“ซื่อจื่อ”ฉีเมี่ยวจับมือเวิ่นเหลียนฝืนใจลุกขึ้น แผลลวกบนหลังเท้าสะกิดตุ่มน้ำออกแล้วซ้ำยังไม่ได้ทายา คราวนี้รู้สึกเจ็บรุนแรงกว่าเดิม
ไป๋ซีอวิ๋นสวมเสื้อชั้นกลางสีขาวหิมะบนไหล่คลุมเสื้อคลุมยาวแพรเมฆาสีฟ้าอ่อนไม่ใหม่ไม่เก่าปิงเหลียนกับอ้ายเหลียนสองคนประคองซ้ายขวาเข้ามา โดยมีเหมยหลันกับเหมยซานสองคนติดตามข้างหลัง
“ลวกที่ใด” เมื่อเห็นฉีเมี่ยวยืนยังต้องให้คนประคองไป๋ซีอวิ๋นมีสีหน้าเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งทันทีหายใจออกจากหน้าอกราวกับเครื่องสูบลมชำรุด “ยังไม่นั่งลงอีก!” สตรีโง่ ลุกขึ้นแล้วเป็การดึงรั้งาแมั่วซั่วจะทำอย่างไร!
“ซื่อจื่อ ข้าไม่เป็ไร” ฉีเมี่ยวพึมพำถอยหลัง จู่ๆก็รู้สึกว่านางไม่เข้าใจซื่อจื่อจริงๆ
ตื่นเช้าวันนี้เขาอ่อนแอจนใช้แรงไม่ได้เมื่อมองนางแม้สายตาอึมครึมแต่ยังนับว่าอ่อนโยนก่อนพบสหายสนิทก็อ่อนโยนยิ่งนักโดยตลอด เหตุใดยามนี้กลับเอาแต่ใจอย่างเปิดเผย
เปลืองแรงเดินไปตรงหน้านางไป๋ซีอวิ๋นหอบหายใจฮืดฮาด หน้าซีดนั่งยองหน้าเตียงหลัวฮั่นเลิกชายกระโปรงของฉีเมี่ยวขึ้น
พวกบ่าวเห็นการกระทำนี้แล้วตกตะลึงขวยเขินโดยแท้
ฉีเมี่ยวล้มลงบนเตียงหลัวฮั่นทับกระโปรงไว้ “ซื่อจื่อโปรดนั่งลงก่อน ข้าไม่เป็ไรจริงๆ”
ไป๋ซีอวิ๋นกลับไม่สนใจเพียงหลุบตามองแผลลวกที่น่าใบนเท้าดอกบัวขาวหิมะของนาง
หัวใจเ็ปในชั่วพริบตา! เมื่อครู่เขาไม่ควรวางใจนอนหลับแล้วไปยกน้ำชากับนางทั้งที่รู้ว่าคนพวกนั้นไม่ได้มีเจตนาดี เขากลับปล่อยให้นางไปเผชิญหน้าตามลำพัง...
ไป๋ซีอวิ๋นรู้สึกอีกครั้งว่าเกิดใหม่อีกรอบรู้ทิศทางของเหตุการณ์สำคัญมากมายถึงจะดีมากแต่มั่นใจประสบการณ์เมื่อก่อนเกินไปย่อมเป็ไปได้ที่จะผิดพลาด
เพราะทุกสิ่งที่เห็นในวันนี้ก็แตกต่างจากความทรงจำชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง
หันหลังขึงตาใส่เหล่าสาวใช้“พวกเ้าตายกันหมดแล้ว?ฮูหยินาเ็เหตุใดไม่ไปเชิญหมอ”
เดิมทีเขาก็หน้าตาเ็าซ้ำยังป่วยจนไม่เหลือเค้าเดิม บัดนี้สีหน้าบิดเบี้ยวช่างเหมือนิญญาร้ายเวิ่นเหลียนและคนอื่นๆ ใจนคุกเข่าลงพร้อมกัน “ซื่อจื่อโปรดระงับโทสะท่านโหวเชิญหมอให้ฮูหยิน เมื่อครู่ท่านหมอโจวมาแล้ว แต่ฮูหยินไล่คนไปไม่ให้ท่านหมอโจวรักษา”
