Veonestra: สงครามวันพิพากษา

    ตอนที่ 29: สายฝนเหล็กและนรกสีคราม

    ตูมมมมมม—!!!

    แรงกระแทกวินาศสันตโรจากกรงเล็บหน้าอันหนาทึบและหุ้มด้วยเกราะชีวภาพเหล็กกล้าของการ์เลนอสระดับ Class 3 ส่งผลให้กำแพงสนามพลังงานบาเรียขนาดมหึมาด่านหน้าพิกัด 04 สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงจนผิวอากาศบิดเบี้ยว รอยแตกร้าวสีดำมืดมิดที่เกิดจากการบิดผันของสเปกตรัมมิติแผ่ขยายวงกว้างออกไปราวกับใยแมงมุมมรณะที่พร้อมจะทลายลงมาได้ทุกเมื่อ เสียงหวอไซเรนเตือนภัยระดับวิกฤตการณ์สีแดงฉานยังคงแผดร้องระงมครางกระหึ่มอย่างต่อเนื่องตลอดแนวป้องกันชายแดน ยั่วยุประสาทสัมผัสของผู้ปฏิบัติการทุกคนให้ตึงเครียดจนถึงขีดสุดเหนือท้องฟ้าและชั้นบรรยากาศหนาแน่นภายนอกพิกัดสมรภูมิเดือด... ศูนย์บัญชาการยุทธการภาคสนามของกองกำลังร่วมพิทักษ์มาตุภูมิได้ประกาศรหัสสถานะสงครามเต็มรูปแบบในทันที หน้าจอภาพเครือข่ายเน็ตเวิร์กและระบบนำทางอัจฉริยะกะพริบแจ้งเตือนเป็นอักษรสีเลือด

    "ยืนยันอัตลักษณ์ของเป้าหมายรหัสปริศนาเสร็จสิ้น! โครงสร้างชีวภาพและการแผ่มานาตรงกับรูปแบบการ์เลนอสระดับ Class 3 จำนวนหนึ่งตัวถ้วนครับ!" เจ้าหน้าที่ฝ่ายยุทธการประจำแผงมอนิเตอร์หลักตะโกนเสียงลั่นจนคอเป็นเอ็น ภายในศูนย์บัญชาการภาคสนามที่วุ่นวายโกลาหล "พิกัดปัจจุบัน... มันกำลังระดมโจมตีและเจาะทะลวงแนวรอยต่อเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เขตกำแพงชั้นในของ G Zone อย่างไม่ลดละครับ!"

    เมื่อเผชิญกับระดับภัยคุกคามล้างบางอารยธรรมมนุษย์ คำสั่งเด็ดขาดชุดใหม่จากส่วนกลางจึงถูกอนุมัติและยิงส่งผ่านรหัสเครือข่ายความปลอดภัยขั้นสูงสุดออกไปในทันทีโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองจากสภาสูง

    "อนุมัติไฟเขียวให้ใช้กำลังสนับสนุนและยุทโธปกรณ์ระดับสูงได้เต็มอัตราศึก! เรียกหน่วยรบพิฆาตเวหา A.A.S. และกองพลยานเกราะหนัก H.A.F.S. เข้าสู่พิกัดปฏิบัติการเดี๋ยวนี!"


    ณ ระดับความสูงเหนือน่านฟ้าห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรจากจุดปะทะ

    ฝูงเครื่องบินรบสเตลธ์ความเร็วเหนือเสียงสีดำทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วนของหน่วย Atmosphere Airforce Services (A.A.S.) กำลังบินเรียงแผงแปรขบวนรบไต่ระดับความเร็วพุ่งทะยานผ่านหมู่เมฆาหนาทึบดั่งวิญญาณผู้ล่า เสียงเครื่องยนต์เจ็ตขับดันไอพ่นพลาสม่าคำรามกึกก้องสะท้อนชั้นบรรยากาศจนเมฆหมอกแตกกระจาย ขบวนรบทั้งหมดถูกนำโดยเครื่องบินขับไล่จู่โจมรุ่นพิเศษต้นแบบ VXF-09 Sky Reaper ยานรบเพชฌฆาตที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจล่าสังหารสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาโดยเฉพาภายในห้องนักบินระบบปิดที่มีแสงไฟสีเขียวสลัวสะท้อนกระจกหมวกนิรภัย นักบินหญิงร่างโปร่งเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์สว่างเผยรอยยิ้มมุมปากออกมาอย่างผู้มีชัย แววตาของเธอฉายประกายความตื่นเต้นและกระหายในชัยชนะอย่างบ้าคลั่ง

    เธอคือ ผู้บังคับฝูงบิน เรเชล ไวท์ หนึ่งในสุดยอดเสืออากาศระดับตำนาน (Ace) อันดับต้น ๆ ขององค์กร V.I.F. ผู้ผ่านการกวาดล้างน่านฟ้ามานับครั้งไม่ถ้วน

    "ถึงยูนิตนกนักล่าทุกเครื่อง รับทราบคำสั่งร่วมกัน" เรเชลกรอกเสียงผ่านระบบสื่อสารประสาทส่วนกลาง "เป้าหมายตรงหน้าคือการ์เลนอสระดับ Class 3 ขอย้ำ... ห้ามปล่อยให้มันก้าวเท้าผ่านแนวกำแพงบาเรียเข้าสู่เขตพื้นที่อยู่อาศัยของ G Zone เด็ดขาด! เปิดฉากยุทธการ 'ล่าอสูรฟ้า' ได้... ทุกเครื่อง ยิงได้!!!"

    ทันทีที่สิ้นสุดคำสั่งเปิดฉาก ฝูงบินรบสีดำทั้งหมดก็ตวัดปีกดิ่งหัวลงจากชั้นเมฆราวกับฝูงพญาเหยี่ยวที่โฉบลงมาตะครุบเหยื่อ

    ฟูมมมมมมมมมมมมม—!!!!

    ช่องยิงอาวุธใต้ท้องยานและปีกสองข้างของเครื่องบินนับร้อยลำเปิดออกพร้อมกัน จรวดมิสไซล์นำวิถีพลังงานสเปกตรัมความเร็วสูงนับร้อยนับพันลูกถูกลั่นไกยิงออกไปในเสี้ยววินาที ท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่เคยสลัวพลันสว่างวาบกลายเป็นสายฝนแห่งเพลิงสีส้มแดงที่แผดเผาชั้นบรรยากาศ คลื่นความร้อนจากไอพ่นจรวดบดขยี้มวลอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำ ทั้งหมดพุ่งเป้าทิ้งตัวเข้าใส่ร่างยักษ์ใหญ่โตมหึมาของการ์เลนอส Class 3 อย่างไร้ความปราณี

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม—!!!!!

    ระเบิดนำวิถีลูกแรกปะทะเข้าที่ส่วนหัวของมันอย่างรุนแรง ตามมาด้วยลูกที่สอง สาม สี่ ห้า และคลื่นกระสุนระเบิดอีกนับไม่ถ้วนที่ตามมาระเบิดซ้ำซ้อนในพิกัดเดียวกัน แรงระเบิดมหาศาลจำลองสภาพนรกเพลิงบดขยี้เนื้อหนังและผืนดินรอบข้างจนแตกพังยับเยิน ก่อตัวกลายเป็นทะเลเพลิงและเสากลุ่มควันหนาทึบขนาดมหึมาพวยพุ่งขึ้นฟ้า คลื่นช็อกเวฟและความร้อนระอุแผ่ขยายกวาดล้างโขดหินและหุบเขาโดยรอบจนกลายเป็นผุยผง

    "สำเร็จ... รึเปล่านะ?" ริน อาซากิ ที่ยืนอยู่บนเนินหินด้านล่างใช้มือบังแสงระเบิดอันเจิดจ้า นัยน์ตาสีแดงเพลิงจับจ้องไปยังศูนย์กลางของทะเลเพลิงด้วยความหวัง

    ทว่า... ทันย่าที่ยืนอยู่ข้างกายกลับไม่ได้มีสีหน้าโล่งใจเลยแม้แต่น้อย คิ้วเรียวสวยของรุ่นพี่สาวขมวดแน่น แววตาสีเงินสั่นไหวด้วยความเคร่งเครียดขั้นสูงสุด "...ไม่ มันยังไม่จบ"

    ครืนนนนนนนนนนนนนนนน—!

    กระแสลมหมุนวนและแรงดันอากาศประหลาดพลันระเบิดออกส่งผลให้ม่านหมอกและทะเลเพลิงหนาทึบแยกแหวกออกเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นเงาร่างขนาด 40 เมตรของการ์เลนอสระดับ 3 ยังคงยืนเหยียดตรงอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคง แผ่นดินรอบกายของมันหลอมละลายกลายเป็นลาวา ทว่าบนเนื้อหนังและเกราะชีวภาพสีน้ำเงินเข้มของมันกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนหรือคราบเขม่าควันใด ๆ !

    โครงข่ายสนามพลังงานรูปร่างคล้ายผลึกเรขาคณิตสีน้ำเงินครามหมุนวนห่อหุ้มรอบกายของมันเอาไว้ดั่งป้อมปราการที่ไม่มีวันทลาย—โล่พลังงานเจเนซิสสีน้ำเงิน

    "บ้าน่า... เป็นไปไม่ได้..." เจ้าหน้าที่เทคนิคและทหารภาคสนามหลายคนถึงกับหน้าซีดเผือด แข้งขาอ่อนแรงจนแทบทรุด อาวุธมิสไซล์ระดับทำลายล้างฐานทัพขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพจมเรือรบได้ทั้งลำ... กลับไม่สามารถสร้างแม้กระทั่งรอยร้าวบนโล่พลังงานชีวภาพของมันได้เลยสักเปอร์เซ็นต์เดียว

    ทันใดนั้นเอง ดวงตาสีน้ำเงินเรืองแสงนับสิบคู่รอบหัวของการ์เลนอสยักษ์ก็พลันขยับหมุน หันขวับขึ้นไปจับจ้องล็อกเป้าหมายฝูงบิน A.A.S. บนท้องฟ้า ช้า ๆ ... สัญญาณไฟบนโล่ของมันกะพริบถี่ขึ้นราวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่กำลังประมวลผล

    "มันกำลัง... จ้องมองอะไรอยู่เหรอคะรุ่นพี่?" รินพึมพำด้วยความรู้สึกเสียวสันหลัง

    ทันย่าไม่ตอบในทันที ใบหน้าของเธอเคร่งครียดจนเห็นเส้นเลือดข้างขมับ "มันไม่ได้แค่ มอง... แต่มันกำลังคำนวณทิศทาง ลม และวิถีการบินของฝูงบินต่างหากล่ะ"

    ฟรึ่บบบบบบบบบบบบบ—!!!!

    สิ้นประโยคคำเตือน รอยแยกมิติสีดำมืดมิดขนาดกว้างใหญ่หลายร้อยเมตรพลันระเบิดเปิดออกกลางอากาศกึ่งกลางวงล้อมของขบวนบิน A.A.S. โดยไม่มีการแจ้งเตือนของสัญญาณเรดาร์หรือคลื่นมิติระบุล่วงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว!

    "อะไรกันน่ะ!? รอยแยกมิติกลางอากาศงั้นเหรอ!?" นักบินในฝูงรบต่างร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก ขบวนบินอันสมบูรณ์แบบแตกพ่ายในพริบตา

    ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ วัตถุสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์จำนวนมหาศาลที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในรอยแยกพลันทะลักร่วงหล่นพุ่งออกมาจากช่องว่างมิตินั้นราวกับห่าฝนดาวตกมรณะ... ทั้งซากดาวเทียมสื่อสารที่พังยับเยิน เศษซากสถานีอวกาศที่เต็มไปด้วยคราบไหม้ โครงสร้างคานเหล็กกล้าขนาดมหึมา และเศษซากผุพังของยานรบไร้นามจากต่างมิติ ทั้งหมดพุ่งเข้าชนกระแทกฝูงเครื่องบินรบโดยตรงด้วยความเร็วและแรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วงมิติ!

    ตูมมมมมมมมมม—!!!!

    "เครื่องของฉันโดนชน! ระบบควบคุมปีกซ้ายทลาย!"

    "สละเครื่อง! ดีดตัว! ดีดตัวเดี๋ยวนี้—!!!"

    เปรี้ยงงงงงงงงงงง—!!!!

    เครื่องบินขับไล่สามลำถูกซากคานเหล็กยักษ์บดขยี้จนระเบิดกลายเป็นลูกไฟดวงโตกลางเวหา อีกหลายสิบลำเสียการควบคุมจากการปะทะและสภาพอากาศที่แปรปรวน พุ่งดิ่งตกลงสู่พื้นดินระเบิดวินาศสันตะโรกลายเป็นจลาจลบนฟากฟ้า

    "มันใช้ประตูมิติและขยะอวกาศมาเป็นอาวุธสกัดฝูงบินงั้นเหรอคะ...!?" รินเบิกตากว้างจนแทบถลน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่ประยุกต์ใช้ยุทธวิธีและพลังงานระดับบิดเบือนกฎฟิสิกส์มาสร้างสนามรบและทำลายกองทัพอากาศได้ราบคราบขนาดนี้

    แต่ทว่าความสิ้นหวังยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น


    ครืนนนนนนนนนนนน! ตู้มมมมมมมมมม—!!!

    พื้นปฐพีหุบเขาหินดำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงอีกระลอก คราวนี้เป็นสัญญาณการเคลื่อนทัพอันยิ่งใหญ่ของกองกำลังภาคพื้นดินหนัก—หน่วย Heavy Armored Force Services (H.A.F.S.)

    รถถังรบประจัญบานขนาดหนักจำนวนหลายร้อยหลายพันคันเคลื่อนพลออกจากแนวกำแพงปราการชั้นใน บดขยี้โขดหินฝุ่นควันมหาศาลฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ ขบวนทัพประกอบไปด้วยรถถังหลัก MBT รุ่นล่าสุด Titan-X ยานยนต์หุ้มเกราะหนาพิเศษ, รถปืนใหญ่อัตตาจรแรงดันสูง, รถยิงจรวดขีปนาวุธหลายลำกล้อง รวมถึงหุ่นรบกลไกหนักขนาดยักษ์ (Mecha) ทรงสี่เหลี่ยมเทอะทะทว่าเปี่ยมไปด้วยอานุภาพทำลายล้าง ทั้งหมดเคลื่อนตัวเข้าโอบล้อมกายของการ์เลนอสระดับ 3 เป็นรูปครึ่งวงกลม


    ผู้บัญชาการทหารสูงสุดประจำหน่วย H.A.F.S. ชายวัยกลางคนร่างใหญ่กำยำเจ้าของใบหน้าดุดันและหนวดเครารุงรัง—พันเอก เดวิด มอร์แกน ตะโกนคำรามสั่งการกร้าวผ่านเครือข่ายวิทยุสื่อสารทุกช่องสัญญาณเสียง

    "ถึงไอ้พวกหน้าขนทหารราบและยานเกราะทุกหน่วย! เป้าหมายสัตวร้าย Class 3 อยู่ตรงหน้าพวกแกแล้ว! ไม่ต้องยั้งมือ! ระดมยิงปืนใหญ่ทุกกระบอกพร้อมกัน! บดขยี้มันเข้าไป! อย่าปล่อยให้มันมีโอกาสได้หายใจหรือตั้งตัวได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ยิงงงงงงงงงง—!!!"

    บูมมมมมมมมมมมมมมมมม—!!!!!

    เสียงปืนใหญ่และลำกล้องพลังงานพลาสม่าจากรถถังหลายร้อยกระบอกระเบิดคำรามขึ้นพร้อมกันในจังหวะเดียว ส่งผลให้แผ่นดินทั้งผืนเกิดอาการทรุดตัวและสั่นสะเทือนสะท้านไหว กระสุนปืนใหญ่เจาะเกราะหัวระเบิดพลังงาน กระสุนความร้อนพลาสม่าความเข้มข้นสูง และกระสุนพลังงานเจเนซิสสังเคราะห์ ถูกสาดเทยิงเข้าใส่ร่างอันใหญ่โตของการ์เลนอส Class 3 อย่างบ้าคลั่งและต่อเนื่องไม่มีหยุดพักราวกระแสน้ำหลาก

    ตูม!! ตูม!! ตูม!! ตูม!! ตูม!!

    แรงระเบิดและแสงสีส้มฟ้าสลับกันปะทุวาบปกคลุมท่วมทับร่างของการ์เลนอสยักษ์อีกครั้ง ความหนาแน่นของกลุ่มควันและเปลวไฟหนาทึบเสียจนบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด ทำให้ไม่อาจมองเห็นตัวตนของอสูรกายสีน้ำเงินภายในได้

    ทว่า... ท่ามกลางเสียงระเบิดอันกึกก้องสะท้านฟ้านั้น ในที่สุด เสียงคลื่นความถี่บางอย่างที่ชวนให้รู้สึกขนลุกซู่และแก้วหูแทบฉีกขาดก็ดังแทรกซึมสะท้อนขึ้นมาจากกึ่งกลางของเปลวเพลิง

    วูมมม... ครืนนนนนนนนนนนนนน—!!!!

    ประสาทสัมผัสลีซิลนอสในกายของทันย่าและรินกรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด ทันย่าใบหน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด ดวงตาสีเงินขยับไหวด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของรินแล้วตะโกนลั่นผ่านเครื่องสื่อสารด้วยเสียงอันสั่นเครือ

    "...ถอย! ทุกหน่วยถอยทัพด่วน!!!"

    "อะไรนะคะ..."

    "ฉันบอกให้ถอยเดี๋ยวนี้!!! วิ่งหนีไปซะ—!!!!"

    วินาทีแห่งความตายพังทลายลงตรงหน้า โครงข่ายโล่พลังงานเจเนซิสรอบตัวของการ์เลนอสระดับ Class 3 พลันระเบิดแตกกระจายออกเป็นละอองแสงสีฟ้า พร้อม ๆ กับที่ผลึกแก้วแกนพลังงานสีน้ำเงินเข้มจัดทั้งสี่จุดบนร่างกายของมัน (อก, ไหล่ทั้งสอง, สะโพก, โคนหาง) เกิดการเรืองแสงสว่างวาบเจิดจ้าขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ดวงตาสีนับสิบคู่บนร่างยักษ์เปล่งประกายรังสีความเข้มข้นสูงสีฟ้าครามสว่างโล่จนกลบแสงของดวงดาว

    สัตว์ประหลาดร้ายอ้าปากอันมหึมาของมันออกกว้างจนกรามฉีกขยาย ลึกเข้าไปในลำคอหนา... กระแสพลังงานมิติจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ กำลังถูกบีบอัดและหมุนวนขยายตัวอย่างหนาแน่นจนกลายสภาพเป็นลูกกลมแสงสีน้ำเงินเข้มบริสุทธิ์ที่มีลวดลายประหลาดขยับตัว—มันดูราวกับดาวเคราะห์ดวงเล็ก ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยแรงระเบิดระนาบล้างดวงดาว

    ริน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายและแรงกดดันนั้นได้อย่างแจ่มชัดผ่านจิตวิญญาณ... เธอรู้ดีในทันทีว่า หากไอ้ลำแสงพลังงานมหาศาลนั้นถูกปลดปล่อยหรือยิงระเบิดพุ่งออกมา...กองทัพยานเกราะ H.A.F.S. ทหารนับพันนาย และพิกัดพื้นที่ทั้งหมดในระยะหลายสิบกิโลเมตร...จะอันตรธานมลายหายไปจากแผนที่โลกใบนี้ในพริบตาโดยไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่นอนุมูล

    ทันย่ากัดฟันแน่นจนห่อเลือด หมัดสองข้างกำเข้าหากันจนสั่นเทา เธอเอ่ยพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นระริก—น้ำเสียงแห่งความสิ้นหวังอันลึกซึ้งที่รินไม่เคยได้ยินจากปากของรุ่นพี่สาวผู้แข็งแกร่งคนนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต

    "...นี่แหละ...พลังทำลายล้างที่แท้จริงของการ์เลนอสระดับ Class 3..."

    "..."

    "...ตัวตนที่เป็นอาวุธสงครามชีวภาพล้างบางอารยธรรม...ของจริง!"

    แสงสีน้ำเงินครามลึกในช่องปากของอสูรกายยักษ์สว่างวาบเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ จนกลบทุกสรรพสิ่ง บรรยากาศรอบตัวนิ่งสงบลงชั่วอึดใจขณะที่ท้องฟ้า แผ่นดิน และชั้นบรรยากาศเริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกดับลงตรงหน้า

    และในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้...ไม่มีมนุษย์หรือนักรบคนใดล่วงรู้เลยว่า... อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าหลังจากลำแสงมรณะนี้ถูกปลดปล่อยออกไป จะมีชีวิตของผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่กึ่งกลางสนามรบแห่งนรกสีครามนี้สักกี่คน... หรือทุกสิ่งจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่สาบสูญไปตลอดกาล!

     

    [จบตอนที่ 29: สายฝนเหล็กและนรกสีคราม]