ตอนที่ 21: ภาพลวงในห้องบำบัด
ภาพข่าวความสำเร็จและแสงสปอตไลต์อันเจิดจรัสในงานเปิดตัวหอศิลป์ลับของตระกูลรินรดาที่ลงบนหน้าหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์สังคมชั้นสูงไฮโซ ถูกส่งต่อมาในห้องแชตส่วนตัวของฉันใน่บ่ายวันทำงานธรรมดาที่แสนเหนื่อยล้า ข้อความนั้นมาจาก 'กวิน' ศัลยแพทย์หนุ่มมาดเนี้ยบวัย 29 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังและยังเป็รุ่นน้องคนสนิทของฉันเอง เขาพิมพ์ข้อความสั้นๆ แนบมากับภาพนั้นว่า “ยินดีกับคุณรินรดาด้วยนะครับพี่ลิน งานออกแบบและระบบนิรภัยใต้ดินของหอศิลป์นั้นหรูหรามาก ได้ยินว่าผลงานชิ้นเอกนี้เป็ฝีมือของคุณชานนท์ สถาปนิกใหญ่คนเดียวกับที่เรานัดประชุมบ่ายนี้เลยครับ สมราคาคุยจริงๆ”
ฉันกวาดสายตามองหน้าจอไอแพดอย่างเงียบๆ จ้องมองรูปภาพของภัณฑารักษ์สาวทายาทตระกูลดังที่ยืนเด่นสง่าในชุดราตรีสีขาวเคียงข้างชายวัย 52 ปีในชุดสูทภูมิฐานผู้สวมแว่นตาสุภาพ และศิลปินหนุ่มหน้าตาดีอีกคน ทุกคนดูมีหน้ามีตาและมีเกียรติในสังคมชั้นสูง ทว่าสำหรับฉัน 'แพทย์หญิงลัลน์ลลิน' หรือ 'หมอลิน' จิตแพทย์สาวและผู้บริหารสถาบันสุขภาพจิตและบำบัดระดับลักชัวรี โลกเื้ัหน้ากากแห่งเกียรติยศและเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาตัวนี้กลับเต็มไปด้วยความเครียดและแรงกดดันสะสมมหาศาลที่ไม่มีใครเข้าใจ ฉันต้องคอยสวมบทบาทเป็แพทย์ผู้อ่อนโยน สุภาพ เรียบร้อย และฉลาดหลักแหลม คอยรองรับอารมณ์และบำบัดจิตใจให้แก่เหล่ามหาเศรษฐีและคนดังในสังคมชั้นสูงทุกวัน แต่ลึกๆ ในหัวใจของฉันเอง... กลับซ่อนเร้นความ้าทางเพศที่รุนแรงและดิบเถื่อนอย่างเหลือเชื่อ
ในยามที่ความเครียดพุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุด ความกดดันจากคณะกรรมการและชื่อเสียงของตระกูลทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงทอง วิธีเดียวที่ช่วยปลดแอกอารมณ์บ้าคลั่งในตัวฉันได้คือการหลบเข้าไปช่วยตัวเองในความมืด แอบจินตนาการถึงการถูกควบคุมตัว ถูกลงทัณฑ์ และการสยบยอมต่อรสรักที่ป่าเถื่อนไร้ขอบเขตศีลธรรมโดยชายร่างใหญ่โตที่ฉันไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ ฉันเกลียดสังคมหน้ากากที่ฉันต้องสวมอยู่ และโหยหาการถูกกระชากหน้ากากผู้ดีนั้นออกไปอย่างเหี้ยมเกรียมในโลกสีเทาเข้ม
“คุณหมอลินครับ คุณชานนท์ สถาปนิกและทีมงานเดินทางมาถึงห้องประชุมแล้วครับ” เสียงกวินเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้ามาส่งรอยยิ้มสุภาพให้ฉัน กวินเป็ชายหนุ่มรูปงามที่มีบุคลิกเนี้ยบ สะอาดสะอ้านตามแบบฉบับศัลยแพทย์รุ่นใหม่ เขาคอยช่วยเหลือและแอบส่งสายตาเทิดทูนบูชาฉันมาตลอดหลายปี ซึ่งฉันเองก็รับรู้ได้ดี แต่ด้วยมาดแพทย์หญิงผู้สูงส่งและระยะห่างระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราหยุดอยู่แค่เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดเท่านั้น
“ขอบคุณค่ะหมอกวิน ลินจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฉันปิดหน้าจอไอแพดลง จัดการจัดแต่งทรงผมที่รวบตึงเป็มวยอย่างเรียบร้อยหลังศีรษะ จัดปกเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่แล้วก้าวตามกวินไปยังห้องประชุมใหญ่อย่างนิ่งสงบ
เมื่อเปิดประตูห้องประชุมเข้าไป ฉันก็พบกับชายร่างสูงใหญ่กำยำถึง 185 เิเในชุดสูทสากลสีเทาเเนี้ยบไม่มีที่ติ 'ชานนท์' หรือ 'ลุงนนท์' สถาปนิกใหญ่ผู้มีมาดภูมิฐาน สุภาพเรียบร้อย และแฝงไปด้วยความอบอุ่นใจดีคราวพ่อภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเข้ม เขาขยับลุกขึ้นยืนต้อนรับและส่งรอยยิ้มเป็มิตรน่านับถือให้แก่ฉันทันที
“สวัสดีครับคุณหมอลิน ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในโครงการศูนย์สุขภาพจิตลักชัวรีแห่งใหม่นี้นะครับ” ลุงนนท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายวัย 50 กว่าผู้เจนโลก
“สวัสดีค่ะคุณชานนท์ ยินดีเช่นกันค่ะ โครงการนี้เราให้ความสำคัญกับความเป็ส่วนตัวและความผ่อนคลายของคนไข้ระดับวีไอพีมาก โดยเฉพาะห้องบำบัด Sensory Deprivation Room ที่คุณชานนท์จะออกแบบให้” ฉันนั่งลงที่หัวโต๊ะประชุม สบตากับเขากลับอย่างเป็ทางการตามมาดคุณหมอคนเก่ง
การนำเสนอแปลนการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น ลุงนนท์อธิบายระบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมและวัสดุซับเสียงที่จะนำมาใช้ในห้องบำบัดเดี่ยวอย่างละเอียดละออ ห้องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตัดขาดเสียงสะท้อน แสง และััจากภายนอกเพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดลอยตัวในน้ำเกลืออุ่นท่ามกลางความมืดมิดสนิทเพื่อปรับสภาวะจิตใจ ทว่ายามที่ลุงนนท์อธิบายเื่ระบบการปิดกั้นโสตประสาทและการควบคุมอารมณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากลับดูแปรเปลี่ยนเป็ความนุ่มลึก มีระดับ และจงใจใช้จิตวิทยาในการเลือกใช้คำพูดที่ฟังดูแปลกประหลาด
“ในห้องบำบัดที่เงียบสนิทระดับนี้... เมื่อเราตัดสิ่งเร้าทางประสาทััทั้งหมดออกไป จิตใต้สำนึกของมนุษย์จะเริ่มทำงานอย่างอิสระครับคุณหมอ” ลุงนนท์ช้อนสายตามองตรงมาที่ฉัน แววตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นแฝงเงาดำลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอาฉันรู้สึกชาวูบวาบไปทั้งแผ่นหลัง “คนไข้บางรายที่เก็บกดความเครียดเอาไว้มากๆ ภายใต้หน้ากากทางสังคมที่แสนเรียบร้อย ยามที่พวกเขาอยู่ท่ามกลางความมืดและไร้เสียงรบกวน... สัญชาตญาณความดิบและตัณหาเบื้องลึกที่สุดของสัตว์ป่าที่พวกเขาพยายามซ่อนไว้จะปะทุออกมาอย่างรุนแรงจนน่าอัศจรรย์ใจเลยล่ะครับ”
คำพูดกึ่งวิเคราะห์ของเขาราวกับเข็มแหลมคมที่ปักแทงทะลุหน้ากากที่ฉันสวมอยู่ หัวใจของฉันเต้นระรัวโครมครามขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือบางใต้โต๊ะประชุมจิกเกร็งกระโปรงเนื้อดีกับขาอ่อนแน่นจนเนื้อผ้าขึ้นรอยยับ ฉันพยายามรักษาน้ำเสียงให้สงบนิ่งและตอบกลับด้วยแง่มุมวิชาการแพทย์ “นั่นคือกระบวนการบำบัดความเครียดขั้นลึกค่ะคุณชานนท์... ผู้เข้ารับการบำบัดจะได้เผชิญหน้ากับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง”
“หรอกหรือครับ...” ลุงนนท์ส่งยิ้มบางๆ แววตาจ้องจับอาการหายใจที่เริ่มติดขัดแ่เบาของฉันอย่างจับผิดและรู้ทัน “ถ้าอย่างนั้น ผมจะติดตั้งระบบซับเสียงพิเศษรอบผนังห้อง และเซนเซอร์วัดค่าความร้อนชื้นอุณหภูมิร่างกายแบบอินฟราเรดติดตั้งซ่อนไว้ที่เพดานด้วยนะครับ เพื่อที่ทางแพทย์ผู้ดูแลจะได้ประเมินความตื่นตัวของร่างกายคนไข้ยามที่จิตใจของพวกเขากำลังสั่นสะท้านในความมืด”
ฉันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกวาบหวามปนสะท้านในช่องท้องน้อยจนร่องสวาทเริ่มผลิตน้ำหวานเปียกชื้นแฉะชโลมแผ่นซับสุขอนามัยบางเบา สถาปนิกใหญ่วัยคราวพ่อตรงหน้าดูเหมือนจะสังเกตเห็นท่วงท่าสั่นระริกของเรียวขาฉันที่บดเบียดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์สยิว ยามที่กวินก้มลงจดบันทึกเอกสารอย่างขยันขันแข็งโดยไม่ได้เอะใจเลยว่ารุ่นพี่สาวของตนกำลังถูกลวนลามทางจิตวิทยาอย่างร้ายกาจ
หลังจากประชุมเสร็จสิ้น โครงการก่อสร้างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ลุงนนท์เข้าออกคลินิกบำบัดแห่งนี้บ่อยครั้ง และในบางครั้งเขาก็จงใจพูดคุยกับกวินเกี่ยวกับลักษณะความชอบส่วนตัวของฉันอย่างมีแผนการ โดยที่กวินหลงกลพูดคุยบอกรายละเอียดความเครียดและพฤติกรรมรักนวลสงวนตัวของฉันออกไปจนหมดสิ้น นนท์จัดการเชื่อมโยงสายส่งสัญญาณเสียงไร้สายความละเอียดสูงจากระบบผนังเก็บเสียงของห้อง Sensory Deprivation ให้ลิ้งค์เข้าสู่สมาร์ทโฟนของเขาโดยเฉพาะ ทำให้เขาสามารถลักลอบฟังเสียงขยับกายและเสียงหอบหายใจของฉันยามเข้ามาใช้งานห้องนี้ได้ตลอดเวลา
จนกระทั่งในค่ำคืนนี้... วันที่ห้องบำบัดอัจฉริยะ Sensory Deprivation Room ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานตรวจเช็คระบบขั้นตอนสุดท้าย
ตึก... ตึก...
เวลาเกือบสองทุ่ม คลินิกทั้งหมดปิดทำการและไร้เงาพนักงานคนอื่น กวินเพิ่งได้รับสายด่วนจากโรงพยาบาลเื่เคสผ่าตัดฉุกเฉินทำให้เขาต้องรีบเดินทางออกไปกะทันหัน เหลือเพียงฉันและลุงนนท์ที่ยืนอยู่หน้าประตูกลนิรภัยหนาหนักสีดำสนิทของห้องบำบัด
“ไฟในคลินิกปิดหมดแล้วนะครับคุณหมอลิน เราเข้าไปตรวจเช็คความเงียบสนิทและการตอบสนองของระบบเสียงและแสงบำบัดในห้องจริงกันเถอะครับ” ลุงนนท์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาพับแขนเสื้อเผยท่อนแขนกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและขนอ่อนชายฉกรรจ์เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าดวงตาใต้กรอบแว่นคู่นั้นกลับฉายเงาดำสนิทคุกคามราคะอย่างชัดเจนในความสลัวของทางเดิน
“ค่ะ... ลุงนนท์” ฉันก้าวเดินนำเขาเข้าไปภายในห้องบำบัดที่กว้างขวาง อ่างบำบัดขนาดใหญ่นอนนิ่งสงบพร้อมน้ำเกลืออุ่นฉายแสงสีฟ้าสลัว ผนังห้องกรุด้วยแผงซับเสียงสีดำหนานุ่มที่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปได้
ฟู่... ครึก... ประตูระบบไฮดรอลิกหนาปิดล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ ตัดขาดเราทั้งสองออกจากโลกแห่งศีลธรรมภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ลุงนนท์เอื้อมมือไปกดแผงสวิตช์หน้าตู้ควบคุม ยุบแสงไฟสีฟ้าสลัวลงจนห้องบำบัดทั้งห้องมลสลายจมลงสู่ความมืดมิดสนิทที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตัวเอง ความเงียบสงัดระดับสุญญากาศแล่นเข้าครอบงำประสาทัั ฉันยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นรัวเป็กลองรบ ตึก... ตึก... ตึก... ในอกเสื้อกาวน์
ในความมืดที่ไร้แสงไฟ ััถึงลมหายใจร้อนระอุของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทางด้านหลังอย่างช้าๆ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกลิ่นกายชายฉกรรจ์วัย 52 ปีแผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนผิวหลังของฉันรู้สึกวูบวาบ ร่างกายของฉันแข็งทื่อไปหมดด้วยความสับสนและตื่นกลัว ทว่าส่วนลึกของร่างกายกลับกระสันเสียวสยิวร่านร้อนพุ่งทะยานจนเปียกชุ่มโชกไปทั้งกางเกงชั้นในซาตินบาง
เสียงขยับกายและฝ่ามือหนาอุ่นร้อนของลุงนนท์เอื้อมทาบทับลงบนแผงควบคุมระบบััข้างตัวฉัน เสียงระบบไฮดรอลิกปิดประตูล็อกสลักเหล็กดัง กริ๊ก... แกร๊ก... เป็สัญญาณว่าประตูนี้นิรภัยนี้จะไม่มีวันเปิดออกได้หากปราศจากรหัสลับของเขา
ลุงนนท์โน้มตัวลงมาจนแผ่นอกกำยำเบียดชิดแผ่นหลังบางของฉัน ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดตรงซอกคอขาวระหงส์จนฉันขนลุกเกรียวไปทั่วตัว ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำ ดุดัน และทรงพลังบงการอย่างแท้จริงของชายรุ่นพ่อจะกระซิบสั่งข้างใบหูที่สั่นระริกของฉันในความมืดสนิท
“ห้องเงียบและมืดขนาดนี้... ถ้าปิดสัญญาณและล็อกประตูลงจนหมด แม้แต่จิตแพทย์คนเก่งก็ปฏิเสธสัญชาตญาณความ้าลึกๆ ของตัวเองไม่ได้หรอกนะคะเด็กดี... มาให้อาช่วยบำบัดความร่านร้อนของหนูในความมืดนี้กันดีกว่านะครับ”
วินาทีนั้น หัวใจของฉันเต้นโครมครามรัวกระหน่ำด้วยความหวาดกลัวสะคนปนวาบหวามในช่องท้องอย่างรุนแรงพุ่งสูงที่สุดในชีวิต ยามที่ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของลุงสถาปนิกก้าวข้ามทุกความถูกต้อง สอดแทรกล่วงล้ำลากผ่านสะโพกกลมกลึงอุ้มเนื้อก้นงอนงามของฉันขยำบดเค้นแรงเต็มเหนี่ยวใต้กางเกงผ้าเนื้อดีกระตุ้นอารมณ์ใคร่จนเข่าของฉันแทบทรุดฮวบลงยอมสยบแทบเท้าเสือร้ายจอมบงการในทันที!