เช้ามืดของวัน แกรนด์ลุกขึ้นมาจากที่นอนเพื่อออกมาเดินยืดเส้นยืดสายข้างนอก เหล่านักล่าฝึกหัดบางกลุ่มรวมตัวกันใกล้ครบทีมแล้ว ทีมนี้ตั้งใจจะออกล่าสัตว์อสูรพวกที่ออกหากิน่เช้ามืดกัน ส่วนกลุ่มอื่นๆ ทยอยออกมาเพื่อฝึกในตอนเช้าที่ลานฝึก บ็อบกำลังเตรียมตัวเพื่อไปฝึกเหล่านักรบ ส่วนเอเลน่าพักนี้ง่วนอยู่กับการวิจัยเลยทิ้งภาระการฝึกผู้ใช้เวทย์ไปให้เวนไฮร์ แถมแกรนด์ยังให้เวนไฮร์เป็ผู้ฝึกสอนของเด็กๆ กลุ่มพิเศษอีก ไหนๆ ก็ต้องอยู่เพื่อเฝ้าหมู่บ้านอยู่แล้ว หน้าที่ก็ต้องเยอะเป็ธรรมดา
่สายๆ รถม้าสินค้ากลับมาจากในเมือง บางคนสั่งสินค้าอื่นๆ ที่มีขายเฉพาะในเมืองก็ออกมารับด้วยความยินดี รถม้าที่มาในวันนี้นั้นมีรถของอริสตามมาด้วย แกรนด์มองมาทางรถม้าคันดังกล่าวด้วยความสงสัย เขาไม่ได้โผล่หน้าเข้าไปในเมืองเลยั้แ่มีร้านสาขาในหมู่บ้านแห่งนี้ รึว่าเธอมาเพื่อคุยธุระกัน?
“ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ล่ะ?”
แกรนด์ถามขณะที่หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถม้าพร้อมกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่หน้าตา สีผมและลักษณะท่าทางดูคล้ายกับอริสพอสมควร
“นี่คืออาเนล น้องชายของข้า ปีนี้อายุครบ 14 ปี น้องชายของข้าฝันอยากเป็นักรบที่เก่งกาจ แต่เมื่อ 4 ปีที่แล้วในการทดสอบพลังเพื่อเข้าเรียนในสถาบันศาสตร์การต่อสู้แห่งเมืองกลอเซน พลังของเขาไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก แต่ท่านพ่อก็ได้จ้างวานให้ครูมาสอนพิเศษที่บ้านจนตอนนี้เขามีพลังคลาส 2 ขั้นต้น ท่านพ่อเห็นว่าท่านเป็ผู้ที่มีพร์ในการฝึกพลัง ทั้งยังแข็งแกร่งมาก จึงอยากจะขอฝากให้น้องชายของข้ามาเรียนรู้กับท่าน ขอท่านได้โปรดตอบรับคำขอของท่านพ่อและข้าด้วย”
แกรนด์มองที่อริสพร้อมกับพยักหน้าและกวาดสายตามามองที่อาเนล เด็กหนุ่มคนนี้ท่าทางมุ่งมั่นใช้ได้ ดูกระฉับกระเฉงและอารมณ์ดี แถมยังเลือกหนทางสายนักสู้แทนที่จะเป็การค้าขายเหมือนเช่นคนในตระกูลเขาอีกต่างหาก แต่แววตาของเขาแฝงไปด้วยความโดดเดี่ยว คงเพราะเอาแต่ฝึกทุกๆ วันจนทำให้ไม่มีเพื่อนมากนัก
“ข้าชื่ออาเนล ยินดีที่ได้พบ ท่านพี่เล่าให้ข้าฟังว่าท่านกำจัดสัตว์อสูรระดับสูงมาแล้วหลายตัว โคตรเจ๋ง! โคตรเท่! ข้าอยากจะลองกำจัดสัตว์อสูรแบบท่านบ้าง ท่านว่าข้าควรเริ่มจากตัวไหน?”
“ระดับในตอนนี้เ้าแค่พอฟัดพอเหวี่ยงกับสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่ถ้าหากประมาทและขาดประสบการณ์มันก็ฆ่าเ้าได้ง่ายๆ เช่นกัน ฉะนั้นต้องห้ามประมาท อีกอย่าง เ้าอายุยังไม่ถึง 15 กฎของเราคือผู้ที่อายุไม่ถึง 15 จะต้องเรียนและฝึกที่ลานฝึกทุกวัน ยกเว้นเสียแต่ว่าได้รับคำสั่งเท่านั้นค่อยออกไปล่าตามภารกิจได้”
เมื่อได้ยินที่แกรนด์พูด อาเนลทำหน้าผิดหวังลงทันที เขามุ่งมั่นฝึกฝนเพื่อที่จะฆ่าสัตว์อสูร ในตอนนี้เขามั่นใจพอสมควรที่จะจัดการมัน แต่อยู่บ้านพ่อของเขาสั่งห้ามเพราะอันตรายมากที่จะเสี่ยงอัตรายทั้งแบบนั้น วันๆ ครูฝึกก็มีแต่สั่งให้หวดหุ่นไม้ ไม่ได้ตั้งใจสอนจริงๆ จังๆ พ่อของเขาเองเพราะภาระหน้าที่ดูแลกิจการจึงไม่ค่อยมีเวลาดูลูกชายสักเท่าไหร่ แกรนด์มองเห็นสีหน้าและท่าทางของอาเนลก็รับรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่
“ในอีกไม่กี่วันข้าจะทดสอบกลุ่มเด็กอายุน้อยที่นี่ ใครผ่านการทดสอบข้าจะอนุญาตให้ออกล่าเป็กลุ่มได้ ข้าจะให้เ้าลองทดสอบฝีมือกับพวกเขาดู”
แกรนด์เรียกเกรย์ออกมาพร้อมกับบอกให้ประลองกับสมาชิกใหม่ในชั้นเรียนหน่อย อาเนลและเกรย์อายุเท่ากัน แต่ในเื่ของพลังอาเนลสูงกว่าเพราะเริ่มฝึกก่อนหลายปี เกรย์ยังระดับแค่คลาส 1 ขั้นกลางส่วนอาเนลคลาส 2 ขั้นต้นแล้ว พลังระหว่างคลาส 1 กับ 2 นั้นไม่ห่างกันมากมายเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเอามาเทียบกันก็คงถือว่าคนละระดับอยู่ดี
แกรนด์พาผู้มาเยือนเดินมาที่ลานฝึก เกรย์มองมาที่คู่ต่อสู้พร้อมกับยกหอกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสู้ อาเนลชักดาบออกมาตั้งท่าเตรียมสู้เหมือนกัน เขานั้นดูจะตื่นเต้นพอสมควร ถึงอยู่บ้านจะจ้างครูฝึกมาสอน แต่จริงๆ แล้วก็ได้สู้แต่กับหุ่นไม้ ไม่เคยสู้จริงๆ สักครั้ง
เคร้ง!
เสียงการปะทะแรกดังขึ้นมา อริสที่ยืนมองดูน้องชายอยู่ข้างแกรนด์ยิ้มออกมาอย่างยินดี เธอรู้ว่าน้องชายของเธอฝึกอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอดมา คู่ซ้อมที่หามาส่วนมากก็มีแต่ลูกคนงานหรือไม่ก็จ้างเด็กที่มีอายุไล่เลี่ยกันมา คนเ่าั้มักจะไม่กล้าประมือหรือทำอะไรรุนแรงเพราะสถานะที่ต่างกัน ทำให้อาเนลไม่มีคนซ้อมด้วยจริงๆ จังๆ สักครั้ง การได้มีคู่ซ้อมทุกวันแบบนี้คงเป็สิ่งที่น้องชายอย่างเธอปรารถนา
อาเนลที่กำลังสู้อยู่กับเกรย์รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ในตอนแรกเขาคิดว่าคงจัดการเกรย์ได้โดยไม่เปลืองแรงนัก แต่กลับกัน ผลที่ออกมาคือสูสี เกรย์สู้กับเขาได้อย่างตึงมือ อาเนลในตอนนี้รับรู้ได้ทันทีว่าที่เขาสู้ได้อย่างสูสีในตอนนี้เพราะเขาใช้พลังที่มากกว่าในการกดดันคู่ต่อสู้ ในแง่ทักษะฝีมือเขาสู้เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย ถ้าเป็ยังไงถ้าพวกเขามีพลังที่เท่าเทียมกัน ข้าไม่แพ้ขาดไปเลยหรือ?
หลังจากที่สู้กันไปได้พักใหญ่อาเนลก็เฉือนชนะเกรย์ไปได้แบบฉิวเฉียด ทั้งคู่หมดแรงนั่งหายใจหอบบนสนามหลังจากจบการต่อสู้
“ข้าสู้เ้าไม่ได้ แต่ครั้งหน้าข้าหวังว่าจะได้แก้มือ ยินดีที่รู้จัก”
เกรย์ยื่นมือเข้าหาอีกฝ่าย อาเนลจับมือด้วยความยินดี
“ฝากตัวด้วย ข้าก็หวังอย่างนั้นเช่นกัน”
แกรนด์พาอริสไปที่ห้องรับรอง วันนี้เหมือนจะมีแค่เขาเท่านั้นที่ว่าง บ็อบยุ่งอยู่กับการฝึกพลังกาย ส่วนเอเลน่าก็ยุ่งอยู่กับการทดลองในห้อง
“ขอบคุณท่านมากที่ทำตามคำของของข้า นี่เป็ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านพ่อฝากมาให้ท่าน”
แกรนด์ตรวจสอบดูในแหวนมิติทองแดงที่อริสยื่นมาให้ พบว่าในนั้นมีชุดเกราะคุณภาพดีหลายสิบชุด
“อีกส่วนเป็อาหาร 3 คันรถ เรากำลังเตรียมการอยู่ คงจะขนมาได้่บ่ายวันนี้”
“ที่จริงก็ไม่ต้องลำบากถึงขนาดนั้นหรอก ข้าจะให้เขาพักในร้านค้ากลาง วันนี้จะให้ช่างทำห้องส่วนตัวของเขาที่นั่น”
“ขอบคุณท่านมาก ข้าต้องขอตัวกลับไปที่ร้านก่อน ไว้ข้าจะแวะมาที่นี่ใหม่”
“เดินทางโดยสวัสดิภาพ”
หลังจากแกรนด์ส่งอริสเสร็จก็เรียกทีมมาเพื่อประชุมเื่สำคัญ ทั้ง 5 คนเข้ามาประชุมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมครั้งนี้เป็เื่อะไรไปไม่ได้นอกจากเื่ของโอเกอร์
“หืม? มีวิธีจัดการกับโอเกอร์แล้ว?”
เอเลน่าเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย เธอคิดจนหัวจะะเิก็ยังคิดไม่ออกว่าจะมีวิธีอะไรที่จะกำจัดโอเกอร์ได้
“เ้าไปแจ้งทางการว่าค้นพบโอเกอร์ที่โบราณสถาน เราสู้ไม่ได้แล้วจะไปสู้กับมันทำไม อีกอย่าง โอเกอร์เป็ภัยคุกคามต่อเมืองนี้แน่นอนอยู่แล้ว ทางการไม่นิ่งนอนใจหรอก ถึงสู้มันได้ข้าก็ไม่ได้สนใจสู้กับมันเท่าไหร่ ร่างกายก็ไม่มีอะไรขายได้เหมือนสัตว์อสูร ข้าสนห้องสมบัติของมันมากกว่า ตามแผนคือ เราไปแจ้งทางการ แล้วจะล่อให้สองกองกำลังปะทะกันห่างจากโบราณสถานหน่อย จากนั้นเราก็เข้าไปเอาของที่ห้องสมบัติแล้วแอบหนีออกมาให้ไว รางวัลแจ้งภัยคุกคามก็ได้ สมบัติของโอเกอร์ก็ได้ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้จะไปสู้กับมันทำไม ให้คนที่สู้ได้เขาสู้ไป ฮ่าๆ ๆ ๆ”
แกรนด์ยืดอกหัวเราะอย่างพอใจในแผนการของตน นี่เป็ทางออกที่ดีที่สุดแน่นอนของเื่นี้ บ็อบ โคลด์และเวนไฮร์ก็พยักหน้าเห็นด้วย เอเลน่ามองมาที่แกรนด์ด้วยสายตาเรียบเฉย
“ถ้าไม่รู้จักมาก่อนว่าเป็นักล่าข้าคงคิดว่าเ้ามันเป็โจรรึหัวขโมยอะไรสักอย่างไปแล้ว”
“โจร? หัวขโมย? อย่าเอาข้าไปเทียบกับพวกนั้น ถ้าจะเรียกให้ถูกแล้วข้าคือนักล่าสมบัติ”
“จ้าๆ พ่อนักล่าสมบัติ”
“ลูกพี่คิดว่าทางการจะส่งใครไป?”
“แน่นอนว่าหัวหน้าอัศวินต้องออกหน้าเอง”
แกรนด์พูดด้วยความมั่นใจ เป็ไปไม่ได้ที่พวกระดับสูงจะนิ่งเฉยกับการคงอยู่ของโอเกอร์ ยิ่งปล่อยมันไว้นานจำนวนของก็อบลินในแถบนั้นยิ่งเพิ่มขึ้น
“เข้าไปแจ้งข่าวแล้วก็หาภารกิจมาทำด้วยนะ ข้าคิดว่าพวกนั้นคงใช้เวลาหลายวันในการส่งคนไปสังเกตการณ์ที่โบราณสถาน เราก็ทำภารกิจรอไปก่อน”
“ข้าว่าจะไปขอให้ท่านพ่อส่งหมอมาที่นี่สักคนด้วยพอดี ห้องพยาบาลไม่มีหมอ ที่ทำได้ก็แค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับใช้ยาพื้นฐานเท่านั้น ถ้ามีหมอมาอยู่สักคนก็คงดีไม่น้อย”
หลังจากที่ประชุมกันเสร็จ แกรนด์ก็ตัดสินใจเข้าเมืองกับเอเลน่าด้วย เขาอยากเข้าไปสำรวจของที่ขายอยู่ที่เขตการค้าของเมืองสักหน่อย ทั้งสองออกเดินทางไปยังเมืองใน่บ่าย วันนี้เป็วันธรรมดาที่ภายในเมืองเงียบสงบเช่นเคย ทั้งสองไปที่บ้านของเอเลน่าก่อนจะไปยังจุดอื่นๆ
“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว”
เอเลน่ากล่าวทักทายหมอฮาเวิร์ดที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะทำงาน เมื่อเห็นลูกสาวกลับมาเขาวางหนังสือลงพร้อมกับเดินข้ามาหา เป็เวลาร่วมเดือนแล้วที่เอเลน่าไม่ได้กลับบ้าน ในฐานะของคนเป็พ่อย่อมต้องคิดถึงเป็ธรรมดา แต่วันนี้ลูกสาวของเขาไม่ได้มาคนเดียว เธอพาชายหนุ่มผู้หนึ่งมาด้วย
“วันนี้เ้าพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านด้วยเหรอ?”
ฮาเวิร์ดมองไปที่ชายหนุ่มพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจที่เขา
“ใช่แล้วล่ะ เขาคือคนที่ส่งเนื้อมาฝากท่านวันนั้น”
“ข้าชื่อแกรนด์ ยินดีที่ได้พบท่านลุงหมอ”
“หืม? เ้าเองเหรอ ขอบคุณจริงๆ เป็เนื้อที่รสชาติวิเศษมากเลยล่ะ ข้าชอบมันจริงๆ ไม่ต้องเกรงใจไปนะ ลูกสาวข้าไม่เคยพาเพื่อนมาที่บ้านเลย เ้านี่แหละคนแรก”
เอเลน่าทำท่าทางเขินเล็กน้อยเมื่อได้ยินพ่อของเธอพูดเช่นนั้น อย่างที่ว่ามา อย่าว่าแต่พามาที่บ้าน เธอไม่เคยสนิทกับใครเป็พิเศษเลย หลังจากมองดูชายหนุ่มสักพักหมอฮาเวิร์ดถึงกับตะลึงในใจ ออร่าพลังของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกสาวของเขาเลย แถมยังหนาแน่นยิ่งกว่าอีกด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียนสกิลตรวจสอบแต่ก็คุ้นเคยกับออร่าของผู้ที่มีพลังสูง เขารักษาคนมาทั้งชีวิต ่สิบปีมานี้รักษาบุคคลระดับสูงของเมืองมาก็มาก การจะแยกระดับความเข้มข้นของพลังมองแป๊บเดียวก็รู้ แต่คนที่มีพลังระดับนี้นอกจากลูกสาวของเขาแล้วก็ไม่เคยเจอที่คนที่มีอายุไล่เรี่ยจะมีพลังระดับนี้ ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ถ้ามีเขาก็ต้องรู้จัก หนุ่มคนนี้มาจากต่างเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย
แกรนด์กับเอเลน่าเล่ารายละเอียดของสิ่งที่พวกเขากำลังทำ ในหมู่บ้านจำเป็ต้องมีหมอประการอยู่สักคนเป็อย่างน้อยเพื่อรักษาาแของเหล่านักล่าจากสัตว์อสูร หลังจากได้ฟังรายละเอียดต่างๆ แล้ว หมอฮาเวิร์ดรู้สึกภูมิใจในตัวลูกสาวที่ตั้งใจที่จะทำอะไรอย่างมุ่งมั่น เขาตกลงที่จะส่งหมอไปที่หมู่บ้านหนึ่งคนตามคำขอโดยไม่ต้องให้แกรนด์จ้างวานด้วยเงินทองอีกด้วย ทั้งยังบอกว่าวันไหนว่างๆ จะแวะไปเยี่ยมเยียน
ทั้งสามใช้เวลาพักใหญ่กับการพูดคุยเื่ต่างๆ จากนั้นทั้งสองจึงเดินทางไปยังปราสาทกิลล์ภารกิจเพื่อเลือกภารกิจและแจ้งภัยจากการมีอยู่ของโอเกอร์ ภายในปราสาทหลังจากที่แจ้งภัยเรียบร้อยแล้วเอเลน่าก็พาแกรนด์มาดูภารกิจกำจัดสัตว์อสูรระดับสูงที่เหลืออยู่
งูเหลือมหิน
คางคกพิษน้ำคร่ำ
แมงมุมกะโหลก
“เหลือแค่ 3 ตัวล่ะนะ เ้าจะเลือกตัวไหนล่ะ?”
“เอางูเหลือมหินแล้วกัน ข้าไม่ค่อยถูกกับพวกสัตว์มีพิษเท่าไหร่”
“สำหรับข้ายังไงก็ได้ แต่เ้านี่สิ คิดดีแล้วหรอที่เลือกสัตว์อสูรธาตุดินแบบนี้ พลังสายฟ้าของเ้าคงทำอะไรมันไม่ค่อยได้นะ”
“ข้ามีวิธีหลายอย่างที่จะจัดการมันล่ะน่า เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
แกรนด์ชวนเอเลน่าไปเดินดูของที่เขตการค้า ทั้งสองคุยกันเล่นตามประสาในระหว่างที่เดินไปยังจุดหมาย แกรนด์รู้สึกได้ว่าตนนั้นตกเป็เป้าของสายตาคู่หนึ่งที่คอยจับจ้องเขาั้แ่เดินออกมาจากปราสาทกิลล์ภารกิจ สายตาคู่นั้นไม่ได้จับจ้องเอเลน่าหรือจับจ้องที่พวกเขาทั้งสอง แต่มันจับจ้องมาที่แกรนด์เพียงคนเดียว และเป็ที่แน่ชัดว่าคนผู้นี้ได้สะกดรอยเขาอย่างแน่นอน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก แกรนด์พูดคุยกับเอเลน่าพลางเดินไปเป็ปกติ เมื่อเดินออกห่างปราสาทกิลล์ภารกิจและห่างจากถนนที่คนพลุกพล่านแกรนด์จึงใช้ พลังจิตข่มขวัญไปยังทิศทางที่สายตาคู่นั้นจับจ้องและตามเขามาั้แ่อยู่ในปราสาท ผู้ที่สะกดรอยผู้อื่นเกือบ 100% ไม่ใช่เื่ดีเป็แน่
“เ้าคนที่สะกดรอยพวกเราถ้ายังไม่อยากตายก็จงออกมาซะ”
แกรนด์พูดพร้อมกับส่งพลังกดดันข่มคนที่สะกดรอยเพิ่มขึ้นอีก เขาััได้เลยว่าคนที่สะกดรอยมานั้นพลังอ่อนด้อยกว่าพอสมควร ผู้ที่สะกดรอยเมื่อรู้ว่าตนถูกจับได้ก็ค่อยๆ ปรากฏกายออกมา
“เอลซ่า?”
เอเลน่าอุทานออกมาอย่างแปลกใจ ทีแรกที่แกรนด์ส่งซิกว่ามีคนสะกดรอยตามมา เธอนึกว่าเป็คนของคร็อกคัสซะอีก
“เ้าตามเรามาทำไม?”
แกรนด์พูดขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ยังคงปล่อยพลังจิตออกมากดอย่างต่อเนื่อง
“เ้าคือแกรนด์ใช่มั้ย?”
หญิงสาวถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอเข้ามาเห็นทั้งสองอยู่ในปราสาทกิลล์ภารกิจโดยบังเอิญและรู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มเป็อย่างมาก เธอค่อนข้างแน่ใจว่าชายหนุ่มคนนี้คือแกรนด์ แม้ว่าจะจากกันกว่า 10 ปีแต่พวกเขาในตอนเด็กก็ถูกเลี้ยงมาในบ้านหลังเดียวกัน
“ใช่ ข้าเอง”
แกรนด์ตอบไปสั้นๆ พร้อมกับปลดพลังจิตที่ข่มพลังของเอลซ่าไว้ หญิงสาวรู้สึกโล่งเป็ปกติอีกครั้ง เธอสำรวจแกรนด์ใกล้ๆ พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอออกมา
“ใช่จริงๆ ด้วย ดีจริงๆ ที่เ้ายังไม่ตาย พวกเรานึกว่าเ้าตายไปแล้วซะอีก เ้าไปอยู่ไหนมา? ทำไมเ้ามาที่เมืองนี้ได้? ตอนนี้เ้าพักอยู่ที่ไหน?”
เอลซ่ายิงคำถามเป็ชุดๆ ใส่แกรนด์ในครั้งแรกที่พบหน้า เธอดีใจจนน้ำตาคลอเต็มเบ้า คนที่เธอคิดมาตลอดว่าตายไปแล้วได้มาปรากฏอยู่ต่อหน้าอีกครั้ง
“ข้าไม่มีเวลามากนัก ไว้ตอบคำถามเ้าวันหลังแล้วกัน”
แกรนด์พูดตัดบทไปทั้งยังงั้น เขาค่อนข้างแปลกใจว่าคนที่สะกดรอยมาคือเอลซ่า ในตอนแรกก็ยังคิดเหมือนเอเลน่าว่าพวกที่ตามมาเป็คนของคร็อกคัส
“เดี๋ยวก่อนสิ เ้าไปอยู่ไหนมา? เราไม่เห็นหลุมศพของเ้าที่บ้านของท่านบารานด์ ท่านพ่อตามหาเ้าหลายวันเลยนะรู้มั้ย แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกเพราะคิดไปว่าถึงรอดเ้าก็คงโดนสัตว์อสูรฆ่าไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วพลังเมื่อกี้นี้..........?”
เอลซ่าตะลึงตาค้างทันที เธอดีใจจนลืมไปว่าพลังจิตที่ข่มขวัญเธอไว้เมื่อครู่ก็เป็พลังของแกรนด์ หน้าของหญิงสาวฉายแววของความไม่เชื่อถือออกมา เป็ไปได้อย่างไร พลังที่ข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้คือพลังของจิติญญาและพลังของคนผู้นั้นอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย งั้นแสดงว่าแกรนด์ในตอนนี้ เป็ไปได้อย่างไร?
แกรนด์ไม่สนใจในสิ่งที่เธอกำลังพูด เขาหันหลังและกำลังจะเดินจากไป การที่อยู่ที่นี่นานๆ นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังไม่ได้อะไรด้วย อีกอย่าง เขาไม่อยากพูดถึงเื่ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลฟลูตัน
“เดี๋ยวก่อนสิ ในตอนที่สะกดรอยอยู่ข้าติดต่อกับเอลรอนผ่านอักขระ เขาก็กำลังมาที่นี่ เ้ารอพบกับเขาก่อนนะ ข้าเชื่อว่าเขาก็อยากเจอเ้าเช่นกัน”
แกรนด์ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เอลซ่านั้นโลกสวยเกินไปแล้ว ถึงจะเป็ฝาแฝดกันแต่เธอกับเอลรอนนิสัยต่างกันคนละขั้ว เอลรอนเป็คนที่แกรนด์ไม่อยากเจอมากที่สุด เขาไปที่ไหนก็ต้องมีทหารเดินตามมาด้วยเป็พรวน นี่มันเป็เื่ที่ยุ่งยากกว่าที่เขาคิดไว้ซะแล้ว
ยังไม่ทันที่แกรนด์จะได้จากไปเอลรอนก็ปรากฏตัวขึ้น เขาตรงดิ่งมายังจุดที่ทั้งสามยืนอยู่ ตามที่แกรนด์คาดไว้ เอลรอนมาพร้อมกับทหารผู้ติดตามกว่าสิบคน
“โอ้ ใช่จริงๆ ด้วย ยังไม่ตายอีกรึเนี่ย เ้านี่ดวงแข็งชะมัด ฮ่าๆ ๆ”
“ถอยไปซะ ข้าไม่มีธุระกับพวกเ้า”
“แหมๆ พี่น้องได้เจอกันทั้งที่ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรอ จะรีบไปไหน? ถ้าข้าไม่ให้เ้าไปล่ะ?”
เอลรอนทักทายด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท หน้าตาของเขาไม่บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่น้อย มันเป็ใบหน้าที่มีแผนชั่วร้ายมากกว่า แกรนด์ทำหน้าเบื่อหน่ายลงทันที เขาไม่อยากที่จะมีปัญหาในเขตเมือง เพราะถ้ามีปัญหากันขึ้นมา ทหารจะแห่กันมาเต็มไปหมด แต่ตอนนี้ท่าทางปัญหามันจะพุ่งเข้าใส่เขาเองซะมากกว่า
“เอ้า เอเลน่านี่นา เ้ามากับหมอนี่หรอ ไปเจอหมอนี่ที่ไหนกันล่ะ? โอ้ จริงสิ รึว่าเ้ากำลังหลอกมันให้เป็หนูทดลอง อุ๊บ!”
เอเลน่าเริ่มทนความปากมากของเอลรอนไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังยืนแสดงสีหน้าไม่สนใจออกมา การมีปัญหาในเมืองไม่ใช่เื่ดี อีกอย่าง เอลรอนเป็หัวหน้าทหารที่มีอำนาจในการสั่งการพอสมควร
“ข้าจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว หลีกทางไปซะ!”
“เ้ากล้าสั่งข้า? เ้าอยากเจ็บตัวใช่มั้ยเ้าสวะพิการ เ้ามันก็แค่ลูกสำส่อนที่เกิดมาในตระกูลอันทรงเกียรติเท่านั้น คนไร้ค่าเช่นเ้ากล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า”
“ทะ..ทั้งสองคน หยุดเถอะ ยังไงพวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน เอลรอน อย่าพูดอย่างนี้นะ แกรนด์เองก็เพิ่งจะกลับมา เ้าควรต้อนรับเขาสิ”
เอลซ่าพยายามห้ามปรามทั้งสองคนไม่ให้มีเื่กัน แกรนด์ในตอนนี้นี้สีหน้ามืดครึ้มลงทันที ประกายความไม่พอใจฉาบบนดวงตาของเขาอย่างเห็นได้ชัด
“หัวหน้าเอลรอน คนผู้นี้มีพลังแค่คลาส 2 ขั้นต้นเองครับ”
ลูกน้องของเอลรอนที่มีสกิลตรวจสอบเอ่ยขึ้น แกรนด์ใช้ทักษะอสนีบาตซ่อนเงาทุกครั้งที่เดินเตร็ดเตร่ในเมืองเพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต ไม่แปลกใจกับคนที่ฝึกสกิลตรวจสอบระดับต่ำพวกนี้จะตรวจสอบพลังที่แท้จริงของเขาไม่ได้
“ฮ่าๆ ๆ ๆ เอาจริงเหรอวะ อย่าบอกนะว่าเ้าฝึกอย่างเอาเป็เอาตายกว่า 10 ปีจากคนพิการพลังเทียบเท่าทหารประจำการชั้นปลายแถวได้ ข้านับถือจริงๆ”
“คลาส 2? เป็ไปได้หรอ?”
เอลซ่าพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างสับสน พลังที่ข่มขวัญเมื่อครู่นี้เป็พลังที่ปลดปล่อยจากแกรนด์อย่างแน่นอน
“หัวหน้า ไม่ต้องถึงกับให้ท่านลงมือเองให้แปดเปื้อนหรอก ข้าจัดการมันเอง”
ลูกน้องของเอลรอนเอ่ยขึ้นขึ้นมา เขาเห็นเ้านายดูอยากจะอัดชายหนุ่มผู้นี้เต็มประดา ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็ใครแต่ก็ขอเลียไว้ก่อน อีกอย่าง พลังแค่นั้นเขาชนะได้สบายอยู่แล้ว
“ไม่ต้องมายุ่งเื่ของข้า!”
เอลรอนง้างหมัดพร้อมกับเหวี่ยงไปที่หน้าของแกรนด์อย่างสุดกำลัง เอเลน่าที่มองเหตุการณ์มาตลอดถึงกับเอามือทาบหน้าผาก เอลรอนนี่มันหาเื่ผิดคนแล้ว อีกอย่าง มีครั้งไหนที่เข้ามาในเมืองพร้อมหมอนี่แล้วไม่เกิดเื่บ้าง
ปึ๊ก!!
หมัดของเอลรอนถูกหยุดกลางอากาศด้วยมือของแกรนด์ เอลรอนถึงกับเบิกตากว้าง หมัดของเขาถูกหยุดได้อย่างง่ายดายเหมือนกับเหวี่ยงหมัดใส่หน้าผา แต่คนที่หยุดมันเป็คนที่เขาคิดว่ารู้จักดีที่สุดคนหนึ่ง ทำให้รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที
“ข้าสะดุดถนนแล้วเหวี่ยงหมัดพลาดรึเนี่ย? ดวงดีจริงนะเ้า ครั้งนี้ไม่พลา...อึ๊ก! อะไรวะเนี่ย???”
เอลรอนดึงหมัดของเขาไม่ออก มือของแกรนด์ที่กุมหมัดไว้เหมือนปูนโบกทับกำปั้นเอลรอนไว้กว่าสิบตันก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะดึงยังไงมือที่จับไว้ก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“นี่มันอะไร? เ้าทำอะไร? ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“หืม? ไหนว่าสวะอย่างข้าพลังเทียบเท่าทหารปลายแถว แล้วทำไมเ้าไม่มีปัญญาดึงออกล่ะ?”
“เ้าลูกสำส่อน! เ้าใช้ลูกไม้อะไรกับข้า”
พรึบ!!
เปลวไฟถูกจุดขึ้นที่มือของเอลรอน เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะต้องถึงขนาดใช้เวทย์เพื่อจัดการคนแบบนี้ เปลวไฟที่ลุกโชติ่ขึ้นที่มือของเอลรอนมีสีแดงเข้มกว่าไฟทั่วไป นี่เป็สัญลักษณ์เวทย์ไฟเฉพาะตัวของตระกูลฟลูตัน
กร๊อบ!
“อ้ากกกกกกกกกก!!!!”
เสียงมือของเอลรอนลั่นขึ้นมาตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ไฟที่ถูกจุดขึ้นบนมือหายไปในพริบตา นอกจากนั้นตัวของเอลรอนยังเริ่มชาขึ้นมาจากพลังสายฟ้าเล็กน้อยที่ถูกปล่อยผ่านมือมาที่เขาอย่างจงใจ เพียงชั่วครู่เสียงร้องด้วยความเ็ปหยุดชะงักลงกลายเป็หน้าตาบิดเบี้ยวที่เหมือนอยากจะแผดร้องแต่ไม่มีเสียงออกมาซะมากกว่า
“หัวหน้าเอลรอน!”
บรรดาลูกน้องของเอลรอนชักดาบออกมาหมายจะจู่โจมแกรนด์
“ไสหัวไป!”
เอเลน่ากวาดมือผ่านแถวของทหารเป็แนวยาว มีสะเก็ดหิมะเป็ไอตามแนวยาวที่เธอกวาดมือผ่าน ไอนั้นัักับร่างกายของเหล่าทหารอย่างแ่เบา ทหารที่กำลังจะพุ่งเข้าไปโจมตีแกรนด์ถึงกับหยุดพร้อมล้มตัวลงกอดตัวเองปากคอสั่นเหมือนตอนนี้กำลังนอนอยู่ขั้วโลกก็ปาน ตามตัวของทหารเ่าั้มีไอเย็นระเหยออกมาเป็ระยะๆ เอเลน่าไม่ได้ใส่ใจกับทหารพวกนี้นัก แค่หยุดไม่ให้พวกมันตายในเขตเมืองก็เพียงพอแล้ว
“เฮ้ย! ข้าไม่เคยใส่ใจคำพูดโสมมของเ้าที่พ่นออกมาก็จริง แต่กล้ามากนะที่บอกว่าท่านแม่สำส่อนต่อหน้าข้าน่ะ”
กร๊อบบบบบ!!
“อื้อออออออออ!!!!”
