เข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย

    ตอนที่ 35 ครั้งนี้ขาดทุนย่อยยับจริง ๆ แล้ว

            วันถัดมา เพราะไม่ต้องออกไปขุดผักป่าแต่เช้าตรู่อีกแล้ว หลินซีจึงได้นอนหลับเต็มอิ่ม แล้วตื่นขึ้นเองในช่วงสาย ร่างกายจึงสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

            ทว่ากลับกัน ครอบครัวของผู้นำหมู่บ้านกลับต้องประสบกับความวุ่นวายแต่เช้ามืด…

            เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตามเวลาปกติเช่นทุกวัน แต่นางหลี่ ยายเฉิน และชาวบ้านคนอื่น ๆ กลับพากันมาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันจะลืมตา เวลาเพิ่งจะล่วงมาถึงกลางยามอิ๋น[1]

            จางเจ๋อและจางอวี้เอ๋อร์สองพี่น้องเพิ่งจะเคลิ้มหลับไปได้ไม่นาน พอถูกปลุกขึ้นมากะทันหันก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน อารมณ์บูดบึ้งอย่างหนัก แต่เพราะผู้ที่มาล้วนเป็นผู้อาวุโส พวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากตำหนิ ผู้นำหมู่บ้านและป้าจางที่มียศมีตำแหน่งยิ่งแล้วใหญ่  ได้แต่เก็บงำความขุ่นเคืองใจไว้ ยากจะเอ่ยออกมาได้

            ส่วนพวกนางหลี่ ยายเฉิน และชาวบ้านกลุ่มนั้น ในใจล้วนคิดแต่เรื่องเงินทอง หามีใครสนใจไม่ว่า ยามนี้คนในครอบครัวผู้นำหมู่บ้านต่างขอบตาดำคล้ำ ง่วงงุนไร้เรี่ยวแรง แทบผล็อยหลับไปกลางอากาศ พวกนางทั้งหมดยังคงดึงดันลากทั้งสี่คนออกจากบ้าน พาเข้าป่าไปด้วยกันจนได้

            ก่อนหน้านี้ เหล่าชาวบ้านทั้งหลายไม่มีใครเคยย่างเท้าเข้าสู่เขตเขาพยัคฆ์คำรามเลย เมื่อทราบว่าต้องก้าวเข้าพื้นที่อันตราย ใจจึงรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แต่เมื่อได้ยินว่าผักป่านั้นอยู่เพียงบริเวณตีนเขา ไม่ต้องเข้าไปลึกนัก ทั้งหมดก็พากันโล่งอกโล่งใจ แต่ถึงกระนั้นก็ขอมีบ้านผู้นำหมู่บ้านที่ชำนาญทางเป็นผู้พาไปเป็นที่ดีสุด

            เมื่อมาถึง ทันทีที่เห็นพืชพรรณนานาชนิดขึ้นอยู่แทบจะเต็มเนินเขา แม้จะไม่รู้จักชนิด แต่พวกเขาก็ตื่นเต้นดีใจกันทั่วหน้า

            “เร็วเข้า! เร็วเข้า! ขุดให้เยอะ ๆ จะได้เอาไปขายที่อำเภอได้เงินเยอะ ๆ!”

            นางหลี่ร้องเรียกคนในครอบครัวของตนให้รีบลงมือ เพราะกลัวว่าหากชักช้าจะถูกผู้อื่นตัดหน้าไป ทำให้พวกตนทำเงินได้น้อยลง

            ยายเฉินก็ไม่ยอมน้อยหน้า เร่งเร้าคนที่นางพามาให้รีบลงมือ ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ขอเพียงดูคล้ายผักป่าก็สั่งให้ขุดใส่ตะกร้า ไม่ยอมปล่อยผ่านไปแม้แต่ต้นเดียว

            ชาวบ้านคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันกรูเข้าไปแย่งกันขุดพืชผักบนพื้นไม่ลืมหูลืมตา ไม่สนใจว่าจะใช่สิ่งที่ต้องการหรือไม่…เอ่อ…ต้องกล่าวว่า ไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้นจะถูกต้องกว่า

