มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 31เหยี่ยวยักษ์บุกเข้างาน

    ตอนที่ 31เหยี่ยวยักษ์บุกเข้างาน

     

    หลังจากที่พระผาได้แจ้งเรื่องราวของหลวงตาเสาร์ที่มรณภาพให้แก่พวกชาวบ้านท่านเสด็จทุกคนได้ทราบกันไปแล้วเสียงโฮ่ร้องด้วยความเศร้าเสียใจอย่างสุดขีดของทุกคนก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับน้ำตาไหลรินออกมาจนแก้มทั้งสองข้างอาบไปด้วยคราบน้ำตาเพราะสูญเสียเสาร์หลักทางจิตใจไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเช่นนี้.........

     

    “ไม่น่ารีบจากพวกเราไปเลยหลวงตา ฮือ ฮือ!”หญิงชราซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลวงตาเสาร์คนหนึ่ง ได้พูดขึ้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ต่อหลวงตาเสาร์ที่จากไปไม่มีวันได้เห็นกันอีกก่อนที่จะร้องให้ขึ้นมาจนแทบจะเป็นลมจับ..........

     

    “พระผา รบกวนท่านช่วยพาพวกกระผมไปที่กุฏิของหลวงตาหน่อยได้หรือไม่ขอรับ!”ผู้ใหญ่สุขได้พูดขอพระผาให้พาพวกตนไปดูหลวงตาเสาร์ที่กุฏิ เพื่อที่พวกตนจะได้ดำเนินขั้นตอนตามประเพณีการจัดศพของพระให้ถูกต้อง.........

     

    ได้สิผู้ใหญ่ อาตมาจะนำทางไปเอง!

     

    ขอรับหลวงพี่!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    สามนาทีผ่านไป ณ กุฏิของหลวงตาเสาร์........

     

    หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขและชาวบ้านผู้ชายที่มีอายุบางส่วนได้เดินเข้าไปในกุฏิของหลวงตาเสาร์โดยที่ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งที่พากันรออยู่ด้านล้างของกุฏิ เพราะกุฏิของหลวงตาเสาร์ไม่สามารถรองรับคนทั้งหมดที่มาเอาไว้ไม่ได้ผู้ใหญ่สุขจึงเลือกเอาเฉพาะผู้ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านได้ขึ้นไปกุฏิกับตนสักประมาณเจ็ดถึงแปดคนเท่านั้น.........

     

    อ๊ะ!

     

    “พ่อผู้ใหญ่ ฮือ ฮือ เชิญขอรับ!” ไอ้จุกที่กำลังนั่งร้องให้อยู่ได้หันหน้าไปเห็นผู้ใหญ่สุขที่กำลังเดินเข้ามาก่อนที่มันจะพูดเชิญให้ผู้ใหญ่สุขได้เข้ามาดูหลวงตาเสาร์ใกล้ๆ...........

     

    อ่า ไอ้จุก!

     

    อึ๊บ! ตุบ!

     

    “หลวงพ่อสาร์ ไม่น่ารีบจากกระผมไปเร็วเลยนะขอรับปีนี้ท่านก็อายุแปดสิบห้าปีเห็นจะได้ ซึ่งหลวงพ่อก็เปรียบเหมือนบิดาคนหนึ่งของกระผมและยังเป็นอาจารย์ผู้สอนศิลปะวิชาความรู้ให้ตั้งมากมาย รวมถึงยังสอนวิถีชีวิตที่ไม่ให้ครองตนด้วยความประมาทอีกดังนั้น ถึงหลวงพ่อจะจากไปแล้ว แต่กระผมจะยังมุ่งมั่นและปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อตลอดไปและในวันนี้กระผมขอน้อมส่งวิญญาณของหลวงพ่อได้ไปสู่สรวงสวรรค์เถิดขอรับ!” ผู้ใหญ่สุขเดินเข้าไปก้มลงกราบร่างของหลวงตาเสาร์ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นเพื่อน้อมส่งวิญญาณของหลวงตาด้วยความเสียใจ.........

