13.แม่ทัพหงซือจง
เช้ามืดหนิงหรงเรียกเยี่ยนเฟยไปพบที่ห้องหนังสือ
“คุณหนู”เยี่ยนเฟยก้าวเข้ามาในห้องโค้งคารวะคุณหนูที่ไม่ได้พบมานาน
“วรยุทธเ้าช่างก้าวหน้าได้รวดเร็วนักเกิดอะไรขึ้น”หนิงหรงถาม
“หวงเหวินส่งโอสถฝึกยุทธรวมทั้งรวบรวมเคล็ดวิชาที่ได้จากห้องหนังสือไปให้”
“ช่างมีเพื่อนที่ดีจริงๆ”หนิงหรงแอบอิจฉานิดหน่อยที่เยี่ยนเฟยมีเพื่อนที่ดีเช่นนี้ขณะที่เธอตอนนี้โดดเดี่ยว แม้กระทั่งเยี่ยนเฟยที่เธอ คิดว่าเขาดูโดดเดี่ยวคล้ายเธอยังเอาเื่ที่เธอไม่ใช่หนิงหรงไปรายงานอ๋องฮุ่ยโดยที่ไม่บอกเธอล่วงหน้าสักนิดทั้งๆที่คิดว่าเป็เพื่อน เฮ้อ...ทำไงได้ละจะโทษเยี่ยนเฟยก็ไม่ถูกในเมื่อเขาเป็คนของอ๋องฮุ่ยนี่นา
“รู้เื่ที่อ๋องฮุ่ยนับข้าเป็หลานสาวแท้ๆหรือยัง”
“ขอรับหวงเหวินบอกเเล้ว”เยี่ยนเฟยกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็จำไว้ว่านับแต่นี้ต่อไปข้าคือเ้านายของเ้า หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามเอาเื่ของข้าไปรายงานอ๋องฮุ่ยหรือใครอีก”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าแน่นอนว่าเธอยังเคืองเื่นี้
“ขอรับ”เยี่ยนเฟยก้มหน้า รู้ว่าตัวเองมีความผิด
“ก๊อก ก๊อก”
“ใคร”หนิงหรงถามเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ข้าเอง”เสียงเด็กชายตอบกลับมา
หนิงหรงกลอกตามองฟ้า“เด็กน้อยนี่จะมาไม้ไหนอีก”หนิงหรงพึมพำ
“เข้ามา”หนิงหรงว่า
“แอ๊ด”ประตูถูกผลักเปิดออก
เด็กชายเดินเอามือไขว้หลังแววตาเ็า เมื่อเหลือบมองเยี่ยนเฟย
“เยี่ยนเฟยออกไป”หนิงหรงไล่เมื่อเห็นเยี่ยนเฟยมองเด็กชายตาแขม็ง
“ขอรับ”เยี่ยนเฟยกล่าวขณะยอมออกจากห้องไป
“มีอะไร”หนิงหรงถามในขณะที่ประตูถูกปิด
“ข้า...มาบอกลา”เด็กชายกล่าวขณะนั่งลงตั่งตัวข้างๆ
“อืม”หนิงหรงตอบขณะรินชาอุ่นๆยื่นให้อีกฝ่าย
“เ้า...ชื่ออะไร”วันนี้เฟยหานตงดูพูดจาไม่ค่อยมันใจในตัวเองเท่าไหร่สงสัยว่าเมื่อวานหนิงหรงแกล้งเด็กน้อยมากไปหน่อยทำให้เด็กน้อยหมดความมั่นใจในตัวเองไปบ้าง
“หงหนิงหรงแต่...ต่อไปก็คงจะเป็ฮุ่ยหนิงหรง”
“สกุลฮุ่ย...”เด็กชายพึมพำ
“ใช่สกุลฮุ่ยที่ปกครองอาณาจักรข้าเกิดเป็ลูกแม่ทัพที่ไม่มีความรักให้มารดา สุดท้ายมารดาตายจากถูกอนุของบิดากลั่นแกล้ง สุดท้ายแล้ว ข้าควรจะอยู่กับสกุลฮุ่ยที่เป็ญาติที่แท้จริงมากกว่า”
“เ้าฉลาดที่เลือกสกุลฮุ่ย”เด็กชายกล่าว
คราวนี้หนิงหรงแย้มยิ้มอย่างจริงใจ“ใช่...เลือกอยู่กับฝ่ายที่มีอำนาจปกครองแผ่นดินดีกว่าตกต่ำถูกกดขี่ข่มแหงในจวนแม่ทัพเล็กๆ”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ยิ่งสมควรเลือกเป็สะใภ้สกุลเฟยอาณาจักรเฟยยิ่งใหญ่เข้มแข็งกว่าทุกอาณาจักร”
หนิงหรงกลอกตามองฟ้าขอถอนคำพูดที่ว่าเ้าหนูนี่ขาดความมั่นใจในตัวเอง
“ทำไมเ้ายังดึงดันให้ข้าเป็ภรรยาเ้ารู้หรือเปล่าว่าภรรยาคือสิ่งใด”หนิงหรงถอนหายใจเด็กหกขวบก็คือเด็กวันนี้เขาอาจยืนยันเพราะความไม่รู้ วันหน้าเมื่อเขาโตขึ้นความคิดเปลี่ยน เขาย่อมเปลี่ยนใจ บางทีอาจจดจำคำพูดของตนไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ข้ารู้ว่าภรรยาคือผู้ที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้า จนตายจากกันไปข้างหนึ่ง เพราะชะตาทำให้เราพบกัน”เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงจิงจัง“เพราะข้าเลือกเ้า และต้องเป็เ้าเท่านั้นที่จะเป็ภรรยาข้า”
หนิงหรงถอนหายใจหากว่ามีชายหนุ่มหล่อเหล่ามาพูดจาเช่นนี้ใส่เธอต้องดีใจและหวั่นไหวแน่แต่เขาเป็แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง
“เฟยหานตง เ้าจงจำคำของข้าเอาไว้ให้ดี”หนิงหรงวางถ้วยชาลงจ้องหน้าเด็กชายอย่างจริงจัง
“การที่คนเราจะเป็สามีภรรยากันย่อมต้องมีความรักเป็พื้นฐานและการที่ข้าจะเป็ภรรยาต้องเกิดจากความสมัครใจของข้าเท่านั้นหากข้าไม่เต็มใจไม่ว่าใครก็บีบบังคับข้าเป็ภรรยาไม่ได้”หนิงหรงกล่าว
“แต่คนมากมายแต่งงานตามคำสั่งบิดามารดาไม่จำเป็ต้องมีความรัก ไม่จำเป็ต้องสมัครใจ”เด็กชายกล่าวถึงความจริงที่เกิดขึ้น
หนิงหรงถอนหายใจอีกครั้ง“ความจริงในสังคมอาจเป็เช่นนั้น แต่ไม่ใช่กับข้าหงหนิงหรงผู้นี้”นางกล่าวด้วยท่าทางและแววตาเด็ดเดี่ยวที่จะฝังลึกอยู่ในใจของเด็กน้อยอีกนานหลายปี
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ไม่เต็มใจเป็ภรรยาข้า”เด็กชายกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
“แน่นอนว่าไม่...”หนิงหรงตอบโดยไม่ต้องคิด
“เพราะว่าข้าเด็กและไม่หล่อเหลาเหมือนเยี่ยนเฟยหรือ”เด็กชายถามอย่างตรงไปตรงมา
“ถูกต้องเ้ายังเด็กเด็กเกินกว่าที่ข้าจะคิดเื่ความรักกับเ้าได้และใช่ข้าชอบคนหน้าตาดี”หนิงหรงยอมรับ
“ถ้าเช่นนั้นเ้าชอบเยี่ยนเฟยหรือจะเลือกเขาเป็สามีหรือ”เด็กชายถามน้ำเสียงเริ่มเ็า คล้ายเริ่มหงุดหงิด
คราวนี้นางััได้ว่าทุกคนที่อยู่หน้าห้องล้วนเงี่ยหูทั้งใจฟังทั้งราชันยอดยุทธฝาแฝด ทั้งเยี่ยนเฟยและเสี่ยวเมิ่ง
หนิงหรงแทบจะหลุดหัวเราะออกมาขณะฉีกยิ้ม“ข้าชอบชายรูปงามแบบเยี่ยนเฟยจริง”
เสียงสูดหายใจของคนที่อยู่หน้าห้องทั้งสี่ดังขึ้น“แต่ว่า...ข้ายังเด็ก เื่สามีข้ายังไม่คิด รอข้าโตกว่านี้อีกสิบกว่าปีข้าค่อยเลือกสามี”หนิงหรงได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนหน้าห้องและเสียงถอนหายใจจากเด็กชาย
“ถ้าเช่นนั้น เมื่อข้าโตขึ้นข้ายังมีโอกาสที่เ้าจะเลือกข้าเป็สามีหรือเปล่า”เด็กชายเอียงคอถามดูไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
คนนอกห้องสี่คนเองก็ดูจะใจจดใจจ่อรอฟังคำพูดนาง
“ข้าจะไม่บอกปัดเ้า”หนิงหรงกล่าว“ข้าไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นสกุลเฟยเป็สกุลใหญ่ย่อมเป็ตัวเลือกที่ดีหากว่าข้าชื่นชมในอำนาจยศฐา”
เด็กชายยิ้มอย่างยินดีกับสิ่งที่ได้ยินทว่าคำพูดต่อมาของหนิงหรงทำให้เด็กชายต้องขมวดคิ้ว
“ถึงแม้ว่าข้าจะชื่นชอบชายหนุ่มรูปงามแต่เมื่อข้าเลือกสามีบางทีเขาอาจเป็แค่ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ ไม่มีอำนาจยศฐาใดๆก็ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวาสนา”หนิงหรงยิ้มอย่างจริงใจไม่ว่าใครในโลกก็ใช่ว่าจะได้ในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบเสมอไปยิ่งเื่คนรักคู่ครองด้วยแล้ว ต่อให้เราวางคุณสมบัติของคู่ครองไว้สูงไหนพอถึงเวลาจริงอาจไม่ได้ในแบบที่เรา้า
“ข้าไม่เข้าใจ”เด็กชายตอบ
“จำคำพูดข้าไว้ก็พอวันนึงโตขึ้นเ้าจะเข้าใจเอง”หนิงหรงตอบน้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างมีเมตตาถึงยังไงเฟยหานตงก็ยังเด็ก
“แต่ถึงยังไง อนาคต หนิงหรงเ้าต้องเป็ภรรยาของข้า เฟยหานตงผู้นี้”เด็กชายประกาศอย่างอหังการ์
หนิงหรงถอนหายใจ ยกธงขาวยอมแพ้ไม่อยากเถียงกับเด็กน้อยอีก
“ข้าจะให้เสี่ยวเมิ่งไปทำกับข้าวให้พวกเ้ากินก่อนพวกเ้ากินข้าวแล้วค่อยออกเดินทางเถอะ”หนิงหรงกล่าว
“แล้วเ้าไม่กินหรือ”เฟยหายตงถาม
“ข้าจะใช้เวลาฝึกฝนร่างกายก่อนค่อยกลับมากินทีหลัง”ถ้ากินก่อนแล้วไปออกกำลังกายคงได้จุกตายพอดี
“ถ้าเช่นนั้นหลังจากนี้ไปเราคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกนานหลายปี”เด็กชายกล่าว “จนกว่าจะถึงเวลาข้ารู้ว่าคนฉลาดอย่างเ้า สุดท้ายแล้วต้องไปที่อาณาจักรเฟยเพื่อเข้าเรียนแน่”เด็กชายถอดสร้อยคอตัวเองออกแล้วยื่นให้หนิงหรง
มันเป็จี้หยกสีดำลวดลายัแกะเป็สามมิติขดตัวนอนหลับร้อยด้วยเชือกสีดำเส้นนึง
“ของสิ่งนี้ข้ามอบให้เ้ายืนยันคำพูดว่าข้าเลือกเ้าเป็ภรรยา หากไปอาณาจักรเฟย้าความช่วยเหลือเ้าก็แสดงสิ่งนี้ให้จวนว่าการในเมืองหลวงดูหากว่าเ้าไม่้าเป็ภรรยาข้าในอนาคตเมื่อเ้าพบข้าแล้วเ้าก็คืนมันให้ข้าได้”
หนิงหรงยื่นมือออกไปรับแน่นอนว่าสกุลเฟยมีอำนาจที่สุดในอาณาจักรเฟยวันนึงนางอาจ้าความช่วยเหลือ หนำซ้ำของนี่แม้รับไว้จะเป็พันธะผูกพันแต่เมื่อคืนพันธะย่อมจบลง ไม่รับไว้ก็โง่เต็มทนแล้ว
“หากวันนึงเ้า้าหยกนี่คืนแต่เ้าหาข้าไม่พบ ก็ส่งคนไปแจ้งที่จวนอ๋องฮุ่ยว่ามีคน้าหยกจากข้าคืนถึงเวลาข้าจะรู้ข่าว และจะส่งคืนให้อย่างไม่บิดพริ้วเช่นกัน”หนิงหรงกล่าว
“ของสิ่งนี้สำคัญมากเ้าต้องเก็บรักษาให้ดี ห้ามมอบให้ใครเด็ดขาดเพียงให้พวกเขาดูเท่านั้น”เฟยหานตงทำสีหน้าจริงจังเน้นย้ำ
ขณะที่ราชันยอดยุทธทั้งสองสูดหายใจเสียงดัง
หนิงหรงเริ่มรู้สึกว่าของสิ่งนี่อาจมีค่าควรเมืองจนแทบมือสั่น
“ได้ข้าจะรักษายิ่งชีวิต”หนิงหรงกล่าว
“ไม่!”เด็กชายปฎิเสธเสียงดังจนหนิงหรงผงะ“ถึงของสิ่งนี้จะสำคัญ แต่ชีวิตเ้าสำคัญยิ่งกว่า”เด็กชายกล่าว
ทว่าราชันยอดยุทธที่แอบฟังทั้งสองคนสบตากันแอบหลั่งเหงื่อของชิ้นนั้นสำคัญยิ่ง! ชี้เป็ชี้ตายคนได้เลย นายน้อยมันกลับกล่าวว่า ชีวิตเด็กหญิงมีค่ามากกว่านี่พวกเขาควรจะตื้นตันที่นายน้อยเห็นค่าในชีวิตคนหรือร้องไห้ดี ในเมื่อมีกฎว่าผู้ตรานี้หากทำตราเสียหายหรือสูญหายจะถูกฆ่าล้างตระกูล...
“เอาละ ขอบใจมากถ้าไม่จำเป็ข้าจะไม่ใช้มันเด็ดขาด เ้าออกไปได้ ขอให้โชคดี”หนิงหรงไล่เด็กชาย
“อืมแล้วพบกัน”เด็กชายกล่าวขณะลุกยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ประตูถูกราชันยอดยุทธเปิดออกให้อย่างรู้ใจเ้านาย
“เสี่ยวเมิ่งไปเตรียมอาหารให้คุณชาย”หนิงหรงสั่ง เสี่ยวเมิ่งย่อกายคารวะแล้วเดินไปทางห้องครัว
ชีวิตหนิงหรงยังคงดำเนินไปตามปกติเด็กชายจากไปพร้อมกับราชันยอดยุทธหนิงหรงเรียนวรยุทธจนถึงเวลาเที่ยงได้ยินเสียงเท้าคนแปลกหน้ามาเยือน
“คุณหนูเ้าค่ะแม่ทัพหงซือจงมาเ้าคะ!”เสี่ยวเมิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
หนิงหรงที่กำลังทานข้าวอยู่ขมวดคิ้ว“เชิญท่านแม่ทัพมาทานอาหารเที่ยงด้วยกัน”หนิงหรงกล่าวไม่คิดจะลุกออกไปต้อนรับทำให้เสี่ยวเมิ่งที่มีท่าทีแตกตื่นชะงักไป
“ยังไม่ไปอีก”หนิงหรงกล่าวเสียงราบเรียบเริ่มอารมณ์ไม่ดีที่มีคนมาขัดเวลากินข้าว
“เ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งรับคำเธอลืมไปว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ใช่หงหนิงหรงผู้อ่อนแอที่หวาดหลัวแม่ทัพหงซือจงผู้เป็บิดา แต่เป็หลานสาวสกุลฮุ่ยที่มีท่านอ๋องหนุนหลังซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับแม่ทัพหงซือจง
“ฮึ!”หนิงหรงทำเสียงไม่พอใจขณะเพิ่มความเร็วในการกินอาหารเพราะเกรงว่าจะกินไม่ลงเมื่อพบหน้าบิดาของเ้าของร่างนี้
หนิงหรงได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเดินตรงมายังห้องนอนของเธอ
วินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับชายหนุ่มรูปงามผิวขาวเหลืองออกไปทางคล้ำแดดรูปร่างสูงใหญ่บึกบึก ใบหน้าดุดันสวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มที่ทำจากผ้าเนื้อดีปักไหมสีเงินดูหรูหราใบหน้าดูอ่อนเยาว์คล้ายคนอายุยี่สิบกว่าทั้งๆที่อายุใกล้จะสี่สิบเข้าไปแล้วเป็ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาองอาจสมชายชาตรียิ่ง
หนิงลงวางช้อนในมือลง ลุกขึ้นยืนย่อกายคารวะอีกฝ่ายแต่ไม่กล่าววาจาใดๆทั้งสิ้นแววตาของนางมีแต่ความเรียบเฉยไร้อารมณ์
แม่ทัพหงซือจงที่ตั้งใจจะมาอาละวาดใส่บุตรีผู้เนรคุณกล้ากล่าวร้ายบิดาต่อหน้าท่านถางอี้เหริน และทุบตีบ่าวไพร่ที่กล่าวตักเตือนมีอันต้องชะงักเมื่อเห็นท่าทีที่วางตัวไม่สูงส่ง ไม่ต่ำต้อย หนำซ้ำยังมีใบหน้าเรียบเฉยที่ยากจะคาดเดาอารมณ์แววตาห่างเหินนั่นอีก ถึงเขาจะไปเยี่ยมเยียนธิดาผู้นี้น้อยครั้ง นับั้แ่นางเกิดสิ่งที่เขาจำได้คือเมื่อนางเริ่มรู้ความนางจะมีท่าทีหวาดกลัวและอ่อนแอเท่านั้นที่แสดงออกให้เขาเห็น
‘คนผู้นี้ใช่บุตรีของข้าแน่หรือ’หงซือจงสงสัย หากว่าหงหนิงหรงมีลักษณะเช่นนี้ั้แ่แรกเขาคงไม่นึกรังเกียจธิดาผู้ดูเข้มแข็ง ท่าทางไม่เหรงกลัวผู้ใดคนนี้แน่นอนเกิดเป็คนจวนแม่ทัพสมควรองอาจกล้าหาญ มิใช่อ่อนแอขี้กลัว
“วันนี้อากาศร้อนเชิญท่านดื่มชาดับกระหาย และทานอาหารก่อนเ้าคะ”หนิงหรงผายมือเชิญด้วยลักษณะท่าทางราวกับผู้ใหญ่
“เสี่ยวเมิ่งตักข้าวให้ท่านแม่ทัพ”หนิงหรงสั่งอย่างไหลรื่น ไม่ยอมให้แม่ทัพได้มีเวลาเปิดปาก
“เ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งรับคำขณะรีบตักข้าววางไว้บนโต๊ะ
ท่านแม่ทัพมองหนิงหรงอยู่ครู่นึงวันนี้อากาศร้อนมากจริงๆถึงอยากไรพอเขาเลิกประชุมขุนนางเช้าก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบ้านโดยที่ยังไม่ได้ทานอะไร ‘ช่างเถอะกินก่อนแล้วค่อยเอาเื่จากนางก็ได้’ท่านแม่ทัพคิด
“น้ำชาเ้าคะ”หนิงหรงเทน้ำชาที่หอมกรุ่นยื่นให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึก
“เฮอะ!”เเม่ทัพรับชามากระดกรวดเดียวดับกระหาย
หนิงหรงเทน้ำชาให้อีกถ้วยแล้วกลับไปนั่งที่เดิมรอแม่ทัพลงมือทานอาหารอย่างสงบ
แม่ทัพผู้เริ่มรู้สึกหิวตัดสินใจหยุดพักทุกเื่ไว้ชั่วคราวเมื่อกลิ่นอาหารและข้าวสวยหอมกรุ่นโชยเข้าจมูกเมื่ออาหารเข้าปาก เขารู้ทันทีว่าวัตถุดิบรสชาติสดใหม่ ทำให้อาหารรสชาติดียิ่งขึ้นเสี่ยวเมิ่งทำอาหารได้รสชาติดียิ่ง ดูท่าแล้วหนิงหรงคงได้ทานอาหารรสเลิศเช่นนี้ทุกวันพ่อครัวที่จวนยังฝีมือไม่ดีเท่าเสี่ยวเมิ่ง แต่เขาเป็ทหารรสชาติอาหารแค่พอทานได้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็ต้องรสชาติดีเหมือนเหลาสุรา หรือภัตตาคาร
เขาสังเกตว่าท่าจับตะเกียบและลักษณะท่าท่างยามทานอาหารของหนิงหรงไม่ได้ดูเรียบร้อยนิ่มนวลเหมือนเมื่อก่อนนักถึงแม้นางจะทานได้เรียบร้อยแต่ไม่คล้ายคุณหนูผู้ถูกฝึกมาอย่างดีแม้เขาจะไม่โปรดปรานธิดาคนนี้แต่ก็หาคนมาสอนมารยาท และการศึกษาให้อย่างดี
แม่ทัพหงซือจงเผลอขมวดคิ้ว หากเป็เมื่อก่อนหนิงหรงจะต้องตัวสั่นหวาดกลัวเมื่อเขาขมวดคิ้วทว่านางกลับนิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา นางดูเปลี่ยนไปไม่น้อย
“เ้าหายป่วยแล้วหรือ”หงซือจงถามแอบสังเกตท่าทางของนางไปด้วย
“หายแล้วเ้าคะ...ข้าฝึกยุทธเดินลมปราณฝึกพื้นฐานร่างกาย สุดท้ายจึงหายดี”หนิงหรงแอบเหยียดยิ้มในใจ ขณะที่ใบหน้ายังแสร้งทำเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ เธอไม่เชื่อว่าคนผู้นี้จะเป็ห่วงหนิงหรงจริงๆ
“ได้ข่าวว่าภายในเวลาสองเดินวรยุทธเ้าก็ก้าวหน้าถึงระดับสามแล้วหรือ”เขาสงสัยที่พ่อบ้านพูดอยู่เหมือนกันว่าคนอ่อนแอเช่นหนิงหรง มีวรยุทธแค่ระดับสามเหตุใดจึงตีพ่อบ้านที่มีพลังยุทธระดับหกจนยับเยินได้ทีแรกเขาก็นึกสงสัยว่านางอาจจะให้องค์รักษ์ลงมือแต่พ่อบ้านคงถูกตีจนเลอะเลือนหาว่าหนิงหรงลงมือ
หนิงหรงเหยียดยิ้มเย็นเยียบ ‘นั่นไงละเจตนาของคนผู้นี้แค่เปลี่ยนจากอาละวาดมาเลียบเคียงถามแทน’
ในแบบที่แม่ทัพหงซือจงเห็นยังอดรู้สึกหนาวเยือกไม่ได้คนตรงหน้าไม่คล้ายบุตรีผู้อ่อนแอของเขาเลยสักนิด
“ตอนที่ข้าลงมือสั่งสอนบ่าวที่กล้าถุยน้ำลายใส่เ้า ด่าว่าข้าเป็ขยะที่ไม่อาจชูคอขึ้นมาได้หนำซ้ำยังหาว่าข้าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน ตอนนั้น พลังยุทธก็ก้าวขึ้นสู่ระดับสี่แล้ว”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเจือด้วยจิตสังหารรุนแรง
จนแม่ทัพหงซือจงผู้เคยผ่านการฆ่าฟันมาก่อนเกิดความรู้สึกเืในกายร้อนระอุตอบรับจิตสังหารรุนแรงที่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นน่าท้าสู้ยิ่งนักแววตาของแม่ทัพวาวโรจน์อย่างกระหายเื
เมื่อหนิงหรงยกชาขึ้นจิบจิตสังหารก็ค่อยๆหายไป
แม่ทัพหงซือจงรู้สึกตัวขึ้นมาก็ประหลาดใจอย่างยิ่งเหตุใดธิดาผู้ไม่เคยผ่านการฆ่าฝันจึงมีจิตสังหารรุนแรงราวกับผู้เคยผ่านสมรภูมิเืมานางเพิ่งจะสี่ขวบเท่านั้น และไม่เคยได้ก้าวออกจากจวนเลยสักก้าว...
ดูท่าแล้วพ่อบ้านผู้นั้นคงทำอะไรเกินเลยอย่างที่หนิงหรงบอกเด็กที่อ่อนแอขี้กลัวเช่นนางกลับกลายเป็คนน่ากลัวขึ้นมาเกรงว่านางคงโกรธแค้นที่ตัวเองถูกพี่ชายต่างมารดาใช้สัตว์อสูรโยนลงสระเกือบตายและถูกแม้กระทั่งพ่อบ้านซึ่งเป็บ่าวชั้นต่ำคนนึงรังแก
เขาตัดสินใจปล่อยผ่านเื่นี้ก่อนชั่วคราวถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่าพ่อบ้านผู้นี้เป็คนอย่างไรแต่เพราะซื่อสัตย์ทำงานดีไม่คดโกง แม้จะโอหังไปบ้าง เขาก็ยังหลับหูหลับตายอมเลี้ยงไว้
“แล้วเื่ที่เ้ากล่าวว่าข้าไม่รู้จักความต่อหน้าท่านถางอี้เหรินจริงหรือไม่”หงซือจงทำเสียงต่ำแทบจะคำราม น่าโมโหนางเด็กนี่ถึงกลับปากกล้าตำหนิเขาผู้เป็บิดา
“เกรงว่าท่านคงลืมไปว่าท่าอาจารย์ถางอี้เหริน รับคำสั่งแค่ฮ่องเต้เท่านั้นขนาดอ๋องฮุ่ยเองยังไม่กล้าออกคำสั่งต่อท่านอาจารย์ท่าน้าให้คนผู้นั้นโมโหจนคิดเอาเื่สกุลหงหรือ”หนิงหรงถามเสียงเย็นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเขาปาก
หงซือจงที่กำลังโมโหอยู่ถึงกับชะงักใช่เเล้ว เขาดีใจมาก เป็ครั้งแรกที่ได้ยินว่าถางอี้เหรินยอมสอนพลังยุทธเป็การส่วนตัวจึงให้พ่อบ้านถือโอกาสมาเชิญท่านถางอี้เหรินไปสอนบุตรชายทั้งสองของตนด้วยเขาดีใจจนลืมไปว่าถางอี้เหรินแห่งสกุลถาน เป็สหายสนิทของฮ่องเต้หนำซ้ำยังเป็ตระกูลเก่าแก่ที่รับใช้ราชสำนักมายาวนาน มีอำนาจในมือมั่นคงยิ่งหากตระกูลหงคือตระกูลทรงอำนาจรองจากตระกูลฮุ่ย ถ้าเช่นนั้นตระกูลถานก็คือตระกูลในเงามืดที่กุมอำนาจทหารเคียงข้างฮ่องเต้
