ตอนที่ 9 ศาลเ้าหลักเมือง
ผมมองโทรศัพท์มาระยะหนึ่ง เพื่อนนับร้อยหายไปหมดแล้ว ชื่อยังถูกเปลี่ยนเป็ผู้ชายกากฆ่าตัวตาย
ตอนนี้ ทั่วทั้งตัวของผมต่างรู้สึกทั้งหวาดกลัวและหวาดระแวง
เมื่อมองดูห้องของผมนี้อีกครั้ง กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ผมเครียดจนต้องกลืนน้ำลาย จากนั้นก็รีบลุกขึ้นจากเตียง
หลังออกมาจากห้อง ผมก็เห็นอาจารย์กำลังรำดาบไม้อยู่
เมื่อเห็นท่าทางที่เคร่งเครียดของผม และสีหน้าที่ซีดเซียว
เขาไม่ถามผมว่าเป็อะไร แค่พูดออกมาเบาๆ “อย่าเครียด เธอเป็เมียของแก ไม่ทำร้ายแกหรอก!”
“อา อาจารย์ คุณ คุณรู้เหรอ” ผมมองด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
อาจารย์ไม่ได้เงยหน้า เขายังรำดาบไม้ต่อไปและพูดว่า “แค่เดาก็รู้แล้ว ต่อไปแกต้องจุดธูปทุกคืน ถ้าวันไหนถามชื่อมาได้ แกก็เขียนชื่อนั้นแล้ววางไว้ในห้องด้วย!”
หลังจากพูดจบ อาจารย์ก็รำดาบต่ออีกสองสามกระบวนท่า “อ่ะเอาไปลองดู จับพอดีมือไหม!”
ขณะที่พูด เขาก็โยนดาบไม้ที่อยู่ในมือมาให้ผม
“ที่จริงแล้วอาจารย์ไม่อยากให้แกมาทำอาชีพนี้ อยากให้แกใช้ชีวิตธรรมดาๆ แต่เมื่อเื่มันแดงขึ้นมาแล้ว วันข้างหน้าอาจารย์จะพาแกไปทำงานด้วย!”
เมื่อได้ยินอาจารย์พูดแบบนี้ เมื่อกี้ตัวผมยังหลงทางอยู่เล็กน้อย แต่ขณะนี้ผมกลับรู้สึกดีใจมากทีเดียว
ผมติดตามอาจารย์มาั้แ่ยังเล็ก อาจารย์สอนแค่วิชาหลบหลีกธรรมดาๆให้กับผมเท่านั้น ไม่เคยสอนวิชาที่แท้จริงให้กับผมเลย และยังบอกไม่ให้ผมจับตัวศพมั่วซั่วอีกด้วย
ถึงผมอยากจะเรียน อาจารย์ก็ไม่ยอมสอนให้อยู่ดี
ในที่สุดวันนี้อาจารย์ก็ยอมสอนผมซะที แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมดีใจได้ยังไงละ
เมื่ออาจารย์เห็นผมดีใจ เขากลับสาดน้ำเย็นๆหนึ่งกะละมังใส่ผม บอกว่าคืนนี้ผีชาวประมงสองสามีภรรยาคู่นั้นจะต้องมาทวงชีวิตผมอีกแน่
แล้วยังบอกผมว่าผ่านคืนนี้ไปให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่อย่างนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันก็สูญเปล่าทั้งนั้นแหละ……
หลังจากนั้น ผมและอาจารย์ก็ออกไปหาอะไรกินข้างนอก อาจารย์บอกให้ผมออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง จะได้ผ่อนคลายสักหน่อย
แต่ตัวผมเองกลับไม่มีอารมณ์ ดังนั้นผมจึงอยู่แต่ในห้องทั้งวัน
เมื่อผมเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว จึงถามอาจารย์ว่าคืนนี้เราจะทำยังไง จะรอพวกเขาอยู่ในบ้านใช่ไหม
อาจารย์ส่ายหัวและพูดว่า แม้ว่าผมจะมีผีเป็คู่ครองแล้ว และภายใต้สถานะนี้ คู่ครองของผมย่อมยอมช่วยผมแน่
แต่อาจารย์ก็ไม่แน่ใจว่า เมียของผมจะมีความสามารถเพียงพอที่จะหยุดยั้งภัยร้ายครั้งนี้แทนผมได้ไหม
สามารถยับยั้งได้ไหมคงไม่ต้องพูดแล้ว แต่ถ้ายับยั้งไว้ไม่ได้ ผลที่ตามมาจะต้องเลวร้ายจนไม่กล้าคิดเลยละ
ดังนั้นพวกเราจึงต้องเตรียมแผนสองเอาไว้ ต้องมีวิธีการเป็ของตัวเอง
อาจารย์ยังพูดอีกว่า ในเมืองของพวกเรามีศาลเ้าหลักเมืองที่ทรุดโทรมตั้งอยู่