ไป๋ซีอวิ๋นเปลืองแรงลุกขึ้นนั่งลงข้างกายฉีเมี่ยว แม้อ่อนแอแต่ท่านั่งตรงแน่วเรียบร้อย น่าเกรงขามเหมือนก่อน
เวิ่นเหลียนอ้ายเหลียนและปิงเหลียนเพิ่งมาวันนี้ ย่อมไม่รู้ว่าเมื่อก่อนไป๋ซีอวิ๋นเป็อย่างไรเพียงในความทรงจำคิดว่าคุณชายร่ำรวยสูงศักดิ์ที่เกิดมาอ่อนแอป่วยเรื้อรังก็น่าจะเป็คนอ่อนแอ
แต่ไม่นึกว่าวันนี้เห็นสิ่งที่ล้มล้างการคาดเดาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงแม้เขาล้มป่วยอ่อนแอ แต่นิสัยแข็งกร้าวแม้ยืนตายก็ไม่คุกเข่ามีชีวิตเช่นนั้นประกอบกับหน้าตาน่ากลัวของเขา ทำให้รู้สึกหวาดกลัวโดยแท้
มีเพียงไป๋ซีอวิ๋นเท่านั้นที่รู้ว่าเขาฝืนรักษาท่าทางดุดันทวงความยุติธรรมให้ฉีเมี่ยวสิ้นเปลืองกำลังกายมากเพียงใด ยามนี้ชุดนอนข้างหลังเขาเหงื่อท่วมเปียกโชก
ฉีเมี่ยวเห็นไป๋ซีอวิ๋นมีสีหน้าดูไม่ดีรู้ว่าเขาฝืนก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะกังวล “ซื่อจื่อข้าให้ท่านหมอโจวไปแล้ว ข้าไม่ไว้ใจเขา เมื่อครู่ให้อวี้เหลียนออกไปซื้อสมุนไพรถือโอกาสนำยาประจำวันบางอย่างกลับมารวมทั้งยาแผลลวก เท้าข้าไม่เป็ไรเมื่อครู่ราดน้ำเย็นก็ไม่ได้เจ็บถึงเพียงนั้นแล้ว”
ไป๋ซีอวิ๋นเม้มปากครู่ใหญ่ถึงพูดว่า “ปิงเหลียน เวิ่นเหลียนอยู่รับใช้ คนที่เหลือถอยออกไป”
เหมยหลันกับเหมยซานที่ยืนอยู่หน้าประตูโดยตลอดลังเลแล้ว
ไป๋ซีอวิ๋นที่เมื่อเข้าประตูสายตาก็มีเพียงฉีเมี่ยวยามนี้เพิ่งพบว่ามีคนที่ไม่ควรอยู่ที่นี่เพิ่มมาสองคน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ฉีเมี่ยวหลุบตาไม่รู้เหตุใดในใจถึงไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง พูดเสียงเรียบ “แม่สามีให้พวกนางเป็อนุของท่านสาวใช้ใหญ่ข้างกายแม่สามีมาจัดการที่พักในเรือนชิ่นหยวนของพวกเขา”
“จริงหรือ” ไป๋ซีอวิ๋นเชิดสายตาอย่างเ็าแววตาอึมครึม เหมยหลันกับเหมยซานสองคนเห็นแล้วกังวลอย่างยิ่ง
เขาเด็ดขาดปานนี้กลับทำให้ในใจฉีเมี่ยวมีความหวังริบหรี่ขึ้นมา
เขาคงไม่รับอนุกระมัง? ด้วยสภาพร่างกายของเขา ไม่เหมาะที่จะสิ้นเปลืองพลังงานโดยแท้รับอนุทำอะไรได้
