“ บัวผัน ทำอะไรน่ะ” อาซันถามอย่างแ่เบา
“ เห็นท่านยมทูตมองแม่หนูนั่นเพียงแค่กระดุมหลุด 2 เม็ด ก็ใจสั่น ข้าเลยปลดออก 3 เม็ดเลย ดูว่าท่านจะเป็อย่างไร” บัวผันแอ่นอกนิดนึง เพื่อให้รู้ว่าก็มีของดีเหมือนกัน แล้วเวลานี้ก็สามารถััได้เช่นกัน
“ เอ้อ..คือว่า.. วันนี้ข้าต้องไปสั่งสอนเ้าสิทธิเดช ที่บังอาจส่งคนมาลอบสังหารข้า ข้าต้องไปก่อนนะ” อาซันเช็ดเืกำเดาที่ไหลออกจากจมูก ขืนอยู่ต่อเป็คงได้สังเวยความบริสุทธิ์ ให้แก่นางเป็คนแรกแน่เลย
อาซันพุ่งร่างออกจากโรงแรมขึ้นเมฆสีดำ ออกไปที่บ้านสิทธิเดช คราวนี้บ้านสิทธิเดชมีคนคอยมาคุ้มกัน นับร้อยคน อาวุธปืนครบมือ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
อาซันปล่อยหมัดพลังจิตเข้าใส่เช่นเคย ไม่มีใครสามารถต้านรับได้ ทั้งร้อยคนร่วงไปกองกับพื้นทั้งหมด อาซันเดินเข้าไปในบ้านคาดว่า สิทธิเดชคงอยู่ที่เดิม
แต่พอเปิดประตูเข้าไป ตูม ! อาซันถูกหมัดเข้าเต็มท้องกระเด็นออกมาหลายเมตรมีชายร่างกายยังกับั์ เดินออกมา 3 คน ทั้งหมดเดินมาที พื้นะเืไปหมด
อาซันเช็ดเืที่กระอักออกมาจากริมฝีปาก แล้วเริ่มกำหมัดแน่น เ้าั์ตัวแรกเดินเข้าหมายจับหัว อาซันแล้วบิด อาซันะโต่อยเข้าลูกกระเดือก พล๊อก
ร่างเ้าั์ร่วงกับพื้นดิ้นทุรนทุราย เหมือนคนใกล้ตาย สร้างความมึนงงกับอีกสองคนยิ่งนัก อาซันไปไม่เสียเวลา หมุนวนไปรอบๆ แล้วปล่อยหมัดมฤตยูท่าที่ 2 เ้าั์ทั้งสองทนไม่ไหวต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอยอมแพ้ ใบหน้าปูดโปนไปหมด
“ สิทธิเดชมันไปอยู่ที่ไหน”
“ นายน้อยหนีไปอยู่ที่ ค่ายทหารเกราะทองคำแล้ว” เ้าั์คนหนึ่งบอกตามจริง
“ คิดว่าหนีไปอยู่ในค่ายทหารแล้วจะรอดหรือ” อาซันยิ้มเยาะ จากนั้นก็ขี่เมฆหายไปโผล่ที่ค่ายทหาร จากนั้นก็เป่ามนต์กำบังตัว แล้วมุ่งหน้าไปหาสิทธิเดชทันที บ้านพักทหารระดับหัวหน้าได้ยกให้ สิทธิเดชได้พักผ่อน โดยมีทหารคอยเฝ้ายาม อยู่ 24 ชม อาซันเข้าไปใกล้แล้วเป่ามนต์หลับไหลใส่ทหารเฝ้ายามทั้งหมดสิบกว่าคนล้วนหลับไหลไปจนหมด ด้านในอาซันรู้สึกได้ถึงพลังแปลกๆอยู่ด้านในพอกำลังเปิดเข้าไป ก็มีกลุ่มควันพุ่งออกมา กลายเป็ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง
“ มนต์กำบังกายหรือ คิดหรือว่าจะช่วยเ้าได้”
“ เ้าเป็ขึ้ข้ารับใช้มันหรือ” อาซันเอ่ยถามให้แน่ชัด
“ ข้าคือ อัสนี ศิษย์อันดับ 1 ของสำนักวายุภักษ์ มนต์ตรากระจอกแบบนี้ใช้กับข้าไมได้หรอก”
“พลังเทพระดับที่ 6 เป็ไปได้อย่างไร ไหนพี่ใหญ่เคยบอกว่า โลกมีแค่พลังเทพระดับที่ 3 เท่านั้นนี่ “ อาซันพูดเบาๆ
“ ใช่แล้วพลังเทพระดับที่ 6 เ้ารู้ก็ตายไปซะ” อัสนีพูดจบก็ปล่อยเรียกสายฟ้าพุ่งเข้าใสอาซันทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ อาซันหลบอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยหมัดพลังจิตท่าที่ 2 เข้าใส่ ตูม ๆๆๆๆๆ ร่างของอัสนีกระเด็น ไปคลุกฝุ่น อาซันพุ่งเข้าเตะกลางลำตัวอีกที เปรี้ยง ร่างรอยลิ่ว แต่มันกลับลุกขึ้นใหม่ได้ ปัดฝุ่น แล้วเดินเข้ามาใหม่อีก อาซันก็ไม่ถอยเช่นกัน
“ พลังเทพระดับ 6 หรือ ถึงแม้ข้ามีแค่พลังเทพระดับ 3 ข้าก็ไม่มีทางถอยเช่นกัน”อาซันปล่อยพลังหมัดมฤตยู ท่าที่ 2 เข้าใส่อัสนี แต่ไม่มีทางทำอันตรายมันได้เลย
เพราะขั้นพลัง ระดับ 6 กับพลังดับ 3 ยังห่างชั้นกันเยอะ อัสนีเดินเข้าใส่เพราะคิดว่าพลังมากกว่า อาซันถึง 3 ระดับ อาซันต่อยเข้าขมับซ้ายเข้าจุดเส้นประสาทที่หนาแน่นที่สุดพอมันกระจาย ร่างกายเทพก็เริ่มอ่อนแรง เปรี้ยง อาซันต่อยเข้าที่ลูกกระเดือก จนอัสนีลงไปนอนดิ้นเพราะหายใจไม่ออก ต่อให้เป็เทพก็ต้องหายใจ อาซันเตะ เปรี้ยงอีกที คราวนี้ถูกจุดยุทธศาสตร์ ร่างของเทพขั้น 6 ถึงกับตัว งอเป็กุ้ง
“ เฮ้อ ขั้น 6 แล้วไง สุดท้ายก็หมดสภาพ” อาซันพูดจบก็เดินเข้าไปข้างในเห็นสิทธิเดชยืนข้างหลัง กูนซือจู ที่ยืนตัวสั่น ด้วยกันเปรี้ยง กุนซือจู โดนเป็คนแรก ร่างสลบไปติดข้างฝา
“ ครั้งที่แล้วข้างนี้ อืมหายดีแล้วนี่”อาซันหักข้อมือสิทธิเดชอีกครั้ง อ๊ากกกก อาซันจับข้อมือหักข้างที่เหลืออีก อ๊ากกกก เป็อันว่าข้อมือหักเป็สองข้างพอดี
“ คราวหน้า ถ้ายังไม่เข็ด ข้าจะหักขาแกทั้งสองข้าง พร้อมพ่อแกด้วยโทษฐานไม่ยอมสั่งสอนลูก” เปรี้ยง อาซันเตะเข้าใส่ก้านคอสลบไปกองรวมกับกุนซือจู อาซันเดินออกมาก็รีบส่งข่าวผ่านหยกสื่อสาร บอกพ่อกับแม่ที่ยมโลกทันที
“ พ่อ แม่ เวลานี้ในโลกมีมนุษย์ฝึกพลังเทพได้ถึงระดับ 6 ได้แล้วนะ แสดงว่า ต้องมีคนจากแดนเทพมาสอนพวกเขา ทำให้กฏของธรรมชาติทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ช่วยแจ้งให้พี่ใหญ่ส่งคนไปสืบด้วยไม่รู้พวกมันมีจุดมุ่งหมายอะไร” อาซันรีบแจ้งพ่อกับแม่ทันที
“ ได้ พ่อจะรีบแจ้งไป” อาซันกลับมาที่โรงแรม เพื่อแต่งตัวไปงานสักการะพระธาตุที่ท้องสนามหลวงงานนี้คงต้องมีคนมาแย่งชิง เหล็กไหลศักดิ์สิทธิ์แน่ พออาซันมาถึงก็เห็นบัวผัน แต่งชุดเดรสสีขาว ยืนรออยู่ในห้อง
“ แต่งตัวสวยขนาดนี้ จะไปไหนหรือ” อาซันสงสัยและกลืนน้ำลายลงคงอย่างยากลำบากทีเห็นบัวผันใส่ชุดนี้
“ ข้าจะไปไหว้พระธาตุกับท่านด้วย” บัวผัน รีบบอก
“ ท่านเป็ิญญาไม่กลัวพระธาตุหรือ” อาซันสงสัย
“ ข้าไม่กลัว ข้าคิดดี ทำดี ข้าเชื่อว่า พระธาตุเข้าใจดี” บัวผันเอ่ยอย่างมั่นใจ อาซันก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรอีก แล้วนางก็หายกลับไปในลูกแก้วตามเดิมท้องสนามหลวงคนแน่นไปหมด ทุกคนแห่มาไหว้พระธาตุกันมากมาย
แม้แต่บัวผัน ยังรีบออกมาจากลูกแก้วเพื่อมาไหว้ พระธาตุ อาซันกราบไหว้เสร็จแล้วเห็นบัวผันยังไหว้แล้วไหว้อีก จนครบสิบพระธาตุ อาซันเดินมาดูเหล็กไหลศักดิ์สิทธ์ ก้อนใหญ่สีดำ คนแห่กราบกันเยอะไปหมด อาซันไม่เห็นมีใครน่าสงสัย
“ ท่านยมทูตน้อย เห็นหินเหล็กไหลแล้วใช่ไหม” บัวผันเอ่ยขึ้น
“ ใช่เห็นแล้ว ทำไมมันใหญ่ขนาดนี้พวกเขาเอาไปทำอะไรกัน”
“ ที่ท่านเห็นไม่ใช่ของจริงหรอก ของจริงนั้นอยู่ที่ฐานรองสีขาว เหล็กไหลธิเบต เกิดจากหิมะกับความเย็นมันมีจิติญญาของตัวมันเอง ไม่มีใครเป็เ้าของมันได้ถ้ามันไม่ยินยอม ส่วนหินสีดำวาวนั้นเป็เหล็กไหลธรรมดาไม่มีจิติญญาใดใด”บัวผันบอกอาซัน ทำเอาอาซันงงไปเลย
“ แล้วพวกมารเหล็กไหลจะรู้จักมันไหม” อาซันถามด้วยความตื่นเต้น
“ ถ้ามันเกิดจากเหล็กไหล มันต้องรู้จักอย่างแน่นอน” บัวผันเล่าตามตรง
“ มันเอาไปทำอะไรได้ “ อาซันสงสัย
“ อาวุธวิเศษ เป็ดาบ เป็ทวน เป็กระบอง เป็อะไรก็ได้ดังใจนึก จะให้สั้นหรือยาว มันก็ทำได้ เอาน้ำมาแช่สามารถแก้พิษได้ทุกชนิด “ บัวผันเอ่ยตามที่รู้มา
“ ท่านรู้เื่นี้ได้อย่างไร” อาซันสงสัย
“ อาจารย์ ที่สอนข้าเป็พราหมณ์ท่านเล่าให้ฟัง” บัวผันตอบสั้นๆ
“ คืนนี้พวกมันต้องมาแน่ๆ ท่านมีวิธีจัดการกับมารเหล็กไหลบ้างไหม” อาซันลองถามดู
“ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยปราบปีศาจ แต่ว่าถ้าวิธีจับเหล็กไหล ก็พอมีวิธี”
“ ท่านมีวิธีหรือ”
“ ปกติเหล็กไหลนั้น พ่ายแพ้ต่อแสงจันทรา ถ้าเราใช้มนต์จันทรา สามารถนำแสงจันทรามาหยุดเหล็กไหลไม่ให้เคลื่อนไหวได้” บัวผันพูดแล้วอมยิ้ม ทำเอาอาซันยืนนิ่งอีกแล้ว
“ มนต์จันทรา คืออะไร “
“ เป็ เวทย์มนต์ที่ข้าใช้เพื่อดึงแสงจันทร์ลงมาเพื่ออาบร่างกาย ยามค่ำคืน เพื่อให้ผิวพรรณสวยงาม และ มีกลิ่นที่ดึงดูดใจชาย” บัวผันพูดแล้วยิ้ม ทำเอาอาซันนึกภาพ บัวผันไม่ได้ใส่อะไร นอนอาบแสงจันทร์ยามค่ำคืน เืกำเดาจะไหลอีกแล้ว
“ ข้าจะสอนมนต์บทนี้ให้ท่าน คืนนี้ท่านจะได้ใช้ควบคุม เหล็กไหลศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้”
พอนางพูดจบก็เข้ามาใกล้อาซัน แล้วเอาหน้าผากมาชนกับอาซัน แล้วจับหัวอาซันไม่ให้ถอหนี่ อาซันยืนนิ่งไม่ขยับ มนต์บทนี้ไหลเข้ามาสู่ห้วงสติของอาซันอย่างช้าๆ จนอาซันท่องได้จนหมด ในขณะที่หน้าผากชนกัน จมูกชนจมูก ปากก็ต้องชนปากได้ด้วย บัวผันเลยจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอาซันทีหนึ่ง แล้ว บัวผันปล่อยอาซันออกมา อาซันเืกำเดาไหลออกมาทันที