            จางเจ๋อและจางอวี้เอ๋อร์สองพี่น้องเห็นภาพความวุ่นวายนั้นแล้วถึงกับชาวาบไปทั้งศีรษะ 

            “นี่พวกเขาคิดจะมาหาเงิน หรือตั้งใจจะมาถางป่า ถอนหญ้าจนหมดภูเขากันแน่!” จางเจ๋ออดรนทนไม่ได้ เอ่ยขึ้น

            จางอวี้เอ๋อร์พยักหน้าเห็นพ้อง สีหน้าเหมือนถูกบังคับให้กลืนของขม “เถ้าแก่จ้าวแห่งภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าจะรับซื้อเพียงห้าสิบชั่งเท่านั้น ต่อให้พวกเขาขุดไปมากกว่านี้ เถ้าแก่จ้าวก็คงไม่รับซื้อเพิ่มหรอก เท่ากับเสียแรงเปล่าแท้ ๆ”

            ผู้นำหมู่บ้านและป้าจางได้แต่ยิ้มขื่นให้กันและกัน

            นางหลี่ที่อยู่ด้านหน้าแค่นเสียงกล่าวว่า “แล้วมันจะเป็นไรไปเล่า? ผักป่าขายดิบขายดีในตัวอำเภอถึงเพียงนั้น เอาไปขายที่ตลาด หรือจะขายให้ภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลว มันจะต่างกันตรงไหน?”

            ยายเฉินเชิดคางกล่าวเสริม “อีกอย่าง ภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวนั่นถือดีอย่างไรเลือกรับซื้อแต่ของพวกเจ้า ไม่รับซื้อของพวกข้า? ก็ผักป่าเหมือน ๆ กันมิใช่รึ!”

            จางเจ๋อและจางอวี้เอ๋อร์ : “…” 

            ‘ไม่เคยได้ยินคำพูดที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงเพียงนี้มาก่อนเลย!’

            จางเจ๋ออดทนอดกลั้นมาตั้งแต่เช้ามืด ในที่สุดก็ทนต่อไม่ไหว “ยายเฉิน  เถ้าแก่จ้าวเขายินดีทำธุรกิจกับพวกข้า ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ผักป่า แต่เป็นเพราะเห็นแก่หน้าพี่หลินต่างหากนะขอรับ!”

            จางเจ๋อติดตามไปด้วยหลายครั้ง ย่อมมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ยามที่พี่หลินนำของป่าไปขาย เถ้าแก่จ้าวไม่เคยต่อรองราคาแม้แต่ครึ่งคำ ทั้งยังให้ราคาสูงกว่าปกติอยู่เสมอ

            ‘นี่ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าพี่หลิน แล้วจะเป็นเพราะเห็นแก่อะไรได้อีกเล่า?’

            หากเปลี่ยนเป็นพวกยายเฉินไปที่ภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวเอง เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้พบหน้าเถ้าแก่จ้าวเลยด้วยซ้ำ

            ยายเฉินฟังแล้วหน้าตึงขึ้นฉับพลัน แค่นเสียงด้วยความไม่พอใจ “เหอะ! นังหลินซีนั่นวิเศษวิโสมาจากไหนรึ? เหตุใดต้องเป็นเพราะนางด้วย? ต่อให้เป็นพวกข้าไปเอง ก็ย่อมเหมือนกันนั่นแหละ!”

            ผู้นำหมู่บ้านสุดจะทนฟังต่อไปได้ ตวาดขึ้น “พอได้แล้ว! ลงมือทำงานกันต่อ อย่ามัวทะเลาะกันอีกเลย แล้วก็ห้ามพูดจาให้ร้ายหลินซีอีกเป็นอันขาด! ส่วนเรื่องผักป่าน่ะ ข้าว่าอาจจะขายไม่ได้ราคาจริง ๆ ก็ได้ พวกเจ้าก็ยั้งมือเผื่อไว้บ้าง อย่าขุดกันไปมากนักเลย”

            ทว่าเหล่าชาวบ้านมีหรือจะเชื่อ นางหลี่ ยายเฉิน และคนอื่น ๆ ต่างลอบเบ้ปากส่ายหน้า หัวเราะเยาะในใจ พลางคิดว่าครอบครัวท่านผู้นำหมู่บ้านเพียงแต่อิจฉาที่พวกตนกำลังจะมีรายได้ก้อนโต จึงเอื้อนเอ่ยเช่นนั้น 

            พวกเขาไม่เพียงไม่ฟังคำเตือน แต่กลับยิ่งก้มหน้าก้มตาขุดพืชทุกต้นอย่างขะมักเขม้น

            ป้าจางเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจผะแผ่ว ส่งสัญญาณห้ามสามีไม่ให้พูดต่อ แล้วจึงพาลูกทั้งสองคนเลี่ยงไปขุดผักป่าบริเวณอื่นแทน

            เพราะพวกเขาทำงานอย่างรู้งาน จึงเสร็จเร็วกว่าที่คาด ไม่นานก็ได้ผักป่าชนิดที่เคยขายในปริมาณครบห้าสิบชั่งตามต้องการ

            ผู้นำหมู่บ้านกับป้าจาง เมื่อมองเห็นกองผักป่าของชาวบ้านแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ อดคิดไม่ได้ว่า ขุดไปเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงดี หากภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวไม่รับซื้อทั้งหมด นำไปขายที่ตลาดก็น่าจะได้ราคาอย่างพวกเขาว่าบ้าง อย่างไรเสีย มีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้ใดเล่าจะไม่อยากได้

            แต่จางเจ๋อกลับยืนกรานหนักแน่นว่าจะเชื่อฟังคำของพี่หลินซี ขุดเพียงห้าสิบชั่งตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น

            จากนั้นจางเจ๋อก็รีบวิ่งไปจัดการเรื่องเช่าเกวียนวัว เขาไม่อยากจะสุงสิงกับชาวบ้านกลุ่มนั้นอีกต่อไป อยากจะรีบไปทำธุระที่ตัวอำเภอให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่คาดไม่ถึงว่าพวกนางหลี่ ยายเฉิน จะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา พอเห็นเขาจะแยกตัวไป พวกนางก็รีบเข้ามาขวาง ดึงดันจะไม่ยอมให้เขาไปตามลำพังเป็นอันขาด

            หากจางเจ๋อขับเกวียนวัวไปก่อน แล้วผักป่ากองโตของพวกนางเล่าจะทำเช่นไร? 

            มีมากมายตั้งหลายร้อยชั่ง! ลำพังแรงคนไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงขนไปถึงตัวอำเภอไม่ไหวเป็นแน่

            สองพี่น้องจางจึงไปไหนไม่ได้ ร้อนใจประหนึ่งมดตกลงบนกระทะร้อน จะส่งสายตาขอบิดา-มารดาช่วยก็ไม่ได้ เพราะผู้นำหมู่บ้านและป้าจางถูกชาวบ้านร้องเรียกให้ไปช่วยงานตรงโน้นทีตรงนี้ทีไม่หยุดหย่อน ทำให้สองพี่น้องยิ่งรู้สึกอัดอั้นคับข้องใจหนัก

            สุดท้าย กว่าพวกเขาจะได้เดินทางไปถึงตัวอำเภอ ตะวันก็คล้อยต่ำ เข้าสู่ยามบ่ายแก่ ๆ แล้ว

            เกวียนวัวบรรทุกผู้คนได้ไม่มากนัก จึงมีเพียงนางหลี่และยายเฉินที่ดึงดันติดตามมา ส่วนผู้นำหมู่บ้านนั้น เพราะไม่วางใจ จึงเดินทางมาเป็นเพื่อนจางเจ๋อบุตรชายด้วย

            เมื่อมาถึงหน้าภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลว เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนอยู่หน้าร้านจดจำจางเจ๋อได้ จึงเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปด้านในโดยตรง แต่กลับยืนขวางคนอื่น ๆ ที่ตามมาไว้

            นางหลี่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “ตาบอดหรือไร! ไม่เห็นรึว่าพวกข้ามาพร้อมกับอาเจ๋อ!”

