มันเหมือนกับฝันร้าย—หนึ่งในพวกหมาป่ามอร์สไปร์กระโจนเข้ามาใส่ฉัน และทันใดนั้นทุกอย่างก็มืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย ฉันจำเหตุการณ์หลังจากนั้นไม่ได้ด้วยซํ้าว่าเกิดอะไรขึ้น
สิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็น หลังจากกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ก็คือมือทั้งสองที่เปื้อนเื กับซากศพของมอนสเตอร์รอบตัวและจากนั้นทุกอย่างก็มืดสนิทอีกครั้งหนึ่ง... ท่ามกลางเสียงหัวเราะของ—ฉันเอง?
"อืมมม..."
เสียงครางเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอของฉัน รอบตัวดูเหมือนจะขยับขึ้นลงไปมาเป็จังหวะ
"อืมมม—"
ร่างกายยังคงหนักอึ้ง ไม่ยอมตอบสนองดั่งที่ฉัน้า
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แต่ว่าภาพตรงหน้ากลับเบลอไปหมด แถมยังรู้สึกมึนหัวอีกด้วย
"เกิ...ด อะไร... ขึ้น..."
นี่ฉัน...อยู่ที่ไหนกันแน่? ไม่ใช่ว่าฉันอยู่กลางทุ่งหญ้ากับกองคาราวานแนวหลังหรอกเหรอ? แล้วนี่... เช้าแล้วงั้นเหรอ?
เดียวสิ…อ๊ะ!
“อ๊ะ! พ-พวกมอนสเตอร์!”
ฉันรีบยันตัวขึ้นนั่งและมองไปรอบข้างอย่างตื่นตระหนก หวาดกลัวว่าจะเจอพวกมอนสเตอร์หมาป่าอีก แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่—ฉันกลับกำลังนั่งอยู่บนเกวียนของกองคาราวาน
"เรย์เน่!!!"
เสียงของวิเวียร์ดังลั่น และทันทีที่ฉันหันไปตามต้นเสียง ร่างของฉันก็ถูกโอบกอดเอาไว้โดยวิเวียร์
“อ-อรุณ…สวัสดิ์…?”
นี่ฉัน... ยังไม่ตายจริงๆ สิน่ะ?
“ฮึก... ฮืออออ—ขอโทษ...ฉันขอโทษนะเรย์จัง ที่เข้าไปช่วยไม่ทัน—”
วิเวียร์ร้องไห้โฮในระหว่างที่โอบกอดฉันแน่น ตัวของเธอสั่นระริกพร้อมเสียงสะอื้นที่พรั่งพรูไม่หยุด ในขณะที่คุณแบร์มานั่งดูอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปนโล่งใจ
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”
“อ-อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณแบร์มา”
พวกเราทักทายกันสั้นๆ แต่หลายคำถามก็ก่อตัวขึ้นในใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างที่ฉันหลับอยู่? ใครกันเป็คนช่วนฉันจากพวกหมาป่า? แล้วทุกคนเป็ยังไงกันบ้างนะ?
“ฮืออออ—”
เอ่อ…
ในขณะที่ฉันยังคงจมอยู่กับความสงสัย วิเวียร์ก็ยังร้องไห้โฮไม่ยอมปล่อยฉันสักที
“วิเวียร์ เอ่อ…คือว่า...ฉันไม่เป็อะไรแล้วนะ”
“ฮืออออ—”
เธอ…ยังคงไม่ยอมปล่อยฉันไปสักที ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงในสถานการณ์แบบนี้ดี เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณแบร์มาแทน
เธอทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอามือเคาะไปที่หัวของวิเวียร์หลายทีติดๆ กัน
“วิเวียร์ ปล่อยเรย์เน่ได้แล้ว เห็นไหมว่าเธอกำลังทำให้เรย์เน่ลำบากใจอยู่”
"เจ็บๆๆ— ปล่อยแล้ววว! ปล่อยแล้วค่า!"
ฉันค่อยๆ ผละตัวออกจากวิเวียร์ ก่อนที่จะลุกขึ้นมานั่งร่วมกับทุกคน
"จริงๆ เลยนะเธอนี่... ฉันไม่เป็อะไรแล้ว—อะ... ทำไมตัวฉันถึงมีกลิ่นคาวเืแรงขนาดนี้!"
ทันทีที่ลุกขึ้นนั่ง สายตาก็เหลือบไปเห็นคราบเืที่เปื้อนไปทั่วชุดคลุมและเสื้อผ้าที่คุณอลิเซียให้มา ย-แย่แล้ว...จะโดนคุณอลิเซียดุไหมเนี่ย? ไหนจะเื่ที่ไม่มีชุดอื่นให้ใส่ด้วย... แถมกลิ่นยังแรงเตะจมูกสุดๆ อีกต่างหาก
"ล-ล-ล-แล้วทำไมเสื้อฉันถึงเปื้อนเืแบบนี้! น-น-นี่มัน..."
"ไม่ใช่เืของเธอนะ สบายใจได้—"
ทันทีที่ฉันเผลอแสดงท่าทีตื่นตระหนก วิเวียร์กับคุณแบร์มาก็รีบช่วยกันอธิบายเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้—
"—และนั้นก็คือเื่ทั้งหมด ก่อนที่เธอจะสลบไป"
"ม-ไม่ตลกเลยนะวี! ฉ-ฉันจะไปทำเื่แบบนั้นได้ยังไงกัน!"
หัวใจของฉันเต้นแรงไม่หยุดตลอดเวลาที่นั่งฟัง แม้จะโล่งใจที่ไม่มีใครตายเมื่อคืนนี้ แต่สิ่งที่น่าใที่สุดกลับเป็เื่ที่ฉัน...จัดการพวกหมาป่า ป-เป็ไปไม่ได้! ถ้าฉันทำจริงๆ ก็ควรจะจำได้สิ ต-แต่ว่า... ฉันนะเหรอที่จะทำเื่น่ากลัวอย่างการต่อสู้แบบนั้นนะ!
"ฉ-ฉันไม่เห็นจำได้เลยนะว่าทำอะไรโหดร้ายแบบนั้นไป!"
"ใจเย็นก่อนสิเรย์เน่... แค่เธอปลอดภัย พวกเราก็โล่งอกแล้ว"
"ต-แต่ว่า—!"
"ใช่แล้วๆ ถ้าเธอเป็อะไรไปจริงๆ ฉันก็คงไม่มีหน้ากลับไปหาแม่แน่เลย!"
ทั้งคู่พยายามพูดปลอบให้ฉันใจเย็นลง แต่ถึงจะเป็แบบนั้นก็เถอะ... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในตอนนั้น? ฉันจำได้ว่า—!
'ถ้าเธอจะไม่ทำสักอย่าง—ฉันจะเป็คนจัดการเอง...'
ประโยคหนึ่งดังแว่วขึ้นมาในความทรงจำของฉัน มันคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยินและพอจะจำได้ แต่ว่า...ใครกันที่เป็คนพูด แล้วหมายความว่ายังไงที่เธอจะจัดการเอง?
"เรย์จัง..."
ฉันยกมือทั้งสองกุมขมับพลางคิดเื่เหล่านี้ในหัว ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายหนักอึ้งขึ้นทุกที ในหัวมีแต่คำพูดสุดท้ายของเธอคนนั้น กับเื่ที่วิเวียร์เล่าให้ฟังวนไปวนมาไม่หยุด แทนที่คำถามจะหมดไปหลังจากฟังเื่ที่พวกเธอเล่า—กลับกลายเป็ว่ายิ่งมีปริศนาชิ้นใหม่โผล่ขึ้นมาแทน
โชคดีที่มีเพียงวิเวียร์กับคุณแบร์มาที่เห็น ถ้าคนอื่นรู้เข้า คงคิดว่าฉันบ้า...หรือไม่ก็คลั่งการต่อสู้ไปแล้วแน่ๆ
"เรย์จัง!"
พอรุ่งเช้า กองคาราวานก็รีบออกเดินทางในทันที เพราะกลัวว่าจะถูกโจมตีอีก ทำให้ทุกคนต้องออกเดินทางทั้งๆ ที่ร่างกายยังสกปรกมอมแมมอยู่ แต่สำหรับฉัน...กลับแตกต่างออกไปเพราะเนื้อตัวกลับเต็มไปด้วยคราบเื โอ้ยยย! ทำไมชีวิตฉันถึงมีแต่เื่ไม่หยุดไม่หย่อนกันเนี่ย!
"นี่! เรย์จัง!!!"
โป๊ก!
“โอ๊ยย!”
เผลอคิดมากเกินไปจนไม่สนใจใคร และสุดท้ายก็โดนวิเวียร์เคาะหัวจนได้
"ข-ขอโทษ พอดีกำลังคิดอะไรอยู่..."
"เธอนี่นะ—ตอนนั้นน่ะน่ากลัวซะจนเหมือนเป็คนละคนเลย แต่ดูตอนนี้สิ... แค่เื่อะไรเล็กน้อยก็กังวลจนลืมพวกฉันแล้ว"
"เอาน่า~ อย่าพึ่งกังวลไปเลย ส่วนเธอก็เลิกเคาะหัวเรย์เน่ได้แล้ว เรย์เน่อาจจะเคยเป็นักผจญภัย...หรือไม่ก็มีประสบการณ์ต่อสู้มาก่อนก็ได้ ใครจะไปรู้ละจริงไหม? ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ... พวกเรามาถึงกันแล้วนะ เมืองฟัลนัสน่ะ!"
ทันทีที่ได้ยินว่ามาถึงฟัลนัสแล้ว ฉันก็รีบชะโงกหน้าออกไปมองนอกเกวียนทันที และภาพตรงหน้าที่เห็นก็คือกำแพงสีขาวสูงใหญ่และงดงามทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ตัวกำแพงขนานไปจนสุดริมแม่นํ้าทั้งสองฝั่ง แค่เห็นกำแพงเมืองก็อดทึ่งไม่ได้...สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็ 'เมืองแห่งความรัก'
"โห—!"
ฉันมองดูทิวทัศน์ข้างหน้าด้วยความตื่นอกตื่นใจ เท่าที่ฟังมาจากคนอื่น ตัวเมืองด้านล่างนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ปากอ่าวของแม่นํ้า เรนอส ส่วน้านั้นตั้งอยู่เหนือนํ้า ทำให้ครึ่งหนึ่งของเมืองนี้กลายเป็เมืองนํ้าไปโดยสมบูรณ์ แตกต่างจากหมู่บ้านฟัลนาเรียที่พวกเราจากมาโดยสิ้นเชิง
"ด-เดียวก่อนสิ—พวกเรายังคุยกันไม่เสร็จ..เลย...นะ เห้อ—ช่างเถอะ"
"ฮ่ะๆๆ ค่อยกลับมาเป็เรย์เน่ที่ฉันรู้จักหน่อย"
เสียงของวิเวียร์กับคุณแบร์มาดังลอดออกมาจากในเกวียน...แต่ช่างพวกเธอไปก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันขอซึมซับวิวทิวทัศน์ใหม่ตรงหน้านี้ให้เต็มที่ก่อนละกัน
ฉันมองดูตัวเมืองอยู่อย่างนั้น จนขบวนคาราวานเคลื่อนมาถึงหน้าเมือง หลังจากนั้น คุณลินเซ คุณเตรอซาน และหัวหน้าพ่อค้าก็รีบตรงเข้าไปหาทหารยามหน้าประตู พร้อมพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่พักหนึ่ง
"เท่าที่ได้ยินมา พวกเขาจะอนุญาตให้คนที่าเ็สาหัสเข้าเมืองไปก่อน ส่วนที่เหลือ...ต้องผ่านการตรวจเช็กตามระเบียบของเมืองก่อน"
คุณแบร์มาโผล่หน้าออกมาอธิบายให้ฉันฟัง ขณะที่ฉันมัวแต่พยายามชะเง้อเพื่อมองลอดทางเข้าเมือง
"เดี๋ยวก่อนนะคะคุณแบร์มา...แล้วคนอื่นล่ะ? พวกเรายังมีคนาเ็อีกตั้งหลายคนเลยนะ"
วิเวียร์พูดด้วยนํ้าเสียงไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะโผล่หน้าออกมาตามคุณแบร์มาข้างฉัน
"ช่วยไม่ได้หรอกนะ...่นี้สถานการณ์แถบ เนอร์ดาเวียร์ กับ ไอซาร์โนเรีย กำลังยํ่าแย่ด้วย"
"ขนาดว่าคนาเ็ก็ยังต้องรอตรวจเช็กก่อนเลยเหรอคะ?"
"ท่าน 'มารดาศักดิ์สิทธิ์' กับพวกกลุ่มนักบวชของเมือง คงไม่อยากให้พวกมนุษย์หลุดเล็ดลอดเข้ามาได้ล่ะมั้ง"
"..."
ดูเหมือนจะมีเื่ยุ่งยากเกิดขึ้น ทำให้หลายอย่างลำบากขึ้น—แต่อย่างน้อยเกวียนที่บรรทุกคนเจ็บหนักก็ได้เข้าเมืองไปก่อนพวกเรา โชคดีที่ฉันไม่ได้าเ็ จึงไม่ต้องกังวลมากนักนอกจากกลิ่นและคราบเืตามเสื้อผ้าของฉัน...หวังว่าคุณลุงที่ให้ยืมมีดตอนนั้นจะไม่เป็อะไรมากนะ
ฉันเท้าคางรออยู่ที่ท้ายเกวียน ขณะที่คุณแบร์มาและวิเวียร์ยังคงคุยกันต่อ ทุกอย่างดูจะเป็ไปอย่างราบรื่น—จนกระทั่งทหารยามที่มีปีกคนหนึ่งเดินมาถึงเกวียนของพวกเรา
เขาเปิดผ้าคลุมท้ายเกวียนออก...และทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับฉัน—
“ขออนุญาตตรวจ—เฮ้ยยย—!!”
เสียงอุทานดังลั่นออกมาด้วยความใกลัว ก่อนที่เขาจะล้มหงายหลังลงไปกับพื้น
“อ๊ะ?”
ทำไมอยู่ๆ ถึงร้องราวกับเห็นอะไรน่ากลัวแบบนั้นกันนะ?
ฉันนั่งงงอยู่อย่างนั้น ในขณะที่ทหารยามข้างๆ รีบกรูกันเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนคุณแบร์มากับวิเวียร์ที่กำลังคุยกันอยู่ก็หันกลับมามองเช่นกัน
“ก-เกิดอะไรขึ้น!”
“ป-ปีศาจ! มีปีศาจหมาป่าตัวเปื้อนเือยู่ในนั้น!!”
เอ๋!?
ฉันหันกลับไปมองตาม แต่ก็ไม่เห็นจะมีปีศาจอะไรเลยนี่นา...มีอยู่ก็แค่คุณแบร์มากับวิเวียร์เท่านั้นเองนี่!
"เออ—ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา"
ทหารยามคนหนึ่งที่พึ่งวิ่งเข้ามา ยกหอกขึ้นตั้งท่าอย่างระมัดระวัง ดวงตาจับจ้องมายังเกวียนที่ถูกคลุมผ้าไว้ เขาค่อยๆ กางผ้าคลุมออกอย่างช้าๆ ขณะที่ทหารยามที่เหลือก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมไม่ต่างกัน
เสียงฝีเท้าของผู้คนเริ่มดังเข้ามาใกล้ ฝูงชนเริ่มมุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น—
และทันทีที่สายตาของพวกเขาสบเข้ากับฉัน... ทุกคนต่างสะดุ้งเฮือกไปพร้อมกัน
"เฮือก!"
"ว้ายย!"
ทหารยามถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความใ ส่วนฝูงชนรอบข้างก็ซุบซิบกันเสียงดังอื้ออึง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พวกเรา
"หืม...มองอะไรกันนะ?"
"เรย์เน่... เธอลืมไปแล้วเหรอ..."
วิเวียร์หัวเราะเบาๆ พลางส่ายหัวไปมา
"—ว่าตัวเธอโชกไปด้วยคราบเือยู่น่ะ ฮ่ะๆๆ"
จริงด้วย!!!
“เอ-เอ๋ะ…ฮะๆๆ”
ไม่แปลกเลยที่ใครเห็นฉันในสภาพนี้แล้วจะไใ เสียงหัวเราะแห้งๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของฉัน ขณะที่มองดูผู้คนด้านนอก
"เกิดอะไรขึ้น! ทำไมพวกแกหยุดตรวจแล้วมามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้ฮะ!"
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น ก้องกังวานจนกลบทุกเสียงรอบข้าง ก่อนที่ร่างของอีเรียคนหนึ่งจะเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ดูแล้วเขาน่าจะเป็หัวหน้าทหารยามของที่นี่แฮะ...
ร่างกายสูงใหญ่กว่าอีเรียที่อยู่รอบๆ มีกล้ามเนื้อหนาและขนที่ปกคลุมไปทั่วลำตัว บนหัวมีเขาสองข้างงอออกด้านข้าง ใบหน้าดูคล้ายมิโนทอร์...หรือว่ากระทิงกันแน่นะ? ไม่สิ—มีเขาแบบนี้น่าจะเป็อีเรียกระทิง
"ห-หัวหน้าครับ! ปีศาจ! มีปีศาจหมาป่าอยู่ข้างในนั้น!!!"
ทหารที่เคยล้มไปก่อนหน้านี้ะโลั่น พลางชี้นิ้วมาที่หน้าของฉัน
เอ่อ…ขอโทษค่ะ พอดีไม่มีชุดเปลี่ยน...
“ฮึ่ก!”
หัวหน้าทหารยามหรี่ตามองฉันด้วยสายตากดดัน จนฉันเผลอส่งเสียงใออกมาโดยไม่รู้ตัว ส่วนวิเวียร์กับคุณแบร์มา...เลือกที่จะดูอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ไม่ยอมเข้ามาช่วยอธิบาย แต่กลับพยายามกลั้นหัวเราะกันอยู่แทน
ผ่านไปครู่หนึ่ง หัวหน้าทหารยามก็หันขวับไปมองทหารที่ชี้มาที่ฉันเมื่อครู่ ก่อนจะง้างมือ—แล้วตบเข้าไปที่หัวของเขาเต็มแรง
ป๊าบบบ!
“โอ้ยยย!!!”
โชคดีที่เขาสวมหมวกเหล็กอยู่ ไม่อย่างนั้นคงสลบไปแล้วแน่...
“ไอ้พวกบ้า! เธอคนนี้เป็อีเรียหมาป่า ไม่ใช่ปีศาจโว้ยยย!!!”
"ต-แต่ เื—"
"ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้เลยรึไง! มีขบวนคาราวานถูกฝูงมอนสเตอร์โจมตี และนี่ก็คือขบวนที่ฉันหมายถึง!!!"
ฝูงคนเริ่มแยกย้ายไปทีละคนเมื่อรู้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนหัวหน้าทหารยามก็หันไปสั่งให้พวกทหารที่เหลือให้กลับไปประจำตำแหน่งตามเดิม ก่อนจะหันมาพูดกับพวกเรา
"ต้องขอโทษคุณหนูและพรรคพวกแทนความสะเพร่าของลูกน้องผมด้วยนะครับ"
เขาโค้งตัวขอโทษพวกเรา บรรยากาศแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
"ฮ่ะๆๆ ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ว่าแต่ว่า...พวกเราจะได้เข้าไปเมื่อไหร่เหรอคะ?"
"อ้อ—จริงด้วย งั้นเดียวผมจะตรวจให้เลยก็แล้วกัน—"
ทุกอย่างดำเดินไปอย่างราบรื่น และในที่สุดพวกเราก็ได้ก้าวเข้าสู่ เมืองแห่งความรักฟัลนัส