“ ท่านเืกำเดาไหลอีกแล้ว” บัวผันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ เอ่อ เืไม่ดีน่ะ ชอบไหลอยู่เรื่อยๆ “ อาซันก็เถไปเรื่อยแต่ในใจเต้นแรงผิดปกติ จากนั้นอาซันหาที่สงบ แถวๆ สนามหลวงแล้วท่องมนต์บังกายไว้ แล้วนั่งสมาธิกำหนดจิตแล้วท่องมนต์จันทราเพื่อเรียกแสงจันทร์ลงมา ท่องวนหลายร้อยรอบก็ชำนาญ
ได้เวลาเกือบเที่ยงคืน มีแค่ยามเฝ้าอยู่ไม่กี่สิบคน ส่วนชาวบ้านทั่วไปกลับหมดแล้ว อาซันก็รู้สึกมีปีศาจ 2 กลุ่มเริ่มปรากฏตัว เป็ปีศาจนักษัตรกับ จอมมารเหล็กไหล ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันเอง โดยลูกน้องต่างพุ่งเข้ามาเพื่อจะแย่งเหล็กไหล กัน
อาซันปล่อยยันต์จักรวาล 8 ทิศไปบนท้องฟ้า เหล่าลูกน้องปีศาจล้วนถูกดูดไปจนหมด เหลือแค่ หัวหน้าสองตน ที่กำลังสู้กันอยู่ อาซันเดินเข้ามาใกล้ แล้วพยายามััก้อนเหล็กไหลสีขาว มันเคลื่อนไหว หนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ปีศาจทั้งสองเห็นเช่นนั้น ก็พุ่งตามไปพร้อมกันทันที ไม่สู้กันแล้ว อาซัน เหวี่ยงกงจักรพิฆาตพุ่งเข้าตัดปีศาจทั้งสองตน จนร่างขาดทั้งคู่ โดยปีศาจหนูทองถูกตัดขาดเป็ตนแรก ิญญาถูกดูดเข้าไปในยันต์ 8 ทิศ ส่วน จอมมารเหล็กไหล
กลับไม่เป็ไร เพราะร่างมันเหมือนเหล็กไหล กลายเป็ของเหลว แล้วก็ยืดกลับมาต่อกันได้เหมือนเดิม มันเปลี่ยนร่างเป็ทวนยาวพุ่งเข้าหา อาซันอย่างรวดเร็ว อาซันหลบได้อย่างหวุดหวิด แล้วปล่อยยันต์ตาข่ายเทพฤทธิ์กักขังมันไว้
มันกลายร่างเป็ของเหลวนองไปทั่วพื้น หลุดรอดไปได้อีก
มีเสียงกระซิบจากบัวผันให้ใช้มนต์จันทราหยุดมัน อาซันท่องมนต์จันทรา แล้วมีลำแสงจันทราส่องมาที่มารเหล็กไหล ทำให้มันขยับตัวไม่ได้เปลี่ยนเป็ของเหลวหรืออะไรก็ไม่ได้ อาซันเรียกยันต์จักรวาล8ทิศดูดิญญาจอมมารเหล็กไหลเข้าไป เหลือแต่เหล็กไหลธรรมดาเป็ก้อนไม่มีิญญาเหลืออยู่ อาซันกำลังไปหยิบมันขึ้นมา แต่ว่าไม่ทัน เ้าเหล็กไหลสีขาวมันมากลืนกินเหล็กไหลสีดำทั้งก้อนจนหมด
อาซันใช้มือจะจับมัน แต่ว่ามันพุ่งหายไปในความมืดอีก อาซันท่องมนต์จันทราส่องประกายตามหามัน จนเห็ฯมันที่กำลังหนีแสงจันทรา แต่ว่าไม่ว่าจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นเพราะอาซันขยายลำแสงจนกว้างไปจนหมด สุดท้ายมันโดนแสงจันทราจนขยับไปไม่ได้ อาซันเดินเข้าไปใกล้มัน
“ มีสองทางให้เลือก โดนสลายิญญา หรือ จะมาเป็อาวุธให้ข้า” อาซันใช้จิตสื่อสารกับมัน มันยอมเป็อาวุธดีกว่า แล้วมันให้อาซันหยดเืใส่มัน อาซันก็ทำทันที
“ นายท่าน” เสียงของเหล็กไหลศักดิ์สิทธิ์ทักทาย