            เสี่ยวเอ้อร์ทำตามคำสั่งผู้เป็นนายแข็งขัน ไหนเลยจะยอมอ่อนข้อให้ได้ ยิ่งถูกด่าว่าเช่นนี้ก็ยิ่งอารมณ์เสียหนัก ตอบโต้กลับเสียงดังชัด “หากพวกท่านเข้ามาอุดหนุนอาหารในร้าน รับรองว่าพวกข้าจะต้อนรับขับสู้อย่างดีแน่นอน! แต่หากมาเพื่อขายของ โปรดรออยู่เงียบ ๆ เถิด!”

            “เจ้า!”

            นางหลี่และยายเฉินโกรธจนตัวสั่นเทา อยากจะสาดพ่นคำด่าทอต่ออีกยก แต่ก็ถูกท่านผู้นำหมู่บ้านส่งสายตาห้ามปรามไว้เสียก่อน

            …

            ภายในภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลว 

            จ้าวเต๋อเฉวียนได้ยินว่ามีผักป่ามาส่งถึงหน้าประตูเป็นเกวียนคันใหญ่ก็นึกประหลาดใจ จึงลงมาดูด้วยตนเอง พอได้ฟังจางเจ๋ออธิบายสถานการณ์ทั้งหมด เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ย “ในเมื่อเป็นแม่นางหลินมอบหมายเรื่องนี้ให้พวกเจ้าจัดการ เช่นนั้นต่อไปก็ให้เจ้าเป็นผู้ส่งผักให้เราตามที่นางบอก เพียงแต่...ภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวจะรับซื้อผักเพียงห้าสิบชั่งตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้นนะ”

            “แน่นอนขอรับ! แน่นอน!”

            จางเจ๋อไหนเลยจะอยากช่วยขายของให้พวกนางหลี่-ยายเฉินจอมวุ่นวาย ดังนั้นหลังจากจัดการเรื่องเงินกับเถ้าแก่จ้าวเสร็จเรียบร้อย เขาก็รีบพาคนออกไปขนผักป่าของตนทันที

            นางหลี่และยายเฉินเห็นคนของภัตตาคารออกมาก็ยิ้มหน้าบาน แต่เมื่อเห็นว่าพวกเขาขนของบนเกวียนไปเพียงไม่กี่กระสอบก็พลันร้อนใจ รีบร้องเรียกทันที “เดี๋ยวก่อน! พวกเจ้ายังขนไม่หมด! ที่เหลืออยู่นี่ก็ใช่เหมือนกัน!”

            “เถ้าแก่ของพวกข้าบอกแล้วว่าต้องการเพียงห้าสิบชั่งเท่านั้น” เสี่ยวเอ้อร์ไม่ได้สนใจ หันหลังเดินกลับเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว

            นางหลี่โกรธจนหน้าเขียว “อาเจ๋อ! เจ้าไปพูดคุยกับเขาอย่างไรกันแน่?!”

            จางเจ๋อตอบด้วยสีหน้าเย็นชา “พวกข้าตกลงกับทางภัตตาคารเค่ออวิ๋นโหลวไว้แล้วว่าจะส่งเพียงห้าสิบชั่ง เป็นพวกท่านเองที่ดึงดันจะตามมา แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับข้าด้วยเล่า”

            “เหตุใดจะไม่เกี่ยวกัน? ของบ้านเจ้าขายหมดแล้ว ก็จะทิ้งขว้างของพวกข้าไม่สนใจไยดีเชียวหรือ ทำเช่นนี้ได้อย่างไร! มีที่ไหนเขาทะ—”

            ยายเฉิน—นักเลงสตรีเฒ่าแห่งหมู่บ้านเฉินหยางเริ่มออกลาย แผลงฤทธิ์อยู่กลางถนน ส่งเสียงเอะอะโวยวายดึงดูดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดยืนมุงดูและชี้ชวนกันวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนใจ

            ลุงจางในฐานะผู้นำหมู่บ้านรีบเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกสองสตรีที่กำลังเดือดดาลหันมารุมด่าทอเสียยกใหญ่ ต่อให้เป็นคนใจเย็นเพียงใดก็ย่อมต้องบังเกิดโทสะขึ้นมาบ้าง 

            “พวกเจ้ายังเห็นข้าผู้เป็นผู้นำหมู่บ้านอยู่ในสายตาอีกหรือไม่!”

            นางหลี่และยายเฉินสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน ยอมหยุดปากลงอย่างไม่เต็มใจนัก

            ผู้นำหมู่บ้านรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก กล่าวต่อด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “หากพวกเจ้ายังคิดจะขายของหาเงิน ก็จงไปที่ตลาดเสีย! อย่าให้ใครเขามาหัวเราะเยาะชาวบ้านเฉินหยางได้! เจ๋อเอ๋อร์ พวกเรากลับ!”

            จางเจ๋อรอคำนี้อยู่แล้ว รีบขานรับด้วยความยินดี

            นางหลี่และยายเฉินไหนเลยจะอยากแตกหักกับท่านผู้นำหมู่บ้านจริง ๆ พอเห็นท่าทีแข็งกร้าว ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเข้ามาประจบเอาใจ

            แต่คราวนี้ท่านผู้นำหมู่บ้านทั้งโกรธทั้งเอือมระอากับพฤติกรรมไร้เหตุผลของพวกนาง จนไม่อยากสุงสิงอย่างแท้จริงแล้ว ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว สุดท้ายจึงทำเพียงทิ้งเกวียนวัวไว้ให้พวกนางจัดการกันเอง แล้วตนเองกับจางเจ๋อก็เดินเท้ากลับหมู่บ้านไปทันที

            ยายเฉินทำหน้าบึ้งตึงกล่าว “ไปก็ไปสิ คิดว่าตนเองวิเศษนักหรือไร? ถุย! มาทำหน้าบึ้งตึงใส่ข้า! คิดว่าข้าต้องอ้อนวอนพวกเจ้าเท่านั้นรึ!”

            ส่วนนางหลี่ยังคงคิดถึงเรื่องเงินทอง รีบออกปาก “ช่างเถิด ๆ พวกเรารีบไปตลาดกันก่อนดีกว่า”

            ทว่า เมื่อพวกนางขับเกวียนวัวไปถึงตลาด กลับต้องตกตะลึงจนตาค้าง เพราะตลอดสองข้างทางในตลาดนั้น มีแต่คนนั่งขายผักป่าเต็มไปหมด!

            ที่แท้ ชาวบ้านเฉินหยางหลายกลุ่มไวกว่าพวกนางหลายเท่า พวกนั้นแอบขึ้นเขาไปขุดผักป่ากันตั้งแต่กลางดึก เพื่อที่จะได้รีบมาถึงตัวอำเภอขายของก่อนผู้ใด ด้วยกลัวว่าหากช้าไป ผู้อื่นจะมาแย่งขายจนพวกตนได้เงินน้อยลง

            ผู้ที่มาถึงก่อน มาถึงแต่ย่ำรุ่งจึงยังพอขายผักป่าออกไปได้บ้าง แต่ยิ่งสายเมื่อมีคนนำมาขายมากขึ้นเรื่อย ๆ ผักป่าทั้งที่หน้าตาคุ้นเคย และหน้าตาประหลาดหลากหลายซึ่งไม่ทราบว่ากินได้หรือไม่ก็ยิ่งขายได้ยากขึ้น สุดท้ายราคาก็ตกฮวบฮาบจนเหลือเพียงหนึ่งอีแปะต่อผักหลายชั่ง ถึงกระนั้นก็ยังแทบไม่มีผู้ใดซื้อ!

            เมื่อรับรู้สถานการณ์เช่นนี้ นางหลี่และยายเฉินถึงกับเข่าอ่อน ทรุดกายลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นแรง

            “จบสิ้นกัน! ไม่เพียงแต่หาเงินไม่ได้แม้แต่อีแปะเดียว ยังต้องเสียเงินค่าเช่าเกวียนวัวไปเปล่า ๆ ทั้งยังเสียแรงเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ทั้งวัน!”

            คราวนี้พวกนางขาดทุนย่อยยับจริง ๆ แล้ว!

            .

            .

            .

            เชิงอรรถ :

            [1] ยามอิ๋น (寅时) : ช่วงเวลา 03.00 - 05.00 น.

    คล้ายกับเรื่องเข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023