ตอนที่ 22: ทำสัญญา
ภาพในอดีตเมื่อสองพันปีก่อน
ในยุคแรกของา ภาพแสดงให้เห็นการต่อสู้ในาของมหาจักรพรรดิฉู่หลง ในวัยสี่สิบห้าปี และคู่หนุ่มสาววัยประมาณสามสิบปี ได้พากองกำลังฝั่งมนุษย์เข้าโรมรันฝ่ายศัตรู ตอนนั้นจอมมารอสูรและสมุนได้เข้าสู้กับมหาจักรพรรดิฉู่หลง
จอมมารอสูรที่ยังไม่หายาเ็ จากมหาาที่เขาแพ้ต่อเผ่าทูต์ ก็ต้องมาาเ็ซ้ำจากศึกนี้
ตัวฉู่หลงเองก็าเ็เช่นกัน คู่หนุ่มสาวซึ่งแท้จริงแล้ว คือสัตว์ผู้พิทักษ์และสัตว์พาหนะของฉู่หลง ก็ได้แปลงกายเป็ัอัสนีย์และยูนิคอร์นสายรุ้ง สามารถยันศึกนั้นไว้ได้ และขับไล่พวกปีศาจให้ถอยร่นไป
ทั้งคู่เป็คู่รักกันและนางไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ตอนร่วมศึก ศึกนั้นนางาเ็เพราะปกป้องผู้เป็นาย นางใช้พลังชีวิตที่เหลือแลกกับการปกป้องครรภ์ของตัวเอง
ส่วนตัวัอัสนีก็เที่ยวออกตามหาเผ่าภูตไพร หวังว่าจะช่วยนางได้ ตอนนั้นทางฝั่งอสูรก็ออกตามล่าเผ่าภูตไพรเช่นเดียวกัน หวังว่าจะว่าได้ใบไม้แห่งภูตมาช่วยจอมมาร
แต่ก็ไม่มีใครเคยได้เจอเผ่าพันธุ์โบราณจากแดน์นี้เลย
ผู้เป็นายและัอัสนีจึงใช้วิธีผนึกนางให้เป็รูปปั้น และถ่ายโอนพลังชีวิตทั้งหมดให้นาง นางจึงอยู่มาได้ถึงตอนนี้ ทั้งหมดทุกคนทำเพื่อเด็กน้อยในครรภ์นี้ ให้ได้เกิดมา
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบงันอย่างประหลาด มีเพียงเสียงลมหายใจของฤทธาที่หนักหน่วง หลังจากาายูนิคอร์นสีรุ้งบอกเล่าความเป็มาอันยาวนานของอดีตราชินียูนิคอร์นผู้ถูกผนึกไว้
หญิงสาวในร่างนั้นนั่งนิ่งหลับใหลมานับพันปี แสงสีขาวบางๆ แผ่รัศมีอ่อนโยนล้อมรอบร่างหินอันยิ่งใหญ่นั้น
ฤทธามองดูสตรีในรูปหินด้วยแววตาแน่วแน่ เขาเอื้อมมือหยิบใบไม้ภูตของไค่หยงออกมา แสงสีเขียวอ่อนเปล่งประกาย
"ได้โปรด…ช่วยเธอด้วย" ฤทธาอธิษฐาน
ทันใดนั้น ใบไม้เรืองแสงลอยขึ้น หมุนวนกลางอากาศ แล้วค่อยๆ ละลายกลายเป็ละอองพลังสีเขียว ที่ไหลเข้าสู่ร่างหินตรงหน้า
เสียงแตกเปรี๊ยะเบาๆ ดังขึ้น หินเริ่มแตกร้าว
ในวินาทีนั้น ไค่หยงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายฤทธา…
เขาอยู่ในร่างภูตไม้รูปร่างผอมสูง ร่างเหมือนชายชราโปร่งแสงสีแดงพร้อมปีกสี่ปีกที่ฤทธาคุ้นเคย ได้ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้เขา แต่แววตาเต็มไปด้วยความสงบ
“ฤทธา…นี่คือการช่วยชีวิตที่ดี และข้าภูมิใจที่ได้ใช้พลังสุดท้ายในครั้งนี้…”
ฤทธาหันขวับมา ใบหน้าใสุดขีด
“หมายความว่ายังไงครับท่านปู่?!”
“พลังของข้า…ที่ฝากไว้ในใบไม้นั้น เป็เสี้ยวสุดท้ายของชีวิต พอสิ้นพลังนั้น ข้าก็ต้องจากไปแล้วจริงๆ …มันเป็หน้าที่และภารกิจสุดท้ายของข้า”
น้ำเสียงของไค่หยง แม้แ่เบาแต่หนักแน่น ฤทธาเงียบงัน เขากัดฟันแน่นอย่างไม่อาจยอมรับ ความรู้สึกอบอุ่นจากผู้เป็เหมือนญาติ คอยแนะนำ และเล่าเื่ราวต่างๆ ที่หาอ่านไม่ได้ในหนังสือ ปู่ไค่หยงที่เคียงข้างมาตลอดตอนเด็กๆ กำลังจะจากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
"มันไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?"
ฤทธาหันไปสอบถามหัวหน้าเผ่ายูนิคอร์นด้วยไม่รู้จะถามใครได้ในเวลานั้น
หัวหน้าเผ่ายูนิคอร์นสีรุ้งที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเสียงนุ่ม
“หากภูติไพรตนนั้นยอมทำพันธะิญญากับเ้า ก่อนจากไป เสี้ยวิญญาของเขาจะฝังอยู่ในพลังจิตของเ้า แม้ไม่สามารถปรากฏร่างให้คนอื่นเห็นได้…แต่สามารถคอยแนะนำ ช่วยเหลือในยามจำเป็ได้”
ฤทธานิ่งอยู่ชั่วครู่ เขาหันไปมองไค่หยง
“ท่านปู่…อยู่คอยช่วยหลานต่อได้หรือไม่ขอรับ”
ไค่หยงยิ้ม “ได้แน่นอน…ถ้าเ้า้า”
ทั้งสองแตะมือเข้าหากัน แสงพันธะิญญาปรากฏเป็วงแหวนอักขระสีน้ำตาลและเขียวหมุนรอบร่าง ก่อนจะสลายหายไปอย่างเงียบงัน… และร่างของไค่หยงก็ค่อยๆ กลายเป็แสงสีเขียวที่ไหลเข้าสู่ใจกลางหน้าผากของฤทธา
หัวใจของเด็กหนุ่มไหววูบ แต่เขาไม่มีเวลาคร่ำครวญ เพราะเสียงร้องแ่เบาดังมาจากรูปปั้นหินเบื้องหน้า...
ครืดด…
รอยร้าวขยายตัว เสียงร้องของสัตว์ทารกดังก้องขึ้นเรื่อยๆ
“ฝากลูกข้าด้วย”
เสียงดังขึ้นในหัวใจของฤทธา
มีิญญาสาวสีทองปรากฎตัว แล้วกลายร่างเป็ยูนิคอร์น ทำท่าคุกเข่าแล้วก้มหัวให้ฤทธา ก่อนสลายเป็ละอองแล้วหายไป
ร่างของสัตว์ตนหนึ่งก็พุ่งทะลุออกมาจากภายใน มันมีหัวเป็ั มีเขาเป็ตุ่มเล็กงอกบนหัว ดวงตาสีฟ้าดั่งอัสนีย์ ตาดำเป็แนวตั้ง ตาทั้งหมดกลมโตสดใส ลำตัวเป็ม้าสีดำสนิทแวววาวราวรัตติกาล รอยด่างสีเงินที่ปลายหางและสายฟ้าเรืองแสงแล่บแปลบปลาบ วูบวาบบนร่างเมื่อมันสะบัดหาง
"ม้าันิล…"
หัวหน้าเผ่ายูนิคอร์นพึมพำ
สัตว์ทารกเพศผู้ตัวนั้นกระพือปีกเล็กๆ ของมันอย่างเก้ๆ กังๆ ก่อนจะสะดุดหน้าทิ่มพื้น ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจนฤทธาเผลอหลุดหัวเราะ ทั้งที่น้ำตายังคลออยู่ที่ตา
สัตว์น้อยขนาดใหญ่กว่าชีต้าร์ไม่มาก เดินเข้ามาใกล้แล้วเอาหัวมาถูที่ขาของฤทธา สายตาเปล่งประกายแห่งความไว้ใจอย่างประหลาด
“เ้าหนูน้อย เ้าคงเลือกข้าสินะ…”
ฤทธาหัวเราะอย่างอ่อนโยน พลางวางมือลงบนหน้าผากของัน้อย
ทันใดนั้น สัญลักษณ์สีดำล้อมสายฟ้าสีเงินก็ปรากฏขึ้นที่มือซ้ายของเขา
วงแหวนิญญาใต้เท้าพุ่งขึ้นจากพื้น กระแสลมและปราณหมุนวนเกิดเสียงดังกระหึ่ม ันิลส่งเสียงร้องก้องถ้ำเล็กๆ อย่างตื่นเต้น การทำสัญญาสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ฤทธากลั้นน้ำตาไม่ไหว ราวกับราชินียูนิคอร์นเพิ่งฝากเด็กคนหนึ่งไว้ให้เขาเลี้ยง
"ข้าจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด..."
ฤทธาพูดเบาๆ เหมือนบอกกับแม่ของัน้อย และไค่หยง
“กรู๊ววว” ...ม้าัส่งเสียง
“ป่ะป๊า”
เสียงเด็กน้อยดังขึ้นในใจฤทธา
เขารู้ทันทีว่านั่นคือเสียงม้าัน้อย
เราคงสื่อสารกันได้สินะ
“เรียกข้าว่าพี่ชายนะ พี่จะดูแลเ้าแทนพ่อแม่เอง เด็กดี”
เขากล่าวพร้อมลูบหัวเ้าตัวเล็ก
“กรู๊วววว” … “พี่ชายๆ”
เสียงดังในใจฤทธาอีกครั้ง
เมื่อพิธีเสร็จสิ้น หัวหน้าเผ่ายูนิคอร์นสีรุ้งโค้งคำนับฤทธาด้วยความเคารพ
“ั้แ่ยุคาเทพอสูร ไม่เคยมีมนุษย์คนใดได้รับความไว้วางใจจากเผ่าเราขนาดนี้… เ้าไม่ใช่แค่ผู้สืบทอดพันธะของราชินี แต่ยังเป็ผู้ปกป้องอนาคตของลูกเธออีกด้วย”
ฤทธาก้มศีรษะรับและตอบอย่างแน่วแน่
“ข้าจะปกป้องเขาด้วยชีวิตครับ”
ันิลส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง แล้วก็สะบัดหางฟาดพื้นปัง! จนฝุ่นปลิวว่อน
วันถัดมา…
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องพักของฤทธา หลังจากกลับจากมิติสวนสัตว์ิญญา เขาก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลย เขาเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ชีต้าร์ฟัง
อีกทั้งเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากข่าวลือที่แพร่กระจายในสำนัก และเสียงซุบซิบที่ตามหลังเขามาไม่หยุด ทั้งยังมีคนเริ่มจับตามองเขามากขึ้น ทั้งในทางดีและร้าย
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจเท่าไรนักวันหยุดประจำเดือนฤทธากลับบ้านและแนะนำนิลๆ ให้พ่อแม่รู้จัก
ฤทธาส่งยิ้มอ่อนใจ มองที่หลังมือซ้ายของตนเอง สัญลักษณ์รูปหัวัพาดคู่กับเขายูนิคอร์นเปล่งแสงจางๆ นี่คือพันธะที่เขามีต่อสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งถือกำเนิด และยิ่งกว่านั้น...ในจิตใจเขายังมีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ไค่หยง
แต่ตอนนี้ไค่หยงต้องใช้เวลา สร้างรูปร่างจิติญญาอีกสักพัก
หลังจากวันนั้น ฤทธากลับมาพร้อมกับชื่อเสียงที่สูงขึ้น ไม่ใช่แค่ในฐานะศิษย์อัจฉริยะที่ชนะสามประลองภายในอาทิตย์เดียว หรือเด็กหนุ่มที่เปิดเผยปราณสายฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็ผู้ที่ได้ทำพันธะกับสัตว์ในตำนาน ลูกหลานของราชินียูนิคอร์นและัอัสนี
แต่ชื่อเสียงก็มาพร้อมความอิจฉา
ขณะเดียวกัน ในห้องสมุดลับของหอคอยิญญายุทธ์
เหล่าผู้เฒ่ากำลังพินิจเอกสารเก่า
“ดอกบัวห้าสี ันิล และไอิญญาของนักิญญาขั้นสูงในตัวเด็กคนเดียว นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ ส่งคำสั่ง...ให้สืบสายเืของเด็กคนนั้น”
เอกสารเก่าถูกคลี่ออก เผยรายชื่อาุโยุคก่อตั้ง หนึ่งในนั้น มีชื่อที่ลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์ แต่กลับปรากฏสัญลักษณ์เดียวกับฤทธา บนหน้าปกสมุดบันทึก…นั่นคือดอกบัว
ในห้องฝึกส่วนตัว ฤทธากำลังฝึกการควบคุมปราณสายฟ้าของตนเอง ขณะที่นิลๆ บินวนรอบห้องอย่างสนุกสนาน บางครั้งก็ปล่อยประกายสายฟ้าใส่กำแพง เล่นซนเหมือนลูกสัตว์ทั่วไป
“กรู๊วววๆ”
"ถ้าเ้ายังซนแบบนี้...ข้าอาจต้องให้เ้าฝึกนั่งสมาธิก่อนนะ"
ฤทธาหัวเราะ พลางใช้ปราณเรียกสายฟ้ามาปะทะสายฟ้าของนิลๆ
“ชีต้าร์เจ้าลองพานิลๆ ไปดูบ้านสวนเราสิ แล้วข้าจะให้เจ้ากินเกาเหลาเนื้อเต็มที่เลย” ฤทธาบอกชีต้าร์ที่นอนนิ่งอยู่นิลๆ ยกคอขึ้นแล้วเอียงหัวอย่างงสัย แต่ยังคงน่ารักไร้เดียงสา“กรู๊ววๆ กั่กๆๆ” “ข้าอยากไปๆ” นิล ๆ บอกฤทธา
“อยากไปล่ะสิ ต้องเชื่อฟังและห้ามซนนะ แล้วจะมีรางวัลให้”
ชีต้าร์ทำข้อตกลง
นิลๆ ผงกหัวรับคำ “กรู๊ววว”
หลังจากทั้งคู่ไป ฤทธาก็เริ่มฝึกเหมือนเมื่อก่อน ่เช้าเข้าห้องฝึก ศึกษาแบบแปลนค่ายกลิญญา และฝึกสร้างค่ายกลิญญา หลอมยา เขียนยันต์ และไปปีนผาในเขตต้องห้าม
“เข้าสู่เดือนที่สองแล้ว ยังอันดับหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองเอง อาชีพอีกสองอาชีพ”
ฤทธาคิดในใจแล้วตั้งใจฝึกต่อ
จบตอน22.