ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 20

    แม้ว่าสายตาจากทั้งคุณตา คุณพ่อคุณแม่ พี่สาวจะกดดันเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็มีความมุ่งมั่นที่ปรากฏในสายตาที่สื่อออกมา เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยตอบออกไปด้วยความมั่นใจ“จริงอยู่ที่โอ๊ตเขาเป็นคนดี เขาทั้งช่วยเหลือคุณตาของหนู.. เพียงแต่เรื่องนั้นมันก็ไม่เกี่ยวข้องความรักค่ะ หนูแค่ต้องการจะใช้ชีวิตกับคนที่หนูรักจริงๆเท่านั้นค่ะ แน่นอนว่าในอนาคตมันอาจจะเป็นโอ๊ตก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ แต่ถ้าให้ตอบในตอนนี้ หนูต้องขอปฏิเสธค่ะ..” ปิงปิงกล่าวกิตติที่ได้ยินอย่างนั้นก็นึกคิดสักเล็กน้อย จริงๆแล้วคุณท่านใหญ่ก็จัดเตรียมคู่ครองให้กับคุณหนูเอาไว้แล้วหลายคนให้เลือกเหมือนกัน ความคิดของหลานสาวคนนี้ช่วยเขาได้มากเลยทีเดียว ถ้าเกิดบังคับคุณหนูมากจนเกินไปมันอาจจะเหมือนกับเธอที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้ การต่อต้านทุกอย่าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะน่ากลัวสักแค่ไหนก็ตาม และมันจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของคุณท่านกับคุณหนูยิ่งแตกหักเข้าไปใหญ่“ผมชอบความคิดของเธอนะ.. แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ถึงคุณจะชื่นชอบท่านโอ๊ตมากแค่ไหน ผมก็คงต้องกล่าวตามตรงว่า.. คุณไม่มีคุณสมบัตินั้น” กิตติกล่าวกับทุกคนในที่นี้ตรงๆ ชุนตงเองก็เข้าใจ คนสำคัญขนาดนั้น เซียนตัวจริงบนโลกแห่งนี้เทียบกับหลานสาวคนธรรมดาของเขาแล้ว มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันอย่างมาก“แต่ทว่า..ถึงผมจะพูดว่าคุณไม่เหมาะสมกับท่านโอ๊ตก็ตาม แต่ถ้าท่านโอ๊ตกับคุณรักกันจริงๆ เป็นผมเองก็คงจะห้ามท่านไม่ได้เช่นกัน.. ดังนั้นเรื่องนี้ผมจะปล่อยๆไปให้เป็นตามธรรมชาติก็แล้วกัน และหวังว่าพวกคุณจะไม่กดดันทั้งหลานสาวของคุณให้เข้าหาท่านโอ๊ต และยุ่งเรื่องของเด็กๆเช่นกันนะ..” กิตติกล่าว หลังจากนี้เขาจำเป็นต้องหาข้อมูลของคุณหนูเพิ่มบ้างแล้ว มีอีกหลายเรื่องที่เขาไม่รู้“แน่นอนขอรับท่านกิตติ ผมจะกำชับเรื่องนี้กับสมาชิกในตระกูลอีกครั้งหนึ่ง ท่านกิตติโปรดวางใจขอรับ..” ชุนตงกล่าว“ถ้าอย่างนั้นผมจะแจ้งเรื่องนี้กับคุณท่านใหญ่ตามนี้.. ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าอย่าได้คิดจะกดดันท่านโอ๊ตหรือสืบค้นตัวของเขาอีก ถ้ายังมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้น ครั้งหน้าผมคงจะไม่ได้มาพูดดีๆอย่างนี้อีกแล้ว เข้าใจไว้ด้วย..” กิตติกล่าวพร้อมกับยืนขึ้น พงษ์ภัคดีเองก็เช่นกัน“โปรดวางใจขอรับ.. เดินทางปลอดภัยขอรับ” หลังจากที่สมาชิกภายในบ้านเดินออกมาส่งกิตติที่หน้าคฤหาสน์แล้ว ชุนตงก็เอ่ยลาตามมารยาทกับกิตติเล็กน้อย ก่อนจะมองดูรถคันหรูค่อยๆที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆด้วยความโล่งอก“เฮ้อออ.. ไม่คิดว่าฉันจะเข้าไปเหยียบตอใหญ่ขนาดนี้เลยแฮะ..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา ศิริวรรณที่เห็นอย่างนั้นหันมาเอ่ยกับสามีของนางเอง“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ ครั้งนี้ยังดีที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรกับตระกูลของเรา พวกลูกๆเองก็อย่าไปทำอะไรให้เกิดเรื่องขึ้นเข้าให้ล่ะ.. หลานเองก็ใจกล้าเกินไปนะรู้ไหม ถ้าหลานตอบไม่ถูกใจเขา หลานก็คงรู้ใช่ไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น..” คุณหญิงใหญ่ประจำบ้านที่เงียบมาอย่างยาวนานเอ่ยขึ้นมาเตือนกับลูกๆหลานๆ“หลานขอโทษค่ะ แต่มันก็เป็นความจริง หลานอยากแต่งงานกับคนที่คิดว่าหลานรักเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้หลานเองก็ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ เรื่องของความรักยังไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่หลานจะเก็บมาใส่ใจค่ะ” ปิงปิงเอ่ยตอบกับคุณยายของเธอ หงส์พี่สาวของเธอเองก็ได้เวลาปลดปล่อยตัวตนเช่นกัน หลังจากที่ทนเก็บให้ตัวเองดูสุภาพที่สุดเมื่อครู่นี้“จริงสิปิงปิง.. แล้วตาโอ๊ตอะไรนั่น เขาหล่อไหม.. ถ้าเปลี่ยนเป็นฉันเข้าหาก็ไม่ติดหรอกนะ ฮิฮิ” หงส์กล่าวออกมาอย่างเป็นตัวของตัวเอง คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอเองก็จนปัญญากับลูกสาวของตัวเอง ถ้าเมื่อกี้พวกเขาไม่คุมเอาไว้ล่ะก็ทุกอย่างก็จะพังไม่เป็นท่าแน่ๆ“มันใช่ประเด็นไหมล่ะคะพี่ก็.. หนาวแล้วเข้าบ้านดีกว่า” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปภายในบ้านเป็นคนแรก พี่สาวของเธอมีหรือจะยอม เธอรีบเดินเข้าไปประชิดกับน้องสาว และถามกับเธอถึงชายคนนั้นที่ทำให้บ้านของเธอเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้“แล้วคุณจะเอายังไงต่อดีคะ.. พวกเขาเอ่ยเตือนขนาดนี้ เราก็ทำอะไรได้ไม่มาก”ศิริวรรณกล่าวถาม สามีของเธอเองที่เป็นลูกเขยก็อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อตาของเขาจะจัดการยังไงกับปัญหานี้ เขาแทบจะไม่มีเวลาสำหรับเรื่องของลูกสาวเลย เพราะต้องทำงานที่บริษัทของพ่อตาจัดการทุกๆอย่างแทนพวกท่าน อย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อของปิงปิง ถ้ารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกสาวในอนาคตบ้าง มันก็คงจะดีไม่น้อย“ไม่ทำอะไรทั้งนั้น.. เอาเป็นตามที่ท่านกิตติแนะนำมานั่นแหละ ถ้าวาสนาจะให้เขามาเป็นหลานเขยของฉัน มันก็คงจะไม่คลาดกันหรอก.. แต่ทว่าถ้าฉันจะทำการตอบแทนท่านเซียนเป็นการส่วนตัวที่เขาช่วยชีวิตฉันมันก็อีกเรื่องนี้นี่นา.. เชิญเขามาทานข้าวที่บ้านดีไหม” ชุนตงกล่าว“เฮ้ออ คุณนี่ก็หาเรื่องเข้าตัวจริงๆเลยนะ.. แต่ฉันคิดว่ามันก็สมควรแล้ว ยังไงฉันก็อยากจะขอบคุณเขาด้วยตัวเองที่เขารักษาคุณให้หายจากความทุกข์ทรมานนั้น..” ศิริวรรณกล่าวพร้อมกับยื่นมือเข้าไปกุมที่มือของสามีอย่างซาบซึ้ง“ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนไปเชิญท่านด้วยตัวของผมเองครับ.. คุณพ่อโปรดวางใจ” ชวลิตกล่าวกับพ่อตาของตัวเอง ใจจริงเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นจะดีสักแค่ไหนกันเชียว ถึงทำให้พ่อตาพยายามจะจับเขามาเป็นหลานเขยอย่างนี้“แกนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะเชาว์..ต้องให้เป็นปิงปิงเป็นคนเชิญสิถึงจะถูก..” ชุนตงกล่าวออกมาอย่างขัดใจ“ครับคุณพ่อ.. เอาเป็นตามที่คุณพ่อกล่าวเถอะครับ” ชวลิตกล่าว เขาไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ในบ้าน ยังไงเขาก็เป็นเขยที่แต่งเข้าตระกูลของภรรยา คุณพ่อแม้จะยอมรับให้เขาเป็นลูกเขยแล้ว แต่ถ้าเขาทำอะไรไม่ถูกใจก็จะถูกด่าอย่างที่ท่านไม่ได้ใส่ใจเลย“คุณพ่อคะ.. เมื่อไหร่คุณพ่อจะพูดดีๆกับเชาว์เขาบ้าง ยังไงเขาก็เป็นสามีของหนูนะ..” การต์เอ่ยกับคุณพ่อของเธอเพื่อปกป้องสามีของตัวเอง“เฮ้อ! จนกว่าฉันจะเห็นว่ามันดูแลตระกูลของเราต่อไปได้นั่นแหละ.. อนาคตของตระกูลก็ขึ้นอยู่กับผู้นำตระกูล แล้วถ้ามันได้ขึ้นมาเป็นผู้นำคนต่อไป แต่ยังไร้ความสามารถอย่างนี้อยู่ ฉันจะวางใจให้ขึ้นเป็นได้ไหมล่ะ..” ชุนตงกล่าว และแม้แต่ศิริวรรณก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะสามีของเธอก็เป็นคนหัวแข็งมากคนหนึ่ง การจะเปลี่ยนใจเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย“แต่..” การต์กำลังจะเอ่ยกับพ่อของตัวเองอีกครั้ง แต่เชาว์สามีของเธอก็ห้ามเอาไว้ก่อน“ไม่ต้องหรอกครับคุณ.. คุณพ่อพูดถูกแล้ว ท่านแค่อยากมั่นใจว่าผมจะสามารถดูแลลูกของเรา ตระกูลของท่านต่อไปได้ในอนาคต คุณน่าจะเข้าใจเรื่องนี้นะ..” เชาว์กล่าว เขารู้ดีว่ามันเป็นพระคุณแค่ไหนที่ให้พวกเขาสองสามีภรรยาได้รักกัน เขาไม่เคยหวังสมบัติของตระกูลชุนเลยแม้แต่น้อย เขาแค่อยากจะใช้ชีวิตเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีให้กับลูกๆก็เท่านั้น“ช่างเป็นลูกเขยที่ดีจริงๆ ฉันหวังว่าแกจะพยายามต่อไปนะ ฉันหวังในตัวแกเอาไว้มาก..” ชุนตงกล่าว“คุณคะ.. สุขภาพของคุณก็ดีขึ้นมามากแล้ว ยังไงก็ค่อยสอนเขาไปก็ได้นี่นา ไม่เห็นจำเป็นต้องกดดันเขาขนาดนั้นเลย..” ศิริวรรณกล่าว ชุนตงที่ได้ยินก็เผลอลืมตัวไปว่าตัวเองไม่ใช่ชายแก่ที่ใกล้ตายอีกต่อไปแล้ว เหตุผลที่เขาพยายามกดดันเจ้าลูกเขยมากขนาดนี้ มันเป็นเพราะเขามีเวลาชีวิตที่เหลือน้อยแล้ว แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว จะกดดันเหมือนมันก็ยังไงๆอยู่“นั่นสินะ.. เอาล่ะเจ้าลูกเขย แกยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ฉันจะค่อยๆสอนแกไปก็แล้วกัน.. ทำไมเราไม่ไปนั่งคุยเรื่องบริษัทที่แกกำลังดูแลอยู่ล่ะ..”ชุนตงกล่าว ใจจริงเขาชอบลูกเขยคนนี้เอามากๆ แต่ที่ต้องทำท่าให้มันมีระยะห่างก็เพราะต้องคอยกดดันเขาก็เท่านั้น เมื่อทุกอย่างมันคลายลงได้บ้างแล้ว เขาก็อยากจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนกับที่ลูกเขยเข้ามาหาที่บ้านแรกๆ ตอนนั้นเขาจำได้ดีว่ามันสนุกมากแค่ไหน“ครับคุณพ่อ..” เชาว์เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม ศิริวรรณกับการต์ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา มันช่างเป็นบรรยากาศที่ดีจริงๆ ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณชายหนุ่มปริศนาคนนั้นจริงๆ.. ส่วนเจ้าตัวที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปนั้น ก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ“ฮัดดเช้ยย!... จามบ่อยขนาดนี้ อากาศเริ่มเปลี่ยนแล้วเหรอเนี่ย..” โอ๊ตที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จก็จามออกมาอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมันมาใส่ใจ ก่อนจะเข้านอนด้วยความรู้สึกดี วันนี้เขาฟันกำไรมาได้ตั้ง 200,000 บาท และมันเป็นเงินที่เขาสามารถใช้ได้ เพราะเขาได้มันมาจากการขายอย่างสุจริต ถึงมันจะเป็นการขายที่เกินควรไปสักหน่อยก็เถอะ“วันพรุ่งนี้เช้าจะได้ทักษะอาชีพอะไรกันน้า อยากรู้จัง..”