     

    “เอาเถอะพ่อผู้ใหญ่! นี่ก็เลยเวลามามากแล้วเราควรเริ่มทำตามประเพณีการปลงศพพระเถอะ อันดับแรกพวกเราควรเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับท่านก่อนจากนั้นก็นุ่งห่มจีวรให้กับท่านใหม่ แล้วค่อยยกร่างของท่านใส่ลงไปในโลง เพื่อเคลื่อนไปไว้ที่ศาลาใหญ่ต่อไป!”ชายชราผู้มีอายุราวๆแปดสิบปีและยังเป็นปราชณ์ของชาวบ้านท่าเสด็จได้พูดขึ้น เพื่อบอกให้ทุกคนได้รู้ถึงขั้นตอนของการปลงศพพระตามประเพณีที่มีมาแต่โบราณให้ทุกคนได้เข้าใจ.........

     

    ขอรับท่านผู้เฒ่า!

     

    “ไอ้จุก เอ็งไปตักน้ำและเตรียมผ้าไม่ให้ข้าหน่อยข้าจะได้เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับหลวงพ่อ และฝากเอ็งบอกไอ้ทิตที่อยู่หน้าระเบียงกุฏิให้มาหาข้าด้วยละ!”ผู้ใหญ่สุขหันหน้าไปหาไอ้จุกที่นั่งอยู่ด้านข้างของตน ก่อนจะพูดบอกให้มันไปเตรียมน้ำและผ้ามาและฝากให้บอกไอ้ทิตให้มาพบตนด้วย........

     

    ขอรับผู้ใหญ่!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    ห่างไกลออกไปในป่าลึก ณที่อยู่ของพระฤๅษีคง.........

     

    หลังจากที่ไอ้จุกได้ปล่อยนกของหลวงตาเสาร์ออกไปพวกมันก็พากันบินมุ่งหน้ามายังบริเวณด้านหน้าอาศรมที่อยู่ในป่าลึก ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระฤๅษีคงนั่นเอง..........

     

    จุ๊กกรู จุ๊กกรู!

     

    ผลับผลับ ผลับผลับ!

     

    อ๊ะ!

     

    “ที่พวกแกทุกตัวบินกลับมาหาข้าแบบนี้ ก็แสดงว่า......อื้ม!จากกันไปเสียแล้วรึ เฮ้อ!” ฤๅษีคงอุทานขึ้นมาด้วยความเข้าใจ หลังจากที่ท่านได้เห็นฝูงนกที่ตนได้ให้หลวงตาเสาร์เลี้ยงเอาไว้บินกลับมาหาตนพร้อมๆกัน.........

     

    “ท่านเข้าใจถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ หลวงตาเสาร์ได้สิ้นอายุขัยไปเมื่อเช้านี้แล้วเจ้าค่ะ!”นกเขาตัวหนึ่งได้พยักหน้าให้กับฤๅษีคง ก่อนที่มันจะพูดบอกถึงการจากไปของหลวงตาเสาร์.........

     

    “ฮือ! ข้าไม่อย่ากให้หลวงตาจากไปเลย ฮือฮือ!” นกขุนทองตัวหนึ่งได้ส่งเสียงร้องให้ออกมา เพราะมันคิดถึงหลวงตาเสาร์ที่คอยให้อาหารกับมัน..........

     

    “เอาละ! ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปหมู่บ้านท่าเสด็จกันเถอะข้าขอไปเก็บของสักครู่เดียว!” ฤๅษีคงได้พยักหน้าให้เหล่านก ก่อนจะกลับเข้าไปในอาศรมเพื่อเตรียมข้าวของสำหรับออกเดินทาง......

     

    จ้า จ้า จ้า!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    ห้านาทีผ่านไป.........

     

    หลังจากที่ฤๅษีคงได้เตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปหมู่บ้านท่าเสด็จเรียบร้อยแล้วท่านก็ได้ออกมาจากอาศรมของตน.........

     

    “พวกเอ็งทุกตัวจะตามข้าไปที่หมู่บ้านท่าเสด็จอีกหรือไม่!?” ก่อนที่ฤๅษีคงจะได้ออกเดินทาง ท่านได้หันไปถามนกทุกตัวไปว่าจะติดตามตนกลับไปที่หมู่บ้านท่าเสด็จอีกหรือไม่.........

     

    ไปสิขอรับ!

     

    ข้าก็ไปด้วย!

     

    ข้าด้วย!

