ตอนที่ยี่สิบหก ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า
หลังจากที่ผมนอนไม่หลับ และได้รับผลจากเคล็ดวิชาของนักษัตรมะเมียทำให้ผมสั่งอาหู่สารพัดไปตามคำสั่งของแผนการต่างๆไม่สนว่าจะดึกดื่นค่อนคืนมากแค่ไหนหากคิดไอเดียอะไรได้ผมจะสั่งให้เตรียมการไว้ก่อนทั้งหมด
จนผมต้องมานั่งสงบใจเพราะเห็นความเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อยแม้แต่คนที่กระตือรือร้นอย่างอาหู่
“ไปเตรียมลูกบอลใส่น้ำจำนวนมากมาให้ผมที”
ผมกลับมานั่งบนเตียงนอน
ไม่ได้อยู่ในทางนั่งสมาธิแต่หลับตาใช้พลังปราณสำรวจไปทั่วๆร่างกาย
หาจุดชีพจรที่ซ่อนเร้น
ไม่ได้มองว่าเส้นปราณเป็เพียงแค่มิติแต่จะเป็สี่มิติของวิญยาณและหากเป็ห้ามิติที่เกี่ยวกับเส้นลมปราณพิสดารที่จะโผล่ออกมาตามบาง่เวลา
แบบเดียวกับที่คนพยายามจะสร้างโมเดลให้กับบสสารดำดาร์กแมทเทอร์
ว่าหากโมเดลปัจจุบันอธิบายฟิสิกส์ปัจจุบันไม่ได้ก็แสดงว่าต้องมีบางสิ่งที่ยังไม่อยู่ในโมเดลความเข้าใจในปัจจุบันของเรา
โมเดลการเดินลมปราณก็เช่นกัน หากบางเส้นไม่ปรากฎในโมเดลปรกติของกาเรดินลมปราณก็แสดงว่าแผนผังลมปราณและมิติในร่างกายนั้นยังไม่สมบูรณ์
ผมลองพยายามใช้ลมปราณเคลื่อนไหวไปตามมิติที่สูงขึ้นไปตามทฤษฎีมิติควอนตั้ม
คุ้นๆว่าชีพจรลับมันแสดงภาพว่าอยู่แถวหน้าอกแบบเดียวกับตำแหน่งดาวทั้งเจ็ดแบบหมัดเทพเ้าดาวเหนือและดาวทั้งเจ็ดรวมเป็ดาวดวงที่แปด
วาบ
ราวกับแิสว่างขึ้นมาในหัวของผมคิดว่าจะเป็ตำแหน่งในแนวระนาบสามมิติ
ทำไมเราไม่คิดว่ามันคือตำแหน่งของมิติที่เหนือขึ้นไปหากมีการบอกว่าปรากฏในเวลาที่ต่างกัน?
สสารสี่มิติที่จะคงรูปเปลี่ยนไปก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีทฤษฎีนี้
“อาหู่ติดตามนักฟิสิกส์ที่ศึกษาเรื้อสสารสี่มิติมาให้ที ไปหานักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งที่ศึกษาเื่Time Cube มาด้วย” Time Cube คือแิทฤษฎีสมคบคิดว่ากาลเวลาไม่ใช่เชิงเส้นหรือวงกลมแต่เป็”กล่อง” cube
ว่าเวาลาเกิดขึ้นสี่เวลาพร้อมๆกัน
เรียกว่าหากเอาการมีอยู่ของมิติเซียแนละกาลเวลามาอยู่ด้วย
ทฤษฎีของคนทฤษฎีสมคบคิดคนนี้ก็เรียกว่าคงตรงกับความเป็จริงของโลกนี้มากกว่าวิทยาศาสตร์ปรกติ
เพราอย่างน้อยตามทฤษฎีสมคบคิด Time Cube นี้การย้อนเวลานั้นสามารถเป็ไปได้ตามโมเดลนี้
ส่วนขวามือตะวันขึ้น
ส่วนหัวตะวันเที่ยง
ส่วนซ้ายมือตะวันตก
ส่วนเท้ายามราตรี
ทั้งสี่เวลาเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกันเราแค่มองว่ามันต่างกันเพราะััการรับรู้ของเรามีจำกัด
จากการที่ทำตัวรีบมาตลอดทั้งคืน
แต่พอได้เวลาสงบใจสักเล็กน้อย
ผมก็มอง”เวลา”ออกแล้ว
หากคนมาจากโลกเซียนสามารถผ่านกาลเวลามาได้แสดงว่า”เวลา”คือสิ่งที่เราสามารถศึกษาได้
จากการแบ่งแยกประสาททั้งสี่ในเวลาเดียวกัน
ผมค่อยๆสังเกตความแตกต่างของชีพจรและเปิดชีพจรลับได้อีกสามชีพจรจนกว่าตอนเช้ามาถึง