เสียงยางรถ Mercedes-Benz 190E บดไปบนถนนหินคลุกในย่านธุรกิจเก่าของอัมสเตอร์ดัม อเล็กซ์เลี้ยวรถเข้าจอดหน้าอาคารอิฐสีแดงทรงแคบสไตล์ดัตช์ชั้นที่สองคือออฟฟิศขนาดเล็กที่เขาเช่าไว้ในชื่อบริษัท 'Vantage Management' มันเป็ห้องสี่เหลี่ยมเรียบๆ ที่มีเพียงโต๊ะไม้ เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจอหนาเตอะที่รันระบบ s 98
เขาถอดเสื้อโค้ทวางพาดเก้าอี้ พลางทรุดตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การโทรศัพท์หานักเตะ แต่คือการ 'ร่างสัญญาตัวอย่าง' ในยุคปี 2000 สัญญาฟุตบอลส่วนใหญ่ยังเรียบง่าย มีเพียงค่าเหนื่อย โบนัสยิงประตู และระยะเวลาสัญญา แต่ผมที่มาจากอนาคตกำลังพิมพ์สิ่งที่เอเย่นต์ยุคนี้มองข้าม
Image Rights Separation (การแยกสัญญาลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์) เขาระบุเงื่อนไขให้สโมสรจ่ายค่าจ้างเตะบอลส่วนหนึ่ง และค่า "เช่าใบหน้า" อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้นักเตะเสียภาษีน้อยลงและได้เงินสุทธิมากขึ้นมหาศาล
Loyalty Bonus (โบนัสความซื่อสัตย์) การการันตีเงินก้อนใหญ่หากนักเตะอยู่ครบสัญญา ซึ่งยุคนี้ยังไม่เป็มาตรฐานแพร่หลาย
Release Clause based on Performance (ค่าฉีกสัญญาตามผลงาน) หากสโมสรไม่ได้ไปเตะฟุตบอลยุโรป ค่าฉีกสัญญาจะลดลงเหลือครึ่งเดียว เพื่อเปิดทางให้นักเตะย้ายทีมได้ง่าย
"ถ้าใครเห็นสัญญาฉบับนี้ พวกเขาต้องคิดว่าฉันเป็อัจฉริยะหรือไม่ก็คนบ้า" เขาพึมพำขณะพิมแป้นพิมอย่างบ้าคลั้ง แต่เป็จังหวะที่น่าหลงใหลเสียจริง
ระหว่างที่อเล็กซ์นั่งตรวจทานเอกสาร โทรศัพท์มือถือ Nokia 8210 บนโต๊ะก็แผดเสียงขึ้น เขากดรับสาย
"ว่าไง..."
"อเล็กซ์! ฉันเอง 'คริสเตียน' เพื่อนเกลอนายสมัยมหาลัยไลเดนไง" เสียงปลายสายดูตื่นเต้นและปนไปด้วยเสียงลม "ฉันได้ยินข่าวจากคนในสมาคมว่านายสอบใบอนุญาตผ่านแล้ว แถมเปิดบริษัทเองด้วยเหรอวะ?"
คริสเตียนคือเพื่อนสนิทของอเล็กซ์คนเก่า ตอนนี้เขาทำงานเป็ผู้ช่วยทีมแพทย์อยู่ที่สโมสร FC Twente ในเมืองเอ็นสเคเด
"ข่าวไวดีนี่คริสเตียน ใช่ ฉันกำลังเริ่มลุยงานแรกน่ะ"
"ดีเลยเพื่อน! ถ้าอยากได้งานละก็ รีบบึ่งมาที่เอ็นสเคเดด่วนเลย ฉันมีข้อมูลวงในที่นายอาจจะสนใจ แต่อย่าถามในโทรศัพท์นะ เื่นี้พูดลำบาก"
"ไม่ต้องบอกทางโทรศัพท์หรอก เดี๋ยวฉันไปถึงที่นั่นเอง" เขาตอบสั้นๆ พลางรวบเอกสาร 'สัญญาแห่งอนาคต' นี้ใส่แฟ้มหนัง
-----
ต้นเดือนกุมภาพันธ์, เมืองเอ็นสเคเด (Enschede)
อากาศในเดือนกุมภาพันธ์ยังคงหนาวจัดจนเห็นลมหายใจเป็ไอสีขาว ผมขับรถมาถึงร้านกาแฟกึ่งบาร์เล็กๆ ใกล้กับจัตุรัสกลางเมือง บรรยากาศเงียบเหงาตามสไตล์เมืองกึ่งอุตสาหกรรมในยุคสหัสวรรษใหม่ คริสเตียนนั่งรออยู่ก่อนแล้วในชุดวอร์มของสโมสรทเวนเต้
"นายดูดีขึ้นเยอะเลยนะอเล็กซ์ ไปทำอะไรมาวะ?" คริสเตียนทักทายพลางมองใบหน้าของอเล็กซ์ที่ดูเนี้ยบและมั่นใจผิดกับคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก
"แค่เปลี่ยนมุมมองน่ะ" เขายิ้ม พลางสั่งกาแฟร้อนมาจิบ "สารทุกข์สุขดิบเป็ไงบ้าง งานที่ทเวนเต้หนักไหม?"
"ก็เรื่อยๆ ว่ะ แต่่นี้บรรยากาศในทีมไม่ค่อยดีเท่าไหร่" คริสเตียนโน้มตัวเข้ามาใกล้ "นี่แหละเื่ที่ฉันอยากบอกนาย... มีนักเตะคนหนึ่งในทีมเรากำลังจะหมดสัญญาปีหน้า สโมสรพยายามยื่นสัญญาใหม่ให้ แต่เอเย่นต์คนเดิมของเขาเพิ่งจะเลิกราไปเพราะมีปัญหากัน ตอนนี้เ้าตัวกำลังเคว้งและยังไม่ได้เซ็นอะไรทั้งนั้น"
อเล็กซ์จิบกาแฟช้าๆ ในใจเริ่มคำนวณ "ใคร?"
"แยน เวนเนกอร์ ออฟ เฮสเซลลิงค์" คริสเตียนกระซิบชื่อที่ทำให้ผมแทบจะสำลักกาแฟ "หมอนี่เป็กองหน้าที่ดีนะ แต่ตอนนี้โดนวิจารณ์หนักเื่ความช้า สโมสรเลยยื่นค่าเหนื่อยให้ไม่สูงเท่าไหร่ แยนเลยยังไม่ยอมตกลง... ถ้าไวนายไปเจรจาตอนนี้ นายอาจจะได้เพชรเม็ดงามไปอยู่ในมือนะเพื่อน"
อเล็กซ์มองออกไปนอกหน้าต่างร้านกาแฟ เห็นหิมะบางๆ เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง ในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้นึกถึงแค่กองหน้าเก้งก้างคนหนึ่ง แต่นึกถึงกองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในอนาคตที่กำลังรอคนมาขัดเกลา
"แยน เวนเนกอร์ งั้นเหรอ..." อเล็กซ์ยิ้มมุมปาก พลางลูบแฟ้มหนังที่วางอยู่ข้างตัว "ขอบใจมากคริสเตียน นายเพิ่งหยิบกุญแจทองคำมาวางตรงหน้าฉันเลยล่ะ"
เขาลุกขึ้นยืน พลางทิ้งเงินค่ากาแฟไว้บนโต๊ะ เป้าหมายต่อไปของผมไม่ใช่การกลับบ้านไปพักผ่อน แต่มันคือการไปพบกับ 'แยน' และนำสัญญาฉบับที่โลกยังไม่รู้จักไปเปลี่ยนชีวิตเขา
-----