สุดยอดนักผจญภัย

คุยกับเกลกิรอส

จากนั้นเกลกิรอสก็พาพวกไลท์ไปยังห้องอาหารเพื่อเลี้ยงต้อนรับ 

แต่เมื่อเกลกิรอสมองไปที่แมคโวคัลที่เดินเองโดยที่เท้าขวากลับมาเหมือนเดิมแล้วก็ต้องอ้าปากค้างและแสดงสีหน้าตกใจออกมา

“ ฮ่าฮ่านานแล้วนะเนี้ยที่ไม่ได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของคุณเกลกิรอสน่ะ ” เฟลิกซ์หัวเราะออกมา

คนอื่นๆเองก็พากันหลุดหัวเราะออกมาเช่นกัน

“ เกิดอะไรขึ้นทำไมขาของนายถึงโผล่กลับมาได้! ” เกลกิรอสถามออกมาด้วยความสงสัยและประหลาดใจ

“ อะไรกันคุณเกลกิรอส คุณก็น่าจะคิดออกนะว่าเกิดอะไรขึ้น ” แมคโวลัคยิ้มและไม่ยอมตอบคำถาม

เกลกิรอสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเบิกกว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเก่า 

“ หรือว่าเวทย์ในตำนานที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง? ” เกลกิรอสพึมพำออกมาจากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่เดซี่ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่มีเวทย์มนต์ธาตุแสงและอยู่ในระดับS หมายถึงเมื่อก่อนล่ะนะ ไม่แน่ว่าตอนนี้เธออาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับSSได้แล้ว ทำให้เวทย์มนต์ในตำนานได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

“ ปิ้งป๊อง ” แมคโวลัคทำเสียงเหมือนกับคนที่ตอบคำถามถูก 

“ จริงงั้นหรอ! ” เกลกิรอสประหลาดใจก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ด้วยการมีเวทย์มนต์นี้ทำให้ผู้พิทักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสามคนจะกลับมาประจำการได้อีกครั้ง ทำให้พวกเขาลดแรงกดดันจากดันเจี้ยนที่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่รู้จบอีกครั้ง 

“ ใช่แล้วล่ะครับคุณเกลกิรอสแต่มันต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะใช้เวทย์นั้นได้อีกครั้ง ” ไลท์พูดขึ้น 

“ นานแค่ไหน? ” เกลกิรอสถามออกมา

“ เดซี่สามารถใช้เวทย์นี้ได้สองครั้งต่อหนึ่งเดือน ” ไลท์พูดขึ้น เขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยความจริงเพราะเขาต้องใช้มันในการต่อรองราคา 

“ สองครั้งต่อหนึ่งเดือนสินะ นั้นก็นับว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว ถ้าหากฉันจำไม่ผิดเมื่อก่อนนี้เวทย์นี้จะต้องใช้เวลาประมาณสามเดือนเลยมั้งกว่าจะใช้ได้อีกครั้ง ” เกลกิรอสพูดขึ้น

พวกไลท์เองก็จำได้ว่าตอนที่เดซี่ได้เวทย์นี้มาแรกๆเธอก็บอกว่ากว่าจะใช้เวทย์มนต์นี้ครั้งต่อไปได้ก็คือสามเดือน ซึ่งมันตรงกับข้อมูลที่เกลกิรอสมีเลยทีเดียว 

“ แล้วเธอคิดค่ารักษายังไง? ” เกลกิรอสถามออกมาด้วยความสนใจ แน่นอนว่าถ้าหากพวกไลท์เรียกค่ารักษาแพงก็สามารถเรียกได้เพราะการที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกตินั้นต่อให้มีเงินเป็นหมื่นล้านก็ไม่สามารถทำได้ อีกอย่างการเป็นคนปกติก็ดีกว่าต้องเป็นคนพิการอยู่แล้ว

“ เรื่องค่ารักษาพวกเราไม่เอาเป็นเงินแต่เอาเป็นสมบัติที่มีพลังเวทย์สะสมอยู่เท่านั้น ซึ่งมูลค่าของมันต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านห้าร้อยล้านจีเซล ” ไลท์พูดขึ้น แน่นอนว่าราคานี้สำหรับพวกที่ร่ำรวยและมีอำนาจเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไปก็คิดตามที่พวกเขามี แน่นอนว่าคนที่ไลท์จะให้เดซี่รักษาคือคนที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น 

