บทที่ 9 หากข้ายังไม่ตาย จะรับผิดชอบเ้าอย่างแน่นอน
นางนึกภาพออกว่า บุรุษผู้นี้มีจิตใจเข้มแข็งเพียงใด าแรุนแรงเช่นนี้ หากเป็คนอื่นคงไม่กล้าขยับตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขนย้ายสิ่งของจากท้องพระคลัง
ิับริเวณนั้นของโม่จิ่วเยี่ยเป็สีคล้ำเขียว าแบางแห่งฉีกขาด หยาดเืสดไหลออกมา
อีกทั้งาแยังมีขนาดใหญ่ บริเวณก้นกบและต้นขาแทบดูไม่ได้
แสดงให้เห็นว่าคนลงมือนั้นทุ่มกำลังลงโทษอย่างเต็มที่
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเย็นวาบ พลันเอื้อมมือดึงกางเกงของตนเอง
ด้วยอาชีพการงาน ในตอนนี้เฮ่อจือหร่านกลายเป็แพทย์ผู้ที่มีจรรยาบรรณแล้ว
น้ำเสียงของนางจึงเคร่งขรึม
“อย่าขยับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือของโม่จิ่วเยี่ยซึ่งเพิ่งจับขอบกางเกงได้ก็แข็งค้าง
เฮ่อจือหร่านดึงมือเขาออก
“ถึงจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนไปถึงกระดูก แต่าแตอนนี้เจ็บหนักไม่น้อย ท่านอย่าประมาทเพียงเพราะเป็าแภายนอก หากรักษาไม่ทันท่วงทีก็อาจเป็อันตรายถึงชีวิตได้”
เขาฟังนางพร่ำบ่นไม่รู้จบเหมือนแม่เฒ่า โม่จิ่วเยี่ยจึงจำต้องยอมรับชะตากรรม ถอนมือกลับคืนมา
เขาหลับตาลง ปล่อยให้เฮ่อจือหร่านช่วยรักษาาแ
เฮ่อจือหร่านท่าทางคล่องแคล่ว นางเทแอลกอฮอล์ลงบนก้อนสำลี จากนั้นใช้คีมคีบจับก้อนสำลีเช็ดาแของโม่จิ่วเยี่ยอย่างเบามือ
“ท่านจะรู้สึกเจ็บบ้าง อดทนสักหน่อยนะ”
“อืม” แน่นอนว่าต้องรู้สึกเจ็บ แต่สำหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
หลังจากทำความสะอาดาแ เฮ่อจือหร่านหยิบผงยาหยุนหนานไป๋เหยา*[1]ชุดหนึ่งจากพื้นที่มิติออกมา
าแของโม่จิ่วเยี่ยต้องใช้ยาประเภทนี้รักษาจึงจะดีที่สุด
นางค่อย ๆ โรยผงยาลงบนาแของชายหนุ่มอย่างสม่ำเสมอ จังหวะหนึ่งนิ้วมือนางเผลอัักับผิวของเขา
ร่างกายโม่จิ่วเยี่ยพลันสั่นสะท้าน ขณะเดียวกัน ใบหน้าของเขายิ่งรู้สึกเห่อร้อนราวกับกำลังลุกไหม้
เฮ่อจือหร่านทุ่มเทช่วยโม่จิ่วเยี่ยรักษาาแโดยไม่สังเกตปฏิกิริยาของเขา จนกระทั่งพันแผลเสร็จเรียบร้อย
นางคิดจะฉีดยาป้องกันบาดทะยักให้เขาอีกด้วย
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งรู้สึกถึงความเ็ปราวกับมีเข็มทิ่งแทงบนแขน ร่างกายจึงต่อต้าน
“อย่าขยับนะ” เฮ่อจือหร่านเอ่ยเตือน
โม่จิ่วเยี่ยหยุดนิ่ง จวบจนรู้สึกว่าเข็มที่แทงอยู่หายไป เขาจึงถอนหายใจโล่งอก
หลังจากจัดการเื่นี้เรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านมองกางเกงเปื้อนเืของเขา
“เสื้อผ้าของท่านอยู่ที่ใด ข้าจะไปหยิบกางเกงตัวใหม่มาให้”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ตัวว่ากำลังหน้าแดง ครั้นถูกถามเขายิ่งไม่กล้าหันหน้าไปมอง
“ตู้ฝั่งซ้ายคือตู้เสื้อผ้าของข้า”
เฮ่อจือหร่านเดินไปหยิบกางเกงสีขาวจากตู้เสื้อผ้าวางไว้บนเตียง ก่อนถอดกางเกงของชายหนุ่มที่นางเพียงถอดค้างไว้ตรงหัวเข่า
โม่จิ่วเยี่ยรีบห้าม “ข้าจะถอดเอง”
เขาอับอายจะแย่อยู่แล้ว ถ้าสตรีผู้นี้ถอดกางเกงให้ เขาคงต้องหาที่มุดหัวหนีแล้ว
ส่วนเฮ่อจือหร่านไม่ได้คิดสิ่งใดทั้งนั้น
ชาติก่อนนางเคยช่วยคนไข้ทำแบบนี้บ่อยจะตายไป
“แผลของท่านเพิ่งทำเสร็จ ห้ามนอนดิ้น เืจะออกอีก เช่นนั้นข้าจะไม่เสียแรงเปล่าหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยยังคงยืนกราน “ชายหญิงไม่ควรแตะต้องกัน ข้าจะให้เ้าถอดกางเกงให้ได้อย่างไร”
ได้ยินเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านกลับอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนกล่าวออกมาโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ย
“ข้าเห็นก้นท่านแล้ว ยังจะอายเื่ถอดกางเกงอีกหรือ”
โม่จิ่วเยี่ย “…”
ภายในใจของชายหนุ่มตอนนี้อัดแน่นราวกับมีหินก้อนใหญ่บรรจุอยู่จนหายใจแทบไม่ออก
สตรีผู้นี้ช่างพูดจาไร้สาระจริง ๆ
แต่เมื่อคิดแล้วนางก็กล่าวถูกต้องว่า ส่วนล่างของเขาโผล่ให้นางเห็นอยู่นานแล้ว จะยังเขินอายเพราะต้องถอดกางเกงก็ดูโง่งมไปเสียหน่อย
“ถ้า… ถ้าเช่นนั้น… หากข้ายังไม่ตาย จะรับผิดชอบเ้าอย่างแน่นอน”
สำหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เื่เช่นนี้ก็เหมือนการพลั้งเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฮ่อจือหร่าน ในฐานะชายชาตรี เขาจะละเลยหญิงสาวนางหนึ่งไปไม่ได้เด็ดขาด
เฮ่อจือหร่านฟังคำพูดของเขาพลันหัวเราะอีกครั้ง
นางพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สาวใช้ด้านนอกได้ยิน
“ฮ่า ๆ ๆ … ท่านอย่าคิดจริงจังเช่นนั้น ข้าช่วยท่านรักษาแผล เพราะเป็หน้าที่ของหมอคนหนึ่ง จะให้ท่านมารับผิดชอบได้อย่างไร อย่าคิดมากเลย”
กล่าวตามตรง เฮ่อจือหร่านไม่เคยคิดถึงอนาคตของนางกับโม่จิ่วเยี่ย
แม้นางจะชื่นชอบวีรบุรุษผู้นี้ แต่พวกนางทั้งสองเพิ่งรู้จักกัน ความรู้สึกที่มีให้จึงไม่มีอะไรเกินเลย
สำหรับเฮ่อจือหร่าน ในฐานะิญญาจากโลกอนาคต นางเพียง้าให้โม่จิ่วเยี่ยสามารถมีชีวิตรอดในดินแดนที่เขาจะถูกเนรเทศไปได้
ส่วนเื่อื่นก็ปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตา
นางมีเหตุผลมากมายที่จะการปฏิบัติต่อความสัมพันธ์กับโม่จิ่วเยี่ยอย่างไร นางจะไม่ยอมรับความผูกพันจากการแต่งงานที่ไม่ใช่ของนางเอง เพียงเพราะเ้าบ่าวเป็ไอดอลวีรบุรุษที่ชื่นชม
แน่นอนว่าถ้าหากคนทั้งสองได้รู้จักกันมากขึ้นและก่อเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน นางอาจคบหากับโม่จิ่วเยี่ยสักครั้ง จนกว่าจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือคนที่ตัวเอง้าจริง ๆ การอยู่ด้วยกันย่อมกลายเป็เื่ที่เป็ไปตามธรรมชาติ
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเื่เหล่านี้ เส้นทางที่ต้องถูกเนรเทศไปในอนาคตยังอีกยาวไกล นางจึงต้องคิดวางแผนว่าจะรับมืออย่างไร
จากนั้นเฮ่อจือหร่านช่วยโม่จิ่วเยี่ยเปลี่ยนกางเกงอย่างระมัดระวัง
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่ากางเกงถูกดึงขึ้นเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่ยอมให้นางคอยช่วยอีก
“ที่เหลือข้าจะทำเอง”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ฝืนบังคับ เขาพานางะโปีนกำแพงมาได้ สวมกางเกงให้เข้าที่ด้วยตัวเองอย่างระมัดระวังคงไม่ใช่ปัญหา
ระหว่างโม่จิ่วเยี่ยกำลังนอนคว่ำ นางจึงจัดเก็บเครื่องมือแพทย์เ่าั้เข้าในพื้นที่มิติ
ทั้งยังไม่ลืมตรวจสอบปริมาณขวดแอลกอฮอล์
เมื่อสำรวจดู เฮ่อจือหร่านพลันเบิกบานใจทันที มีแอลกอฮอล์อยู่สามขวดจริง ๆ
กระทั่งผงยาหยุนหนานไป๋เหยา ผ้าพันแผล ยารักษาโรคบาดทะยัก และเข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้งยังมีจำนวนเท่าเดิม
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ คีมคีบที่นางใช้ก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอัน
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรเล่า
มันหมายความว่าสิ่งของเดิมที่มีอยู่ในมิติลับของนาง มีระบบสร้างทรัพยากรขึ้นมาใหม่เอง
แน่นอนว่าข้าวของที่นางขโมยมาในสมัยโบราณไม่ได้รับผลนี้ เพราะสิ่งของที่นางวางทิ้งไว้ในห้องข้างนั้นไม่ปรากฏเพิ่มขึ้นมาอีก
ถึงอย่างนั้น เฮ่อจือหร่านก็พึงพอใจมากแล้ว
ด้วยระบบเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านยิ่งรู้สึกมั่นใจ
เพราะในมิติของนางไม่ได้มีเพียงเครื่องมือแพทย์เท่านั้น
นางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรดีใจ ทุกอย่างกำลังกระชั้นชิด นางยังมีเื่ที่ต้องจัดการอีกมาก
เมื่อนึกถึงเื่นี้ เฮ่อจือหร่านจึงหยิบสัญญาขายตัวสองฉบับนั้นออกมาก่อนเดินออกไป
เฉี่ยวอวี้เฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นนางออกมา จึงรีบสอบถามอย่างนอบน้อมว่า “คุณหนูใหญ่ มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเ้าคะ”
“เฉี่ยวอวี้ พวกเราไปที่ห้องของเ้าก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับเ้าและเฉี่ยวซิน”
เฮ่อจือหร่านกล่าวจบก็ก้าวเท้าเดินนำไปยังห้องสาวใช้
เฉี่ยวอวี้รับใช้คุณหนูใหญ่มานานหลายปี แต่กลับเพิ่งเคยเห็นนางมีสีหน้าจริงจังเช่นนี้ จึงรีบติดตามไปติด ๆ
ในใจเฉี่ยวอวี้เต้นระรัว
มองจากท่าทางของคุณหนูใหญ่แล้ว ต้องมีเื่สำคัญแน่นอน
[1] หยุนหนานไป๋เหยา เป็ยาผงที่ใช้ห้ามเื ฆ่าเชื้อ แก้ปวด