     

    “ถ้าเช่นนั้น โอมนะมะแปลงกังวะ พรึบ!” ในขณะนั้นฤๅษีคงได้ยกไม้เท้าของตนเองขึ้นมาท่านก็ได้ร่ายคาถาและชี้ไปยังนกทุกๆตัวที่อยู่รอบๆตน เพื่อเสกให้พวกมันแปลงกายเป็นเหยี่ยวยักษ์สีดำที่มีร่างกายใหญ่โตกว่าเหยี่ยวปกติหลายเท่าตัว..........

     

    อ้า!

     

    ข้าเป็นเหยี่ยวยักษ์แล้ว!

     

    ข้าก็ด้วย!

     

    ข้าก็ดูดีขึ้นเยอะเลยชอบๆ!

     

    เอ้า!

     

    “ท่านฤๅษีคงหายไปไหนแล้วละพวกเราทำไมไม่เห็นท่านเลย!” เหยี่ยวตัวหนึ่งได้พูดขึ้นมาด้วยความสงสัย หลังจากที่มันมองไปตรงที่ฤๅษีคงยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วไม่เห็นท่าน.........

     

    ข้าอยู่ข้างบนนี้โว้ย!

     

    พลับ พลับ

     

    จ้าก!!

     

    “เหยี่ยวยักษ์ตัวสีขาวสง่างามโครตๆ!”

     

    ซึ่งแท้จริงแล้ว ฤๅษีคงได้เปลี่ยนร่างของตนเองให้เป็นเหยี่ยวยักษ์สีขาวที่สง่างามและลอยตัวขึ้นไปอยู่เหนือเหยี่ยวตัวอื่นๆ และในตอนที่เหยี่ยวดำเห็นพวกมันก็พากันส่งเสียงดังขึ้น ไปดูตามทิศทางของเสียงที่บอกให้พวกมันว่าอยู่ข้างบนนี้........

     

    ออกเดินทางกันได้แล้ว!!

     

    จ้า!

     

    พลับพลับ พลับพลับ พลับ

     

    ณ กุฏิของหลวงตาเสาร์........

     

    กลับมาที่หมู่บ้านท่าเสด็จอีกครั้ง หลังจากที่ไอ้จุกได้ไปตักน้ำและเตรียมผาเอามาให้ผู้ใหญ่สุขเพื่อที่จะเช็ดตัวและเปลี่ยนจีวรให้กับหลวงตาเสาร์แล้ว ทุกคนที่อยู่ข้างในกุฏิก็ได้ช่วยกันเช็ดตัวให้กับหลวงตาเสาร์ทันที...........

     

    ห้านาทีผ่านไป.......

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    “ข้ามาแล้วขอรับพ่อผู้ใหญ่ มีอะไรจะให้ข้าช่วยบอกมาได้เลยขอรับ!”ไอ้ทิตเดินเข้าไปนั่งในกุฏิของหลวงตาเสาร์ หลังจากที่ไอ้จุกไปตามตนมาตามคำสั่งของผู้ใหญ่สุข.........

     

    มาแล้วรึ!

     

    “ไอ้ทิต ข้ามีเรื่องจะขอแรงเอ็งวะข้าอยากให้เอ็งไปเป็นธุระในการทำโลงศพให้กับหลวงตาเสาร์ เอ็งจงพาพวกผู้ชายที่เหลือไปช่วยเอ็งด้วยก็ได้!”ในขณะที่ผู้ใหญ่สุขกำลังช่วยกันเช็ดตัวให้กับหลวงตาเสาร์อยู่นั้น ผู้ใหญ่สุขได้หันกลับไปและมอบหมายงานให้กับไอ้ทิตเพื่อไปทำโลงศพเอาไว้ใส่ร่างของหลวงตาเสาร์........

     

    ขอรับผู้ใหญ่ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละขอรับ!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    สามสิบนาทีผ่านไป........

     

    หลังจากที่ทุกคนได้ช่วยกันเช็ดตัวและผลัดเปลี่ยนจีวรให้กับหลวงตาเสาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว........

     

    เอาละ!