“ เข้าใจแล้ว ” เกลกิรอสเห็นด้วย และทุกๆคนในห้องก็ไม่คิดว่าไลท์เรียกราคาน่าเกลียดเลยด้วยซ้ำ เพราะในอดีตคนล่าสุดที่มีเวทย์นี้ จอมเวทย์คนนั้นเรียกค่ารักษาครั้งละห้าพันล้านจีเซลขึ้นไป ทำให้เขากลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเลยทีเดียว

ค่ำคืนนั้น ข่าวที่แมคโวลัคกลับมามีร่างกายเป็นปกติอีกครั้งก็เป็นที่พูดคุยกันของบุคคลระดับสูงของสภาจอมเวทย์

ผู้พิทักษ์และจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพากันไปหาแมคโวลัคเพื่อดูว่าเป็นความจริงหรือไม่

เมื่อพวกเขาเห็นว่าขาของแมคโวลัคกลับมาเป็นเหมือนเดินแล้วก็รีบถามข้อมูลจากแมคโวลัคทันที

หลังจากที่รู้ว่าแมคโวลัคได้รับการรักษาจากเดซี่หนึ่งในกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจและรู้สึกว่ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้จะเป็นกลุ่มรวมตัวของสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง 

เมื่อรู้ว่าคนต่อไปที่จะได้รับการรักษาก็คือเฟลิกซ์ ทำให้พวกเขารีบพากันไปหาเดซี่เพื่อที่จะจองคิวรักษาเป็นคนต่อไป ความจริงแล้วพวกเขาก็อยากจะไปหาเดซี่ในวันพรุ่งนี้แต่ถ้าหากพวกเขาไปช้าก็จะอาจจะถูกจองคิวไปก่อนได้

แม้ว่าจะเป็นยามค่ำคืนแต่พวกไลท์ก็ยังไม่ได้นอนพักที่โรงแรม แต่พวกเขาไปนั่งกินเหล้าที่ร้านเหล้าเมาเดียวดาย ซึ่งเป็นร้านที่ไลท์เคยมาเมื่อครั่งก่อน

ไลท์และคนอื่นๆที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ก็สัมผัสได้ว่าเมืองมิลเลอร์ฟรอสดูวุ่นวายอยู่เล็กน้อยเพราะเขาเห็นคนของสภาจอมเวทย์วิ่งวุ่นไปทั่วเมือง

“ ดูเหมือนว่าทุกๆคนจะรู้เรื่องของเธอหมดแล้วนะเดซี่ ” ไลท์หัวเราะออกมา

“ ทีนี้รู้หรือยังว่าลูกศิษย์ของอาจารย์โดดเด่นแค่ไหน!! ” เดซี่ภูมิใจ

ไม่ถึงสิบนาทีก็มีชายวัยกลางคนในชุดธรรมดาเดินเข้ามา เพียงแต่ว่าแขนของเขาได้หายไปข้างหนึ่ง นอกจากนี้ใบหน้าของเขาก็มีรอยเหมือนกับถูกฟันจนเป็นแผลด้วย 

พวกไลท์มองดูผู้มาใหม่ด้วยความสนใจ เพราะพวกเขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์หรือออร่าจากชายวัยกลางคนคนนี้ได้เลย

“ ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคน ฉันชื่อแวมบัจจ์ ตำแหน่งผู้พิทักษ์สภาจอมเวทย์ ” แวมบัจจ์พูดขึ้นพร้อมกับยืนโค้งคำนับให้กับพวกไลท์เล็กน้อย เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับพวกไลท์

“ นั่งด้วยกันสิครับ ” ไลท์พูดขึ้น

“ ขอบคุณ  ” แวมบัจจ์ยิ้มและนั่งลง

“ หาพวกเราเจอได้อย่างไงเนี้ย? ” ไลท์ถามขึ้น

“ ก็ถามจากเฟลิกซ์ดูน่ะ เห็นพวกนายบอกว่าจะมานั่งดื่มเหล้ากันและฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นร้านเหล้าแห่งนี้ ” แวมบัจจ์พูดขึ้น 

ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนอีกคนเดินเข้ามา แน่นอนว่าชายคนนี้ก็มีบาดแผลตามร่างกายพร้อมกับใช้พลังเวทย์ทำให้ตัวลอยอยู่ตลอดเวลา เพราะขาของเขานั้นถูกตัดขาดนั่นเอง 

“ เหอะแกนี้เร็วดีจริงๆเลยนะแวมบัจจ์ ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาคือผู้พิทักษ์สภาจอมเวทย์ชื่อว่าดไวท์

“ แกช้าเองนะดไวท์ ” แวมบัจจ์หัวเราะ

“ สวัสดีทุกคนฉันชื่อดไวท์ ตำแหน่งผู้พิทักษ์เหมือนกับแวมบัจจ์ ” ดไวท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

ไลท์เองก็เชิญให้ดไวท์นั่งลงด้วยเหมือนกัน

“ ฉันรู้ว่าพวกคุณมาที่นี้เพื่ออะไร งั้นฉันขอบอกก่อนว่าราคาของการฟื้นฟูนั้นอยู่ที่สมบัติที่มีพลังเวทย์สะสมอยู่โดยที่มีมูลค่ารวมกันถึงหนึ่งพันห้าร้อยล้านจีเซล ” ไลท์พูดขึ้น

“ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ” ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน สำหรับพวกเขาแล้วต่อให้ต้องจ่ายมากกว่านี้ก็สามารถจ่ายได้สบายๆ

“ แต่คงต้องตามคิวนะครับ ” ไลท์พูดขึ้น

“ เรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหาต่อให้พวกเราต้องรอเป็นเดือนๆก็ไม่เป็นไร ” แวมบัจจ์ส่ายหน้า 

ส่วนดไวท์ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของแวมบัจจ์ 

“ งั้นก็เป็นคุณแวมบัจจ์แล้วก็คุณดไวท์นะครับ แล้วก็พวกเราคงไม่ได้อยู่ที่นี้นานนักเพราะพวกเราต้องมีธุระที่ด้านนอกของหอคอยแห่งนิรันดร์ ถ้าหากใครที่อยากจะฟื้นฟูร่างกายก็ไปหาพวกเราได้ที่เมืองแสงจันทร์ที่อยู่ทางภูมิภาคใต้ ” ไลท์พูดขึ้น

แวมบัจจ์และดไวท์เข้าใจดี เนื่องจากเดซี่ไม่ใช่คนของสภาจอมเวทย์เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้เธออยู่ที่นี้เพื่อฟื้นฟูร่างกายของทุกๆคนในสภาจอมเวทย์ 

“ เอาแบบนี้แล้วกัน พวกคุณสองคนกลับไปบอกคนอื่นๆด้วยว่าถ้าหากต้องการให้เดซี่รักษาก็ให้ไปเจอกันที่เมืองแสงจันทร์ ” ไลท์พูดขึ้น

ถ้าหากจะให้เดซี่มาฟื้นฟูร่างกายทุกๆคนให้กลับมาเป็นปกติคิดว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนแน่ๆ ไม่แน่ก็อาจจะเป็นปี ถ้าหากเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปที่อาณาจักรแสงจันทร์พอดี ทางที่ดีก็ให้ไปเจอกันที่อาณาจักรแสงจันทร์เลยดีกว่า 

“ เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจะแจ้งให้กับทุกๆคนทราบเอง ” แวมบัจจ์เห็นด้วย เขาก็คิดแบบเดียวกับไลท์ ถ้าหากจะให้ฟื้นฟูร่างกายทุกๆคนให้กลับมาเป็นปกติก็คงไม่ต้องไปไหนกันแล้ว 

“ ว่าแต่นายจะไปอาณาจักรแสงจันทร์งั้นหรอ ” ดไวท์ถามขึ้น

“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้า

“ ฉันเป็นคนดูแลพื้นที่ทางภูมิภาคใต้ทั้งหมดน่ะ ” ดไวท์ยิ้ม 

หลังจากนั้นแวมบัจจ์และดไวท์ก็ขอตัวกลับ 

ไม่นานก็มีคำสั่งจากเบื้องบนว่าใครที่ต้องการจะให้เดซี่ฟื้นฟูร่างกายก็ให้ลงชื่อที่ผู้บัญชาการเกลกิรอสและต้องเดินทางไปที่เมืองแสงจันทร์ที่อยู่ทางภูมิภาคใต้

