ผ่านไปแล้วหลายวัน เมื่อหนิงลี่เห็นว่าหนิงเอ้อหลานไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับตนเอง วันนี้หนิงลี่จึงชวนหนิงหลันขึ้นไปเก็บผักป่าที่บนเขา อีกทั้ง่นี้อากาศยังร้อนอบอ้าว บางทีนางอาจจะโชคดีได้เห็ดป่าสดๆ กลับมากินอีกด้วย
“ท่านแม่ ข้ากับหลันเอ๋อจะขึ้นไปเก็บผักป่าบนเขานะเ้าคะ หากหยางฟางกลับมา ท่านช่วยบอกเขาให้ข้าด้วยนะเ้าคะ” หนิงลี่พูดพร้อมกับสะพายตะกร้าขึ้นหลัง และหันไปสั่งน้องชาย “เจี๋ยเอ๋อ เ้าไม่ต้องตามพี่ใหญ่ไปหรอก เ้าเอายานวดนี้ไปให้พี่จ้าวหลง และบอกเขาว่าหากขาของเขายังไม่หายดี ก็ยังไม่ต้องให้เขารีบมาสอนหนังสือพวกเรา”
ครอบครัวของหนิงลี่แยกกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน โดยที่หนิงลี่และคนอื่นๆ ไม่ได้สังเกตเลยว่า หนิงไป๋หลิงมายืนแอบฟังที่พวกเขาสนทนากันอยู่ด้วยความดีใจ ก่อนที่หนิงไป๋หลิงจะรีบวิ่งกลับบ้านของตนเอง
“พี่หยางฟาง พี่หยางฟางรีบไปกับข้าเร็วเข้า”
“มีอะไรหรือจื่อจิ้ง เ้าจะฉุดมือข้าไปไหน พูดกันให้รู้เื่ก่อน” เซียวหยางฟางถามอย่างสงสัย พร้อมกับจูงวัวเข้าไปเก็บในคอกวัวที่บ้าน
“กำลังจะเกิดเื่กับพี่หนิงลี่แล้วก็หนิงหลันแล้วน่ะสิ พี่รีบตามข้าไปเถอะ อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย” หวงจื่อจิ้งพูดอย่างร้อนรน
“เกิดเื่อะไรขึ้นกับลี่เอ๋ออย่างนั้นหรือ” เซียวหยางฟางถามเสียงเข้ม
หวงจื่อจิ้งจึงเล่าเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งได้ยินมาให้เซียวหยางฟางฟัง วันนี้่สายเขาตั้งใจจะมาหาหนิงลี่เพื่อขอเมล็ดพันธุ์ผักไปปลูก แต่บังเอิญหนิงลี่กับหนิงหลันกำลังเดินออกจากบ้านเพื่อขึ้นไปเก็บผักป่าบนเขาพอดี ขณะที่หวงจื่อจิ้งกำลังจะเดินเข้าไปหาหนิงลี่ เขากลับมองเห็นหนิงไป๋หลิงที่แอบอยู่หลังต้นไม้พอดี พอเห็นว่าหนิงลี่กับหนิงหลันเดินลับไปแล้ว หนิงไป๋หลิงก็รีบวิ่งกลับบ้านไปด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ หวงจื่อจิ้งเห็นความผิดปกติและเดาว่าหนิงไป๋หลิงคงคิดที่จะทำเื่ไม่ดีกับหนิงลี่ เขาจึงแอบตามหนิงไป๋หลิงกลับไปที่บ้านของนาง และบังเอิญที่เขาได้ยินแผนร้ายของหนิงเอ้อหลานกับหนิงไป๋หลิงเข้าพอดี สองพี่น้องใจร้ายตั้งใจจะฉุดหนิงลี่กับหนิงหลันไปทำมิดีมิร้ายที่กระท่อมเชิงเขา
หวงจื่อจิ้งตั้งใจจะวิ่งขึ้นเขาเพื่อไปช่วยหนิงลี่กับหนิงหลัน แต่ด้วยความที่หนิงเอ้อหลานมีรูปร่างใหญ่โตกว่าตัวเขา หวงจื่อจิ้งจึงกลัวว่าเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหนิงเอ้อหลาน หวงจื่อจิ้งจึงตั้งใจมาดักรอเซียวหยางฟาง เพราะถึงอย่างไรเซียวหยางฟางก็เป็ผู้มีวรยุทธ์
