บทที่ 19
"ใต้เท้าฉู่ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านทำให้ข้าแปลกใจมากแค่ไหนกับฎีกายอมรับผิดของท่านที่อยู่ในมือข้าตอนนี้" หลงอันจวิ้นพูดขึ้นเมื่อฉู่ไหวจินมาอยู่ตรงหน้าเขา
ตอนที่ได้รับฎีกายอมรับผิดของฉู่ไหวจินเขาแปลกใจมากจริง ๆ มากซะจนคิดว่านี่คือฎีกาของปลอม จนต้องให้คนไปตรวจสอบดูว่าเป็ของจริงหรือไม่ พอตรวจสอบดูก็พบว่าเป็ของจริง ในหัวของหลงอันจวิ้นตอนนี้เลยสับสนไปหมดว่าที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"ฝ่าาคงคิดว่ากระหม่อมคงจะฆ่าตัวตายในคุกใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นฝ่าาจะปล่อยให้ครอบครัวของกระหม่อมหนีไปที่อื่นได้โดยไม่มีการขัดขวางแม้แต่น้อย ช่างน่าแปลกใจเหลือเกิน" ฉู่ไหวจินถามออกไปตามตรง เพราะเขากับหลงอันจวิ้นในตอนนี้ไม่ต้องมีอะไรที่ต้องเก็บงำกันแล้ว
"ใช่ เพราะนิสัยของท่านเป็อย่างนี้ไม่ใช่หรือท่านอาจารย์ แต่เพราะอะไรกันล่ะ ถึงทำให้ท่านเปลี่ยนความคิดนี้ได้" หลงอันจวิ้นยอมรับออกมาตามตรง
"ในเมื่อกระหม่อมมีตัวเลือกที่ดีกว่า ทำไมกระหม่อมจะไม่เลือกทางนั้นล่ะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าาคงจะคิดว่าราชวงศ์ของพระองค์เหลือเพียงฝ่าาเพียงคนเดียวที่มีสายเืของราชวงศ์อยู่
แต่ฝ่าาเข้าใจผิดแล้ว ยังมีบุคคลอื่นอยู่และแน่นอนว่าฝ่าาทำกับกระหม่อมเช่นนี้ ตาแก่อย่างกระหม่อมก็คงต้องสู้ดูสักครั้ง ฝ่าา ที่ผ่านมากระหม่อมดูแลฝ่าามาอย่างดี ความรู้ทุก ๆ อย่าง อำนาจที่กระหม่อมมีก็ยกให้กับฝ่าาทั้งหมด
แต่ครั้งนี้กระหม่อมขอภักดีต่อคนอื่น ในเมื่อความภักดีของกระหม่อมไม่มีความหมายสำหรับฝ่าา ฝ่าากลับให้ความเชื่อใจต่อคนอื่นกระหม่อมก็ขอน้อมรับเอาไว้
ถึงฝ่าาจะมั่นใจมากแค่ไหนว่าคนตระกูลเหยาจะไม่ทรยศหักหลังฝ่าา แต่ฝ่าาคิดจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะว่าพวกเขาจะมีความสามารถมากพอ หรือฝ่าาคิดจะกุมอำนาจของพวกเขาเอาไว้เอง
แต่ฝ่าาอย่าลืมว่าอำนาจที่ฝ่าามีอยู่ในมือส่วนหนึ่งก็เป็ของกระหม่อมเก่าก่อน และมันไม่ใช่เื่ยากเลยที่กระหม่อมจะเอามันกลับมา" ฉู่ไหวจินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับว่าสิ่งที่เขาพูดอยู่นั้นเป็เื่ปกติทั่วไปไม่ใช่เื่สำคัญ
"บังอาจนักใต้เท้าฉู่ ท่านกล้าพูดกับฝ่าาได้เช่นไร" สวีกงกงที่ยืนอยู่ตวาดออกมา เขาเองก็รู้สึกใมากกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะไม่คิดว่าฉู่ไหวจินจะกล้าพูดเช่นนี้
"เ้ากำลังประกาศเป็ศัตรูกับข้าอย่างนั้นหรือฉู่ไหวจิน" หลงอันจวิ้นถามกลับมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
"นี่เป็เส้นทางที่ฝ่าาเลือกให้กับกระหม่อมไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว แม้แต่กับฮองไทเฮาฝ่าายังไม่ไว้ใจกลัวฮองไทเฮาจะยึดอำนาจของฝ่าาไปแล้วไม่ยอมคืน
แล้วกระหม่อมที่เป็เพียงขุนนางแก่ ๆ คนหนึ่งจะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าฝ่าาจะไว้ใจกระหม่อม กระหม่อมขอเตือนเป็ครั้งสุดท้าย แม้ฝ่าาจะสร้างคนผู้นั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ฝ่าาก็อย่าลืมระวังด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ
เพราะถึงจะสร้างคนผู้นั้นมา แต่เื่บางเื่จิตใจของมนุษย์เรามันยากแท้หยั่งถึง ฝ่าาน่าจะรู้ดีที่สุด กระหม่อมรบกวนฝ่าามามากเกินไปแล้วคงต้องขอลาสักที กระหม่อมขอทูลลา" ฉู่ไหวจินยิ้มน้อย ๆ คารวะแล้วออกจากไปทันที
ปล่อยให้ในห้องทรงอักษรอยู่กับความเงียบ ความเงียบที่แผ่กระจายไปทั่ว หลงอันจวิ้นโกรธมากจนแทบอยากจะะเิอารมณ์ออกมา สิ่งที่เขาคิดเอาไว้ทำไมมันไม่เป็อย่างที่เขาคิดไว้
คนของราชวงศ์ยังมีอยู่อีกอย่างนั้นหรือ แต่จะเป็ไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อตอนนั้นได้มีการตรวจสอบแล้ว คนของราชวงศ์ถูกทหารต่างแคว้นปะาทิ้งทั้งหมด
และที่เสด็จพ่อของเขาที่รอดมาจากเหตุการณ์นั้น นอกจากจะเป็องค์ชายที่ไม่มีใครสนใจแล้ว เสด็จพ่อของเขาก็ไม่สนใจราชวงศ์เช่นเดียวกัน เสด็จพ่อและเสด็จแม่เลือกที่จะออกเดินทางไปด้วยกัน
แต่เพราะเกิดเื่กับแคว้นทั้งสองถึงได้กลับมากอบกู้แคว้นเฟิงหลงได้ แล้วจะมีใครโผล่มาอีก และคนคนนั้นจะเป็ใครถึงทำให้ฉู่ไหวจินกล้าแสดงเป็ศัตรูกับเขาออกหน้าเช่นนี้
"ไปเรียกองครักษ์ลับมา" หลงอันจวิ้นสั่งเสียงเรียบ
"พ่ะย่ะค่ะ" สวีกงกงรับคำสั่งและรีบออกไปทำตามที่ได้รับคำสั่งทันที
"เ้าประกาศออกไปโต้ง ๆ อย่างนั้นเลยหรือตาแก่ฉู่ นี่เ้าแก่จนเลอะเลือนไปแล้วอย่างนั้นหรือ" หลงเจิ้นอี้กอดอกมองฉู่ไหวจินด้วยสายตาดุ ๆ "เ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดของเ้าอันจวิ้นสามารถสั่งปะาเ้าได้เลยนะ"
"ก็ข้าน้อยโกรธนี่ขอรับ โกรธมาก ๆ เลย ถ้าฝ่าามีความลังเลหรือมีความเสียใจสักนิดที่แสดงออกมา ข้าน้อยคงไม่พูดแบบนั้นออกไป และข้าน้อยก็ไม่กลัวความตายขอรับ และข้าน้อยเชื่อว่านายท่านจะไม่ปล่อยให้ข้าน้อยตายแน่นอน" ฉู่ไหวจินพูดออกมาด้วยความโกรธและน้อยใจ
"องครักษ์ลับถูกเรียกใช้แล้วเ้าค่ะ" จางชิงหลินบอก
"เขายังเด็กเกินไปจริง ๆ องครักษ์ลับเป็คนของใครแต่เขาก็ยังกล้าใช้" หลงเจิ้นอี้ส่ายหน้าเบา ๆ กับความไม่รู้เท่าทันของหลงอันจวิ้น หรือไม่เขาอาจจะลืมไปเพราะที่ผ่านมาองครักษ์ลับทำงานในส่วนของตัวเองโดยไม่แสดงออกมาว่าอยู่ฝ่ายไหน จึงอาจทำให้หลงอันจวิ้นเชื่อใจ
"หวังว่าฝ่าาจะหาตัวองค์ชายผู้นั้นเจอนะขอรับ" ฉู่ไหวจินพูดออกมา
"เ้ากลับไปเตรียมตัวให้ดีเถอะตาแก่ รอดูว่าเ้าเด็กไม่มีหัวคิดคนนั้นจะทำอะไรกับเ้าบ้าง" หลงเจิ้นอี้เตือน เพราะหลงอันจวิ้นคงไม่ยอมให้ฉู่ไหวจินเหยียบหน้าเขาได้แบบนี้แน่นอน
"ข้อแรกคงจะพูดหาเื่เ้าโดยมีขุนนางคนอื่นออกปากกระแนะกระแหนเ้าแน่นอน นี่แค่เพิ่งเริ่มต้น" จางชิงหลินพูดออกมาอย่างพอจะรู้นิสัยลูกชาย