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสี่วัน

ที่ห้องพยาบาล 

หลังจากที่ไลท์ดึงพิษที่ติดอยู่ตามอวัยวะของเอลเรนเสร็จ เขาก็ถอยออกมาเล็กน้อย

ไม่นานเสียงพึมพำดังออกมาจากปากของเอลเรน

สักพักเอลเรนก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับมองดูรอบๆห้องก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

“ เธอช่วยฉันอีกแล้วนะไลท์ ” เอลเรนถอนหายใจออกมา

“ ขอบใจมากนะไลท์ ” เอลเรนพูดพร้อมกับลองสำรวจร่างกายของเธอดู เธอก็พบว่าพิษที่อยู่ในร่างกายของเธอลดลงไปมาก แต่ก็ยังมีอยู่ที่ติดตามอวัยวะสำคัญๆของร่างกาย 

“ แม้ว่าพิษจะลดลงไปมากแล้วแต่คุณเอลเรนก็ต้องรักษาอีกเป็นเดือนกว่าที่จะหายเป็นปกตินะครับ ” ไลท์พูดขึ้น

“ เข้าใจแล้วล่ะ ฉันขอบใจเธอมากที่ช่วยฉันเอาไว้จากประตูแห่งความตาย ” เอลเรนพูดขึ้น 

“ เรื่องเล็กน้อยน่า ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ” ไลท์ยิ้ม

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกมาจากห้องพยาบาล

คุณยายมากาเร็ตที่เฝ้าอยู่ที่หน้าห้องพยาบาลก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นและรีบวิ่งไปกอดหลานสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วง

“ คุณยาย ”เอลเรนยิ้มและกอดคุณยายของเธอ

หลังจากที่กอดกันเสร็จแล้วคุณยายมากาเร็ตก็เดินมาขอบคุณไลท์ที่ช่วยให้หลานสาวของเธอรอดพ้นจากความตาย

ไลท์ยิ้มให้กับคุณยายมากาเร็ต

หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อที่จะนอนพักผ่อนเพราะการที่เขาใช้ลมปราณในการดึงพิษออกมาจากร่างกายของเอลเรนทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย

จากนั้นไลท์ก็ครุ่นคิดก่อนที่จะเดินไปที่ห้องทำงานของเกลกิรอส

เมื่อมาถึงเขาก็เจอกับเลขาของคุณเกลกิรอสที่ชื่อว่าไมร์ตี้ 

“ ท่านไลท์มาพบกับท่านเกลกิรอสหรอค่ะ? ” ไมร์ตี้ถามด้วยรอยยิ้ม

ไลท์พยักหน้ารับ

ไมร์ตี้เดินนำทางให้กับไลท์

ไม่นานก็มาถึงห้องทำงานของเกลกิรอส

เกลกิรอสที่กำลังทำงานอยู่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาดูก็พบว่าไมร์ตี้เดินนำไลท์เข้ามาในห้อง จากนั้นไมร์ตี้ก็เดินออกจากห้องไป

“ อ่าวไลท์? ” เกลกิรอสยิ้มขึ้น 

ไลท์เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเกลกิรอส

“ คุณเกลกิรอสผมมีเรื่องอยากจะถามสักหน่อย ” ไลท์ถามขึ้น

เกลกิรอสนั่งหลังตรงและแสดงสีหน้าจริงจัง 

“ เธออยากถามอะไรงั้นหรอ? ” เกลกิรอสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ คุณเกลกิรอสรู้ไหมครับว่าหอคอยแห่งนิรันดร์ได้เปลื่ยนไปบ้างไหมครับ?อย่างเช่าเผ่าพันธุ์อื่นสามารถออกจากหอคอยแห่งนิรันดร์ได้แล้ว ” ไลท์ถามขึ้น

สีหน้าของเกลกิรอสหรี่ลงก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

“ ดูเหมือนว่าเธอก็รู้แล้วสินะ ใช่แล้วล่ะตอนนี้หอคอยแห่งนิรันดร์ได้เปลื่ยนแปลงบ้างแล้วเพราะตอนนี้นอกจากเผ่ามนุษย์และปีศาจที่สามารถออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์ได้แล้ว ตอนนี้เผ่าอื่นๆก็สามารถออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์ได้แล้วเหมือนกัน ” เกลกิรอสตอบ 

สีหน้าของไลท์จริงจังขึ้นมา 

“ แล้วเธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไง? ” เกลกิรอสถามออกมาด้วยความสงสัย

“ เรื่องนั้นผมไม่สามารถบอกได้ครับ ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ 

“ งั้นหรอฉันเข้าใจแล้ว ” เกลกิรอสพยักหน้ารับเบาๆ

“ จริงสิคุณเกลกิรอส ผมขอเลือดคุณสักหยดได้ไหมครับ ” ไลท์พูดขึ้น

“ เธอจะเอาเลือดของฉันไปทำอะไร? ” เกลกิรอสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“ ผมแค่อยากจะลองดูว่าคุณเกลกิรอสจะไว้ใจได้มากแค่ไหน ” ไลท์พูดขึ้น

เกลกิรอสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง สีหน้าของเขากลายเป็นลังเลขึ้นมา 

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็หยิบมีดและกรีดที่นิ้วของเขาให้เลือดไหลออกมา

ไลท์ยิ้มก่อนที่จะโบกมือขึ้นเบาๆ เลือดของเกลกิรอสก็บินมาหาไลท์ 

ไลท์ทำสัญลักษณ์มืออย่างรวดเร็วก่อนที่จะผลักเลือดของเกลกิรอสให้ลอยไปหาเกลกิรอส

วูบ

“ เธอทำอะไรกันแน่!! ” เกลกิรอสคำรามออกมาพร้อมกับปล่อยออร่าของระดับSSSออกมาด้วยความโกรธ 

เกลกิรอสสัมผัสได้ว่ามีพลังบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในร่างกายของเขา และเขาก็ไม่รู้ว่าพลังนี้คืออะไรกันแน่แถมพลังนั้นก็ยังกดดันพลังเวทย์ของเขาได้อีกด้วย

แรงกดดันของระดับออร่าระดับSSSนั้นรุนแรงมากจนทำให้ตัวอาคารถึงกับสั่นไหว

ไลท์ยิ้มก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่เกลกิรอสจนทำให้เกลกิรอสหยุดชะงักและสลายแรงกดดันไป

เสียงเปิดประตูดังขึ้นก่อนที่จะเป็นไมร์ตี้วิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ 

“ ท่านเกลกิรอส ” ไมร์ตี้ตะโกนด้วยความตกใจ เธอตกใจจริงๆที่จู่ๆท่านเกลกิรอสก็ระเบิดออร่าของตัวเองออกมา 

เกลกิรอสไม่สามารถขยับร่างกายได้แม้แต่จะพูดก็ยังทำไม่ได้

“ เธอออกไปรอข้างนอกก่อน ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหันมาองไมร์ตี้ด้วยรอยยิ้มที่ขี้เล่น

ไมร์ตี้มองไปที่ท่านเกลกิรอสที่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดอยู่เธอจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น 

“ ท่านไลท์ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่? ” ไมร์ตี้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับหยิบอาวุธขึ้นมา

“ ไม่มีอะไรหรอกน่า ” ไลท์หัวเราะและยิ้มขึ้นเบาๆจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปกระซิบอะไรบางอย่างกับคุณเกลกิรอสเล็กน้อย

ดวงตาของเกลกิรอสหดลงก่อนที่จะแสดงถึงความประหลาดใจ

ไลท์กลับมานั่งที่เดิมก่อนที่จะโบกมือเบาๆ 

เกลกิรอสก็สามารถขยับตัวได้เหมือนเดิม 

เกลกิรอสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ เธอกลับไปก่อน ” เกลกิรอสพูดขึ้น

ไมร์ตี้มองไปที่ไลท์ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่ยินยอม

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน