ในตำหนักของไป๋อวี้หลัน
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่เพียงลำพังในตำหนัก ใบหน้าของนางเคร่งเครียด ดวงตาจับจ้องไปยังถ้วยชาบนโต๊ะที่ยังอุ่นอยู่ แต่ในใจของนางกลับว้าวุ่น
ั้แ่ องค์หญิงอันหลันเข้าวังหลัง ความสนใจของฝ่าา ที่เคยมอบให้กับนางกลับลดลงไปทุกวัน เสียงลือในวังเริ่มกระจายว่าองค์หญิงอันหลันอาจได้ครองใจฝ่าาในไม่ช้า
“ข้าไม่อาจยอมให้นางมาแย่งทุกอย่างไปจากข้าได้” ไป๋อวี้หลันพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความริษยา
เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากด้านนอกประตู ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะก้าวเข้ามาในห้อง นางกำนัลของไป๋อวี้หลันรีบออกไปทันทีเมื่อเห็นว่า องค์ชายรอง หลี่หยางเหอ เป็ผู้มาเยือน
องค์ชายรองก้าวเข้ามา ใบหน้าของเขาแฝงด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “พระสนม…ข้าต้องขอรบกวนยามดึก แต่เื่ที่ข้าจะพูดนั้นสำคัญยิ่ง”
ไป๋อวี้หลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเชิญให้นั่งลง “องค์ชายมีเื่ใดหรือเพคะ?”
หลี่หยางเหอเอนตัวพิงพนักอย่างสบาย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฝ่าาดูเหมือนจะไม่โปรดปรานเ้าดั่งเดิม…แต่เ้าคงไม่้าสูญเสียตำแหน่งของตัวเองใช่หรือไม่?”
ไป๋อวี้หลันนิ่งไป แต่ในใจรู้สึกเหมือนถูกกรีดเข้าเป้า
“ข้าไม่ใช่คนพูดอ้อมค้อม” หลี่หยางเหอกล่าวต่อ “ข้ามีข้อเสนอใหม่ให้เ้า ถ้าเ้ายินดีสนับสนุนข้าในการก่อฏครั้งนี้ ข้าสัญญาว่าเ้าจะได้ขึ้นเป็ฮองเฮา ตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง…ไม่มีใครแย่งไปได้อีก”
“องค์ชายทรงมีแผนการอันใด?” ไป๋อวี้หลันถาม น้ำเสียงของนางเริ่มแฝงความสนใจ
หลี่หยางเหอยิ้มบาง “ง่ายมาก ตระกูลไป๋ของเ้าจะต้องให้การสนับสนุนข้า ทั้งกำลังพลและเสบียงอาหาร หากข้าขึ้นครองราชบัลลังก์ ข้าสัญญาว่าเ้าจะได้ทุกสิ่งที่เ้าปรารถนา”
ไป๋อวี้หลันนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง นางรู้ดีว่าแผนการนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ความรู้สึกถูกทอดทิ้งและอิจฉาริษยาในตัวองค์หญิงอันหลัน ทำให้นางไม่อาจทนได้อีกต่อไป
“หม่อมฉันขอถามเพียงสิ่งเดียว” ไป๋อวี้หลันกล่าว “ท่านแน่ใจหรือว่าแผนการนี้จะสำเร็จ?”
หลี่หยางเหอพยักหน้า “ข้ารวบรวมกำลังพลมานานแล้ว และข้าแน่ใจว่าไม่มีใครขัดขวางข้าได้ หากมีตระกูลไป๋เข้าร่วม ข้าก็มั่นใจยิ่งขึ้น”
ไป๋อวี้หลันหลุบตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาแน่วแน่ “หม่อมฉันจะร่วมมือกับองค์ชาย…เพื่อสิ่งที่ข้าปรารถนา”
เมื่อได้ยินคำตอบ หลี่หยางเหอยิ้มเยือกเย็น “ขอบคุณสำหรับความร่วมมือของเ้า พระสนม…ในไม่ช้า เ้าจะได้สิ่งที่เ้าปรารถนา แต่จงระวัง…เพราะในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครที่ไว้ใจได้อย่างแท้จริง”
เมื่อองค์ชายรองจากไป นางนั่งนิ่งอยู่ลำพัง ดวงตาของนางเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตำแหน่งของข้า…และไม่มีใครมาแย่งมันไปได้”
“ในเกมแห่งอำนาจ ไม่มีใครเป็พันธมิตรตลอดไป มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่จะอยู่รอด”
ในตำหนักขององค์รัชทายาท
หลังจากได้รับข่าวกรองจากสายลับในวัง องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียนทราบว่าองค์ชายสามหลี่หยางเหอ กำลังวางแผนก่อฏในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
“หนึ่งเดือน…” หลี่หย่งเทียนพึมพำ ขณะนั่งอ่านรายงานที่ส่งมา ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความสงสัย
แม่ทัพคนสนิท เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล “องค์รัชทายาท เราควรเริ่มเตรียมการตั้งรับทันทีไหมขอรับ? หากองค์ชายรองรวบรวมกำลังพลได้มากพอ การยึดครองวังหลวงย่อมเป็ไปได้”
หลี่หย่งเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ยังไม่ใช่ตอนนี้…ข้า้าเวลามากกว่านี้เพื่อยืนยันว่าแผนการนี้เป็เื่จริง หรือเป็เพียงข่าวลวง”
ขณะเดียวกันในค่ายลับนอกเมืององค์ชายสามหลี่หยางเหอ นั่งฟังรายงานจากสายลับของตน ใบหน้าของเขายิ้มเยือกเย็น
“องค์รัชทายาทกำลังเตรียมตั้งรับตามที่เราคาดการณ์ไว้ขอรับ” สายลับกล่าว
หลี่หยางเหอยิ้ม “ดีมาก นั่นคือสิ่งที่ข้า้า…ข้าปล่อยข่าวนี้ออกไปเพื่อให้เขาเสียเวลาและทรัพยากรไปกับการตั้งรับ”
แม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างกายถามด้วยน้ำเสียงกังวล “แล้วแผนการจริงของเราล่ะขอรับ?”
หลี่หยางเหอพูดเสียงต่ำและชัดเจน “แผนการของเรานั้นง่ายมาก…ข้าจะให้ไป๋อวี้หลันลอบปลงพระชนม์ฝ่าา ขณะเดียวกัน ข้าจะเข้าควบคุมวังหลวงด้วยกำลังพลและสั่งปลดองค์รัชทายาท”
“จากนั้น…” เขาหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนยิ้มเ็า “ข้าจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็จักรพรรดิแห่งแคว้นฉิน!”
ในตำหนักของ ไป๋อวี้หลัน นางได้รับข่าวสารจากองค์ชายสามเกี่ยวกับแผนการปลงพระชนม์ฝ่าา นางยืนฟังคำสั่งของเขาอย่างนิ่งเงียบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล
“นี่เป็หน้าที่ของเ้า หากเ้าทำสำเร็จ ข้าจะทำให้เ้ากลายเป็ฮองเฮาของข้า” หลี่หยางเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ไป๋อวี้หลันพยักหน้า แต่ในใจกลับหวาดหวั่น “หากข้าล้มเหลว…ข้าจะต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน”
ในขณะที่องค์ชายสามกำลังดำเนินแผนการ หลี่หย่งเทียนยังคงตรวจสอบทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พระองค์เริ่มััได้ถึงความผิดปกติในข่าวกรองที่ได้รับ
“มันง่ายเกินไป…” พระองค์พึมพำกับตัวเอง “หลี่หยางเหอไม่ใช่คนที่จะเปิดเผยแผนการจริงของเขา ข้าต้องระวังให้มากกว่านี้”
ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเคลื่อนไหวตามแผนของตน วังหลวงกลับเต็มไปด้วยเงาแห่งการทรยศที่ไม่มีใครคาดคิด
“ในเกมแห่งอำนาจนี้ ไม่มีใครสามารถวางใจได้ และผู้ที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ย่อมหมายถึงความพ่ายแพ้”