สกุลถานทำการฝึกสอนที่สำนักฝึกหลวงมาหลายชั่วอายุคนมีลูกศิษย์มากมายทั่วอาณาจักร โดยเฉพาะเหล่าทหารที่จัดอยู่ในกลุ่มคนอัจฉริยะถานอี้เหรินมีลูกศิษย์มากมายในทุกกรม กอง ทุก สำนักงานราชการ
หนิงหรงเหลือบมองชายโง่เขลาผู้นี้แล้วเหยียดยิ้ม“หากข้าไม่พูดเช่นนั้นเกรงว่าแม่แต่ตัวข้าเอง อาจจะไม่ได้เรียนวรยุทธกับท่านอาจารย์ต่อ...ข้ายังจำได้ว่าท่านอาจารย์โมโหถึงขั้นกล่าวว่า ท่านรับคำสั่งแค่จากฮ่องเต้เท่านั้นหรือว่าพ่อบ้านไม่ได้บอกท่าน”หนิงหรงยิ่งมองยิ่งสะใจที่เห็นคนผู้นี้หน้าซีด
“ปัง!”ท่านแม่ทัพตบโต๊ะจนน้ำชาบนโต๊ะกระเฉาะขณะที่ใบหน้าเขียวคล้ำ “เรียกพ่อบ้านมา!”แม่ทัพตวาดเสียงดัง
ไม่นานพ่อบ้านก็เดินเข้ามาโค้งคารวะยืนค้อมตัวอย่างมีมารยาทขณะเหลือบมองหนิงหรงส่งสายตาเยาะเย้ยให้เหมือนกับจะบอกว่าเ้าตายแน่
“เพล้ง!”
“เฮือก!”พ่อบ้านสะดุ้งเมื่อท่านแม่ทัพปาถ้วยน้ำชาใส่พื้นแตกละเอียดใบหน้าทะมึงถึง
“ยังมีหน้ามาอวดดีต่อหน้าข้าอีก”ท่านแม่ทัพตวาดนึกโมโหที่อีกฝ่ายยังกล้า เหลือบมองบุตรีเขาด้วยแววตาเช่นนั้นต่อให้เห็นหนิงหรงเป็ขยะแต่ต่อหน้าเขาไม่เคยมีใครกล้าอวดดีแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
พ่อบ้านคุกเข่าหมอบกับพื้นเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติคนที่แม่ทัพจะจัดการไม่ใช่หนิงหรงแต่เป็เขาต่างหาก!
‘นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นทำไมทุกอย่างกลายเป็แบบนี้ได้’พ่อบ้านคิดด้วยความงุนงง
หนิงหรงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเ็าเข้าใจแล้วว่า แม้หนิงหรงจะเป็ขยะในสกุลก็จริงแต่ต่อหน้าท่านแม่ทัพท่านแม่ทัพไม่อนุญาตให้ใครแสดงออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็ธิดาของท่านแม่ทัพ
‘ฮึ คนผู้นี้ยังไม่นับว่าเลวร้ายจนเกินไปนัก’หนิงหรงคิด เท่าที่รู้มาอย่างน้อยอยู่ในจวนหงหนิงหรงก็ได้รับความสุขสบายทุกอย่างที่คนเป็คุณหนูพึงจะได้มีเพียงแต่ต้องทนรับสายตาดูกถูกจากบ่าวไพร่บ้าง หรือความเ็าบ้างทว่าไม่เคยถูกใครรังแกจริงๆสักครั้งเธอไม่รู้ว่าที่แม่ทัพทำแบบนี้เพราะยังเห็นหนิงหรงเป็บุตรีหรือเพราะเห็ยว่าอำนาจของสกุลฮุ่ยล้นฟ้าจนไม่กล้าสร้างความแค้นกับสกุลฮุ่ยน่าเสียดายที่หงหนิงหรงผู้นั้นอ่อนแอไม่รู้จักลุกขึ้นสู้ หาไม่แล้ววันนี้บ้านอนุต้องเป็ฝ่ายถูกย่ำยีเเทน