“งั้นก็อยู่ต่อเถอะ”ไป๋ซีอวิ๋นกุมมือขวาที่นุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกของฉีเมี่ยว
เหมยหลันกับเหมยซานมีสีหน้าดีใจรีบทำความเคารพสูงสุด “ขอบคุณซื่อจื่อ”ดีร้ายได้อยู่ต่อทำสิ่งที่ฮูหยินสั่ง ไม่ถึงขนาดถูกขายออกไปด้วยความโมโห
มือใหญ่ของเขาก็ผอมหนังหุ้มกระดูกนิ้วมือเย็นเฉียบเพราะเืไม่เพียงพอกุมมือเล็กอันอบอุ่นอ่อนนุ่มของนางไว้อย่างเป็เ้าข้าวเ้าของ
เมื่อครู่ฉีเมี่ยวเลิกคิดเพ้อเจ้อแล้วเม้มปากอย่างสมเพชตนเองนี่นางเพิ่งมาวันเดียว ซ้ำยังไม่ใช่เ้าของร่างเดิมที่แท้จริงที่ไม่รู้ว่า ‘ลักลอบคบกัน’ กับไป๋ซีอวิ๋นนานเพียงใดเหตุใดยังเสียใจเพราะเขายินยอมรับอนุดูเหมือนว่าเ้าของร่างเดิมรู้สึกลึกซึ้งเกินไปต่อคนผู้นี้ถึงทำให้นางมีท่าทีตอบสนองเช่นนี้โดยไม่รู้ตัวกระมัง
“พวกเ้าสองคนไปเถอะ อยู่ห้องข้างโถงอย่างสงบเสงี่ยมไม่มีคำสั่งของข้าอย่ามาที่นี่ตามใจชอบ”
“เ้าค่ะ ซื่อจื่อ” เช่นนี้ดีมากแล้วอย่างน้อยที่สุดไม่ได้ถูกไล่ไปทันที ซื่อจื่อที่ป่วยหนักเหี้ยมโหดน่ากลัวที่สุด!
เหมยหลันกับเหมยซานรีบออกไป
ในห้องเหลือเพียงเวิ่นเหลียนกับปิงเหลียนรับใช้ไม่มีคนนอกอีก คราวนี้ไป๋ซีอวิ๋นถึงผ่อนคลายร่างกาย พิงหมอนสี่เหลี่ยมหนานุ่มข้างๆเสียงก็ไม่แข็งขันเช่นยามโกรธเมื่อครู่ พูดอย่างอ่อนแอ “เมี่ยวเอ๋อร์”
ฉีเมี่ยวรีบประคองเขานอนลงคว้าข้อมือเขาจับชีพจร พบว่าสภาพในยามนี้สู้ในยามเพิ่งตื่นไม่ได้ด้วยซ้ำรู้แน่นอนว่าด้วยความใโกรธเคืองอารมณ์ไม่มั่นคง เขาถึงเป็เช่นนี้
“ซื่อจื่อเหตุใดต้องร้อนใจเช่นนี้ ข้าไม่เป็ไรจริงๆ ไม่เจ็บแม้แต่น้อย”
“ลำบากเ้าแล้ว เ้าวางใจ เื่นี้ก็มอบให้ข้า”
ไป๋ซีอวิ๋นเรียกปิงเหลียน“เ้าไปเรือนจิ่นซิ่ว แจ้งเหล่าไท่จวินกับท่านแม่ข้าบอกว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานของข้าถูกคนใส่ร้ายปานนั้น ในจวนโหวอันยิ่งใหญ่คนมากปานนี้ถ้าตรวจสอบไม่ได้ว่าผู้ใดใช้เล่ห์เหลี่ยมอยู่เื้ักันแน่งั้นข้าคงต้องเชิญว่านกุ้ยเฟยทรงช่วยหาคนมาตรวจสอบ”
“เ้าค่ะ” ปิงเหลียนขานรับก่อนจะเดินจากไป
ทุกคนรู้ว่าตำแหน่งตำหนักในของฮ่องเต้ฮุ่ยตี้องค์นี้ยังว่างเปล่ามอบธุระในหกตำหนักให้ว่านกุ้ยเฟยพระชายาคนโปรดดูแลมาสิบปีแล้วสตรีที่กุมอำนาจใหญ่ท่านนั้นด้อยกว่าฮองเฮาเพียงก้าวเดียว
ว่านกุ้ยเฟยชื่นชอบอานลู่โหวซื่อจื่อยิ่งนักไม่เพียงแต่ให้เขาเป็สหายร่วมเรียนขององค์ชายรอง ซ้ำยังรับเขาเป็บุตรบุญธรรม
บางคนพูดว่าหลายปีมานี้อานลู่โหวใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นเป็ผลมาจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอานลู่โหวซื่อจื่อกับองค์ชายรองและว่านกุ้ยเฟย
ถ้าไม่ใช่ไป๋ซีอวิ๋นเกิดมาป่วยอ่อนแออายุไม่ยืนยาวสตรีทั้งเมืองหลวงคงให้เขาได้คัดเลือกยังถึงคราวจวนแม่ทัพฉีทำเื่กลับกลอกขั้นนี้หรือ
ความทรงจำพวกนี้เคยแวบผ่านในหัวของฉีเมี่ยวเดิมทีสงสัยอยู่บ้าง ยามนี้เห็นท่าทีเช่นนี้ของไป๋ซีอวิ๋นก็เชื่อแล้ว
“วันหน้าเื่ใหญ่เื่เล็กซื่อจื่ออย่าได้ใส่ใจ ท่านร่างกายเช่นนี้ยังหักโหมรังเกียจว่าตนเองอายุยืนหรือ”
“เื่ของเ้า ไหนเลยจะไม่ใส่ใจได้”
ฉีเมี่ยวตะลึง
เมื่อครู่ยังยอมรับอนุสองนางนั้นอย่างสบายใจบัดนี้ก็พูดจาไพเราะอ่อนหวานขึ้นมา
ดูเหมือนร่างกายป่วยเรื้อรังเป็ตัวถ่วงการแสดงความสามารถของเขา!มิฉะนั้นทั้งเมืองหลวงคงต้องมีบุคคลหายนะที่ทำให้กุลสตรีพร่ำเพ้อเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือ
นางนิ่งเงียบขมวดคิ้วเล็กน้อยยังคงงดงามนุ่มนวลยิ่งนัก
ไป๋ซีอวิ๋นพยายามคว้าฉีเมี่ยวมาตรงหน้ากอดไว้ให้นางซบบนหน้าอกเขา
ฉีเมี่ยวไม่กล้าออกแรงทับเขาอยากจะลุกขึ้นยังเอาชนะเรี่ยวแรงของเขาไม่ได้กลัวว่าถ้าเคลื่อนไหวทำให้เขาเปลืองแรงร้อนใจยิ่งไม่ดีได้แต่นอนตะแคงหนุนหน้าอกของเขา ปล่อยให้ผมยาวดุจน้ำตกสยายบนหน้าอกและข้อพับของเขา
เวิ่นเหลียนรีบถอยไปห้องด้านนอก
หยกเนื้ออ่อนหอมอุ่นอยู่ในอ้อมแขนไป๋ซีอวิ๋นจูบหน้าผากนางอย่างทะนุถนอม “เมี่ยวเอ๋อร์”
“อืม?”
“เมื่อครู่ข้าให้สองคนนั้นอยู่ต่อ เ้าอย่าคิดมากข้าเพียงกลัวขับไล่พวกเขาไป ไม่แน่ว่าในเรือนบนจะลอบจัดหาผู้ใดมาอีกดีร้ายยามนี้ก็รู้ว่าพวกเขาสองคนน่าสงสัย ต่อให้ระแวงก็รู้ว่าต้องเฝ้าระวังผู้ใด” เสียง ‘อึมครึม’ของไป๋ซีอวิ๋นแ่เบา
แต่เสียงที่ยังไม่ถึงขั้นไพเราะของเขาในยามนี้กลับทำให้หัวใจของนางเต้นแรงอย่างอดไม่ได้
เขากำลังอธิบายให้นางฟัง?
ก่อนหน้านี้เขาพูดให้ท้ายพวกนั้นเมื่อครู่นางยังคิดว่าเป็ภาพหลอนหรือไม่ บัดนี้เขาลากร่างคนป่วยของตนเองเดินเข้ามาใกล้ซ้ำยังทำเื่ที่ทำให้นางอบอุ่นใจเช่นนี้
ใบหน้าของฉีเมี่ยวร้อนผ่าวอย่างอดไม่ได้พิงบนหน้าอกของคนที่เพิ่งรู้จักกันวันเดียวแต่ทำให้นางฝากชีวิตไว้เช่นนี้ต่อให้ไม่กล้าทิ้งน้ำหนักของตนบนร่างเขา นางยังรู้สึกมั่นคงและอบอุ่น
บุรุษผู้นี้แม้เจ็บป่วยอ่อนแอแต่เข้มแข็งยิ่งนัก ซ้ำยังมีสมองอันยอดเยี่ยม (มิฉะนั้นคงไม่มีหอจวี้เสียน)ที่สำคัญกว่าคือเขาปกป้องสตรีของตนอย่างยิ่ง
ฉีเมี่ยวถอนใจทนความเ็ปบนเท้าถอดรองเท้าขึ้นเตียง นอนตะแคงข้างกายไป๋ซีอวิ๋น
อาจเพราะได้รับาเ็อยู่บ้างประกอบกับเมื่อครู่ทั้งโมโหและร้อนใจที่เรือนบน ยามนี้นางรู้สึกเหนื่อยล้าสุดขีดรู้สึกง่วงนอนเกือบจะทันทีที่นอนลง
บนร่างไป๋ซีอวิ๋นมีกลิ่นหอมยาอ่อนๆทำให้นางรู้สึกสบายใจได้มากที่สุด
ฉีเมี่ยวผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองคนที่หนุนหัวไหล่ของตนไป๋ซีอวิ๋นก็ฝืนกระตือรือร้นท่ามกลางความเหนื่อยล้า
ข้างนอกปิงเหลียนพูดคุยกับเวิ่นเหลียนเบาๆที่ทางเดิน ไป๋ซีอวิ๋นจึงให้นางเข้ามา
“ท่านโหวกับฮูหยินว่าอย่างไร”
“เรียนท่านซื่อจื่อฮูหยินทำท่าทางไม่พอใจ เพียงบอกว่าท่านโหวจะทำการตรวจสอบแล้วก็ไล่บ่าวกลับมา” ปิงเหลียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เมื่อครู่ระหว่างทางกลับยังได้ยินว่าคนรับใช้พวกนั้นที่ฮูหยินส่งกลับไปเมื่อเช้านี้อานลู่โหวฮูหยินขายออกไปด้วยความโมโห”
อยากปกปิดซ่อนเร้นกลับกลายเป็เปิดเผยให้โลกรู้โดยแท้
ถ้าพวกข้างบนทั้งคู่มีเจตนาดีจะโกรธแค้นอับอายจนขายคนรับใช้เดิมของเรือนชิ่นหยวนที่บงการไม่ได้พวกนั้นได้อย่างไร
ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มเยาะ“เ้าไปอีกรอบ พูดในสิ่งที่ข้าพูดสาวใช้ใหญ่นางนั้นที่รับคำสั่งมาจัดเตรียมห้องพักให้เหมยหลันกับเหมยซานเมื่อครู่ก็ขายพร้อมกันด้วยเถอะถ้าวันนี้นางไม่ทำ วันหน้าข้าก็จะจัดการนาง”
“เ้าค่ะ” ปิงเหลียนขานรับอย่างร่าเริง มองคนสองคนนอนกอดกันบนเตียงรู้สึกเพียงบางทีท่านซื่อจื่อก็ไม่ได้น่ากลัวถึงเพียงนั้นเหมือนในความทรงจำอย่างน้อยบุรุษผู้หนึ่งเต็มใจปกป้องภรรยาของตน อุปนิสัยไม่น่าจะเลวร้าย
ผ่านไปไม่นานอวี้เหลียนนำสมุนไพรกลับมา ซ้ำยังพาท่านหมอหลี่ที่ลั่วหย่งจัดหาให้มาพร้อมกัน
ฉีเมี่ยวหลับไม่รู้ตัวโดยตลอดกลับเป็ไข้เพราะแผลลวกบนหลังเท้า ไป๋ซีอวิ๋นใจนหน้าเหลืองคล้ำสั่งท่านหมอหลี่ตรวจรักษาฉีเมี่ยวโดยไม่ต้องคำนึงถึงอะไรทันทีสุดท้ายรู้ว่าแผลลวกของนางไม่ร้ายแรงตัวร้อนเพียงเพราะร่างกายอ่อนแอหรือใเกินไป คราวนี้ถึงวางใจ
ไป๋ซีอวิ๋นก็ตรวจชีพจรเหมือนกับที่ฉีเมี่ยวตรวจรักษาเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง
ตัดสินใจแล้วไป๋ซีอวิ๋นสั่งท่านหมอหลี่ไปพักผ่อนก่อน ให้พวกสาวใช้ทายาบนาแของฉีเมี่ยวตัวเขาเองพักผ่อนข้างกายภรรยา แทบทุก่เวลาก็จะตื่นมาหนึ่งครั้งครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉีเมี่ยวหลับลึกนางฝันพิลึกกึกกือ