"หลันเอ๋อร์ อันตรายลูก!"
หานซื่อพาหลานสาวออกมา ก็เจอคนแปลกหน้าหลายคน มายืนอยู่ตรงหน้าบ้าน ทั้งหมดเป็บุรุษสวมชุดสีดำ ด้วยความกลัวนางจึงรีบรวบตัวหลานสาวเอามากอดไว้แนบอก ด้วยความใ ในใจก็ครุ่นคิดว่าหรือจะเป็คนของ ซูเม่ยส่งมาทำร้ายนางกับลูก
"ท่านอาหญิงเล็กขอรับ ข้าหรงอวี่ หลานชายของท่านอาหญิงเองขอรับ ท่านพ่อส่งเรามาหาท่านอาที่นี่"
หานหรงอวี่ เห็นอาการของท่านอาหญิงก็เข้าใจ เขาจึงรีบเดินออกจากขบวน เพื่อเดินมาหานางก่อนที่นางจะวิ่งหนีไปก่อน
ร่างที่กำลังอุ้มหลานสาวตัวน้อยเข้าไปหลบในบ้านหยุดชะงักลง หันไปมองก็พบว่า เขามีใบหน้าคล้ายพี่ชายของนางอยู่เจ็ดส่วน ภาพหลานชายอายุ 6 หนาว ที่นางเคยเห็นเขาตอนเป็เด็กที่ผุดขึ้นมา หลานชายของนางจริง ๆ
"อวี่เอ๋อร์หรือ!? เ้ามาได้อย่างไรกัน"
"หลานคารวะท่านอาหญิงขอรับ" หานหรงอวี่รีบสาวเท้าเร็วๆ เดินมาหานางใกล้ๆ แล้วก็ทำความเคารพนางทันที
"ท่านอาหญิงข้าหรงชาง หลานชายคนเล็กของท่านขอรับ"
"ชางเอ๋อร์ อาไปหาเ้าตอนนั้นเ้ายังเดินไม่แข็งแรงเลย ไม่นึกว่าจะเติบโตมา หล่อเหลาถึงเพียงนี้" หานซื่อดีใจที่ได้เห็นหน้าหลานชายอีกครั้ง การที่หลานชายมาหานางที่นี่ได้ ต้องหมายความว่า พี่ชายของนางรู้เื่ทั้งหมดแล้วกระมัง
"ท่านอาหญิงขอรับ ท่านพ่อรู้เื่ทุกอย่างหมดแล้ว จึงสั่งให้เราสองคนมาดูแลท่านอาหญิงกับญาติผู้พี่ที่นี่ พวกเราเลยไปรับหมอหลี่อาน มาดูอาการของพี่ชายด้วยเลย ตอนนี้เขารออยู่ในรถม้าขอรับ"
หานหรงอวี่ บอกนางคร่าวๆ ว่าเขาพาหมอประจำตระกูลมากด้วย หมอหลี่อานผู้นี้มีความสามารถด้านการรักษามาก ไม่ว่าโรคอะไรเขาล้วนรักษาได้เกือบทั้งหมด เป็เพราะท่านพ่อมีโอกาสช่วยชีวิตเขา ทำให้หมอหลี่อานยอมมาเป็หมอประจำตระกูล ทำให้หลายคนถึงกับอิจฉาตระกูลหานมากมาย ที่มีหมอเก่งกาจขนาดนี้ยอมมาอยู่ในตระกูล
"ตายจริง อาดีใจจนเสียมารยาทแล้ว อวี่เอ๋อร์ ชางเอ๋อร์ รับเชิญทุกคนเข้าบ้านก่อนเร็วเขา เดี๋ยวอาหาอะไรให้กินก่อน เดินทางมาเหนื่อยๆ คงไม่ได้กินอะไรมากันกระมัง"
คราวนี้นางเพิ่งจะนึกได้ว่า ด้านหลังของหลานชายยังมีคนอีกหลายคน ดูท่าทางอ่อนล้ามากทีเดียว คงเร่งเดินทางมาหานางที่นี่กระมัง จึงเชิญชวนให้ทุกคนเข้าบ้านก่อน ส่วนกลุ่มทหารผู้ติดตามมา 6 คน นางให้ไปพักที่บ้านหลังเดิมก่อน เพราะบ้านหลังใหม่มีเพียง 4 ห้องนอนเท่านั้น มีห้องของหานหนานกงกับกุ้ยเหมย ห้องของนางกับหลานสาว อีกสองห้องให้หลานชายทั้งสองคนนอนห้องเดียวกัน และอีกห้องให้หมอหลี่อานพักก็ครบหมดแล้ว
"รบกวนท่านอาหญิงแล้ว พวกเ้าไปพักที่บ้านหลังนั้นที่ท่านอาหญิงบอกก่อน อาบน้ำเสร็จแล้วค่อยกลับมาที่นี่"
"ขอรับท่านรองแม่ทัพ" ทหารทั้งหมดทำความเคารพหานหรงเหลียน แล้วก็ขนสัมภาระของตัวเองเข้าไปในบ้านหลังเล็กทันที
หานหรงอวี่สั่งการเสร็จ ก็ช่วยน้องชายพยุงตัวหมอหลี่ เพราะพวกเขาต้องเร่งเดินทาง หมอหลีที่อายุมากแล้วก็ถึงกับเดินไม่ไหว ท่าทางเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะปล่อยให้เดินเอง
"พักห้องนี้ก่อนนะ ในนั้นมีห้องอาบน้ำ เดี๋ยวอาจะไปทำอะไรให้กินก่อน"
"ขอบคุณขอรับท่านอาหญิง หลานไม่เกรงใจแล้ว ตอนนี้หิวมากเลยขอรับ"
หานหรงชางบอกด้วยน้ำเสียงขี้เล่นตามปกติ เขาเป็คนเข้ากับคนง่าย ทำให้หานหรงเหลียนรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย หากบุตรชายของนางรู้จักออดอ้อนแบบนี้บ้างก็คงจะดี แต่ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโต พอจำความได้หานหนานกงก็เป็คนพูดน้อย ชอบเก็บตัวมาั้แ่เด็ก นี่อาจจะเป็สาเหตุให้จ้าวเต๋อบิดาของเขาถึงได้รักลูกชายคนอื่นมากกว่าเขามาตลอด
"ได้เลย เดี๋ยวอาจะทำให้เยอะเลยนะ ท่านหมออุตส่าห์มาช่วยรักษาบุตรชายของข้าถึงที่นี่ ครั้งนี้ต้องรบกวนท่านหมอแล้ว ขอบคุณท่านหมอนะเ้าคะ"
ประโยคสุดท้ายหานซื่อหันไปพูดกับหมอประจำตระกูลที่เข้ามาตอนที่นางออกเรือนไปแล้ว จึงไม่ค่อยได้รู้จักสนิทสนมกันมากนัก เคยเห็นครั้งเดียวตอนที่นางกับลูกชายกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็ผ่านมาเป็สิบปีแล้ว
"ฮูหยินอย่าได้เกรงใจ ข้ายินดีที่ได้ช่วยเหลือท่านแม่ทัพแล้วก็ครอบครัวของท่านแม่ทัพอยู่แล้ว ข้าขอเวลาพักผ่อนไม่นาน แล้วจะได้ตรวจอาการของคุณชาย ตอนนี้คงต้องรบกวนฮูหยินเื่ที่พักขอรับ"
"ท่านหมอพักอยู่ห้องใกล้กับห้องออกกำลังกายของกงเอ๋อร์ก็แล้วกัน ตอนนี้ลูกสะใภ้ของข้ากำลังรักษาอยู่ จากที่กงเอ๋อร์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ตอนนี้เขาก็เริ่มดีขึ้นมากเลยทีเดียว หากมีท่านหมอหลี่มาช่วยดูแลกงเอ๋อร์ด้วย คราวนี้เขาต้องหายดีแน่นอน"
"นางเป็หมออย่างนั้นหรือขอรับฮูหยิน"
"นางไม่ใช่หมอหรอก นางเพียงแค่เคยเห็นการรักษาแบบนี้เท่านั้น นางก็เลยลองเอามาดูแลกงเอ๋อร์ เอาไว้ให้หมอหลี่เจอนางแล้วถามนางเองแล้วกัน เื่รายละเอียดความเป็มา ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าทำอาหารเสร็จแล้วจะมาเรียกอีกครั้ง"
หานซื่อบอกยิ้มๆเมื่อเห็นดวงตาเป็ประกายของหมอหลี่ ผู้ที่ชื่นชอบเรียนรู้การแพทย์แบบต่างๆ จนถึงขั้นหมกมุ่นอย่างที่พี่ชายของนางเคยพูดเอาไว้จริง ๆว่าเขาเป็คนคลั่งไคล้วิชาแพทย์ทุกแขนงเลย
พอได้ยินคำว่ามีคนรู้วิชาแพทย์เขาซึ่งเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษามาเกือบทั้งชีวิต ก็อยากจะไปพบนางเร็วๆ ครั้นรู้ตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพไหน จึงเปลี่ยนเป็ขอบคุณหานซื่อเื่ที่พักแล้วก็ขอตัวเข้าห้องไปพักผ่อน
"แม่! คนเยอะเลย" หลินหลันวิ่งตุบตับเข้ามาหาบิดามารดา ที่กำลังช่วยกันฝึกเดินอยู่ พร้อมกับะโเสียงดัง
"คนอะไรเยอะลูก ท่านย่าเล่าอยู่ไหน" กุ้ยเหมยปล่อยร่างสามีให้เขาใช้แรงแขนพยุงตัวเองก่อน ส่วนนางก็เดินอุ้มลูกสาว ที่กำลังจะวิ่งไปข้างนอกอีกครั้ง หลังจากที่ได้ยินมารดาถามถึงท่านย่าของนาง
"หลานชายของแม่เอง เขาคงได้ยินข่าวเื่ราวของแม่ พี่ชายของแม่ก็เลยส่งพวกเขามาดูแล และยังพาท่านหมอหลี่มาช่วยดูแลอาการของกงเอ๋อร์ด้วย เ้าเป็คนให้คนส่งข่าวไปหาท่านลุงของเ้าใช่หรือไม่กงเอ๋อร์"
หานซื่อเดินกลับมาหาหลานสาวก็ได้ยินคำถามจึงได้อธิบายให้ลูกชายและลูกสะใภ้ฟัง
"ใช่ขอรับ ตอนนี้ทั้งบ้านมีแค่ผู้หญิงและเด็กส่วนข้าเองก็ล้มป่วยแบบนี้ คงไม่สามารถปกป้องครอบครัวได้ ข้าจึงให้ซิ่นเฉิงช่วยส่งข่าวให้ท่านลุงทราบเื่ราวทั้งหมดเอง เพราะข้ากลัวว่าหากคนของตระกูลจ้าวสืบรู้ว่า ข้ายังไม่ตายพวกเขาจะต้องส่งคนมาหาเราที่นี่แน่นอน ไม่ช้าก็เร็วเราคงได้เจอพวกเขาแต่ก่อนที่ข้าจะหายดีข้าคงต้องรบกวนคนของท่านลุงไปก่อนหวังว่าท่านแม่จะเข้าใจนะขอรับ"
"แม่เข้าใจแล้ว แม่เองก็ไม่ได้ว่าอะไรท่านลุงรู้แล้วก็ดีเพราะยังไงเขาก็ต้องรู้ความจริงอยู่แล้ว ว่าแต่พวกเ้าสองคนฝึกเสร็จหรือยัง ตอนนี้แม่้าให้เหมยเอ๋อร์ มาช่วยแม่ทำกับข้าวเลี้ยงคนที่มากับน้องชายของเ้าทั้งสองคน มีแต่บุรุษตัวโตทั้งนั้นแม่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ช่วยแม่คิดหน่อยนะลูก"
ปกติลูกสะใภ้ของนางรับผิดชอบการทำอาหารแทบจะทุกมื้อ คราวนี้มีคนมาเพิ่มอีกหลายคนไม่รู้ว่าจะทำให้ลูกสะใภ้ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นหรือเปล่า นางเองก็เกรงใจ แต่จนใจว่าั้แ่เกิดมาไม่เคยทำอาหารเลยสักครั้งพอทำกินได้นิดหน่อยแต่ก็ไม่ค่อยอร่อยนักจึงต้องรบกวนฝีมือลูกสะใภ้ของตัวเอง
กุ้ยเหมยคิดว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้ชีวิตของนางไม่ค่อยจะลำบากมากนัก ไม่เพียงแค่มีเงินจากช่องว่าง แต่เพราะรายได้จากส่วนแบ่งสินค้าของโจวซิ่นเฉิง ที่เอามาส่งให้ทุก 10 วัน ส่วนแบ่งที่ได้มากมายที่เดียว ครั้งละหลายหมื่นตำลึงทอง ไม่รู้ว่าเ้าของร้านอย่างโจวซิ่นเฉิงไปขายที่ไหน ถึงได้ขายดิบขายดีขนาดนั้น