แม้ว่ามันจะทรุดโทรม ไม่มีธูปจุดบูชา แต่มันก็เป็อาณาเขตของเทพเ้าหลักเมือง
คืนนี้พวกเราจะไปที่นั้น พึ่งพาพลังอำนาจของเทพเ้าหลักเมือง ดูซิว่าสถานที่แห่งนั้นจะยับยั้งสองสามีภรรยาคู่นั้นได้ไหม
ในเวลาเดียวกันเขาก็บอกให้ตัวผมเองเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าตอนนั้นไม่ไหวจริงๆ พวกเราก็แค่สู้กับพวกเขาจนตัวตายก็เท่านั้น
หลังจากฟังอาจารย์พูดจบ ผมก็ตระหนักได้ทันทีว่าสถานการณ์มันร้ายแรงขนาดไหน ดังนั้นผมจึงทำทุกอย่างตามที่อาจารย์สั่ง
เวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง เหล่าฉินก็เดินทางมาถึงบ้านของผม
แต่ตอนที่เขามาถึง กลับนำของสิ่งหนึ่งมาด้วย
แส้ขนหมาที่ทำจากขนหมาดำ เหล่าฉินบอกว่า แส้ขนหมานี้ชุ่มไปด้วยเืหมาดำ และมันยังทำจากขนหมาสีดำบริสุทธิ์ มีพลังฆ่าฟัน และมีพลังปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย
ถ้านำมาใช้ต่อกรกับิญญาชั่วร้าย มันใช้ได้ผลมากเลยทีเดียว
เหล่าฉินยุ่งมาทั้งวัน ก็เพื่อทำของเล่นชิ้นนี้
ตอนนี้พวกเราสามคน กำลังเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน
อาจารย์มองดูเวลา และบอกว่าใกล้ถึงเวลาที่เราควรออกเดินทางแล้ว
ดังนั้น พวกเราทั้งสามคนจึงเดินตามถนนเพื่อไปศาลเ้าหลักเมืองที่ทรุดโทรม
ศาลเ้าหลักเมืองอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเราอยู่ ถนนก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบนเนินเขานี่เอง
ที่นี่ไม่ได้มีคนเข้ามานานมากแล้ว ดังนั้นจึงมีกอหญ้ารกทึบ จนมองไปเห็นถนน
เมื่อพวกเรามาถึงศาลเ้าหลักเมือง ก็พบว่าผนังด้านหนึ่งของศาลเ้าหลักเมืองทรุดตัวลงมา
ภายในศาลเ้าหลักเมือง ทรุดโทรมมาก ้าหลังคามีรูรั่วขนาดใหญ่ ประตูไม้ก็พังจนไม่เหลือชิ้นดี
หลังจากเข้ามาถึงด้านใน พวกเราก็ปิดประตูใหญ่ก่อนเป็อย่างแรก จากนั้นอาจารย์ยังแปะยันต์สีเหลืองไว้ที่้า
ในเวลาเดียวกัน เหล่าฉินเองก็จุดเทียนสองเล่มขึ้นในศาลเ้า จากนั้นก็บอกให้ผมแสดงความเคารพต่อท่านเทพเ้าหลักเมือง ขอพรให้ผมผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ด้วยดี
เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เข้ามาพักผ่อนกันในศาลเ้า
เวลาผ่านไปช้าๆ ชั่วพริบตาเวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
ยึดตามนิสัยชั่วๆของผีสองสามีภรรยาคู่นั้น ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่พวกเขาจะออกมาแล้ว
ผมเครียดเป็พิเศษ และนั่งไม่ติดที่
เหล่าฉินและอาจารย์ต่างเป็คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงดูสงบมาก
พวกเขาเอนกายพิงผนัง และค่อยๆหลับตาเพื่อพักผ่อน
ทันใดนั้น ก็มีลมเย็นๆพัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เดิมที่รอบๆต่างสงบเงียบแต่วินาทีนั้นมันกลับมีเสียงต้มไม้เสียดสีกันดัง “อี๊ด...อี๊ด...อี๊ด”
อาจารย์และเหล่าฉินที่เคยผิงผนังอยู่ ต่างก็ลืมตาขึ้นมาทันที “บึก” จากนั้นพวกเราก็ลุกขึ้นยืน
อาจารย์ขมวดคิ้วและพูดด้วยเสียงต่ำ “ระวัง พวกเขามาแล้ว!”
หลังจากพูดจบ ทั้งสองคนก็รีบวิ่งไปที่ประตูทันที และมองผ่านประตูไม้ที่ผุพัง
ส่วนผมก็พุ่งออกไปเช่นกัน การมองครั้งนี้ ทำให้ผมเห็นด้านนอกของศาลเ้า ในเวลานี้กำลังมีคนสองคนยืนอยู่จริงๆ
ด้วยความช่วยเหลือจากแสงจันทร์ มันเลยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าทั้งสองคนใส่เสื้อผ้าสีขาว สีหน้าซีดขาว แววตาที่โมโหกำลังจดจ้องมายังด้านในของศาลเ้าหลักเมือง
พวกนี้ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาก็คือชาวประมงสองสามีภรรยาที่จมน้ำตายในอ่างเก็บน้ำนั้นเอง
เพื่อจะหาตัวตายตัวแทน ตอนนี้พวกเขาจึงมาที่นี่เพื่อพรากิญญาของผมไป
ขณะมองไปที่ทั้งสองคน ด้านหลังของผมก็รู้สึกเย็นวาบ จนขนลุกตั้งไปทั้งตัว
รู้สึกเหมือนขนที่กำลังลุกขึ้นมาเป็ชั้นๆติดต่อกันเรื่อยๆ
สีหน้าหวาดกลัว และลมหายก็เริ่มถี่ขึ้น ผมกำดาบไม้ที่อยู่ในมือจนแน่นโดยที่ผมไม่ทันรู้ตัวเลย
เมื่ออาจารย์เห็นผมเครียด เขาจึงพูดกับผมว่า “อย่าใ ไอ้สองตนนั้นมันเข้ามาตรงๆไม่ได้ บางทีที่ศาลเ้าหลักเมืองแห่งนี้ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง ตอนนี้แค่ทำให้พวกเราใก็เท่านั้น! แค่ระวังตัวเอาไว้ก็พอ”
เมื่อได้ยินอาจารย์พูดแบบนี้ ใจที่เคยตึงเครียดก็ค่อยๆผ่อนคลายลง
จากนั้นผมก็หันไปมองพวกเขาอีกครั้ง พบว่าสีหน้าของผีสองตนนั้น เปลี่ยนเป็มืดมนเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความน่าสยดสยองอยู่
หลังจากสูดอากาศหนาวเย็นเข้าไปหนึ่งครั้ง ผมก็ถอยเข้าไปในศาลเ้า และจุดธูปบูชาเทพเ้าศาลหลักเมืองอีกครั้ง
แต่ธูปที่จุดนี้ยังไม่ทันมอดหมด จู่ๆอุณหภูมิภายในห้อง ก็ลดลงอีกเล็กน้อย
และเหล่าฉินที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู จู่ๆก็ร้องอุทานออกมา “แย่แล้ว พวกมันเข้ามาที่ลานเล็กแล้ว!”
เสียงพึ่งตกลงเท่านั้น ผมและอาจารย์ก็รีบวิ่งไปที่หน้าประตูทันที
เป็อย่างที่คิดผีสองสามีภรรยามาถึงที่ลานเล็กแล้วจริงๆ ห่างจากพวกเราไม่ถึง 10 เมตร ตอนนี้พวกมันกำลังเดินไปเดินมาด้านในลานเล็กอยู่
พวกเขาไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับจ้องมองมาทางพวกเราที่อยู่ด้านในศาลเ้าอย่างไม่วางตา
อาจารย์ขมวดคิ้ว และพูดว่า “สามีภรรยาคู่นี้มีพลังเยอะมาก ดูเหมือนจะตั้งใจให้เสี่ยวฝานมาเป็ตัวตายตัวแทนของพวกเขาให้ได้ ศาลเ้าแห่งนี้คงรั้งพวกเขาไว้ได้ไม่นาน เหล่าฉิน อีกเดี๋ยวนายกับฉันซ่อนอยู่ในประตูนี้แล้วคอยซุ่มโจมตีพวกเขา เสี่ยวฝาน ตอนนี้แกไปซ่อนตัวหลังรูปปั้นก่อน!”
เมื่ออาจารย์พูดจบ ทุกคนก็เริ่มเคลื่อนไหว
ด้านหลังรูปปั้นชื้นมาก มีกลิ่นเหม็นอับ แต่ผมยังต้องนอนหมอบเพื่อซ่อนตัวเองจากผีร้าย
รอประมาณ 10 นาที จู่ๆที่ประตูใหญ่ก็มีเสียงแปลกๆดังขึ้น
“อี๊ดอี๊ดอี๊ด” เสียงแสบแก้วหูมาก ราวกับว่าผีสามีภรรยาคู่นั้นกำลังใช้เล็บข่วนประตู
เสียงแบบนี้มันทำให้คนฟังต้องขนลุกไปทั้งตัว ประสาททั่วร่างต่างตื่นขึ้นจนถึงขีดสุด
แต่ข่วนไปได้สักพัก จู่ๆเสียงนี้ก็ขาดหายไป
แต่ผ่านไปแค่ 3 วิเท่านั้น ยันต์ที่แปะไว้บนประตูไม้แผ่นนั้น ก็มีเสียงไฟลุก “ตูม” ขึ้นมาอย่างไม่ส่งสัญญาณใดๆล่วงหน้า
เมื่ออาจารย์และเหล่าฉินเห็นยันต์ติดไฟ พวกเขาก็เผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมาทันที
ไม่รออะไรทั้งสิ้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง” ประตูไม้ที่ผุพังบานนั้น ก็ถูกคนด้านนอกเตะจนเปิดออก
จากนั้น ลมที่เย็นะเืก็พัดพา ฝุ่นผงและเศษหญ้าเข้ามา
ในเวลาเดียวกัน ที่ประตูยังมีเสียงแหบแห้งของผีผู้หญิงดังขึ้น “ไอ้เด็กน้อย วันตายของแกได้มาถึงแล้ว!”