เซียวหยางฟางได้ยินอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปที่กระท่อมเชิงเขาทันที ปล่อยให้หวงจื่อจิ้งวิ่งตามจนแทบจะหายใจไม่ทัน เมื่อทั้งคู่ไปถึงกระท่อมเชิงเขา ทั้งคู่กลับเห็นหนิงไป๋หลิงยืนทะเลาะอยู่กับเฉาปาเม่ยอยู่ที่หน้ากระท่อม
“กระท่อมเชิงเขาเป็ที่พักของส่วนรวม เ้าจะมาไล่ข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้” เฉาปาเม่ยก้มลงมองหนิงไป๋หลิง
“วันนี้พี่ใหญ่ของข้า้าหาที่สงบเพื่อท่องตำราเตรียมสอบ ข้าขอร้องเ้าเถอะนะ เห็นแก่พี่ชายข้าเถอะ”
เฉาปาเม่ยแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง หนิงไป๋หลิงกำลังขอร้องนางอยู่อย่างนั้นหรือ “นี่เ้า...เ้าไม่ได้ป่วยใช่หรือไม่ไป๋หลิง หรือว่าข้ากำลังฝันไป เมื่อครู่เ้ากำลังขอร้องข้าอยู่หรือ”
“การสอบครั้งนี้สำคัญกับพี่ใหญ่ของข้ามาก ถึงแม้เ้าจะให้ข้าคุกเข่าขอร้องเ้า ข้าก็ทำได้” หนิงไป๋หลิงแสร้งทำท่าว่าจะคุกเข่า แต่เฉาปาเม่ยรีบห้ามไว้ทันที
“หยุด! เ้าไม่ต้องมาคุกเข่าให้ข้า ก็ได้ๆ ถือเสียว่าข้ากำลังทำเพื่อชื่อเสียงของหมู่บ้าน หากพี่ชายเ้าสอบได้เป็ถึงซิ่วไฉ หมู่บ้านของเราก็จะมีหน้ามีตาขึ้นมาไม่น้อย วันนี้ข้าจะยอมให้เ้าสักวันก็แล้วกัน” เฉาปาเม่ยพูดจบก็เดินหันหลังกลับไป อันที่จริงเฉาปาเม่ยรู้ว่าในกระท่อมนั้นมีคนอยู่ และนางก็รู้ด้วยว่าเป็หนิงลี่ แต่ถึงรู้นางก็ไม่คิดที่จะเข้าไปช่วย เพราะนางอิจฉาที่จ้าวหลงให้ความสำคัญกับหนิงลี่และหนิงหลันมากกว่านางที่พยายามเอาใจเขาอยู่สารพัดวิธี
“นังโง่เอ๊ย เกือบทำแผนของข้าพังไม่เป็ท่าแล้วไหมเล่า” หนิงไป๋หลิงบ่นตามหลังเฉาปาเม่ยเสียงเบา ก่อนที่นางจะเดินเข้ากระท่อมไปเพื่อดูหนิงลี่ที่กำลังนอนสลบอยู่
เซียวหยางฟางกับหวงจื่อจิ้งมองดูเหตุการณ์ทุกอย่างจนพอจะเข้าใจแล้วว่าหนิงลี่กับหนิงหลันต้องอยู่ในกระท่อมหลังนั้นแน่นอน เซียวหยางฟางหันไปกระซิบบางอย่างกับหวงจื่อจิ้ง ก่อนที่เขาจะตรงไปตบที่ท้ายทอยของเฉาปาเม่ยและแบกนางเดินไปที่กระท่อม
“พี่ใหญ่ ทำไมท่านถึงมาช้านักเล่า ท่านรีบวางนังหนิงหลันลงมาก่อนเถอะ แล้วก็รีบทำธุระของท่านให้เสร็จ เมื่อครู่ข้าเห็นนังหนิงลี่เริ่มขยับตัวแล้ว ข้าใแทบแย่ กลัวว่าท่านจะกลับมาไม่ทัน” หนิงไป๋หลิงหันกลับมาก็ต้องใ เพราะไม่ใช่หนิงเอ้อหลานที่เดินเข้ามาในกระท่อม แต่เป็เซียวหยางฟางที่กำลังแบกเฉาปาเม่ยอยู่ต่างหาก ไม่ทันที่หนิงไป๋หลิงจะได้ส่งเสียง เซียวหยางฟางก็ตบไปที่ท้ายทอยของนางเสียก่อน
“จื่อจิ้ง เ้าจะรีบแบกตาข่ายไปที่ไหนหรือ” โกวเอ้อที่กำลังจะเดินกลับบ้านถามขึ้น เมื่อเห็นว่าหวงจื่อจิ้งวิ่งเหมือนกับว่ากลัวของจะหาย
“ข้าโชคดีเก็บไก่ฟ้าได้จากบนเขานะขอรับ แต่น่าเสียดายพอเดินลงมาถึงกระท่อมเชิงเขา ข้ากลับทำไก่ฟ้าหลุดมือไป แต่ยังดีที่บ้านของข้าอยู่ไม่ไกล ข้าก็เลยวิ่งไปเอาตาข่ายมาใช้จับมัน พี่ใหญ่โกวหากพวกท่านยังว่าง พวกท่านก็ไปช่วยข้าจับไก่ฟ้าตัวนั้นหน่อยเถอะ ไก่ฟ้าตัวนั้นตัวอวบอ้วนไม่น้อย หากพวกท่านช่วยข้าได้ ข้าจะแบ่งไก่ฟ้าให้พวกท่านครึ่งตัว”
“เ้าพูดจริงหรือจื่อจิ้ง เ้าจะแบ่งไก่ฟ้าให้พวกเราครึ่งตัวจริงๆ หรือ” โกวซานถามขึ้นอย่างดีใจ “ถ้าเช่นนั้นเราก็รีบไปกันเถอะพี่ใหญ่ เราไปช่วยจื่อจิ้งจับไก่ฟ้ากัน”
โกวเอ้อกับโกวซานรีบปลดฟืนลงจากหลัง ก่อนที่จะรีบวิ่งตามหวงจื่อจิ้งไปที่กระท่อมเชิงเขา พอทั้งสามคนไปถึงกระท่อมเชิงเขาก็ได้ยินเสียงไก่ฟ้าร้องมาอยู่หน้ากระท่อม พวกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปเพราะกลัวไก่ฟ้าจะใและวิ่งหนีขึ้นเขาไป แต่ความดีใจกลับเปลี่ยนเป็แปลกใจ และเป็หวงจื่อจิ้งที่หน้าแดงไปถึงหู เมื่อได้ยินเสียงข้างในกระท่อมชัดๆ
“เสียงนี้นี่มัน...” หวงจื่อจิ้งพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ใครมันมาทำเื่บัดสีที่นี่กลางวันแสกๆ นะ จื่อจิ้งเ้าเป็เด็กเป็เล็ก เ้าไม่ต้องอยู่ฟังหรอก รีบวิ่งไปบอกท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านให้มาที่นี่เร็วเข้า ข้ากับน้องชายจะเฝ้าอยู่ที่นี่ จะไม่ยอมให้ใครหนีไปได้เป็อันขาด เื่ผิดทำนองคลองธรรมแบบนี้ต้องให้ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านมาช่วยกันดู”
หวงจื่อจิ้งรีบวิ่งไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านตามที่โกวเอ้อบอกอย่างเร็ว และไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านกับชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เดินตามมากันอีกเป็ขบวน
“ไหน...มันอยู่ที่ไหน คนที่กล้ามาทำเื่บัดสีกลางวันแสกๆ แบบนี้” หัวหน้าหมู่บ้านะโถาม “โกวเอ้อ โกวซาน คนพวกนั้นอยู่ที่ไหน”
“อยู่ในกระท่อมขอรับท่านปู่ คิดว่าตอนนี้พวกเขาคงจะ...เอ่อ...ทำเื่นั้นกันเสร็จแล้วขอรับ เพราะว่าข้ากับพี่ใหญ่ไม่ได้ยินเสียง...เอ่อ...เสียงอย่างนั้นมาครู่หนึ่งแล้ว” โกวซานเป็เด็กหนุ่มที่ยังไม่แต่งงาน การที่เขาอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในกระท่อมออกมานั้น มันช่างน่าอายเสียนี่กระไร