แต่ก็ดีที่ตอนนี้ นางอยู่บ้านเฉยๆก็มีรายได้ ไม่ต้องหลังขดหลังแข็งทำงานหนักเหมือนชาติที่แล้วอีก
"ได้เ้าค่ะท่านแม่ หลันเอ๋อร์ไปอยู่กับท่านย่าก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ช่วยท่านพ่อฝึกเดินก่อน ท่านแม่ฝากนางด้วยนะเ้าคะ ข้าช่วยท่านพี่เดินให้ครบกำหนดก่อน เื่ทำอาหารเดี๋ยวข้าจัดการเอง ว่าแต่พวกเขามากันกี่คนเ้าคะท่านแม่"
กุ้ยเหมยส่งหลินหลันไปให้หานซื่ออุ้มเอาไว้ก่อนที่นางจะวิ่งไปซุกซนที่ไหน ซึ่งหานซื่อก็รับเอาหลานสาวที่โผเข้ามากอดทันทีที่มารดาส่งตัวให้ท่านย่าของนาง พร้อมกับซบหน้าลงบ่นบ่าของท่านย่าที่ใจดีอย่างว่าง่าย
"มีหลานชายของแม่สองคน ท่านหมอหลี่ที่จะมารักษาอาการของกงเอ๋อร์ กับทหารที่ติดตามมาอีก 6 คน รวมเป็ 9 คน แม่ให้ทหารไปพักที่บ้านหลังเก่า ส่วนที่นี่ก็มีอวี่เอ๋อร์กับชางเอ๋อร์ เ้าคงจำน้องได้กระมัง ตอนนั้นแม่พาไปเ้าก็ 8 9 หนาวแล้ว"
"ลูกเองก็ไม่แน่ใจนักขอรับ แต่ถ้าเป็บุตรของท่านลุง ก็คงจะนิสัยดีเหมือนกันกับท่านลุงกระมัง จริงหรือไม่ขอรับท่านแม่"
หานหนานกงไม่แน่ใจนัก เพราะตอนนั้นเขาเองก็เห็นพวกเขาตอนยังเป็เด็ก ไม่รู้ว่าพวกเขาโตขึ้นมาจะเป็อย่างไร แต่ก็คงจะไม่มีนิสัยเหมือนกับบรรดาน้องชายไม่เอาไหนของเขากระมัง เพราะเคยได้ยินว่า บุตรชายของท่านลุงทุกคนล้วนเป็ทหารที่เก่งกาจ มีความสามารถไม่แพ้ท่านลุงทีเดียว
"ก็จริงนะ น้องชายของเ้าทั้งสองคน ล้วนแต่นิสัยดีมีมารยาท ตอนนี้แม่ให้พวกเขาพักผ่อนก่อน แล้วเราค่อยพูดคุยกัน แม่เองก็อยากรู้เื่ของท่านตาท่านยายเหมือนกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง เกือบสิบปีแล้วที่แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมทั้งสองคนเลย"
"ท่านแม่อย่าคิดมากเลย เอาไว้ลูกแข็งแรงกว่านี้เราค่อยไปหาท่านตาท่านยายกันก็ได้ ท่านตากับท่านยายคงแข็งแรงดี ไม่เป็อะไรหรอกขอรับ"หานหนานกงปลอบใจมารดา ระหว่างที่กำลังฝึกเดิน ตอนนี้เขากำลังเหนื่อยมาก เริ่มจะหมดแรงแล้ว น้ำเสียงจึงมีอาการหอบไม่น้อยเลย
"ท่านพี่พักก่อนดีกว่าเ้าค่ะ วันนี้เพิ่งจะวันแรก เราค่อยเป็ ค่อยไปเอา" หลังจากส่งลูกสาวให้แม่สามีอุ้มไป นางก็สังเกตว่าเขาเริ่มจะไม่ไหว จึงเอารถเข็นมารองรับตัวของหานหนานกงแล้วเดินมาก็ค่อยๆคลายเชือกลง จนกระทั่งร่างของเขานั่งลงบนรถเข็นอย่างปลอดภัยแล้ว
กุ้ยเหมยพาสามีกลับห้องเพื่อช่วยเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะก่อนฝึกเดินเขาเหงื่อออกมาก คงจะไม่สบายตัวนัก พอเสร็จแล้วนางก็ปล่อยให้เขาพักผ่อนอยู่ในห้องนอน ส่วนตัวเองมาคิดเมนูอาหารสำหรับต้อนรับญาติผู้น้องของสามี