ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 คำสัญญา ทำได้อย่างแน่นอน

            เฉินซานหยวนผู้นี้จะเป็นสายลับหรือไม่?

            เป็นเขาที่สลับเปลี่ยนโสมเล็ก? หรือว่าผู้ที่ลงมือยังมีคนอื่นอีก แล้วเขาไม่รู้เรื่องราว?

            กูเฟยเยี่ยนไม่สามารถตัดสินใจได้ในชั่วขณะ นางเกิดความลังเล ว่านางควรที่จะทำอย่างไรดี? ควรเปิดเผยในตอนนี้เลยหรือควรเงียบเอาไว้ก่อน?

            เฉินซานหยวนรอดูอยู่ กูเฟยเยี่ยนไม่มีเวลาลังเลมากนัก นางตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไม่แหวกหญ้าให้งูตื่นแล้วแสร้งทำเป็นโง่เขลาไปก่อน!

            นางไม่รู้มาโดยตลอดว่าควรที่จะเตือนสติจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยให้ระมัดระวังคนร้ายตัวจริงอย่างไรดี ในตอนนี้มีหลักฐานแล้ว ทุกอย่างล้วนจัดการได้ง่ายขึ้นแล้ว! เฉิงอี้เฟยไม่สามารถเปิดเผยใบสั่งยาแผ่นนั้นได้ และทำได้เพียงตรวจสอบอย่างลับๆ แต่เขาเป็นเพียงแม่ทัพ จะลอบตรวจสอบคนในราชสำนักได้อย่างง่ายดายอย่างนั้นหรือ? สำหรับนายก้อนน้ำแข็งเหม็นนั่น เขาไม่ได้ปรากฏตัวมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว สวรรค์ทราบดีว่าเขายังต้องการที่จะตรวจสอบอีกหรือไม่? นางคิดว่าหากเตี้ยนเซี่ยจะตรวจสอบอู๋กงกงนั้น มันเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก อีกทั้งยังมีวิธีการมากมาย มากกว่านายก้อนน้ำแข็งเหม็นนั่นเสียอีก!

            กูเฟยเยี่ยนเจตนาตั้งใจชำเลืองมองแล้วพยักหน้า “อืม โสมเล็ก ไม่ผิด”

            เฉินซานหยวนตรวจสอบสมุนไพรชนิดถัดไป กูเฟยเยี่ยนยังคงรักษาความระแวดระวังเอาไว้ นางไม่กล้าที่จะไม่เอาจริงเอาจังในการตรวจสอบสมุนไพรสักวินาที สมุนไพรทั้งหมดหลังจากนี้ล้วนไม่พบสิ่งผิดปกติ

            เมื่อตรวจสอบยาเรียบร้อยแล้วกูเฟยเยี่ยนก็ได้นำห่อยาย่าวซ่านออกไปในทันทีแล้วรีบกลับไปที่จิ้งหวางฝู่เพื่อเข้าพบจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย ทางด้านของจวินจิ่วเฉินนั้นพระองค์เพิ่งจะเสด็จมาถึงห้องบรรทมของเทียนอู่ฮ่องเต้ ณ พระราชวังหย่งหมิง

            เทียนอู่ฮ่องเต้ไม่ได้สวมฉลองพระองค์หลงผาว [1] แต่ทรงสวมฉลองพระองค์ซับในสีเหลืองบริสุทธิ์สดใสประทับพิงอยู่บนพระแท่นบรรทม

            พระองค์มีพระชนมพรรษาห้าสิบพรรษาต้นๆ จอนทั้งสองข้างล้วนเป็นสีขาว ไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอาการประชวรหรือไม่ พระองค์ดูจะอายุเยอะมากกว่าความเป็นจริงเสียอีก ทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้แต่สายพระเนตรสงบนิ่งคู่นั้นยังคงแผ่กระจายถึงพลานุภาพอันน่าเกรงขามที่ทำให้ผู้คนเคารพและยำเกรง

            จวินจิ่วเฉินซักถามอาการกับไท่อีอยู่ด้านนอก ก่อนที่จะเสด็จเข้ามาโน้มกายคำนับ “เอ๋อร์เฉินฉิ่งอาน [2] ฟู่หวง”

            สายพระเนตรของเทียนอู่ฮ่องเต้ที่ทอดมองไปที่จวินจิ่วเฉินเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พระองค์ถามด้วยรอยยิ้ม “เฉินเอ๋อร์ เทพเจ้าของวัดต้าฉือดูแลอย่างผ่อนปรนมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถึงได้มอบหมายแพทย์หญิงให้เจ้า? ”

            สีหน้าท่าทางของจวินจิ่วเฉินอ่อนโยนกว่าปกติมากทีเดียว เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ยิ้มออกมา เขาตอบกลับว่า “นางไปที่จวนของเอ๋อร์เฉินเป็นการจัดการที่ดีที่สุดของเทพเจ้าแล้ว ก่อนที่เอ๋อร์เฉินจะจับจิ้งจอกที่อยู่เบื้องหลังตนนั้นได้ ตระกูลฉีและตระกูลเฉิงสองตระกูลนี้ไม่สามารถทำสงครามกันได้เด็ดขาด”

            “ได้ยินมาว่านังหนูคนนี้เพิ่งจะได้รับการเลื่อนขั้นจากบ่าวยามาเป็นแพทย์หญิงเมื่อไม่นานมานี้ นางมีความสามารถมากมายเพียงนี้ การที่อยู่ในห้องยาสำนักหมอหลวงมานานหลายปีเกรงว่าจะถูกกลบมิดชิดแล้ว”

            เทียนอู่ฮ่องเต้ถอดทอนใจด้วยความหดหู่ ทว่าจวินจิ่วเฉินไม่ได้แสดงความคิดอะไร สำหรับใบสั่งยาปลอมของเฉิงอี้เฟยและจดหลายลับในใบสั่งยาที่ค้นพบจากอู๋กงกง เขาล้วนรายงานเทียนอู่ฮ่องเต้ไปตามความเป็นจริง เพียงแต่ว่าไม่ได้เอ่ยถึงรายละเอียดของขั้นตอนทั้งหมด

            “สามเดือน? เจ้าวางแผนที่จะปล่อยเชือกไว้ยาวแค่ไหน?”

            เทียนอู่ฮ่องเต้ทรงถามไปด้วยพร้อมกับตบที่ขอบแท่นบรรทมแสดงเจตนาให้จวินจิ่วเฉินเข้าไปนั่ง หากเปลี่ยนเป็นองค์ชายพระองค์อื่นจะต้องวิ่งมาแย่งชิงกันแน่ ทว่าจวินจิ่วเฉินไม่ได้เข้าไป แต่ประทับลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างแทน

            กล่าวอย่างเข้มงวดได้ว่า นี่คือการขัดต่อรับสั่งขององค์ฮ่องเต้ อย่างไรก็ตามเทียนอู่ฮ่องเต้ทรงชินชาเสียแล้ว สายตาของพระองค์ทอประกายความจำใจ ก่อนที่จะดึงมือกลับไปเก็บที่ผ้าห่มอย่างเบาๆ สำหรับบุตรชายผู้นี้ เขาทั้งตั้งตารอคอยแต่ก็มีความรู้สึกผิด บุตรชายผู้นี้กลับมาหลายปีแล้วมีความสนิทสนมกับเขาและรัชทายาท น่าเสียดายที่ต่อให้สนิทสนมมากเพียงใด แต่ถึงที่สุดแล้วก็ยังมีช่องว่างอยู่ดี

            จวินจิ่วเฉินตอบกลับเบาๆ “เป้าหมายต่อไปของคนร้ายตัวจริงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเอ๋อร์เฉิน การคาดการณ์ตอนนี้คือเชือกเส้นนี้จะไม่ยาวนัก”

            ในขณะที่กำลังพูดคุยกันทันใดนั้นเทียนอู่ฮ่องเต้ก็ได้ไอออกมา จวินจิ่วเฉินรีบร้อนเข้ามาด้านหน้า ทว่าเทียนอู่ฮ่องเต้ยังไม่ทันได้ไอครั้งที่สองก็กระอักเลือดออกมามากมาย ลมหายใจเปลี่ยนมาดังกระชั้นชิด

            จวินจิ่วเฉินตกใจเป็นอย่างยิ่ง “ไท่อี! ”

            ไท่อีรีบเข้ามาถวายยาลูกกลอนแด่เทียนอู่ฮ่องเต้จากนั้นรีบฝังเข็ม จวินจิ่วเฉินยืนดูอยู่ด้านข้าง คิ้วเกิดความเคร่งขรึมและสีหน้ามีความซับซ้อน อาการประชวรของฟู่หวงภายในใจของเขานั้นไม่มีความแน่ใจเลย

            ผ่านไปไม่นานลมหายใจของเทียนอู่ฮ่องเต้ก็ได้มั่นคงขึ้น ไท่อีเตือนสติด้วยความขี้ขลาดตาขาว “ฝ่าบาท พระองค์ควรที่จะพักผ่อนแล้ว”

            “ฟู่หวง พระองค์พักผ่อนก่อน เอ๋อร์เฉินค่อยมาน้อมทักทายในวันอื่น”

            จวินจิ่วเฉินไม่กล้าที่จะอยู่เป็นเวลานาน อาการป่วยของฟู่หวงจริงๆ แล้วรุนแรงมาก เพียงแต่ว่าปกปิดเป็นความลับจากโลกภายนอก เขาไม่แน่ใจว่าฟู่หวงจะสามารถผ่านพ้นปีนี้ไปได้หรือไม่

            “เฉินเอ๋อร์ ร่างกายของฟู่หวง ฟู่หวงรู้ดีที่สุด เจ้านั่งลง ฟู่หวงมีเรื่องจะถามเจ้า”

            ทันทีที่เทียนอู่ฮ่องเต้สะบัดมือ ไท่อีก็ถอยออกไปอย่างรู้ความ บ่าวรับใช้คนอื่นๆ ก็ล้วนถอยออกไปเช่นกัน จวินจิ่วเฉินตกอยู่ในความเงียบไม่ได้ไปไหน เทียนอู่ฮ่องเต้ได้ตบที่นั่งด้านข้างกายอีกครั้งเพื่อแสดงเจตนาให้จวินจิ่วเฉินมานั่งลง สายตาของจวินจิ่วเฉินเกิดความซับซ้อนแต่ก็ไม่ได้ลังเลที่จะไปนั่งลง

            “เฉินเอ๋อร์ หากว่าฟู่หวงจากไปแล้ว ในตอนนั้นเรื่องที่เจ้าสัญญากับต้าหวงซู [3] ยังนับอยู่หรือไม่? ”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาสายตาของจวินจิ่วเฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นซับซ้อนและลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก เขากดลงบนลูกประคำที่อยู่บริเวณข้อมืออย่างเงียบเชียบ ผ่านไประยะเวลาหนึ่งเขาจึงได้ลุกขึ้นตอบกลับมาเสียงทุ้มว่า “ฟู่หวง ไม่ว่าจะเป็นคำสัญญาต่อท่านหรือจะเป็นคำสัญญาต่อต้าหวงซู เอ๋อร์เฉินก็จะทำตาม ฟู่หวงวางใจและรักษาอาการเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

            จวบจนกระทั่งออกมาจากพระราชวังหย่งหมิง นิ้วมือของจวินจิ่วเฉินก็ยังคงกดอยู่บนลูกประคำกลิ่นหอมจากไม้กฤษณาเส้นนั้นมาโดยตลอด ในระหว่างทางกลับจวน เขาล้วนขมวดคิ้วแน่นราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

            ในขณะที่จวินจิ่วเฉินกลับมาถึงจวนก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว เขายังมาไม่ถึงห้องบรรทมก็มองเห็นกูเฟยเยี่ยนมาแต่ไกล กูเฟยเยี่ยนนั่งอยู่บนพื้นต่างระดับด้านหน้าห้องบรรทม แหงนใบหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าในยามราตรี ทั้งเหมือนกำลังดูดวงดาวและเหมือนกำลังรอใครสักคน

            จวินจิ่วเฉินหยุดเดินอย่างฉับพลันแล้วชายตามองท้องฟ้า เขาพบว่าในค่ำคืนนี้ไม่มีดวงจันทร์ ทั่วทั้งท้องฟ้าล้วนเต็มไปด้วยดวงดาว เขาไม่ได้ก้าวเข้าไปแต่ยืนอยู่ที่มุมกำแพงมองกูเฟยเยี่ยนอย่างเงียบๆ

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด จู่ๆ ก็มีเสียงของเซี่ยเสี่ยวหม่านดังขึ้นมาจากด้านข้าง “เตี้ยนเซี่ย พระองค์เสด็จกลับมาแล้ว! ”

            กูเฟยเยี่ยนดีใจเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รีบลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ ทว่ากลับไม่เห็นคนเลย “เตี้ยนเซี่ยเสด็จกลับมาแล้วหรือ? อยู่ที่ไหนล่ะ? ”

            เซี่ยเสี่ยวหม่านเดินมาจากอีกด้านหนึ่งยังไม่ทันได้ส่งเสียงก็ได้รับสายตาดุและเย็นชาจากจวินจิ่วเฉิน เขาตกใจจนไม่กล้าเอ่ยอะไรขึ้นมา เหงื่อซึมไปทั้งศีรษะ จวินจิ่วเฉินก้าวเท้าเข้าไป ทันทีที่กูเฟยเยี่ยนพบเขาก็ได้ก้าวพรวดพราดเข้ามาในทันที “เตี้ยนเซี่ย นู๋ปี้มีเรื่องต้องรายงาน เรื่องใหญ่! ”

            จวินจิ่วเฉินเพิ่งจะกลับมาจึงไม่ทราบเรื่องว่าในวันนี้ที่นางได้เข้าไปในพระราชวังเพื่อรับย่าวซ่าน “เรื่องอะไร? ”

            กูเฟยเยี่ยนลดน้ำเสียงลงแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เตี้ยนเซี่ย ในวันนี้นู๋ปี้ได้เข้าไปรับย่าวซ่านในพระราชวังแล้วพบว่าย่าวซ่านมีพิษ ในเรื่องนี้มีลับลมคมในเป็นอย่างมาก นู๋ปี้ไม่กล้าเอะอะออกไปจึงตัดสินใจโดยพลการนำย่าวซ่านกลับมาก่อน”

            “ย่าวซ่าน? ”

            จวินจิ่วเฉินประหลาดใจเจ็ดส่วน สงสัยอีกสามส่วน

            เขาทราบดีว่าในช่วงเวลานี้คนร้ายตัวจริงจะต้องลงมืออย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าเขาคิดไม่ถึงว่าคนร้ายจะลงมือได้รวดเร็วและสะเพร่าเช่นนี้!

            การลงมือกับย่าวซ่านนั้นเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดเฉียบแหลมที่สุด เพราะว่าง่ายดายต่อการถูกตรวจเจอปัญหา ในขณะเดียวกันก็ง่ายต่อการตรวจสอบถึงสายลับที่เกี่ยวข้องอีกด้วย คนร้ายตัวจริงพลาดพลั้งจากเฉิงอี้เฟยไปแล้วจะต้องมีการเตรียมพร้อมป้องกันอย่างแน่นอน ต่อให้เป็นสุนัขจนตรอกก็ไม่ถึงกับต้องทำงานสะเพร่าเช่นนี้

            เรื่องนี้มีลับลมคมใน

            จวินจิ่วเฉินถามกลับอย่าจริงจัง “ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้น?”

            กูเฟยเยี่ยนรีบร้อนนำห่อยามาเปิดออกแล้วอธิบายเรื่องราวโดยละเอียด “เตี้ยนเซี่ย โสมเล็กแม้ว่าจะล้ำค่า แต่ก็นับได้ว่าพบเจอได้ง่าย ทว่าลิ่วตันซางลู่ไม่ใช่สิ่งที่จะพบได้ง่าย สามสิบปีก็อาจจะไม่ได้พบสักหนึ่งต้น! ต่อให้ห้องยาสำนักหมอหลวงเกิดความผิดพลาดในการจัดซื้อสมุนไพร แต่ก็ไม่ถึงกับจะต้องมีลิ่วตันซางลู่สามต้นอยู่ในใบสั่งยาของเตี้ยนเซี่ย เห็นได้ชัดว่ามีคนเจตนาให้เป็นเช่นนี้ เจตนาวางแผนประทุษร้ายเตี้ยนเซี่ย! ”

            —————————

            เชิงอรรถ

            [1] หลงผาว หมายถึง ชุดลายมังกร

            [2] ฉิ่งอาน หมายถึง น้อมทักทาย

            [3] ต้าหวงซู หมายถึง พี่ชายของฮ่องเต้ ลุงของโอรสฮ่องเต้

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247