ความเงียบงันที่ปกคลุมสนามประลองหลังจากที่ ซือกัง "โล่ที่แกร่งที่สุด" ถูกต่อยกระเด็นด้วยหมัดเปล่า ยังคงแผ่ซ่านไปถึงปะรำพิธีที่นั่งของเหล่าผู้นำระดับสูง
เจ้าสำนักขุนเขาอัศจรรย์ นั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดราวกับไก่ต้ม ปากอ้าตาค้าง จ้องมองศิษย์รักที่นอนหมดสภาพอยู่ข้างกำแพงสนามด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา "เป็นไปไม่ได้... วิชา 'กายาศิลา' และ 'ระฆังทอง' ของข้า... ถูกทำลายด้วยหมัดธรรมดาเนี่ยนะ?"
ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งก็เอื้อมมาตบไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังดูเห็นอกเห็นใจ แต่แฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด
"โถ่ๆ ท่านพี่ขุนเขา... อย่าได้เสียใจไปเลย" เจ้าสำนักวิหคอัคคี เอ่ยพลางกลั้นขำ "อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ดูเหมือนว่า 'โล่ไร้เทียมทาน' ของท่าน อาจจะมีรอยร้าวเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านมองไม่เห็นกระมัง? ไม่ต้องห่วงนะ ข้าเข้าใจความรู้สึกของคนที่ศิษย์แพ้ดี... ถึงแม้ศิษย์ข้าจะแพ้ให้กับท่าวรยุทธ์ที่เหนือชั้น ไม่ใช่โดนต่อยทีเดียวร่วงแบบนี้ก็เถอะ ฮ่าๆๆ!"
คำปลอบโยนที่เหมือนเอามีดมากรีดซ้ำ ทำให้เจ้าสำนักขุนเขาอัศจรรย์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย แต่ก็เถียงไม่ออก
ทางด้าน ซ่งฉือ ที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก 'ไอ้บ้านิรนาม... มันซ่อนพลังไว้ขนาดไหนกันแน่! แม้แต่ซือกังยังเสร็จมันในพริบตา!'
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เจ้าสำนักหอคอยวารีเร้นลับ หญิงวัยกลางคนผู้สง่างาม หันไปหาศิษย์เอกของตนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ
"ชิงเสวี่ย... ถึงตาเจ้าแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้เสียชื่อสำนักเรา"
ชิงเสวี่ย สะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ นางลุกขึ้นยืนโค้งคำนับอาจารย์ "เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์"
ขณะที่กำลังเดินไปยังจุดเตรียมตัว ชิงเสวี่ยยกมือขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง นางรู้สึกประหลาดใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจ... ความกังวลและกระสับกระส่ายที่นางมีตลอดการแข่งของนิรนามเมื่อครู่ บัดนี้กลับมลายหายไป แทนที่ด้วยความโล่งใจอย่างน่าประหลาด
'ทำไมข้าถึงโล่งใจที่เขาชนะ? ทำไมข้าถึงไม่อยากเห็นเขาบาดเจ็บ?' ชิงเสวี่ยตั้งคำถามกับตัวเอง ภาพแผ่นหลังของชายชุดเมฆาแดง กลิ่นหอมจางๆ และแววตาคู่นั้น... มันซ้อนทับกับภาพของ เย่ฟาน ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
'ถ้าเจ้าคือเย่ฟานจริงๆ ... ทำไมถึงต้องปิดบังตัวตน? แล้วพลังมหาศาลนั่นเจ้าได้มาอย่างไร?' ความสงสัยอัดแน่นอยู่ในอก แต่นางต้องสลัดมันทิ้งไปก่อน เพราะการต่อสู้ตรงหน้าสำคัญยิ่งกว่า
"คู่ต่อไปของรอบ 8 คนสุดท้าย! ชิงเสวี่ย เทพธิดาแห่งหอคอยวารีเร้นลับ ปะทะ องค์หญิงจ้าวเยว่ ไข่มุกงามแห่งราชวงศ์จ้าว!"
เสียงเฮดังลั่นสนามอีกครั้งเมื่อสองสาวงามผู้เลอโฉมก้าวขึ้นสู่เวที
ชิงเสวี่ย: อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหว ดูเยือกเย็นและสง่างามดุจหิมะแรกฤดู นางอยู่ ขั้นที่ 5 (ขั้นนภา) ระดับกลางองค์หญิงจ้าวเยว่: สวมชุดเกราะอ่อนสีทองสลักลายหงส์ ถือกระบี่หยกขาวที่แผ่ไอศักดิ์สิทธิ์ นางเป็นน้องสาวขององค์ชายห้า และมีพรสวรรค์ไม่แพ้กัน อยู่ ขั้นที่ 5 ระดับต้น แต่มีทรัพยากรของราชวงศ์หนุนหลัง"แม่นางชิงเสวี่ย ข้าได้ยินชื่อเสียงความงามและฝีมือของท่านมานาน วันนี้ขอข้าทดสอบด้วยตัวเองเถอะ" องค์หญิงยิ้มอย่างมั่นใจ
"เชิญองค์หญิงชี้แนะ" ชิงเสวี่ยตอบกลับด้วยความนอบน้อม
"เริ่มได้!"
เคร้ง!
องค์หญิงจ้าวเยว่เปิดฉากโจมตีด้วย "เพลงกระบี่หงส์เหิน" ปราณสีทองสว่างจ้าพุ่งออกมาจากกระบี่หยกเป็นรูปนกหงส์ รวดเร็วและรุนแรง
ชิงเสวี่ยไม่ตื่นตระหนก นางวาดมือสร้าง "แส้วารี" ขึ้นมารับการโจมตี สายน้ำที่ดูอ่อนโยนกลับเหนียวแน่นดุจเส้นเอ็นมังกร ปัดป้องคมกระบี่สีทองได้อย่างหมดจด
การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสีและงดงามตระการตา แสงสีทองปะทะกับไอเย็นสีฟ้าคราม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ องค์หญิงใช้ความดุดันและอาวุธวิเศษกดดัน ส่วนชิงเสวี่ยใช้ความพลิกแพลงและการควบคุมปราณที่เหนือกว่าตั้งรับและสวนกลับ
ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า ทั้งสองเริ่มหอบหายใจ "สมกับเป็นศิษย์เอกสำนักใหญ่... รับมือยากจริงๆ" องค์หญิงจ้าวเยว่ปาดเหงื่อ "แต่ข้าในฐานะราชวงศ์ จะมาแพ้ตรงนี้ไม่ได้!"
องค์หญิงเร่งเร้าพลังปราณราชันย์ในกายจนถึงขีดสุด แสงสีทองห่อหุ้มร่างกายจนดูราวกับเทพธิดาจุติ "ข้าจะจบในท่านี้! รับมือ... เคล็ดวิชาลับราชวงศ์: พญาหงส์ทองคำสยายปีก!"
องค์หญิงกระโดดขึ้นกลางอากาศ ฟาดกระบี่ลงมา ปราณสีทองรวมตัวกันเป็นพญาหงส์ไฟตัวมหึมา พุ่งลงมาเพื่อเผาผลาญและทำลายล้างทุกสิ่งบนเวที!
ชิงเสวี่ยเงยหน้ามองพลังมหาศาลที่กดทับลงมา นางรู้ว่าการป้องกันธรรมดาเอาไม่อยู่แน่ นางหลับตาลง รวบรวมสมาธิและไอเย็นทั้งหมดที่มี
"ในเมื่อท่านใช้ไฟ... ข้าก็จะใช้น้ำแข็งดับมัน!"
อุณหภูมิบนเวทีลดฮวบจนอากาศกลายเป็นน้ำแข็ง "เขตแดนเหมันต์: บุปผาน้ำแข็งนิรันดร์กาล!"
ตู้มมมมมมมมม!
พญาหงส์ทองคำปะทะเข้ากับเขตแดนน้ำแข็งของชิงเสวี่ย เกิดการระเบิดของพลังงานสองขั้วอย่างรุนแรง ไอน้ำและเกล็ดน้ำแข็งพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นสิ่งใดบนเวที
ผู้ชมต่างกลั้นหายใจรอลุ้นผลลัพธ์
เมื่อม่านควันและไอน้ำจางลง... ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนตะลึง
ทั่วทั้งเวทีถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาทึบ ตรงกลางเวทีมีดอกบัวน้ำแข็งขนาดยักษ์ดอกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ และที่ใจกลางดอกบัวนั้น... ร่างของ องค์หญิงจ้าวเยว่ ถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนน้ำแข็งใสตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ขยับไปไหนไม่ได้ กระบี่หยกหลุดจากมือ
ส่วน ชิงเสวี่ย ยืนหอบหายใจอย่างหนักอยู่ไม่ไกล ร่างกายมีรอยไหม้เล็กน้อยจากปราณทองคำ แต่นางยังคงยืนหยัดอยู่ได้
องค์หญิงจ้าวเยว่พยายามดิ้นรนแต่ไร้ผล นางมองชิงเสวี่ยด้วยสายตายอมรับ "ข้า... แพ้แล้ว วิชาเหมันต์ของท่านร้ายกาจนัก"
"ผู้ชนะ... ชิงเสวี่ย จากสำนักหอคอยวารีเร้นลับ! ผ่านเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย!"
เสียงเชียร์ดังกึกก้องต้อนรับชัยชนะของบุปผางาม ชิงเสวี่ยคลายเขตแดนน้ำแข็งลง ช่วยปลดปล่อยองค์หญิงออกมา ทั้งสองคำนับกันด้วยความเคารพ
ชิงเสวี่ยเดินลงจากเวที สายตาของนางมองตรงไปยังที่นั่งของสำนักเฝ้าประตู... มองไปยังชายสวมหน้ากากที่นางกำลังจะได้เผชิญหน้าในรอบต่อไป