมาจากเคาน์เตอร์และก้มลงขอโทษเมอร์ลินอย่างกราบกราณเขาเอ่ยต่อ “ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วว่าน้ำยาเหล่านี้เป็ของจริงอย่างแน่นอนเมื่อทราบฐานะท่านแล้วข้านั้นไม่บังอาจตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับท่านอย่างแน่นอน”
ชายแก่เ้าของร้านเอ่ยอย่างนอบน้อมเปลี่ยนท่าทีและการแสดงราวกับเป็คนละคน แน่นอนว่าเขานั้น้าสร้างความพึงพอใจแก่เมอร์ลิน
อย่างที่รู้กันว่านอกจากชนชั้นสูงแล้ว บุคคลที่ไม่อาจจะทำให้ขุ่นเคืองใจได้คือผู้ใช้อักขระ พวกเขาคือตัวตนที่หากไม่อาจเป็มิตรก็อย่าริให้เป็ศัตรูแม้แต่จอมเวทย์ผู้หนึ่งก็ยังต้องเกรงใจพวกเขา
"ฮืม ... " เมอร์ลินไม่กล่าวคำใดๆ เพียงแต่ส่งเสียงคำรามต่ำๆออกมา
เมอร์ลินนิ่งอยู่นาน แต่ทว่าชายแก่ผู้นั้นกลับไม่มีท่าทีว่าจะพูดอะไรออกมา
"หากเ้าไม่สนใจยาเหล่านี้ข้าคงต้องกลับ" เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็า
ชายชราเมื่อเห็นดังนั้นเขากลับร้อนใจเป็อย่างมากและเอ่ยออกมาอย่างรนราน
"ไม่... ไม่ .... ได้โปรด ... ท่านผู้ใช้อักขระอย่าพึ่งขุ่นเคืองใจ ข้านั้นสนใจ ข้าสนใจน้ำยาเหล่านี้" ชายแก่เ้าของร้านนั้นตกอยู่ในภวังค์มากเกินไปจึงละเลยการแสดงออกเบื้องหน้า
เมอร์ลินเหลือบตามองชายชราและเอ่ยเ็า"เอาเป็ว่าข้า้าขายพวกมันในราคาขวดละ 200,000 เซนี่ เ้ามีปัญหาหรือไม่?"
ภายในพริบตาเมอร์ลินถือโอกาสเพิ่มราคาจาก150,000 เซนี่ เป็ 200,000เซนี่
แน่นอนว่าชื่อผู้ใช้อักขระนั้นสามารถเพิ่มราคาสินค้าได้ตามความ้าของเขาเมอร์ลินย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้พลาดไปอย่างแน่นอน
"ไม่มีปัญหา... หากท่านผู้ใช้อักขระมีความ้าเช่นนั้นย่อมไม่มีปัญหา ข้าจะรับซื้อน้ำยาทั้งหมดนี้ในราคาที่ท่านเสนอขอท่านให้อภัยในความผิดพลาดของข้าด้วย" ชายแก่เ้าของร้านรีบตอบตกลงแทบจะทันที เขานั้นไม่กล้าที่จะทำให้ผู้ใช้อักขระผู้หนึ่งขุ่นเคืองต่อให้เสนอราคาที่มากกว่านี้เขาก็ยินดีที่จะจ่ายมัน
เมอร์ลินเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจและเอ่ย
"ข้ายังมีเื่ที่จะต้องทำอยู่อีกมากรีบไปเอาเงินมาให้ข้าได้แล้ว"
ชายแก่เ้าของร้านเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งอย่างรนรานเข้าไปยังด้านหลังร้าน
มูลค่าของน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์20 ขวดนั้นถือว่ามีมูลค่าสูง มันเป็เงินจำนวนมาก เขาจึงต้องเข้าไปเอาเงินที่เก็บไว้มาเพื่อจ่ายให้กับเมอร์ลิน
เมื่อชายแก่เ้าของร้านได้เดินกลับออกมาเขานั้นได้นำไดมอนด์ 8เม็ดออกมาและมอบให้แก่เมอร์ลิน
เมอร์ลินรู้สึกแปลกใจ เมื่อคิดคำนวณในใจ น้ำยาจำนวน 20 ขวดราคา 200,000 เซนี่ มันควรจะเป็เงิน 4,000,000 เซนี่ ซึ่งสามารถนำไปแลกกับไดมอนด์ได้4 เม็ด
แต่เหตุใดชายแก่เ้าของร้านจึงมอบไดมอนด์ให้แก่เขาถึง8 เม็ด
นั่นไม่เท่ากับว่าเขาได้ขายน้ำยาไปขวดละ400,000 เซนี่หรอกหรือ
เมอร์ลินหรี่ตาลงและเอ่ยถามเ้าของร้าน"ทำไมเ้าถึงนำไดมอนด์มาให้ข้าถึง 8 เม็ด ไม่ใช่4 เม็ด"
ชายชรายิ้มออกมาด้วยท่าทีที่ประจบประแจงและเอ่ย
"อ่า ... ท่านผู้ใช้อักขระ จริงอยู่ว่าราคาของน้ำยาเพิ่มเวทย์นั้นอยู่ที่ 4 ไดมอนด์ ส่วนอีก 4 ไดมอนด์นั้นข้าขอมอบเพื่อเป็สินน้ำใจเล็กน้อยให้แก่ท่าน"
เงิน 4 ล้านเซนี่เป็เงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆแต่ชายชราคนนี้กลับมอบให้เมอร์ลินอย่างไม่เสียดาย
เมอร์ลินพยักหน้าช้าๆสองสามครั้งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า “เ้านับว่าอยู่เป็กาลเวลาไม่ได้ทำให้สมองของเ้าหยุดพัฒนา”
เมอร์ลินทราบความคิดของชายแก่เ้าของร้านทันทีที่เขาเปิดเผยตัวตน นามของผู้ใช้อักขระนั้นแทบจะทำให้เหล่าพ่อค้าร้องไห้และกราบกรานเพื่อของความเห็นใจ
การผูกสัมพันธ์กับผู้ใช้อักขระได้นั้นนับว่าเป็โชคที่มหาศาลเมอร์ลินจึงไม่แปลกใจที่เขาได้รับการต้อนรับที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือเช่นนี้
"หากเ้าเป็ผู้เสนอมา เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็ต้องเกรงใจ ไดมอนด์เหล่านี้ข้าจะรับมันไว้" เมอร์ลินกล่าวอย่างสุขุมและเต็มไปด้วยอำนาจ
เมอร์ลินรับไดมอนด์ทั้ง 8 เม็ดมาอย่างใจเย็นการแสดงออกของเขานั้นเต็มไปด้วยความเ็าและไร้อารมณ์
ตอนนี้เมอร์ลินนับว่าเป็ผู้หนึ่งที่มีความร่ำรวยแล้วหลังจากนั้นเขาจึงหันหลังและเดินออกจากร้าน
ชายแก่เ้าของร้านรู้สึกประหวั่นในใจ เขาไม่แน่ใจว่าการปฏิบัติเมื่อครู่นั้นจะทำให้ผู้ใช้อักขระตัวน้อยจะพึงพอใจมากน้อยเพียงใดแต่เขานั้นก็ไม่กล้าที่จะเซ้าซี้ แม้จะเป็เด็กน้อยแต่ก็เป็ผู้ใช้อักขระผู้หนึ่ง
หากไม่ได้เป็มิตรก็อย่าได้เป็ศัตรูกับผู้ใช้อักขระเขานั้นจำคำๆ นี้ได้เป็อย่างดี เพราะนี่คือกฎที่เหล่าพ่อค้าที่ปฏิบัติต่อผู้ใช้อักขระสืบต่อกันมา
ชายชรายืนส่งผู้ใช้อักขระตัวน้อยจากไปด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์
การพบผู้ใช้อักขระนับเป็โชคของพ่อค้าแต่โชคของเขากำลังจะเดินจากไปต่อหน้าต่อตานั่นจึงทำให้ชายแก่เ้าของร้านอดที่จะโศกเศร้าไม่ได้
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง...
เสียงที่ไร้อารมณ์ของเมอร์ลินดังขึ้น
"นี่... เ้าของร้าน"
ชายชราเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวังเหมือนโชคของเขาจะวกกลับมาอีกครั้ง
ผู้ใช้อักขระตัวน้อยนั้นได้หยุดก่อนที่จะถึงประตูร้านและเอ่ยออกมา
ใบหน้าของชายชรานั้นเปลี่ยนเป็สดใสในทันใด
"ท่านผู้ใช้อักขระไม่ทราบว่าท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้" เ้าของร้านรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสและเต็มไปด้วยความนอบน้อม แม้เขาจะไม่รู้ว่าผู้ใช้อักขระตัวน้อยมีความประสงค์ในสิ่งใจแต่เขานั้นมีเต็มใจเป็อย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือ ดวงตาของเขานั้นส่องประกายความหวังออกมา
"เ้า...” เมอร์ลินเหลือบมองชายชราและเอ่ยต่อ“เ้าสนใจที่จะทำการค้ากับข้าหรือไม่?"
เมื่อสิ้นเสียงของผู้ใช้อักขระตัวน้อย เหมือน์ถล่มมาต่อหน้าชายแก่เ้าของร้าน โชคก้อนโตหล่นทับเขาเข้าให้แล้ว ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ร่างกายของเขาแสดงอาการสั่นออกมาอย่างควบคุมไม่ได้เพราะความตื่นเต้นดีใจ
“จริง... จริงหรือท่านผู้ใช้อักขระ” ดวงตาของชายชรานั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อเขากำลังตื่นตนกและดีใจ
“คำพูดของข้านั้นทำมาจากทองข้าไม่เคยกลับคำพูด หรือเ้าไม่เห็นค่าของมัน” เมอร์ลินหรี่ตาลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"มิได้ๆ ขอบคุณท่านผู้ใช้อักขระ หัวใจของท่านช่างกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทรข้ายินดีที่จะภักดีต่อท่าน ขอบคุณท่านที่ให้โอกาสข้า" ชายแก่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดี
"ฮืม ข้าไม่มีเวลามากนักงั้นเราควรทำข้อตกลงเวลานี้กันเลยทีเดียว” เมอร์ลินรักษาอาการเยือกเย็นของเขาไว้ เขาแสดงท่าทางที่เต็มไปด้วยอำนาจออกมา
แน่นอนว่าชายแก่เ้าของร้านนั้นไม่ได้มีท่าทางแปลกใจอันใดกับท่าทีของเด็กน้อยแม้คนตรงหน้านี้จะเป็เด็กน้อยผู้เย่อหยิ่งแต่อย่างไรเสียเขาก็เป็ผู้ใช้อักขระผู้หนึ่ง
"เช่นนั้นเชิญท่านผู้ใช้อักขระเข้ามาด้านใน" ชายแก่ตอบกลับท่าทียิ้มแย้ม คำพูดแต่ละคำของเขาล้วนแสดงความนอบน้อมต่อเมอร์ลิน
เมื่อประตูหลังร้านถูกเปิดออกคนทั้งสองจึงหายเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วชายแก่เ้าของร้านพาเมอร์ลินเดินลัดเลาะผ่านโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ด้านในไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ห้องรับแขกเล็กๆ ห้องหนึ่ง
แน่นอนว่าเมอร์ลินถูกชายแก่เ้าของร้านเชื้อเชิญให้เขานั่งตรงเก้าอี้ที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ตรงกลางนั่นหมายความว่าเขานั้นได้ให้เกียรติต่อเด็กน้อยเป็อย่างมาก
ตลอดการเดินเข้ามาใบหน้าชายแก่เ้าของร้านนั้นยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกยินต่อโชคของเขาเป็อย่างมาก
"เ้าสนใจที่จะทำการค้ากับข้าใช่หรือไม่" เมอร์ลินเอ่ยถามชายแก่ที่นั่งตรงหน้าเขาอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยัน ระหว่างนั้นเขาก็ส่งกลิ่นอายของพลังอักขระออกไปรอบๆห้องเพื่อแสดงอำนาจต่อชายแก่เบื้องหน้า
กลิ่นอายเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชายชรารู้สึกกดดันแต่อย่างใดแต่เขากลับยินดีด้วยซ้ำที่ผู้ใช้อักขระตัวน้อย้ามอบข้อเสนอให้แก่เขา
"ข้ายินดี...ข้านั้นยินดีและเต็มใจเป็อย่างมากที่จะทำการค้ากับท่าน" ชายแก่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ปลื้มปิติ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธคำพูดที่มีค่าดั่งทองนี้
"เ้าทราบหรือไม่ว่าเหตุใดจู่ๆ ข้าถึง้าทำการค้าใดกับเ้า" เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและจ้องมองเ้าของร้านอย่างไม่วางตาเขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายทุกการกระทำของเขานั้นเต็มไปด้วยความสูงส่ง
"ข้านั้นเบาปัญญาเกินไม่อาจตอบคำถามของท่านได้ แต่หากท่าน้าให้ข้าทำสิ่งใดโปรดเอ่ยออกมาข้านั้นยินดีที่จะทำตามโดยไม่ปริปากบ่น" ใบหน้าของชายแก่เ้าของร้านนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเอ่ยตอบย่างประจบเอาใจ
"ดี...” เมอร์ลินหยุดครู่หนึ่งและเอ่ย “เ้ารู้หรือไม่ว่าการค้าขายเมื่อครู่นั้นคือบททดสอบที่ข้ามอบให้กับเ้า"
เมื่อได้ยินชายชราก็แสดงสีหน้าตกในออกมา
"ข้า.. ข้าไม่ทราบขอรับ" ชายชราเอ่ยตอบอย่างรนรานและพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ชายชราไม่รู้เลยว่าการเสนอราคาเมื่อครู่เป็การลองใจจากผู้ใช้อักขระ หากในตอนนั้นเขาเกิดการตระหนี่หยิบเงินมาเพียงแค่ 4 ไดมอนด์ เขาคงเป็ผู้ที่โชคร้ายไม่ผ่านบททดสอบจากผู้ใช้อักขระเป็แน่
"ด้วยไมตรีของเ้านั้นถือว่าเ้าแสดงความจริงใจต่อข้าข้าจึงยินดีที่จะร่วมทำการค้ากับเ้า แน่นอนว่าหากจำหน่ายยาชนิดนี้ออกไปในตลาดราคาของมันย่อมไม่หยุดอยู่ที่ 200,000 เซนี่ เพราะคุณสมบัติแฝงนี้มีความสามารถเหนือกว่าการฟื้นฟูพลังเวทย์เสียอีก 400,000 เซนี่จึงเป็ราคาที่เหมาะสมในเวลานี้”
เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ยต่อ “ผู้ใช้เวทมนต์ระดับสูงทุกคนเมื่อใช้เวทย์บทใหญ่ การร่ายเวทย์จึงเป็ตัวตัดสินในการชี้ชะตา หากพวกเขาร่ายเวทย์ได้รวดเร็วกว่าเดิมย่อมมีชัยเหนือคู่ต่อสู้ สำหรับผู้ใช้เวทมนต์ระดับสูง 400,000 เซนี่ แลกกับประโยชน์ที่ได้นี้แน่นอนว่าพวกเขานั้นยินยอมที่จ่ายมันและเมื่อยาตัวนี้เป็ที่รู้จักในวงกว้าง ราคาของมันก็ย่อมต้องสูงมากกว่านี้อย่างแน่นอน"
เมอร์ลินเอ่ยช้าๆ อย่างคล่องแคล่วและเรียบง่ายคำพูดของเขาทุกคำก็นั้นเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเชื่อถือ
เมอร์ลินในยามนี้ เขานั้นไม่เหมือนเด็กน้อยอีกต่อไป
"การร่วมมือทางการค้าของข้านั้นคือหนทางที่ง่ายและไม่ยุ่งยากข้าจะผลิตน้ำยาชนิดนี้ให้เ้าจำหน่ายเพียงเ้าเดียว ดังนั้นแล้วเ้าย่อมสามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบ ข้อเสนอนี้เ้าสนใจหรือไม่?" เมอร์ลินมองไปที่ชายชราและยิ้ม
"ชายชราผู้นี้ไม่มีข้อคัดค้านใดๆทุกอย่างจะเป็ไปตามที่ท่านพูด" ชายแก่เ้าของร้านรีบตอบรับคำของเมอร์ลินแน่นอนว่าข้อเสนอนี้เป็ประโยชน์ต่อเขาเป็อย่างมากต่อให้ข้อเสนอของเด็กน้อยเลวร้ายกว่านี้เขาก็ยังยินดีที่จะยอมรับ
"ส่วนแบ่งของข้าคือ 70 : 30ของกำไรทั้งหมด เ้าว่าเหมาะสมหรือไม่" เด็กน้อยกล่าวอย่างราบเรียบ
"ย่อมเหมาะสมข้ายินดีรับข้อเสนอของท่านทุกประการ" แม้ในข้อเสนอนี้ ชายแก่จะเป็ฝ่ายเสียเปรียบแต่เขาก็ตอบรับอย่างน่าชื่นตาบาน ในแววตาของเขาไม่มีคำว่าเสียใจหรือผิดหวังเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ชายชราได้รับส่วนแบ่งที่น้อยกว่านี้เขาก็ยังถือว่าได้ประโยชน์ที่มหาศาลอยู่ดี
"ก่อนอื่นข้า้ารู้ข้อมูลของร้านยาในตลาดแห่งนี้ว่านอกจากข้าแล้วมีร้านไหนอีกบ้างที่ร่วมมือกับผู้ใช้อักขระคนอื่นอีก" เมอร์ลินทำการสอบถามข้อมูลทางการตลาดแน่นอนว่าผู้ใช้อักขระนั้นมีความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็การสลักอักขระลงยุทธภัณฑ์การสร้างอุปกรณ์เวทย์ หรือการปรุงยาเขา้าทราบว่าเส้นทางการค้าของเขานั้นมีคู่แข่งหรือไม่
"เท่าที่ข้าทราบ ทั้งตลาดแห่งนี้รวมถึงอีกหลายดินแดนการปรุงยาส่วนใหญ่นั้นแทบจะมาจากนักเวทย์ปรุงยา ข้าไม่เคยได้ยินเลยว่าจะมีผู้ใช้อักขระคนใดที่เดินทางในเส้นทางการปรุงยาตลาดแห่งนี้จึงไม่มีร้านยาร้านไหนที่ทำร่วมมือกับผู้ใช้อักขระเลย” ชายชราตอบคำถามของเมอร์ลินด้วยรอยยิ้มและเอ่ยต่อ
“ทั้งนี้อาจเป็เพราะปรุงยานั้นไม่คุ้มกับการเสียเวลาของผู้ใช้อักขระพวกเขามักร่วมมือกับร้านค้าที่ผลิตของที่มีมูลค่าสูงอย่างร้านอุปกรณ์เวทย์ร้านขายอาวุธ หรือร้านเครื่องประดับเสียมากกว่า จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาของข้า ท่านนั้นเป็ผู้ใช้อักขระคนแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของการปรุงยา”
ชายชรายิ้มและแสดงใบหน้าที่ประจบเอาใจ
“หากข้อตกลงของเราสำเร็จเรานับว่าเป็เ้าแรกที่ผลิตน้ำยาจากผู้ใช้อักขระ"
เมอร์ลินพยักหน้าและใช้คิดวิเคราะห์
“จริงอย่างที่ชายแก่คนนี้พูดการสลักอักขระลงอุปกรณ์นั้นย่อมทำกำไรได้มากกว่าการปรุงยาผู้ใช้อักขระแต่ละคนล้วนย่อมมีความถนัดต่างกัน ในความถนัดที่มีหลากหลายแขนงนั้นเส้นทางปรุงยานั้นนับว่าไม่มีคนให้ความสนใจมากนักเพราะดินแดนแห่งนี้นั้นมีนักเวทย์ปรุงยาอยู่แล้ว พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่าหากผู้ใช้อักขระเป็ผู้ปรุงยาจะสามารถสร้างคุณสมบัติแฝงให้แก่ยาเ่าั้ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ใช้อักขระจำต้องมีสูตรเฉพาะในการปรุงยาอีกด้วย การคิดค้นสูตรปรุงยานับว่าเป็เื่ที่ยุ่งยากเหมือนที่ข้าเสียเวลาไปหลายเดือนกับการทดลองสร้างสูตรยาเหล่านี้ขึ้นมา” เมอร์ลินคิดใจใจ
ความสามารถของผู้ใช้อักขระแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไปแม้จะสามารถใช้อักขระเวทย์ได้เหมือนกันแต่พวกเขาเ่าั้ยังต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆเพื่อเพิ่มระดับให้กับตนเอง
ยิ่งเข้าถึงศาสตร์ของอักขระเวทย์ได้มากเท่าไหร่คนผู้นั้นก็จะได้รับอำนาจที่เหนือกว่าจากอักขระเวทย์ เมื่อสะสมความรู้ในศาสตร์เ่าั้ได้มากโอกาสที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวก็มีมากขึ้นเช่นกัน
"ในเมื่อเ้าตกลงที่จะร่วมมือกับข้าแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ข้า้าคือวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงยาและห้องสำหรับปรุงยานี่คือรายชื่อของสมุนไพรที่จะใช้ในการปรุงยา ในครั้งหน้าข้าจะเข้ามาปรุงยาที่นี่ข้าหวังว่าเ้าจะจัดการเื่เหล่านี้ได้อย่างเรียบร้อย” พูดจบเมอร์ลินก็ยื่นกระดาษที่จดรายชื่อสมุนไพรให้กับชายแก่เ้าของร้าน
เมื่อชายแก่เ้าของร้านเห็นรายชื่อสมุนไพรเขาก็ถึงกับแสดงท่าทีที่ตื่นตะลึงเพราะสมุนไพรในรายชื่อเหล่านี้ล้วนเป็สมุนไพรระดับต่ำแทบทั้งสิ้น
การใช้สมุนไพรระดับต่ำมาปรุงยาระดับสูงเป็เื่ที่เหนือสามัญสำนึกของคนทั่วไปหากเหล่านักปรุงยาได้รับรู้พวกเขาคงกระอักเืเป็แน่เขาไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะมีความสามารถถึงขนาดนี้
แต่ด้วยตัวตนของเด็กน้อยที่มีฐานะเป็ผู้ใช้อักขระชายชราย่อมไม่กล้าสงสัยในความสามารถนี้
มันเป็การดีเสียอีกที่ทำการค้าต้นทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนที่สูงแม้ส่วนแบ่งของเขาจะน้อยกว่าแต่เขาเชื่อได้ว่าผลประโชยน์ที่จะได้รับกลับนั้นย่อมไม่มีจำนวนน้อยเป็แน่
"ข้าจะจัดการตามความประสงค์ของท่าน” ชายแก่เ้าของร้านตอบรับคำสั่งของผู้ใช้อักขระตัวน้อยอย่างยินดีแน่นอนว่าเขาไม่กล้าที่จะพูดมากต่อหน้าผู้ใช้อักขระ และเื่เหล่านี้ก็เป็เื่เล็กน้อยที่เขาสมควรทำทั้งนั้น
“ดี...” เมอร์ลินเอ่ยออกมาอย่างพึงพอใจและเอ่ยต่อ
“ข้าคิดว่าเ้ายังไม่ได้บอกชื่อของเ้าแก่ข้า" เด็กน้อยพูดพลางหลี่ตาลงมองชายชรา
การกระทำของเด็กน้อยนั้นไม่เหมือนกับเด็กน้อยทั่วไป เขานั้นเหมือนชนชั้นสูงหรือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ราวกับว่าเขานั้นผ่านโลกมาจำนวนมาก ชายแก่เ้าของร้านสังเกตเห็นความจริงในข้อนี้
"ขออภัยท่านผู้ใช้อักขระข้านี่ยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือนชื่อของข้าคือดีวาส มาติน” มาตินเอ่ยตอบ
“อืม...” เมอร์ลินคำรามเสียงต่ำออกมา
มาตินนั้นทำท่าทีที่อึกอักก่อนจะเอ่ยออกมา
“ข้าเองก็ยังไม่ทราบชื่อของท่านไม่ทราบว่าท่าน ...” ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบเมอร์ลินก็พูดแทรก
“เ้าสามารถเรียกข้าว่าเอเลน” เมอร์ลินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
เพื่อเลี่ยงความวุ่นวายเมอร์ลินจึงได้สร้างนามแฝงของเขาขึ้นก่อนหน้านี้เขาได้วางแผนในอนาคตของเขาไว้แล้วโดยที่เื่ที่เกิดปัจจุบันนี้เป็เพียงแค่การเริ่มต้นต่อไปเขาจะใช้ร้านค้าแห่งนี้สร้างฐานอำนาจของตัวเอง
ในทันทีที่เขาได้ยินว่าเขาเป็ผู้ใช้อักขระเพียงคนเดียวที่อยู่ในเส้นทางการปรุงยาเขาก็ได้วางแผนไว้แล้วว่าจะทำการค้าที่สามารถทำการสั่นะเืไปทั้งแผ่นดินนี้ แผนการของเขาทั้งหมดนี้จะเริ่มจากน้ำยาตัวแรกที่เขาผลิตออกมานั่นก็คือน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ที่มีคุณสมบัติแฝงในการลดระยะเวลาการร่ายเวทย์
ดินแดนนี้มี 5 อาณาจักรใหญ่และอาณาจักรเล็กๆอีกมากมายที่อยู่บนโลก าจึงเป็เื่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับเสือหลายตัวที่มาอยู่รวมกัน
น้ำยาชนิดนี้จึงเป็ประโยชน์อย่างมากในการสร้างความได้เปรียบในการทำาหรือแม้กระทั่งการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงเพียงแค่น้ำยาชนิดนี้ชนิดเดียวเขาคาดว่ามันจะสามารถสร้างความสั่นะเืให้กับอาณาจักรต่างๆได้
สูตรในการปรุงยานี้จึงเป็สิ่งที่สำคัญเป็อย่างมากการปิดบังตัวตนของเขาจึงเป็เื่ที่สมควร
"ข้าทราบแล้วท่านเอเลน ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดที่้าอีกหรือไม่" มาตินกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม
"ยังมีอีกเื่หนึ่งตอนนี้ข้า้าแหวนเวทย์เ้าสามารถหามันมาให้ข้าได้หรือไม่"
"แน่นอนท่านเอเลนโปรดรอซักครู่" มาตินเดินไปยังตู้กระจกที่อยู่ด้านหลังแล้วหยิบกล่องเล็กๆกล่องหนึ่งออกมา เขาแง้มฝากล่องตรวจสอบดูมันเล็กน้อยแล้วยื่นมันให้กับเมอร์ลินอย่างนอบน้อม
เมอร์ลินรับกล่อง จากนั้นก็หยิบแหวนออกมาสวมที่นิ้วของเขา
“ราคาของมัน?” เมอร์ลินมองไปที่มาตินและเอ่ยถาม
มาตินนั้นยังคงไว้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มและเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า
"แหวนวงนี้ถือเป็ไมตรีจากข้าเพื่อเห็นแก่ความจริงใจของข้า ขอให้ท่านเอเลนโปรดรับไว้”
มาตินกล่าวอย่างประจบเอาใจแน่นอนว่าแหวนวงนี้มีมูลค่าที่สูงมาก แต่เขาเองนั้นสามารถคำนวณผลตอบแทนในอนาคตที่เขาจะได้รับมาได้การลงทุนในครั้งนี้เขาย่อมได้รับผลตอบแทนที่มากกว่านี้อย่างแน่นอน
"ดี...” เมอร์ลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจและลุกขึ้นเอ่ย
“ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ข้าต้องเตือนเ้าไว้ในเื่ตัวตนของข้านั้นห้ามเ้าแพร่งพรายออกไปเป็อันขาด" เมอร์ลินกล่าวน้ำเสียงเด็ดขาดและเยือกเย็น
คำกล่าวเล็กน้อยนี้นั้นถึงกับทำให้ร่างกายของมาตินสั่นสะท้าน
"ข้าจะทำตามทุกความประสงค์ของท่าน ข้าจะเก็บฐานะและตัวตนของท่านไว้เป็ความลับ"
แน่นอนว่าต่อให้เมอร์ลินไม่พูดออกมามาตินก็ไม่คิดจะพูดมันออกไป เพราะร้านค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้อักขระตัวตนของผู้ใช้อักขระนั้นเป็สิ่งสำคัญ
การแย่งชิงอำนาจของผู้ใช้อักขระระหว่างเหล่าพ่อค้านั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในโลกนี้ไม่มีใครรับประกันได้เลยว่าผู้ใช้อักขระที่เคยสนับสนุนร้านค้าของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงไปสนับสนุนร้านค้าอื่นดังนั้นแล้วร้านค้าต่างๆ จึงไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้อักขระของตน ตัวตนของผู้ใช้อักขระที่สนับสนุนจึงเป็ความลับสุดยอดของร้านค้า
"หมดเื่แล้ว วันที่ 1 ของเดือนหน้าข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่งจงจัดเตรียมของทั้งหมดให้พร้อมและข้าหวังว่าเ้านั้นจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง" กล่าวจบเด็กน้อยในชุดคลุมสีฟ้าที่แสนมอซอก็เดินจากทันที