บทที่ 12
หาตัว
สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์แต่ไม่ใช่ มันมีรูปลักษณ์คล้ายกับมนุษย์ ทว่าดวงตาทั้งสองของมันกลับเป็สีดำสนิท
บรรยากาศบริเวณรอบๆร่างกายของมัน ก็แผ่ซ่านบรรยากาศแห่งความตายออกมาเช่นเดียวกัน
ถ้าเกิดเจียงเฟิงอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ คงจะรู้ได้ในทันทีว่าเ้าสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกับมนุษย์แต่ไม่ใช่ มันก็คือิญญาทมิฬ
ิญญาทมิฬเมื่อมีขอบเขตที่สูงขึ้น ในขณะที่สามารถบ่มเพราะสติปัญญาได้ พวกมันเองก็จะสร้างร่างกายที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ขึ้นมา
ยิ่งขอบเขตของิญญาทมิฬเองสูงมากเท่าไหร่ มันเองก็จะให้บรรยากาศที่คล้ายกับมนุษย์มากเท่านั้น
เรียกได้ว่ามันสามารถกลมกลืนไปกับเหล่ามนุษย์ได้ เมื่อพวกมันมีขอบเขตที่สูงขึ้นก็ยิ่งสามารถปิดบังพลังของตนเอง
ทั้งบุรุษหนุ่มและก็ิญญาทมิฬที่นั่งกันอยู่ ไม่มีผู้ใดส่งเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อย
ในระหว่างที่นั่งเงียบอยู่นานบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างิญญาทมิฬก็เอ่ยขึ้น “คนของกองทัพเป็คนเจองั้นรึ?”
“ผู้ใดกัน!”
บุรุษหนุ่มแสดงใบหน้าวิตกกังวล
“ไม่น่าใช่คนในกองทัพธรรมดา”
“ก่อนหน้านี้มีคนของกองทัพไปพบเจอแล้ว กลับไม่ได้ข้อมูลอันใดกลับมา” ิญญาทมิฬตอบกลับ
บุรุษหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน “ไม่ใช่คนของกองทัพอย่างนั้นหรือ”
“ถ้าไม่ใช่คนของกองทัพแล้วเหตุใดกองทัพถึงไปพบเจอได้”
ิญญาทมิฬยังคงนิ่งเฉย แต่ก็วิเคราะห์ออกมา “คนผู้นั้นแม้ว่าจะไม่ใช่คนในกองทัพ”
“แต่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพอย่างแน่นอน”
“ถึงสามารถทำให้พวกทหารจำนวนมากเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นได้”
เมื่อได้ยินแบบนี้บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก
ด้วยสถานะของเขาแล้ว ถ้าเกิดว่ามีคนรู้ว่าเขาร่วมมือกับิญญาร้าย แล้วก็สังหารคนมากมาย มันต้องกลายเป็เื่ใหญ่อย่างแน่นอน
ถ้าเกิดว่าผู้คนป่าวประกาศเื่นี้ออกไป จะไม่เพียงแค่ดึงดูดพวกสำนักผู้ฝึกตนด้านล่างเขา
แต่แม้กระทั่งเทพเซียนบนูเาก็คงจะให้ความสนใจเกี่ยวกับเื่นี้เช่นเดียวกัน
บุรุษหนุ่มที่กำลังนั่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงโเี้ “ถ้าเช่นนั้นเ้าสังหารทั้งเมืองเลยเพื่อจบปัญหาไม่ดีกว่าอย่างนั้นหรือ”
“หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากเมืองแห่งนี้”
“เ้าเป็คนบอกเองว่าถ้าเกิดว่ามีผู้ใดรู้เกี่ยวกับเื่ราวของพวกเรา”
“พวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่”
“ในตอนนี้มีคนรู้แล้ว ทางที่ดีที่สุดควรจะปิดปากทุกคนที่รู้เห็นเกี่ยวกับเื่นี้”
ิญญาทมิฬที่นั่งอยู่ข้างกายหันไปมองบุรุษหนุ่มราวกับมองคนโง่ “เ้ารู้หรือไม่ในเมืองแห่งนี้ผิวเผินเหมือนเมืองที่รกร้างธรรมดา”
“แต่ว่าภายในเมืองแห่งนี้มีผู้ฝึกยุทธแล้วก็ผู้ฝึกปราณเร้นกายอยู่มากมาย”
“จากที่ข้าคอยสังเกตและััได้ตลอดเวลา”
“ผู้ฝึกปราณที่อยู่ในขั้นปรมาจารย์ก็มีอยู่ไม่น้อย”
“พลังของข้าในตอนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น”
“ถ้าเกิดเปิดเผยตัวไม่ต้องถึงมือของเทพเซียนที่เป็ผู้ฝึกตนของสำนักใหญ่หรอก”
“แม้แต่คนที่เป็ปรมาจารย์ที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ รุมสังหารข้าข้าเองก็ไม่อาจจะต้านทานได้แล้ว” ิญญาทมิฬเอ่ยพร้อมกับมุมปากกระตุก
มนุษย์ผู้นี้โง่เขลาโดยแท้ ระดับพลังของมันในตอนนี้ มากสุดก็อยู่ภายในขอบเขตสามของมนุษย์
แม้ว่าิญญาทมิฬจะมีพลังเหนือกว่าผู้ฝึกตนธรรมดา แต่ว่าถ้าเกิดว่าเปิดเผยตัวกับพวก ผู้ฝึกปราณหรือผู้ฝึกยุทธขอบเขตปรมาจารย์พวกนั้น
ต่อให้เป็มันก็โดนรุมสังหารได้อยู่ดี เปิดเผยตัวตอนนี้ไม่เทียบเท่ากับการนำพาตัวไปตายอย่างนั้นหรือ
“ไหนเ้าบอกว่าแดนเหนือแห่งนี้เทียบกับแดนภาคกลางไม่ได้อย่างไรเล่า” บุรุษหนุ่มเอยด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
มันจำได้ว่าิญญาทมิฬตอนนี้ บอกว่าการสังหารล้างเมืองนั้นเป็เื่ที่ง่ายดายเป็อย่างยิ่ง
แต่ในตอนนี้อีกฝ่ายกลับบอกว่าเมืองแห่งนี้มีผู้ฝึกตนอยู่มากมาย
ิญญาทมิฬตนนั้นยังคงตอบกลับด้วยท่าทางที่เรียบเฉย “ถ้าเป็เมืองอื่นก็คงจะใช่”
“แต่เมืองนี้นั้นแตกต่างออกไป”
“เ้าเองก็อยู่ภายในเมืองนี้มานาน เ้าเองก็น่าจะรู้ว่าเมืองแห่งนี้มีผู้ใดเป็คนควบคุมดูแลอยู่”
บุรุษหนุ่มเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปอีก “ไหนเ้าบอกว่าเจียงเฉินก็เป็เพียงแค่แม่ทัพธรรมดา”
“แม้ว่าจะมีฝีมือในฐานะผู้ฝึกยุทธ์อยู่บ้างแต่ว่าก็ไม่ได้สูงส่งอันใด”
เมื่อได้ยินคำพูดของบุรุษหนุ่ม คราวนี้ิญญาทมิฬก็ถึงกับมุมปากกระตุกแล้วกระตุกอีก
ในตอนแรกที่มันเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ ตอนที่ทำสัญญากับคนผู้นี้มันเคยพูดแบบนั้นจริงๆ
นั่นเป็เพราะว่ามันมองเห็นว่าเมืองแห่งนี้อย่างไร ก็เป็เมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนดินแดนรกร้างทางเหนือสุดของทวีปเทียนหยางเหนือ
คิดว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองธรรมดาทั่วไป ต่อให้กองทัพเป็คนดูแลก็เป็เพียงแค่แม่ทัพธรรมดา
ผู้ใดจะคาดคิดหลังจากที่มันลองมาอาศัยอยู่ภายในเมืองนี้จริงๆ แล้วก็ได้สืบข้อมูลมากมาย