มือของเอลรอนถูกบีบรัดแน่นขึ้นจนคนรอบข้างได้ยินเสียงกระดูกแตกหักชัดเจน สายฟ้าที่ถูกปลดปล่อยแล่นตามมือช็อตเอลรอนจนร่างกายขยับไม่ได้ แม้เพียงจะส่งเสียงร้องน่าเวทนาออกมายังไม่อาจทำได้ พลังจิตถูกปลดปล่อยออกมาข่มขวัญเอลรอนที่กำลังหวาดกลัวซ้ำลงไปอีก เอลรอนในตอนนี้เหมือนหนูที่ถูกกับดักหนีบไว้ยังไงยังงั้น
“แกรนด์ ปล่อยเอลรอนเถอะ ข้าจะพาเขาไปจากที่นี่ให้พ้นหน้าเ้าทันที”
เอลซ่าขอร้องแกรนด์เพื่อหวังให้เขายอมปล่อย เธอรู้อยู่เต็มอกว่าเป็เื่ยาก ถ้าแกรนด์เป็คนอ่อนแอเช่นแต่ก่อนผลมันคงไม่ออกมาเป็แบบนี้
“เห็นแก่เอลซ่าวันนี้ข้าจะไว้ชีวิตโง่เง่าของเ้าแล้วกัน แต่ข้าจะสอนบทเรียนที่พ่อเ้าอาจจะไม่เคยสอนอยู่สองอย่าง อย่างแรกเ้าเป็ผู้ใช้เวทย์ที่มีพลังกายภาพกระจอกงอกง่อยแต่ดันสาวหมัดใส่นักรบ โง่เง่าสิ้นดี อย่างที่สอง การประมาทศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเพียงเพราะ้าแสดงพลังที่เหนือชั้นของตนข่มผู้อื่นจะทำให้เ้าอายุสั้น ข้ารู้สึกสมเพชกบในกะลาที่ทะนงตนเช่นเ้านัก ถ้าที่นี่เป็เขตนอกเมืองข้ารับรองเลยว่าข้าได้ย่างสดสมองเ้าแน่ แต่วันนี้ย่างแค่แขนไปก่อน ถือเป็ของฝากจากข้าแล้วกัน อ้อ ลืมบอกอีกอย่าง ระดับเช่นเ้าเมื่ออยู่เมืองหลวงก็ไม่ต่างจากสวะปลายแถวเท่าไหร่หรอก และก็อย่ามาทึกทักว่าข้าเป็คนของตระกูลฟลูตันอีก จดจำไว้จนถึงจิติญญาเ้าซะ”
แกรนด์ปล่อยพลังสายฟ้าช็อตร่างของเอลรอนแรงขึ้นพร้อมกับเร่งพลังจิตข่มขวัญสูงสุดในพริบตา เอลรอนที่รับการโจมตีทั้งทางร่างกายและจิตใจช็อกหมดสติทันที แกรนด์ปล่อยมือและหันหลังเดินจากไปอย่างไม่แยแส ปล่อยให้เอลรอนที่มีสภาพมือข้างหนึ่งไหม้จากรอยช็อต ช็อกอ้าปากค้าง น้ำลายฟูมปากหมดสติลงตรงนั้น เอลซ่ามองมาที่แกรนด์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาไม่ใช่แกรนด์คนเก่าที่เธอรู้จักอีกต่อไปแล้ว เด็กขี้โรคที่ถูกหัวเราะผู้น่าสงสาร ในตอนนี้กลายเป็นักรบผู้แข็งแกร่งเหมือนปีศาจไปแล้ว
“นี่ๆ ไม่เป็ไรแน่หรอ? ถ้าท่านดูเอลรู้เข้าเ้าจะไม่ถูกทางการหมายหัวเอาหรอ?”
“มันอ่อนแอเองโทษใครได้ ถ้าเื่นี้แพร่ออกไปข้าว่าคงเป็ขี้ปากคนอีกนาน อีกอย่างตระกูลขุนชั้นสูงคงทำทุกอย่างเพื่อปกปิดเื่ที่ลูกชายตัวเองแพ้อย่างน่าสมเพชแบบนั้นแน่”
“แล้วถ้าคิดว่าเขาจะมาล้างแค้นเป็การส่วนตัวล่ะ?”
“แก้แค้นเื่อะไร? จะมาสังหารข้าเพราะลูกชายตัวเองแพ้? จะใช้พลังของตัวเองไล่ฆ่าเด็กที่ชนะลูกชายได้? คนหยิ่งทะนงแบบนั้นถ้าทำเื่นี้คงเป็การลดศักดิ์ศรีลงมาอย่างมาก ลูกชายที่ภูมิใจแพ้ให้กับคนที่ถูกไล่ออกจากตระกูล ถ้าเื่นี้แพร่งพรายไป นักแสดงละครเวทีกับตลกในเมืองคงมีรายได้หากินกับเื่นี้อีกนานล่ะนะ อีกอย่าง เื่ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะมาก็มาสิ ทั้งชีวิตข้าสู้แต่กับสัตว์อสูร มนุษย์ด้วยกันไม่ว่าใครหน้าไหนข้าก็ไม่กลัวทั้งนั้น”
แกรนด์แบมือออกมาแล้วมองแหวนมิติทองแดงของเอลรอนที่เพิ่งรูดมาได้ แหวนที่เอลรอนใส่อยู่มือข้างที่ถูกล็อกไว้พอดี ของอยู่ในมือแล้วแบบนี้จะไม่เอามาก็คงเสียของแย่
“...มีอะไรเก็บไว้ในนี้กันน้า...”
ชายหนุ่มตรวจสอบข้างในของแหวนมิติทองแดงที่เพิ่งจิ๊กมาอย่างอารมณ์ดี