     

    “คราวนี้ก็คงเหลือแต่การเคลื่อนสรีระของหลวงตาเสาร์ไปที่ศาลาการเปรียญเพื่อให้ทุกคนได้รดน้ำศพของท่านก่อนจะบรรจุลงในหีบในขั้นตอนต่อไป!”ผู้ใหญ่สุขได้พูดขึ้นมา เพื่อบอกให้ทุกๆคนได้รู้ถึงขั้นตอนต่อจากนี้.........

     

    ขอรับผู้ใหญ่!

     

    “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ช่วยกันเคลื่อนสรีระของหลวงตาเสาร์ไปที่ศาลาการเปรียญกันเถอะ!”

     

    อื้ม

     

    หมับ!

     

    อึ๊บ!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    สองชั่วโมงผ่านไป ณ ศาลาการเปรียญวัดบ้านท่าเสด็จ........

     

    หลังจากที่ทุกคนได้ช่วยกันเคลื่อนสรีระของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาไว้บนศาลาการเปรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้วชาวบ้านก็ได้พากันทยอยเข้ามารดน้ำศพของหลวงตาเสาร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะบรรจุสรีระของท่านลงในหีบต่อไป.........

     

    จ๊อก!

     

    ขอให้ด้วยวิญญาณของหลวงตาไปสู่สุขตินะเจ้าค่ะ!

     

    ขอให้หลวงตาไปสู่เมืองสวรรค์นะขอรับ!

     

    เสียงของชาวบ้านชายหญิงพากันเข้ามารดน้ำที่ข้อมือของหลวงตาเสาร์คนแล้วคนเล่ากระทั่ง........

     

     ตุบตุบ ตุบ

     

    “ขอทางหน่อยทุกคน โลงของหลวงตาเสาร์มาแล้วขอรับ!”ไอ้แดงได้ส่งเสียงเพื่อขอทางจากพวกชาวบ้าน ในขณะที่ตนและพวกหนุ่มๆพากันแบกโลงศพของหลวงตาเสาร์เข้ามา........

     

    “พ่อผู้ใหญ่ขอรับ จะให้พวกผมเอาโลงวางไว้ตรงไหนก่อนขอรับ!”ไอ้บุญได้เดินเข้าไปหาผู้ใหญ่สุขที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากร่างของหลวงตาเสาร์ก่อนที่มันจะถามว่าจะให้เอาโลงศพวางไว้ที่ไหน..........

     

    “ขอบใจพวกเอ็งมา เอาโลงเข้ามาวางไว้ข้างหลังของข้าเสียก่อนรอให้ทุกคนรดน้ำกันให้เสร็จแล้วค่อยเอาโลงเข้ามา ว่าแต่พวกเอ็งก็พากันเขามารดน้ำศพของหลวงตาด้วยนะ!”ผู้ใหญ่สุขได้บอกให้ทุกคนเอาโลงไปวางไว้ทางด้านหลังของตน ก่อนจะพูดขอบใจและบอกให้ทุกคนได้เข้าไปรดน้ำหลวงตาเสาร์ด้วย.........

     

    ขอรับผู้ใหญ่!

     

    สิบนาทีผ่านไป........

     

    หลังจากที่ทุกคนในหมู่บ้านท่าเสด็จได้รดน้ำสรีระของหลวงตาเสาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว........

     

    “มีใครยังไม่รดน้ำหลวงตาอีกบ้าง? ถ้าไม่มีรำดับต่อไปเราจะทำพิธีขอขมาหลวงตาเสาร์ เพื่อไม่ให้เป็นกรรมต่อกันขอให้ทุกคนประนมมือขึ้นแล้วว่าตามข้าพเจ้าว่า............!” ผู้เฒ่าปราชญ์ของหมู่บ้านได้พูดขึ้นเพื่อให้ทุกคนทำพิธีขอขมาต่อหลวงตาเสาร์ ก่อนจะบอกให้ทุกคนให้ว่าตามที่ตนได้พูดออกไปต่อจากนี้.........

     

    แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก!

     

    พลับพลับ พลับพลับ พลับพลับ!

     

    หือ?!

     

    นั่นมันเหยี่ยวยักษ์นี่!

     

    หนีเร็วพวกเรา!

     

    ในขณะที่ทุกคนกำลังทำพิธีขอขมาต่อหลวงตาเสาร์อยู่นั้นจู่จู่ก็มีเสียงร้องของสัตว์ชนิดหนึ่ง ก่อนที่ร่างของเหยี่ยวยักษ์สีดำจำนวนเจ็ดถึงแปดตัวได้เข้ามาแล้วบินวนเวียนอยู่ในศาลาการเปรียญจนทำให้ทุกคนที่อยู่ในงานตกอกตกใจและพากันวิ่งไปหลบรวมกันอยู่ทางด้านขวามือของศพหลวงตาเสาร์ก่อนที่พวกเหยี่ยวทุกตัวจะหยุดบินแล้วล่อนลงมารวมตัวกันอยู่ทางด้านซ้ายมือของศพหลวงตาเสาร์ทำให้ภาพที่ปรากฏออกมากลายเป็นการแบ่งแยกของมนุษย์และเหยี่ยว..........

     

    เหยี่ยวพวกนี้มันมาได้อย่างไรกัน!?

     

    “ใครเชิญพวกแกมา! ไป! ไปซ๊ะ!”

     

    “พวกหนุ่มๆออกมาช่วยกันไล่พวกมันเร็ว!”

     

    พลับพลับ พลับพลับ!

     

    ช้าก่อน!

     

    “ข้าเป็นคนเชิญพวกมันมาเองนี่แหละ!”

     

    หือ?!

     

    ซึ่งในขณะเวลานั้นเอง เสียงของเหยี่ยวยักษ์ตัวสีขาวได้บิณตรงเข้ามาหาศพของหลวงตาเสาร์ก่อนที่มันจะกางปีกขนาดใหญ่ของมันออกเพื่อหยุดบินและพูดขึ้นมา.........

     

    “หา! นั่นเสียงใคร? เป็นนกพูดใช่หรือไม่!?” ไอ้แดงได้อุทานขึ้นมา หลังจากที่มันได้ยินเสียงของใครก็ไม่รู้แต่มันคิดว่าน่าจะมาจากเหยี่ยวยักษ์ตัวสีขาวมาที่ตัวสุดท้าย........

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    “ข้าคือผู้ใหญ่บ้านท่าเสด็จแห่งนี้ท่านเหยี่ยวคือใครและมีธุระอันใดกระนั้นรึ ในตอนนี้พวกเรากำลังจัดงานศพให้กับหลวงตาเสาร์กันอยู่!หากไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรก็จงกลับไปเสียเถอะ!”ผู้ใหญ่สุขเดินออกมาแล้วแนะนำตัวเองกับนกเหยี่ยวยักษ์สีขาวที่อยู่ข้างหน้าของตนด้วยสีหน้าที่จริงจังก่อนที่จะพูดถามกลับไปอย่างเป็นมิตรและสุภาพ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงงานศพเขาจึงไม่อยากทำให้เสียเรื่องและมีผลกระทบต่อศพต่อร่างของหลวงตาเสาร์........

     

    โอม.....จงกลับสู่ร่างเดิมนะบัดนี้ พรึบ!

     

    อ๊ะ!

     

    “ข้าคือพระฤๅษีคงกระพันธ์ สหายของพระเสาร์มาเพื่อแสดงความเสียใจกับเพื่อนรักที่จากไปในครั้งนี้!” หลังจากที่ฤๅษีคงได้กลับร่างเป็นปกติแล้วท่านก็ได้แนะนำตัวเองให้กับผู้ใหญ่บ้านและทุกๆคนให้รู้ว่าตนเองคือใคร........

     

     หา! ฤๅษีคง!

     

    เสียงอุทานของพระผาและกล้วยดังขึ้นมาก่อนที่ทั้งสองจะหันหน้าเข้าหากันด้วยสีหน้าที่ตกใจกับการปรากฏตัวของฤๅษีคง.......

     

    “เพื่อนเก่าของหลวงพ่อกระนั้นรึ!?ถ้าเช่นนั้นก็เชิญท่านฤๅษีคงเข้ามาเถิดขอรับ” ผู้ใหญ่สุขพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เข้าใจเพราะเขาเห็นสายตาที่ฤๅษีคงแสดงออกมานั้นจริงจังมาก ไม่ได้ดูหลอกลวงหรือกำลังพูดโกหกใดๆเลย......

     

    อื้ม!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน