ตอนที่ 5
"หนูไม่มีสิทธิ์ ที่จะปฏิเสธเลยใช่ไหมคะ ทั้งที่เป็ชีวิตของหนู"
จินเย่ว พูดเหมือนว่าจะน้อยใจ แต่ในใจกับคิดว่าการที่ได้ออกไปจากบ้านหลังนี้ คงจะดีกว่าแน่นอน ไม่ต้องอยู่คอยรับใช้ทุกคน ทั้งที่ตัวเองก็เป็หลาน และมีสิทธิ์ ในบ้านหลังนี้เหมือนกัน เพราะพ่อเป็คนหาเงินที่สร้างบ้านเหมือนกันและเงินส่วนใหญ่เป็ของพ่อเสียด้วยซ้ำ แล้วคนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรที่จะมากดขี่ข่มเหงเธออย่างนี้กัน
"ฉันบอกให้แกทำอะไร ก็ทำไปเถอะ และก็ไม่ต้องคิดที่จะได้อะไรจากบ้านหลังนี้ด้วย เพราะแกไม่มีสิทธิ์"
ถิงเฟินเย่ว รีบพูดดักทางเอาไว้ก่อน เพราะกลัวหลานสาวของสามีคนนี้จะ้าแบ่งสมบัติที่เป็ของพ่อ มาเป็ของตัวเอง
"ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อพ่อฉันตายไปแล้ว และป้ากับลุงก็จะให้ฉันแต่งงานออกไป ทรัพย์สินในส่วนของพ่อก็ต้องเป็ของหนูไม่ใช่หรือคะ"
เธอไม่ใช่คนที่หัวอ่อนเหมือนร่างเดิม ถ้าจะทำเหมือนเดิม ก็คงจะถูกกดให้ต่ำอยู่เรื่อยไป เื่อะไรจะยอมกัน
"ฉันไม่ให้ แกจะทำอะไรได้ อย่างมาแข็งข้อกับฉัน"
คิดจะมาแข็งข้อในวันนี้หรือ คิดว่าเธอจะยอมหรือยังไง สักนิดหนึ่งก็ไม่ได้ อย่าหวังเลย
"ลุงก็คิดเหมือนกันใช่ไหมคะ ที่จะเอาส่วนของพ่อเป็ของตัวเอง"
เธออยากจะรู้ว่าลุงของเธอจะมีความคิดเช่นเดียวกับป้าหรือเปล่า ที่้าทรัพย์สินในส่วนของหลานกำพร้าคนนี้
"ลุงว่าหลานทำตามที่ป้าบอกก็แล้วกัน หลานได้ไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้"
เื่อะไรจะแบ่งให้กัน หลานคนนี้เคยเชื่อฟังเขาเสมอ เขาพูดอะไรก็มักจะคล้อยตาม และครั้งนี้ก็คงจะเป็เช่นเดิม
ส่วนคนเป็ลูกชาย ที่ได้ฟังทั้งพ่อและแม่พูดและกดดันน้องสาวที่เป็ญาติผู้น้องอย่างหน้าไม่อายเขาก็ไม่อาจจะอยู่ทนรับฟังได้ แต่ด้วยความเป็ลูกก็ไม่สามารถที่จะว่าพ่อและแม่ได้เช่นกัน เขาได้แต่มองน้องสาวด้วยความสงสาร และไม่อาจจะทนดูได้แล้ว
"ผมไปทำงานก่อนนะครับ" พูดเสร็จแล้วจึงได้ลุกออกไปทันที อย่างไม่อยากจะรับรู้อะไร
ส่วนทุกคนก็มองไปด้วยความสงสัย ว่าจะรีบอะไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่จินเย่ว รับรู้สายตาที่พี่ชายคนนี้มอบให้ เพราะเป็สายตาแห่งความสงสาร แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร จึงได้เดินออกไป จึงกลับมาคุยเื่เดิมกันต่อ
"ลุงจะบอกว่าให้หนูขายที่ให้ลุงกับป้าหรือคะ แล้วจะให้ขายในราคาเท่าไร"
เธอแกล้งถามไปอีกทาง อย่างไม่เข้าใจที่ลุงของเธอ้าจะสื่อ ทั้งสองคนถึงกับคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็รีบดึงสติกลับมาได้ในที่สุด
"ไม่ให้ก็คือไม่ให้ เธอทำเหมือนไม่เข้าใจ พ่อและแม่ของฉันบอกชัดเจนขนาดนี้"
เย่วเล่อ ที่รู้สึกไม่พอใจ ที่จินเย่ว ทำเหมือนคนโง่งม ถ้าจะโง่อย่างนั้น ก็ให้โง่ตลอดไปสิ จะมาทำเป็ฉลาดได้ยังไง
"ก็ไม่เข้าใจนะสิคะ ในเมื่อมันเป็ของพ่อฉัน เมื่อพ่อเสียแล้วก็ต้องเป็ของฉันถึงจะถูก แต่ทุกคนบอกว่าไม่ให้ มันจะเป็อย่างนั้นไปได้ยังไงกัน"
"ยังไงฉันก็ไม่ให้อะไรทั้งนั้น แต่งออกไปแล้วก็ไปแต่ตัวแค่นั้นพอ"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้หาความเป็ธรรมให้แล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าผู้ใหญ่ยังไม่หาความเป็ธรรมให้ฉัน ก็คงต้องแจ้งทางการ เพราะยังไงโฉนดที่ดินก็เป็ชื่อของพ่อ ฉันจะได้เรียกค่าเสียหายเพิ่มดีหรือเปล่าคะ"
"แกกล้าหรือ ฉันเป็ป้าของแกนะ นั่นก็ลุงของแก ไม่คิดจะเคารพกันเลยหรือไง"
"แล้วลุงกับป้ายังเห็นฉันเป็หลานอยู่อีกหรือ ถึงได้ทำกับฉันอย่างนี้ ฉันไม่มีอะไรจะเสียหรอกนะคะ ถ้าเกิดเื่ อาจจะได้เงินมาเพิ่มเสียด้วยซ้ำ แต่ลุงกับป้าก็คิดให้ดีเอาแล้วกัน ว่าสิ่งที่ได้จะคุ้มเสียหรือเปล่า ไหนจะพี่สาวก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้ามีเื่คดีขึ้นมา จะเป็ยังไงนะ"
เธอพูดไปพร้อมทั้งมองสีหน้าของทุกคนไป เพราะตอนนี้หน้าตาเหมือนโกรธมาก แต่เธอไม่ได้สนใจ ในเมื่อเห็นแก่ตัวก่อน เธอก็จะไม่ยอมเหมือนร่างเดิมอีก ที่ยอมให้เขาทารุณ จนจบชีวิตลง ช่างน่าอนาถเหลือเกิน
"นี่แกกล้าขู่ฉันหรือ คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง" เฟินเย่ว ตวาดกลับด้วยความโกรธ เพราะสิ่งที่้านั้น เหมือนว่าจะไม่เป็ไปดังที่หวัง ถ้ามันตายไป ก็ไม่ต้องมาโมโหอย่างนี้แล้ว ไม่รู้จะรอดมาทำไมกัน
"ลุงว่าหลานใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะ"
ซินห่าวซวน ที่เห็นว่าเื่ชักจะไปกันใหญ่ และน่าจะไม่เป็ผลดีกับบ้านเขา ถ้ามีเื่ถึงผู้ใหญ่บ้าน ยังไงเขาก็แพ้ เพราะผู้ใหญ่บ้านนั้นรู้เื่เกี่ยวกับที่ดินทั้งหมด ตอนแรกเขาคิดว่า จินเย่ว ที่ไม่ทันคนจะไม่รู้เื่อะไร แต่มาตอนนี้ไม่ใช่แล้ว จากคำพูดและการกระทำ คงจะเอาเื่พวกเขาจริงๆ อย่างแน่นอน
"คุณจะไปพูดดีกับมันทำไม ไม่เห็นหรือยังไง หลานของคุณไม่เห็นหัวาุโ อย่างพวกเราแล้ว" ตอนนี้เธอโมโหมากจริงๆ
"แม่ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ จินเย่ว ไม่เห็นหรือ ว่าทำให้ทุกคนโมโหแล้ว น้องจะทำอะไรต้องคิดถึงพวกเราให้มากกว่านี้นะ อย่าลืม พวกเราเป็ญาติที่ยังคงเหลืออยู่นะ ถ้ามีเื่กับพวกเรา แล้วจะมีใครโอบอุ้มน้องในภายหลัง"
เย่วเล่อ พยายามพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อที่จะทำให้จินเย่วใจอ่อน และยอมทำตามที่ทุกคน้า แม้ตอนนี้อยากจะเข้าไปกระชากผมแล้วก็ตบให้สมกับความไม่พอใจนี้เหลือเกิน
"หนูถามทุกคนจริงๆ นะคะ ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ยังคิดว่าหนูเป็ญาติกันอีกหรือคะ ใช้งานอย่างกับทาส ไหนจะยังคิดจะคดโกง สมบัติของพ่อหนูอีก ถ้าสิ่งเหล่านี้คือคนที่เป็ญาติเขาทำกัน อย่างนั้นหนูขอไม่เป็ดีกว่าค่ะ แล้วพี่สาวก็ไม่ต้องมาเสแสร้งหรอกค่ะ มันไม่เข้ากับพี่ และหนูรู้ว่าพี่เป็คนยังไง"
คิดว่าเธอโง่มากเลยหรือยังไงกัน อยากจะะโบอกว่า คนเดิมที่โง่คนนั้นได้ตายไปแล้ว เหลือแต่คนใหม่ ที่ไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด
"นังจินเย่ว มันจะมากไปแล้วนะ" เย่วเล่อ ะโออกมาเสียงดัง ลืมเก็บอาการ เพราะถูกจินเย่วกระตุ้น
"อ้าวพี่สาวเย่วเล่อ ไม่เสแสร้งแล้วหรือ อย่างนี้สิ ค่อยสมเป็พี่สาวคนเดิมหน่อย"
เธอถึงกับยิ้มออกมา ที่เห็นว่าพี่สาวที่พยายามทำตัวแสนดี ไม่สามารถสร้างภาพได้อีกต่อไป
"แกจะเอายังไง" ห่าวซวน ถามออกไปอย่างไม่สนใจแล้ว เพราะคงจะตกลงกันดีๆ ไม่ได้ และไม่สามารถจะยึดที่มาเป็ของตัวเองได้อีกด้วย เขาไม่อยากจะถูกฟ้องร้องหรอกนะ
"อะไรที่เป็ของหนู ก็คืนกลับมา แล้วหนูจะแต่งงานออกไปตามที่ทุกคน้า" เธอพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีความเกรงกลัว เหมือนที่แล้วมา และไม่หลบสายตาใครแม้สักคนเดียว
"ถ้าอย่างนั้นหลานจะได้เพียงที่ของพ่อหลานเท่านั้น ส่วนบ้านหลังนี้จะไม่มีสิทธิ์อีก ต่อไปจะมาเรียกร้องทีหลังไม่ได้"
"ได้ค่ะ หนูจะไม่ขอรับในส่วนนี้ ขอแค่ที่ของพ่อก็พอแล้วค่ะ"
"ทำไมคุณต้องยอมมันด้วย" เธอรู้สึกไม่ยินยอมที่จะให้ยอมคนที่เธอเคยกดหัวมาได้ตลอด
"เงียบไปเลย อยากจะให้เป็เื่ราวใหญ่โตหรือยังไง"
เมียเขาเอาแต่พูดไม่รู้จักคิดถึงผลเสียที่จะตามมาอีกมากมาย ส่วนเฟินเย่ว ที่ถูกสามีว่าออกมาเสียงดัง ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรอีก แม้จะไม่ชอบใจสักเท่าไร ก็เพียงเก็บเอาไว้ในใจ เพราะสามีเป็คนไม่ค่อยจะพูด แต่ก็เป็ที่ถ้าพูดก็จะไม่้าให้คนเถียง และคิดว่าจะปล่อยไปก่อนแล้วค่อยไปจัดการทีหลัง
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )