รักนะ...มายด์บอดี้การ์ด

    ตอนที่ 17

    "กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวผมพาไปเที่ยวรอบเกาะนะ"

    ทิวไทพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร ข้าวขวัญพยักหน้าแล้วยิ้ม วันนี้ข้าวขวัญดูสดชื่นขึ้นเล็กน้อย ซึ่งก็ทำให้ตัวของเขาเองสบายใจตามไปด้วย เรียกได้ว่า ความสบายใจของเขาก็คือรอยยิ้มที่เขาได้เห็นจากข้าวขวัญนั่นเอง

    "ไปเที่ยวบ้างนะหนูข้าว ที่นี่มีที่สวยๆ ให้ดูเยอะแยะ ให้ทิวพาไปเที่ยวนะ แล้วเดี๋ยวกลับมากินข้าวกลางวัน ป้าจะเตรียมไว้ให้"

     

    ทิวไทพาข้าวขวัญซ้อนมอเตอร์ไซค์ขี่เลาะชมวิวไปเรื่อยๆ เลาะไปตามถนนเลียบชายหาดบ้าง เข้าไปดูหมู่บ้านเล็ก ๆ บ้าง วันนี้แดดแรงแต่ข้าวขวัญไม่บ่นซักคำ ทิวไทมีความสุขเมื่อหญิงสาวกอดเอวเขาไว้แน่น ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะแอบมองเธอจากกระจกมองด้านหลังเป็๲ระยะๆ วันนี้ข้าวขวัญดูสดใสและผ่อนคลาย ผมที่เริ่มยาวถูกรวบไว้ง่ายๆ ข้างหลัง หน้าสดที่ทาเพียงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์กับครีมกันแดดที่เขาซื้อมาให้นั้นดูสะอาดสบายตาด้วยไร้เครื่องสำอางค์

    "จอดทำไมล่ะนายทิว?"

    นายทิวน่าจะขี่มาได้ไกลพอสมควร แถวนี้ไม่ค่อยจะมีรถผ่าน เขาจึงหยุดรถแล้วให้เธอลงจากรถ

    "คุณข้าวลองขี่มอเตอร์ไซค์ดู ขี่เป็๞หรือเปล่า?"

    หญิงสาวส่ายศีรษะ

    "แต่ฉันขี่จักรยายได้นะ"

     "ยิ่งจะง่าย คุณลองขี่ดูนะ เดี๋ยวผมบอกทาง"

    ข้าวขวัญลองขี่ดู มันก็ไม่ได้อยากอย่างที่คิด เพราะว่าเธอเคยขี่จักรยานมาก่อนจึงพอจะเลี้ยงรถให้สมดุลไว้ได้ ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็๞ทางขึ้นเขาลงเขาด้วย แต่ข้าวขวัญก็ไม่กลัวเพราะมีนายทิวซ้อนและคอยช่วยอยู่ด้านหลัง เพียงไม่นาน ข้าวขวัญก็เป็๞ฝ่ายขี่รถมอเตอร์ไซค์พาเขาไปตามจุดต่าง ๆ ในเกาะโดยมีทิวไทเป็๞คนบอกทาง

    "เลี้ยวซ้ายลงทางชันข้างหน้าเลย ขี่ดีๆ นะ"

    คนตัวโตที่คร่อมอยู่ข้างหลังโอบสองแขนมาด้านหน้า เขาช่วยถือแฮนด์มอเตอร์ไซค์ และประคองรถลงเนินที่ชันจนมาจอดอยู่ที่ลานจอดรถได้

    "เก่งมาก คุณข้าว แบบนี้ขี่ได้ทั่วเกาะแล้ว"

    "ถึงแล้วเหรอ? ที่ที่นายว่าอยากจะให้ฉันเห็น"

    "ใช่ แล้วคุณจะว้าวว เราจอดรถไว้ตรงนี้แหละ แล้วเดินไปอีกหน่อย"

    เขาพาเธอเดินไปตามทางเดินโรยกรวด เดินเข้าสู่หาดเล็ก ๆ ที่เห็นน้ำทะเลเป็๞สีครามเพราะวันนี้แดดดี ลมทะเลแรงพอที่จะทำให้คลายร้อนไปได้บ้าง

    "คนยังมาที่หาดนี้น้อย ทะเลจึงยังบริสุทธิ์อยู่มาก"

    นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปูผ้านอนตากแดดกระจายอยู่ทั่วทั้งหาด ทุกคนต่างก็อยู่ในโลกของตัวเองอย่างมีความสุข

    "เงียบมาก หาดทรายก็สวยมาก ๆ ฉันชอบจังเลย"

    ถึงแม้แดดจะแรง แต่ลมทะเลก็พัดมาเรื่อย ๆ ทิวไทพาข้าวขวัญมานั่งที่ร้านเล็กริมทะเล ทั้งสองคนต่างก็มีความสุขที่ได้นั่งนิ่ง ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ แล้วต่างก็นั่งมองทะเลตรงหน้า เหมือนได้หยุดเวลาไว้ชั่วขณะ

    "ฉันอยากอยู่อย่างนี้ตลอดไปเลย"

    จู่ๆ ข้าวขวัญก็พูดขึ้นมาลอยๆ ทิวไทหันหน้ามามองหญิงสาวที่กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้สบายๆ เธอมองตรงไปที่ทะเลข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย

    "มาอยู่ที่นี่สิ คนแถวนี้น่าจะดีใจกันหลายคน"

    เขายิ้มให้เธอ แต่เธอไม่เห็นทั้งแววตาและรอยยิ้มของเขา เพราะเธอยังคงมองไปข้างหน้า

    "ไม่มีใคร๻้๵๹๠า๱ฉันหรอก"

    "คุณอย่าคิดไปเอง ที่นี่ใคร ๆ ก็ต้อนรับคุณทั้งนั้น แม่ผมแกชอบคุณนะ เอ็นดูคุณจะตายไป"

    ข้าวขวัญนึกถึงนางทองกร ที่บอกว่าถ้าไม่มีที่ไปก็ให้อยู่ที่นี่ มันทำให้เธอซาบซึ้งใจพอ ๆ กันกับความเศร้าใจ ซาบซึ้งใจที่นางทองกรมีเมตตา แต่ก็เศร้าใจเพราะเมื่อนึกถึงตัวเองแล้ว เธอเองก็ไม่มีที่ไปจริง ๆ

    "คุณป้าคงเวทนาฉันมากกว่าที่ฉันไม่มีที่ไป นายทิวคงเล่าเ๹ื่๪๫ของฉันให้คุณป้าฟังบ้างใช่ไหม?"

    ข้าวขวัญหันมาหาทิวไท สองแก้มแดงจัดเพราะถูกแดด ผิวสีน้ำผึ้งเริ่มคล้ำขึ้นเพราะอยู่มาหลายวันแล้ว ทิวไทพยักหน้าแต่ก็มองคนสวยเพลินอยู่เหมือนกัน

    "ใช่ ผมบอก คุณคงไม่ว่านะ เพราะผมคิดว่าแม่ควรจะรู้"

    "ไม่ว่าหรอก คุณป้า และทุกคนที่นี่ใจดีกับฉันมาก รวมทั้งนายด้วยนะ นายทิว นายใจดีกับฉันที่สุดเลย"

    ข้าวขวัญหันมาสบตาทิวไท แค่นี้ใจของชายหนุ่มก็อ่อนยวบ เพราะความหมายทุกอย่างมันอยู่ในแววตาคู่สวยนั้นแล้ว

     

    กว่าทั้งสองจะกลับมาถึงบ้านก็บ่ายแก่ๆ เมื่อนางทองกรเห็นข้าวขวัญขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามานางก็ยิ้มด้วยความเอ็นดู ลูกชายนางรักคนไม่ผิด เพราะถ้าไม่นับว่าข้าวขวัญเป็๞ลูกของเสี่ยขจรศักดิ์แล้ว ข้าวขวัญก็กินง่ายอยู่ง่าย ไม่พูดมาก อาจจะดูเก็บตัวและเศร้าไปบ้างแต่ก็เป็๞คนที่จิตใจดี นึก ๆ ไปก็ต้องขอบคุณเสี่ยขจรศักดิ์ที่เลี้ยงลูกไว้ไกลตัว ทำให้ข้าวขวัญเติบโตมาอย่างดีและไม่ได้พ่อมาแม้แต่น้อย

    "หนูข้าวหิวมั้ย? มากินข้าวกันก่อน ทิว มา ตักข้าวให้หนูข้าว นี่ไอ้นุ้ยมันบอกว่าตอนเย็นจะเอาเพื่อน ๆ มาเที่ยวนะคะหนูข้าว ว่าจะเอาที่สนิทกันมาสักสองสามคน มันอยากจะอวดพี่ข้าวของมันจะแย่อยู่แล้ว"

    ข้าวขวัญยิ้ม ไข่นุ้ยก็เป็๞หนึ่งในคนที่ทำให้เธอสบายใจ ทำให้เธอยิ้มได้หัวเราะได้ ความฉลาดช่างพูดแต่ก็ระวังความรู้สึกของคนอื่น ทำให้ไข่นุ้ยเป็๞เด็กที่มีเสน่ห์ ไม่รู้ว่าโตขึ้นมา สาวๆ จะรุมรักกันขนาดไหน

     

    เพื่อนๆ ของไข่นุ้ยมาสามคน ทั้งหมดเป็๞เพื่อนผู้หญิง พอมาถึงก็ดึงข้าวขวัญลงไปเล่นที่ชายหาด ทิวไทจึงปล่อยให้ข้าวขวัญไปเล่นกับเด็ก ๆ เด็ก ๆ สี่คนน่าจะเห่อคนสวย เพราะข้าวขวัญถูกล้อมหน้าล้อมหลัง จูงมือพี่สาวคนสวยไปเก็บเปลือกหอย ทิวไทนั่งมองจากโซฟาใต้ถุนบ้านแล้วเขาก็โคตรมีความสุข

    "ว่าไง พ่อคนคลั่งรัก"

    นางทองกรยื่นลูกมะพร้าวที่เฉาะแล้วส่งให้ลูกชาย

    "น้ำมะพร้าวเย็นๆ เผื่อใจที่มันร้อนรุ่มจะได้เย็นลงบ้างนะทิว"

    "ขอบใจจ๊ะแม่ แม่นี่รู้ใจฉันไปหมดทุกเ๹ื่๪๫จริงๆ"

    ทิวไทพูดโดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากเด็กๆ และหญิงสาวที่ชายหาด

    "ก็แม่เป็๞แม่นี่ ไม่รู้ใจลูกแล้วจะให้ไปรู้ใจใครล่ะ จริงมั้ย?"

    นางทองกรถอนหายใจ แล้วมองร่างโปร่งบางที่กำลังก้มลงเก็บเปลือยหอย

    "เฮ้ออ น่าสงสารนะ หนูข้าว ไม่รู้จะจบยังไง แต่ถ้าไม่มีที่ไปก็เอามาหย่อนไว้ที่นี่นะ คนคนเดียวแม่เลี้ยงได้ ตัวก็นิดเดียว กินก็นิดเดียว ไม่เปลืองเท่าไหร่หรอก"

    ทิวไทหันมากอดนางทองกร นางเองก็กอดลูกชายไว้เช่นกัน

    "ฉันขอบคุณแม่จริงๆ แม่เป็๞ที่พึ่งของฉันได้ทุกเ๹ื่๪๫ แม่นี่รู้ใจฉันไปหมด"

    "แม่อวยพรให้เอ็งสมหวังนะ ทิว มันอาจจะมีอุปสรรค แต่แม่รู้ว่าเอ็งไม่ท้อหรอก แต่จะทำอะไรก็ต้องระวัง ให้นึกถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองด้วยนะ"

    "ครับแม่"

    "แล้วนี่ทิวจะเอายังไงต่อ?"

    นางทองกรถามด้วยความเป็๞ห่วง ลูกชายก็ห่วง นางเองก็ห่วงข้าวขวัญไม่น้อยไปกว่าลูกชายตัวเองเหมือนกัน เพราะนางเองก็เชื่อในพรหมลิขิต

    "ไม่รู้บุญกรรมอะไร ที่ทำให้ทิวได้มาเจอกับหนูข้าวนะ แต่แม่ว่ามาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องจูงกันไปให้ถึงที่สุดนะทิว"

    "จ๊ะแม่ ฉันไม่ทิ้งคุณข้าวแน่ๆ แต่ตอนนี้ฉันกลัวตำรวจจะมาเอาคุณข้าวไปสอบสวน แต่เธอก็ไม่รู้เ๹ื่๪๫เลย เป็๞ห่วงสภาพจิตใจของคุณข้าวมากกว่า"

    เขาบอกความจริงนางทองกรไม่หมด เขารู้ใจตำรวจในทีมว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้าวขวัญ แล้วเขาก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นเลย ในตอนนี้เขารอแค่ว่าเมื่อไหร่ที่ รตอ.ทะนง จะโทรหาเขาเท่านั้นเอง

    Errrrr.....รตอ.ทะนงโทรหาทิวไท

    ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก ไม่น่าคิดถึงมึงเลย คิดถึงปุ๊ปก็โทรมาปั๊ป ทิวไทรู้ว่าทะนงจะพูดเ๱ื่๵๹อะไร

    นางทองกรเดินกลับเข้าไปในครัวเพราะรู้ว่าลูกชายจะคุยธุระสำคัญ

    ทิวไท_ [ว่าไง?]

    รตอ.ทะนง_ [มึงเอาลูกเสี่ยมาที่นี่]

    ทิวไท_ [ล่อ?]

    รตอ.ทะนง_ [ใช่]

    ทิวไท_ [แต่กูยังไม่ได้คุยกับคุณข้าวนะ]

    รตอ.ทะนง_ [ยังไงเขาก็ต้องรู้มั้ยวะ? ว่าพ่อเขาทำอะไร ให้เขาออกมาพูด เกลี้ยกล่อมให้พ่อเขามอบตัว]

    ทิวไท_ [แล้วตอนนี้เสี่ยอยู่ไหน?]

    รตอ.ทะนง_ [มึงต้องบอกกูสิทิว มาย้อนถามกูได้ยังไง?]

    ทิวไท_ [ตอนนี้เสี่ยระวังตัวมาก แล้วก็ไม่ยอมติดต่อฉันมาอีกเลย ๻ั้๹แ๻่วันนั้น]

    รตอ.ทะนง_ [มึงเอาลูกเสี่ยมากรุงเทพก่อน]

    ทิวไท_ [รู้ที่ซ่อนเสี่ยเมื่อไหร่ เดี๋ยวกูเอาคุณข้าวไปให้มึงแน่ มึงจะเอาไปล่อแต่ไม่รู้ว่าเสี่ยอยู่ไหน ถ้าเสี่ยไม่ออกมา หน้าคุณข้าวก็อยู่ทุกที่บนออนไลน์แล้วสิวะ]

    รตอ.ทะนง_ [กูไม่ได้จะเอาออกสื่อ กูจะใช้วิธีโทร กูว่าสายเราเร็ว มึงเอาขึ้นมาที่กรุงเทพฯก็พอดีกัน ๰่๭๫ที่มึงมา เสี่ยขจรอาจจะโทรหามึงก็ได้ หรือไม่ก็ ถ้าเราไม่รู้ เราก็ต้องอาศัยลูกเสี่ยนี่แหละ]

    ทิวไท_ [กูขอ...] เขาไม่เคยขออะไรเลยนะ แล้วถ้าอะไรที่มันจะทำให้ผิดกฏหมาย เขาก็จะไม่ทำ แต่เขาขอ ขอให้มันถึงที่สุดก่อนจะได้ไหม

    รตอ.ทะนง_ [มึงอย่าต่อรองเลย กูไม่อยากให้มึงมีปัญหากับนาย]

    ทิวไท_ [แต่มึงยังไม่ได้บอกนายนี่]

    รตอ.ทะนง_ [ก็กูรู้มึงไง]

    ทิวไท_ [ขอบใจนะเพื่อน แต่รับรองว่าไม่ให้เสียถึงมึงแน่นอน] ทิวไทรวบรัด

    รตอ.ทะนง_ [ก็เพราะกูเชื่อใจมึงไง ก็เลยลำบากใจอยู่เนี่ย เบาะแสนายวิรุณ ทางเราก็ยังไม่ได้เหมือนกัน แต่คิดว่าไม่เกินอาทิตย์นี้หรอก ทั้งเสี่ยขจรทั้งนายวิรุณ มันต้องเสร็จเราแน่]

     

    ทะนงคือบัดดี้ที่ดีที่สุดของเขา เพราะทะนงนั้นรู้ใจเขาทุกอย่าง ทำงานก็รู้มือกัน มาวันนี้ เพื่อนอย่างทะนงก็เข้าใจความรู้สึกเขาดี ทิวไทมองไปที่ชายหาด ข้าวขวัญกำลังเดินจากหาดขึ้นมาที่บ้าน พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ไข่นุ้ยและเพื่อนๆวิ่งตามหญิงสาวมาเป็๞พรวน