"เื่ปากคนใช่ว่าข้าน้อยจะสู้ไม่ได้นี่ขอรับ" ฉู่ไหวจินบอกออกมาอย่างไม่เกรงกลัว เพราะฝีปากเขาเองก็ใช่ย่อย คนที่สามารถโต้เถียงกับเขาได้อย่างทันกันในราชสำนักมีแค่เจียงเหวินฮุ่ยเท่านั้น
"ไป ๆ ออกไปได้แล้วตาแก่" หลงเจิ้นอี้ออกปากไล่
"ข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ" ฉู่ไหวจินรับคำสั่งอย่างรวดเร็วและออกไปทันที
"ท่านพี่" จางชิงหลินเรียกหลงเจิ้นอี้ขึ้นมาเบา ๆ
"ให้ข้อมูลไปเถอะ ข้อมูลทุกอย่างเปลี่ยนแค่ชื่อกับการมีชีวิตของข้าเท่านั้น" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา
"ทั้งหมดเลยหรือเ้าคะ"
"ใช่ทั้งหมด หลินเอ๋อร์คิดว่าถ้าเ้าเด็กนั่นได้อ่านข้อมูลของข้าเขาจะรู้หรือไม่ว่าหลงเจิ้นอี้กับหลงมู่คือคนคนเดียวกัน" หลงเจิ้นอี้ถามภรรยาด้วยรอยยิ้ม
"ข้าคิดว่าเขาไม่คิดว่าพวกท่านคือคนคนเดียวกัน แต่จะคิดว่าเขามีศัตรูที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น" จางชิงหลินพูดออกมา
"เ้าช่างไม่ให้ความหวังข้าเลย อย่างน้อยข้าก็หวังว่าเขาจะเอะใจขึ้นมาบ้างว่าทำไมทั้งสองคนถึงมีความคล้ายคลึงกัน" หลงเจิ้นอี้ยิ้มออกมาเบา ๆ
"ท่านพี่ ฝ่าาไม่ใช่ลูกชายที่เป็เด็กน้อยที่ท่านพี่เคยเลี้ยงดูเขาแล้วนะเ้าคะ ดีไม่ดีตอนนี้เขาอาจจะลืมหน้าตาท่านพี่ไปแล้วก็ได้"
"เจ็บจี๊ดเลยนะเนี่ย ถ้าลูกชายคนเดียวลืมหน้าพ่อของเขาไป แต่ก็ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้ เอาล่ะ เราไปเดินหมากด้วยกันดีกว่า" หลงเจิ้นอี้ลุกขึ้นจับมือของจางชิงหลินให้เดินไปด้วยกัน
"น้ำแกงขอรับ นายท่านและนายหญิงต้องดื่มน้ำแกงบำรุงได้แล้วนะขอรับ ั้แ่มาถึงเมืองหลวงทั้งสองคนแทบจะไม่หยุดพักเลย" จางกงกงยกน้ำแกงสองถ้วยเข้ามา
"ข้าต้องสั่งสอนลูกชายตัวดีของข้าจะเหนื่อยสักหน่อยจะเป็อะไรไป" หลงเจิ้นอี้พูดออกมารับถ้วยน้ำแกงมาถือเอาไว้
"ที่ผ่านมาใช่ว่านายท่านกับนายหญิงสุขสบายนี่ขอรับ เข้าร่วมสนามรบั้แ่อายุสิบสี่ อยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเืเฉียดเป็เฉียดตายมาตั้งเท่าไหร่ และตอนนี้แทนที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกลับต้องมาลำบากเช่นนี้" จางกงกงพูดออกมาด้วยความเป็ห่วง
"ไม่นานหรอกจางกงกง ไม่เกินปีเราก็ได้กลับบ้านกันแล้ว" หลงเจิ้นอี้พูดไปมือก็คอยป้อนน้ำแกงให้กับจางชิงหลินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"พอแล้วเ้าค่ะ ข้าทานเองดีกว่าท่านพี่จะได้ทานด้วย" จางชิงหลินบอกแต่พอหลงเจิ้นอี้ป้อนให้นางก็อ้าปากทานทันที
"ไม่เห็นเป็ไรเลย เมื่อก่อนหลินเอ๋อร์ก็คอยดูแลข้ามาตลอด ข้าจะดูแลหลินเอ๋อร์บ้างจะเป็อะไรไป" หลงเจิ้นอี้พูด มือเขายังทำหน้าที่เหมือนเดิม
"เห้อ ทั้งสองคนนี่น้า" จางกงกงถอนหายใจออกมาแม้เขาจะถอนหายใจแต่ใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มออกมา เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ทั้งสองคนก็จะผลัดกันดูแลอีกฝ่ายมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว