อ้อยืนอึ้ง ปากแห้ง ไม่สามารถพูดอะไรได้ ดวงตาของเธอมองไปยังจอยที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม พยายามดึงกระโปรงลงมาปิดร่างกายของเธอ ใบหน้าของจอยแดงก่ำเพราะความอับอายและความโกรธที่ถูกจับได้
“ฉัน... ฉันแค่เดินผ่านมาเท่านั้น” อ้อพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ
น้าศรมองอ้อั้แ่หัวจรดเท้า สังเกตเห็นว่าเธอยังคงสวมชุดครูอยู่ แต่เสื้อผ้าของเธอดูรกว่าปกติ และเขาก็สังเกตเห็นว่ามือของเธอยังคงอยู่ในตำแหน่งที่น่าสงสัย
“เดินผ่าน... หรือแอบดู?” น้าศรถามอย่างเข้มงวด “คุณเห็นทุกอย่างใช่ไหม”
อ้อโต้ตอบไม่ได้ แค่ผงกหน้าลงไป น้ำตาเริ่มเก็บกดไม่อยู่และไหลลงบนแก้มของเธอ ความอับอายทำให้เธออดใจไม่ไหว
“โปรด... โปรดอย่าบอกใครนะคะ” เธอขอร้องด้วยเสียงน้อยใจ
น้าศรมองอ้ออย่างลึกซึ้ง เขาเห็นความโศกเศร้าและความโดดเดี่ยวในสายตาของเธอ เขารู้ว่าเธอเป็ม่ายที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน และบางทีความเหงาอาจทำให้เธอทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
“ไปพูดคุยกันในบ้านของฉันดีกว่า” น้าศรพูดอย่างเป็กลาง แล้วหันไปบอกจอย “เธอกลับบ้านไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราจะคุยกันต่อ”
จอยรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองใคร ทิ้งให้อ้อและน้าศรอยู่ในความมืดร่วมกัน
“มาเถอะครูอ้อ” น้าศรพูดแล้วนำทางอ้อไปยังบ้านานพักของเขา อ้อเดินตามไปอย่างเชิดช่อ ในใจรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กที่ทำผิดและกำลังจะถูกลงโทษ บ้านพักของน้าศรตั้งอยู่หลังสุดของหมู่บ้านพักครู ห่างจากบ้านของอ้อและพี่ชัยประมาณสองหลัง พอเข้าไปในบ้าน น้าศรปิดประตูไว้แล้วเปิดไฟขึ้นมาทำให้ห้องโถงสว่างขึ้น
น้าศรชี้ไปที่โซฟาตัวเก่าแก่สีน้ำตาล “นั่งที่นี่ก่อนเถอะครูอ้อ”
อ้อนั่งลงบนโซฟาอย่างเกรงใจ มือทั้งสองข้างยัดไว้ใต้ตะเข้าแขนเพื่อปิดบังความสั่นไหวของตัวเอง น้าศรเดินเข้าไปในครัวแล้วกลับมาพร้อมแก้วน้ำเย็นๆ วางบนโต๊ะหน้าอ้อ
“ดื่มน้ำก่อนเถอะ” เขาพูดอย่างเป็กลาง “คุณดูเหนื่อยเหลือเกิน”
อ้อรับแก้วน้ำด้วยมือที่สั่นไหว ดื่มน้ำไปสองสามคำเพื่อคลายคอแห้ง ในระหว่างนั้นน้าศรนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดียวที่อยู่ตรงข้ามกับโซฟา มองเธออย่างเงียบๆ ความเงียบในห้องทำให้อ้อรู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น
“ผม... ผมขอโทษครับที่เสียงดังไปหน่อย” น้าศรเริ่มพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ “ผมไม่ได้ตั้งใจให้คุณเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น”
อ้อสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเขา เธอคิดว่าจะถูกตำหนิหรือถูกขู่ว่าจะเปิดโปง แต่น้าศรกลับพูดอย่างสุภาพและดูเข้าใจ