มันก็ได้รู้ว่าแม่ทัพเจียงเฉินผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา ต่อให้เป็ิญญาทมิฬระดับกลาง ก็ยังต้องคิดหนักถ้าคิดจะเข้ามาสังหารล้างเมืองแห่งนี้
แม่ทัพใหญ่เจียงเฉินผู้นี้มีผู้ติดตามอยู่ไม่น้อย คนใต้บัญชาเองก็เป็ยอดฝีมือที่ไม่ธรรมดา แต่ที่ร้ายกาจที่สุดและเป็ที่ยอมรับก็คือสติปัญญา
ถ้ามันรู้เช่นนี้มันคงไม่เดินทางมาที่ดินแดนแห่งนี้หรอก เพราะแบบนั้นมันถึงตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
แล้วเหตุใดตัวของมันถึงลงมือก่อเหตุการสังหารหมู่เช่นนั้น นั่นก็เป็เพราะว่ามันได้ข่าวว่าแม่ทัพผู้นั้นไม่ได้อยู่ภายในเมือง
ไม่เพียงเท่านั้นเหตุการณ์สังหารก็อยู่ห่างออกไปจากเมืองพอสมควร แล้วการที่มันลงมือสังหารคนทั้งหมู่บ้าน นั้นก็เป็เพราะว่ามัน้าพลังชีวิตมา ยกระดับพลังขอบเขตของตนเอง
ถ้าเกิดว่ามันไม่รีบเร่งมาดูดซับพลังชีวิต เพื่อที่จะยกระดับขอบเขตของตนเอง มันคงไม่รีบร้อนลงมือแบบนั้น
แล้วก็คงจะไม่เกิดเื่ใหญ่โตแบบนี้เช่นเดียวกัน คิดแล้วก็ยิ่งทำให้มันปวดหัว
“ในตอนนี้ข้ายังลงมือไม่ได้”
“เ้าเพียงแค่จับตามองกองทัพเอาไว้ว่าผู้ใดเป็คนส่งข่าวให้กองทัพ”
“เป็ไปได้ต้องสังหารคนผู้นั้นซะ”
“บางทีมันอาจจะรู้เื่ของพวกเรา” แม้ว่าิญญาทมิฬตนนี้ จะไม่มั่นใจในการลงมือภายในเมืองแห่งนี้
แต่การสังหารคนที่เข้ามาเปิดเผยเื่ราวนี้มันไม่ได้เป็เื่ที่ยากเย็น
นั่นเป็เพราะว่าเมื่อิญญาทมิฬที่มันทิ้งเอาไว้ให้เฝ้าดูเหตุการณ์โดนสังหาร
ทาสทมิฬตนนี้ก็รู้แล้วว่าคนที่สังหารไม่ได้มีตบะสูงล้ำอันใด มันเลยมั่นใจว่าจะสามารถสังหารอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอนถ้าเกิดว่ารู้ตัว
บุรุษหนุ่มผู้นั้นพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในตอนนี้ใบหน้าก็ค่อยๆผ่อนคลายลง
แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะมีผู้มีฝีมือมากมายเร้นกายอยู่ แต่ว่าคนพวกนั้นส่วนใหญ่ไม่ลงมือแล้วก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ราวต่างๆ
ถ้าเกิดว่าพวกมันไม่ลงมืออย่างโจ่งแจ้งคงจะไม่มีผู้ใดรู้ถึงตัวตนของพวกมันอย่างแน่นอน
…
เจียงเฟิงเดินเล่นอยู่รอบๆทะเลสาบคลื่น์
ดวงตากับจับจ้องบนท้องฟ้า ในสายตาของคนอื่นคุณชายผู้นี้เหมือนกำลังเดินเล่นทั่วไป ทว่ามีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เห็นแสงสว่างในดวงตาของเจียงเฟิง
ภายในดวงตาของเจียงเฟิงในตอนนี้มองเห็นแสงสว่างหลายๆครั้งปรากฏขึ้น
แสงสว่างนั้นอยู่ลึกเข้าไปภายในท้องนภา
เจียงเฟิงกล่าวขึ้นอย่างแ่เบา “เทพเซียนตีกันเสียใหญ่โต”
“ครั้งนี้ไม่รู้ว่าอันใดจะตกลงมาบ้าง”