ครืน ... ครืน เสียงโทรศัพท์กำลังสั่นอยู่ภายในห้องนอนแห่งหนึ่งที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังหลับอยู่บนเตียง ไม่นานเขาก็ลุกขึ้นมาจากเตียงและเดินมารับโทรศัพท์
"ฮาโหล" เขาพูดออกไปทันทีที่รับสาย
"เพื่อนนายเห็นข่าวใหม่หรือยัง" เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นพูดขึ้นสวนขึ้นมาทันที
"ข่าวอะไร ฉันเพิ่งจะตื่น" ชายหนุ่มถามขึ้น
"รีบเปิดข่าวดูเร็วเข้า เดี้ยวฉันส่งให้ดู" ปลายสายของโทรศัพท์พูดจบและวางสายไป
เมื่อชายหนุ่มตั้งสติได้ก็เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขา และก็พบกับข่าวอันน่าตื่นเต้นที่เขารอคอยมาตลอดในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา มันคือข่าวเกี่ยวกับเครื่องเกมส์ และเกมส์ใหม่ล่าสุดที่มีข่าวจะวางขายั้แ่หลายเดือนก่อนมันกำลังจะวางขายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
และสิ่งที่น่าตื่นเต้นมันก็คือเครื่องเกมส์สุดพิเศษ เพราะมันใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เป็ข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เทคโนโลยีที่สามารถให้เราเข้าไปในโลกของเกมส์ได้จริงๆ และสามารถพจญภัยไปในโลกเสมือนจริง มันเป็ความไฝ่ฝันของคนหลายคนที่เป็คนชอบเล่นเกมส์
ความตื่นเต้นนี้พลั่งพูนออกมาไม่หยุด ชายหนุ่มรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที "แม่ ... แม่ มันกำลังจะวางขายแล้ว ผลงานของพ่อกำลังจะวางขายแล้ว"
เมื่อลงมาถึงชั้นล่างเขาก็เข้าไปในครัวและพบแม้ของเขากำลัง ยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้า "แม่ ผลงานของพ่อกำลังจะวางขายแล้ว"
"แบม ลูกแอะอะแต่เช้าเลยนะ" หลังจากหันมาเขาก็ส่งยิ้มให้และเดินเข้ามาหาลูกชายของเขา
"แม่รู้ข่าวั้แ่เมื่อคืนแล้ว พ่อลูกโทรมาบอกว่าหลังจากวางขายเกมส์ได้ครบหนึ่งปี ก็จะสามารถกลับมาอยู่ที่บ้านได้แล้ว" รอยยิ้มเพราะความดีใจที่จะได้มาอยู่กับสามีของเธอ ทำให้บ้านนี้สดใสขึ้นมาก
เมื่อเจ็ดปีก่อนผู้มีความสามารถในหลายๆด้านถูกทาบทามเข้าไปร่วมงานในโปรเจคที่ชื่อว่า ดรีมแคช(DreamCatch) และพ่อของแบมก็เป็หนึ่งในนั้น โปรเจคดรีมแคช ที่เชื่อกันว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต มันเป็โปรเจคที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและมันก็เต็มไปด้วยความลับมากมาย แต่ในที่สุดเมื่อปีที่แล้วก็ถูกเปิดเผยว่ามันคือเครื่องเกมส์แห่งอนาคต และสร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก
หลังจากพ่อของแบมถูกทาบทามไปร่วมโปรเจคนี้แล้วก็ไม่เคยได้กลับมาบ้านอีกเลย เพราะเช่นนี้เื่นี้จึงกลายเป็เื่ที่หน้ายินดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
"ว่าแต่ พ่อเขาจะเอาเครื่องเกมส์มาฝากเราบ้างได้มั้ย" แบมดีใจแต่ก็ไม่ลืมถามเื่สำคัญ เพราะเครื่องเกมส์ใหม่และทำให้คนตื่นเต้นได้ทั่วโลกเครื่องนี้ ก็มาพร้อมกับราคาที่แพงมากเช่นกัน
"แม่ไม่รู้สิ ไว้ลูกโทรถามพ่อเอาเองสิ" แม่แบม เธอเดินจากไปและทำงานที่เธอทำค้า่งไว้
แบมเดินกลับขึ้นมาบนห้องและเลื่อนดูข่าวต่อจนมาถึงข้างล่างที่บอกราคาของเครื่อง "ราคามันจะแพงอะไรขนาดนี้ หนึ่งล้านห้าแสนบาท นี่มันบ้าไปแล้วมั้ง"
ราคาขนาดนี้แทบจะซื้อรถได้ทั้งคัน ซื้อบ้านที่มีขนาดย่อมได้ทั้งหลัง เขาตัดใจและปิดข่าวลงพร้อมกับเปิดแชทที่คุยกับเพื่อนที่โทรมาปลุกเขาเมื่อเช้า
"นายเห็นราคาหรือยัง ทำไมราคามันโหดขนาดนี้" แบมพิมพ์
"ฉันเห็นแล้ว ราคาสูงกว่าที่คิดไว้นิด แต่ไม่ต้องห่วงฉันพอมีเงินเก็บอยู่น่าจะพอซื้อได้สักเครื่อง"
เพรชคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของแบม เขาเป็ลูกของเศษฐีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในประเทศไทย พวกเขาได้เจอกันครั้งแรกที่โรงเรียนสุดหรูที่มีแต่ลูกคนดังกับลูกคนมีเงินมาเรียนแทบจะทั้งนั้น แบมมีโอกาสได้เข้ามาเรียนที่นี่ตอน ป.4 เพราะพ่อของเข้าได้เข้าร่วมทำงานในโปรเจคดรีมแคช จึงมีสิทธ์พิเศษที่รัฐบาลมอบให้
แบมถูกเลี้ยงมาเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปแต่เมื่อได้เข้ามาเรียนที่นี่เขาก็เป็ดั่งแกะดำในโรงเรียน เขาทำตัวเหมือนคนธรรมดามากไป ต่างกับเด็กในวัยเดียวกันที่ใช้ชีวิตในกองเงินกองทอง และเพรชก็เป็คนแรกที่เข้ามาเป็เพื่อนของแบม
"แต่ฉันไม่มีเงินเก็บ มาซื้อของแบบนายหรอก" แบมพิมพ์
"นายต้องซื้อมันด้วยหรอ พ่อนายเป็ถึงผู้พัฒนาเกมส์นี้ ก็น่าจะหามาได้ง่ายๆไม่ใช่รึไง" เพรชพิมพ์ตอบ
"ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ได้ถามพ่อเลย ไม่รู้จะถามพ่อยังไงดี" แบมพิมพ์
"ไม่ต้องรีบหรอก ยังมีเวลาอีกตั้งเกือบเดือน เกมส์จะเปิดอีกตั้ง 2อาทิตย์กว่าๆ" เพรชพิมพ์ตอบ
หลังจากคุยกันอีกสักพัก แบมก็ได้ลงไปชั้นล่างของบ้านเมื่อลงมาก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังมาจากห้องนั่งเล่น เมื่อแบมเดินเข้าไปก็พบว่าโทรทัศน์เปิดค้างไว้ที่รายการข่าว ที่กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับการวางจำหน่ายเกมส์ ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่
"น่าใจริงๆครับกับข่าวที่เปิดเผยออกมาวันนี้กับ โปรเจคดรีมแคช เขาได้ปล่อยให้สั่งจองเครื่องเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และเพียงในระยะเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงหลังจากเปิดให้สั่งจอง ก็มียอดสั่งจองถึง 700,000 เครื่องแล้ว ข้อมูลพวกนี้เราได้มาจากทางบริษัทดรีมแคชโดยตรง และที่น่าใยิ่งกว่านั้นทางบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลมาว่ารอบแรกที่เปิดจะขายทั่วโลกเพียงแค่ 20ล้านเครื่องเท่านั้น เพราะอย่างนั้น ใครที่อยากจะเล่นเกมั้แ่วันแรกที่เกมส์เปิดก็ต้องรีบกันหน่อยแล้วล่ะครับ"
ยิ่งได้ฟังข่าวนี้ยิ่งทำให้แบมกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเดิม ถ้าเขาไม่ได้ซื้อในรอบแรกนั่นหมายความว่าเขาจะไม่ได้เล่นเกมในวันแรกที่เซิฟเปิด และยังไม่มีกำหนดในการขายรอบที่สองออกมา
แบมเดินไปหาแม่ที่อยู่ในครัวเพื่อจะไปขอร้องให้แม่บอกพ่อเื่เครื่องเกมส์ แต่เมื่อเดินไปถึงยังไม่ได้ทันได้พูดแม่ก็พูดออกมาก่อน
"แบม เดี้ยวแม่ต้องไปเอาของ ลูกไปช่วยแม่ยกได้มั้ย"
แบมหยุดคำพูดตัวเองไว้ก่อนและตอบรับคำขอของแม่ทันที เขาคิดทันทีว่าหลังจากช่วยแม่ยกของเสร็จก็จะขอให้แม่ช่วยกับพ่อให้ทันที ไม่นานหลังจากกินข้าวเตรียมตัวเสร็จเขากับแม่ก็ขึ้นรถและขับออกไปทันที
ในระหว่างทางแบมติดตามข่าวยอดขายอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ขาดสายและหวังแค่ว่า เขาจะขอพ่อได้ทันก่อนที่เครื่องจะขายหมดซะก่อน แต่ยอดสั่งจองเครื่องก็พุ่งขึ้นไม่หยุดเพียงไม่ถึง 6 ชั่วโมงหลังเปิดให้สั่งจอง ก็มียอดสั่งจองไปถึง 2,000,000 เครื่องแล้ว และดูเหมือนยอดจะพุ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกนาทีในตอนนี้มีค่าสำหรับแบมยิ่งนัก แต่เขารู้ดีว่าการที่จะขอให้แม่ขอให้พ่อเอาเครื่องดรีมแคช มาให้มันยากขนาดไหน
เพราะว่าแม่อยากให้เขาได้คุยกับพ่อเขาด้วยตัวเอง เพราะอยากให้สองคนพ่อลูกได้คุยกันมากยิ่งขึ้น แต่ตัวแบมเองได้เจอพ่อครับสุดท้ายก็เมื่อตอนอยู่ ป.4 เมื่อ 7ปีก่อน ตอนนี้เขาอยู่ ม.5 เขาโตมาโดยมีแม่เลี้ยงคนเดียวมาตลอด และยิ่งนานวันเข้าความสนิทกับพ่อยิ่งเป็ดั่งกำแพงที่สูงชันขึ้นเรื่อยๆ
แบมรู้ดีว่าแม่หวังดีกับเขามากขนาดไหน แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะข้ามกำแพงนี้ได้ เขามีเบอร์พ่อมาตลอดแต่เขาไม่เคยที่จะโทรไปหาพ่อเขาสักครั้งเดียว เวลา้าอะไรหรือ้ารู้ข่าวคราวของพ่อ เขาก็จะได้รับรู้จากแม่มาโดยตลอด รู้ตัวอีกทีเขาก็แทบจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาคุยกับพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ความรู้สึกเริ่มประดังเข้ามาในตัวเขามากมาย
เมื่อเขามองออกไปข้างนอกตัวรถเขาก็พบว่ารถแม่เขากำลังวิ่งไกลออกมาจากตัวเมืองมากยิ่งขึ้น ตอนแรกเขาคิดว่าของที่้าไปเอาจะเป็ร้านขายของ หรือซุปเปอร์มากเก็ตในเมืองสักแห่ง ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่นานมาก แต่ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าแม่ของเขาจะพาเขาไปที่ไหน มันจะไกลแค่ไหนและต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ยิ่งออกมาจากตัวเมืองมากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งภาวนาให้ถึงที่หมายโดยเร็วมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แต่ดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่าจะถึงจุดหมายเสียที เขาอดทนรอไม่ไหวแล้ว เขามองไปที่นาฬิกาในมือถือตลอดเวลาและหวังว่าจะให้เวลาหยุดลง ตอนนี้เวลาผ่านไป 9ชั่วโมงหลังจากการเปิดจองแล้ว และเมื่อเขาเปิดเข้าไปดูยอดสั่งจองเขาก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ยอดสั่งซื้อตอนนี้ ทะลุ 10,000,000 เครื่องไปแล้ว
เวลาเพียง 3ชั่วโมงจากที่เขาดูล่าสุด แต่ยอดขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 8ล้านเครื่อง เขาอดทนต่อไปไม่ได้แล้ว
"แม่ช่วยบอกพ่อให้หน่อยได้มั้ย ว่าผมอยากจะได้เครื่องดรีมแคช" แบมพูดออกไปด้วยความร้อนรน
แม่เขามองทางขับรถอยู่ และไม่ได้หันมามองแบมเลย แต่แม่ก็รู้ได้ถึงน้ำเสียงกังวลใจในน้ำเสียงของลูกตัวเอง
"แม่ลองคุยกับพ่อแล้ว พ่อเขาบอกว่ามันไม่ค่อยดีนะถ้าจะซื้ออะไรที่แพงขนาดนี้ให้ลูกในตอนนี้" แม่หันมามองหน้าแบมด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ และพูดขึ้น "แม่เสียใจด้วยนะ"
แบมหันกลับมามองโทรศัพท์อย่างเศร้าหมอง เวลาผ่านไปนานแสนนานสุดท้ายรถก็หยุดลงพร้อมกับการแจ้งเตือนว่ายอดจองได้หมดลงแล้วที่ 20,000,000 เครื่อง ถึงแบมจะเตรียมใจไว้แล้วแต่เมื่อเวลามาถึงความรู้สึกมันก็หนักหนามากกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ความสิ้นหวังที่เขาจะได้เครื่องดรีมแคช ได้หมดลงแล้ว เขาลงจากรถและมองไปข้างหน้าก็พบกับ ตึกที่ใหญ่โตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา แต่มันดันมาตั้งอยู่ในที่ห่างไกลตัวเมือง รอบบริเวณมีแต่ต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนกับอยู่ในสวนสาธารณะไม่มีผิด รอบๆยังมีสนามกีฬานาๆชนิด และเมื่อเขามองไปบนยอดตึกก็พบ ชื่อบริษัทดรีมแคช อยู่บนนั้น เขารู้ได้ทันทีว่านี่จะต้องเป็บริษัทสาขาของดรีมแคชอย่างแน่นอน
แบมมองมาทางแม่ที่เดินนำไปก่อนและะโถามขึ้น "เรามาเอาของอะไรที่นี่"
แม่ไม่ได้ตอบอะไร แต่หันมากวักมือเรียกให้ตามมา เมื่อเข้ามาถึงด้านในอาคาร ก็มีชายสองคนเข้ามาต้อนรับทันที ชายคนหนึ่งมีผมสีทองหน้าตาที่บ่งบอกว่าเป็ชาวต่างชาติ และชายอีกคนเป็คนผิวสีแทนที่ท่าทางแล้วน่าจะเป็คนเอเชีย
"สวัสดีครับ คุณคือภรรยาของ ดร.ดนัย ใช่มั้ยครับ" ชายผิวสีแทนพูดทักทายทันที
"ใช่ค่ะ สามีฉันบอกว่าให้มาเอาของที่นี่ แต่ฉันไม่ทราบเหมือนกันว่ามันคืออะไร" แม่แบมพูดถึงเป้าหมายที่เธอมาที่นี่ทันที
"สาวัสดีคาบ ผมชื่อ เลวานดอฟ ... ราวเปนลูกสิท ดร.ดนัย" ชายชาวต่างชาติพูดภาษาไทยที่สำเนียงไม่ค่อยชัดนัก พร้อมกับยื่นมือมาทักทาย
หลังจากทักทายกันอยู่สักพัก ทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในอาคารเมื่อเข้ามาถึงห้อง ห้องหนึ่งที่ดูเหมือนห้องทดลองสุดล้ำห้องหนึ่ง ด้านในมีสายไฟระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด กลางห้องมีลูกกลมๆ ลูกหนึ่งที่ใหญ่ประมาณสองคนโอบถึง
เมื่อเข้ามาถึงภายในห้อง คนนำทางทั้งสองก็เดินเข้าไปข้างหลังแผงควบคุมอยู่สักพัก ไม่นานแม่ของแบมก้ถามขึ้น "ตกลงสามีฉันให้มาเอาอะไรที่นี่หรอคะ"
"สิ่งที่อาจารย์ ให้คุณมาเอาก็คือเครื่องต้นแบบของดรีมแคช" ชายตางชาติผมสีทองพูดขึ้นแต่ครั้งนี้เสียงที่เขาพูดออกมากลับไม่ใช่สำเนียงที่ดูเก้ๆกังๆเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว
มันได้สร้างความแปลกใจกับสองแม่ลูกอย่างมาก "ทำไมคุณถึงพูดชัดแล้วล่ะ" แบมพูดออกมาด้วยความแปลกใจ
"อ่อนี่ไม่ใช่เสียงพูดของผมจริงๆหรอกครับ มันคือเสียงจากเครื่องแปลภาษา" เมื่อพูดจบเขาก็ชี้ไปที่เครื่องที่เหน็บไว้ตรงหู ก่อนจะพูดต่อไป
"เครื่องนี้มันสามารถจับเสียงของผม และเปลี่ยนคำพูดของผมออกมาเป็ภาษาอื่นๆได้ ตอนที่เราทักทายกันผมอยากให้เกรียต์โดยการใช้เสียงผมจริงๆ ก็เลยปิดเครื่องนี้ไว้ แต่กลัวว่าจะไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับเครื่องนี้ได้ครบผมจึงขอใช้อุปกรณ์ช่วยแล้วกันนะครับ"
"แต่สิ่งสำคัญในวันนี้ไม่ใช่เครื่องแปลภาษานี้หรอกครับ" ชายผิวแทนพูดขึ้น
"ใช่แล้ว เครื่องต้นแบบดรีมแคช ก็คือลูกทรงกลมที่อยู่ตรงหน้าพวกคุณนี้ไงครับ" เมื่อชายต่างชาติพูดจบลูกกลมๆก็เปิดด้านหนึ่งออก เผยให้เห็นข้างในนั้น ภายในคือมีที่นั่งที่มีฟูกดูนุ่มนิ่มวางไว้ และรอบๆด้านในเครื่องทรงกลมก็มีแสงเงาระเรื่อเรืองแสงออกมา
"แอ๊ะ แล้วเครื่องนี้มันใช้งานได้จริงหรอครับ" แบมถามอย่างสนอกสนใจ
"ใช้ได้สิ เครื่องนี้เป็เครื่องต้นแบบของเครื่องดรีมแคชที่วางขายชุดแรก" ชายผิวแทนพูดพลางยิ้มๆ "อาจารย์บอกไว้ว่า เขาเก็บเครื่องนี้ไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ ... เธอลองเข้าไปนั่งดูสิ"
แบมตัวสั่นด้วยความดีใจเล็กน้อยและก้าวช้าๆเข้าไปนั่งด้านใน เมื่อเขานั่งเสร็จเรียบร้อย แสงในเครื่องก็สว่างไสวขึ้น หลังจากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น "ยืนยันตัวตนเรียบร้อย ยินดีที่ได้รู้จัก คุณแบม" เมื่อเสียงสิ้นสุดลงเครื่องก็ปิดประตูลงทันที หลังจากนั้นเครื่องก็มีดลงก่อนจะมีสีสันหลากสีวิ่งไปวิ่งมา
ไม่นานเขาก็รู้สึกตัวว่าเขากำลังยืนอยู่ในพื้นที่โล่งกว้าง แบมสงสัยอย่างมากเพราะเมื่อกี้เขายังนั่งอยู่ในเครื่องอยู่เลย และเมื่อสังเกตุรอบตัวก็พบว่าเขามาอยู่ในขอบหน้าผา ที่ด้านหน้าเป็ทะเลอันสุดลูกหูลูกตา รอบๆมีต้นไม้สีเขียวแซมสีส้มอ่อนที่มองแล้วให้ความสงบในจิตใจ
เมื่อแบมหันกลับมาอีกครั้งก็พบ ชายคนหนึ่งที่มีหนวดมีเคราเบาบาง จ้องอยู่สักพักหนึ่งเขาก็รู้สึกว่าชายคนนี้หน้าตาคล้ายพ่อของเขามาก
"โตขึ้นมากเลยนี่ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน" ชายกลางคนพูดขึ้น
"นั่นพ่อหรอ เอ๊ะนี่มันใช่ความจริงหรือเปล่า" แบมมองไปรอบตัวเหมือนไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้เขายังอยู่ในเครื่องรูปทรงกลมอยู่เลย เพียงแค่พริบตาเดียวก็มาอยู่ในที่เช่นนี้ได้
"ฮ่าาาาา จริงสิ ถ้าลูกคิดว่าในนี้มันเป็ความจริง มันก็ต้องจริงอยู่แล้ว"
"พ่อเห็นหน้าตาของผมด้วยหรอ แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมโตขนาดไหนแล้ว" แบมทำท่าทางสงสัย
"ต้องเห็นสิ ตอนนี้เรากำลังออนไลน์อยู่ พ่อเห็นรูปร่าวของลูกที่เหมือนในโลกความเป็จริงทุกอย่าง ลูกก็เห็นพ่อเหมือนในโลกความเป็จริงทุกอย่างเช่นกัน พ่อเป็ไงบ้างแก่ขึ้นเยอะเลยใช่มั้ยล่ะ" พ่อแบมพูดพลางยิ้มออกมา เขาไม่ได้เจอลูกมานานถึง 7ปี และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เจอลูกอีกครั้ง ถึงแม้จะไม่ใช่ในโลกความเป็จริง แต่มันก็ทำให้เขาดีใจมากแล้ว
"จริงหรอ นี่เรากำลังอยู่ในเกมส์อย่างงั้นหรอ" แบมยิ่มดีใจพลางมองร่างกายตัวเอง
"ในทางเทคนิคแล้ว ไม่ใช่หรอกแต่ถ้าลูกอยู่ในเกมส์มันก็คงรู้สึกแบบนี้แหล่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง งั้นที่นี่ก็เป็คล้ายๆสถานที่ ที่พ่อสร้างไว้พิเศษใช่มั้ยครับ" แบมแววตาเป็ประกาย
"ก็ประมาณนั้น" เมื่อเขาได้จ้องลูกชายตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาสร้าง มันก็เป็ความสุขอันล้นเหลือแล้ว เขาเดินเข้าไปใกล้ๆลูกของเขาช้าๆและจับไปที่หัว ก่อนจะพูดขึ้น "แม่คงบอกลูกแล้ว ว่าพ่อคงซื้อเครื่องให้ลูกไม่ได้มันราคาแพงเกินไป แต่เครื่องนี้ พ่อมันเป็มรดกของพ่อ ... ลูกต้องเก็บมันไว้ดีๆด้วยล่ะ"
แบมพยักหน้า แบมอยากจะเดินเข้าไปกอดพ่อของเขาสักครั้งหลังจากไม่ได้เจอเป็เวลานาน แต่เขาโตขนาดนี้แล้วจะไปทำท่าทางแบบนั้นได้อย่างไร เขาคิดในใจว่าถ้าเกิดเขาอายุน้อยกว่านี้สัก 2-3ปี เขาก็คงเข้าไปกอดอย่างไม่เขินได้
"เอาล่ะ พ่อมีงานจะต้องทำอีกเยอะเลย วันนี้พ่อต้องไปแล้ว" พ่อแบมพูดจบก็กลายเป็แสงฟุ้งกระจายหายไปกลางอากาศ
หลังจากนั้นสักพัก แบมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในเครื่องทรงกลมอีกครั้ง แบมมีความรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เหมือนเขาหลับฝันอย่างไรอย่างนั้น แต่มันกลับรู้สึกว่ามันเป็ความจริงไม่ต่างจากโลกแห่งความจริงเลย เมื่อประตูเครื่องทรงกลมเปิด เขาก็ลุกออกมาทันที
"เป็ยังไงบ้าง" ทันทีที่ออกมา ชายคนไทยก็ถามทันที
"สุดยอดไปเลย นี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" แบมกำลังตกอยู่ในความตื่นเต้น เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน นี่เป็ครั้งแรกที่เขาดีใจจนแทบจะะโโลดเต้นออกมา
"ฮ่าาาา ใช่มั้ยล่ะ ตอนฉันทดลองใช้มันครั้งแรกเมื่อ 7ปีก่อน ฉันก็รู้สึกเหมือนนายนี่ล่ะ" ชายคนไทยพูดขึ้น
"เรียบร้อยแล้วครับ" ชายต่างชาติ พูดขัดทันที "ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับที่ต้องขัดเวลาสนุก แต่เดี้ยวเรามีงานสำคัญต้องไปทำกันต่อ"
"ค่ะ วันนี้ขอโทษที่มารบกวนด้วยนะคะ แล้วเราจะเอามันกลับไปยังไงดีล่ะ รถฉันเอามันกลับไปด้วยไม่ได้แน่" แม่แบมพููดพลางนึกภาพรถของตัวเอง
"ไม่ต้องห่วงครับ เดี้ยวผมจะส่งไปให้อาทิตย์หน้า พร้อมกับเครื่องสั่งจองเครื่องอื่นๆ" ชายคนไทยพูดตอบ
"แล้วถ้าส่งไปให้เราที่บ้านได้ ทำไมต้องให้เรามาถึงที่นี่ด้วยล่ะครับ" แบมเอ่ยถาม
"เครื่องทดสอบเครื่องนี้ ค่อนข้างพิเศษหน่อย มันไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเครื่อนย้ายเครื่องนี้ล่ะก็ มันจะทำการลบข้อมูลภายในทั้งหมด นี่คือมาตราการป้องกันที่ ดร.ดนัย สร้างขึ้น นอกจากว่าจะได้รับการยืนยันตัวตนขนย้ายก่อน" ชายต่างชาติพูดอธิบาย
"ผมเคยถาม ดร.ดนัย ว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น ดร.ดนัยบอกว่า 'ถ้าผมทำมันไม่สำเร็จผมจะไม่ย้ายมันไปจากตรงนี้เด็ดขาด' และคนเดียวที่จะทำให้เครื่องนี้สามารถย้ายได้ก็คือ ลูกชายของเขา" ชายคนไทยพูดเสริม
"งั้นแสดงว่าถ้ามันไม่สำเร็จจนสามารถวางขายได้ สามีของฉันก็จะไม่ให้ลูกมาลองใช้เครื่องนี้เป็อันขาด เมื่อนั้นมันก็จะไม่สามารถย้ายไปจากที่นี่ได้" แม่แบมพูดสิ่งที่เข้าใจ
"ถูกต้องแล้วครับ ตอนแรกผมก็เคยคิดว่าทำไมต้องใช้เป็ลูกตัวเองเป็ตัวปลดล็อคด้วย แต่วันนี้ผมเข้าใจแล้ว" ชายคนไทยพูดตอบ
เมื่อล่ำลากันเสร็จสองแม่ลูกก็ขึ้นรถเดินทางกลับบ้าน
"ตอนลูกอยู่ในเครื่องนั้น ความรู้สึกเป็ยังไงบ้าง" แม่แบมถาม
แบมด่ำดิ่งลงไปในความทรงจำตอนนั้นก่อนตอบ "มันรู้สึกเหมือนได้เข้าไปในโลกอีกใบเลย มันเหมือนกับโลกแห่งความจริงมาก จริงสิผมได้เจอพ่อในนั้นด้วย"
"เจอพ่อด้วยหรอ ฮ่าาาา แม่ว่าแล้วเชียว พ่อเขาคนขี้อวดของ คงอยากจะให้ลูกตัวเองได้เห็นผลงานที่สร้างแน่เลย" แม่แบมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"ผมอยากจะให้เกมส์เปิดเร็วๆแล้วสิ ในนั้นจะต้องมีอะไรให้เล่นเยอะมากแน่เลย" แบมพูดได้น้ำเสียงตื่นเต้น
"ใจเย็นๆหนุ่มน้อย ถ้าลูกเล่นจนเรียนไม่ได้เื่ล่ะก็ แม่จะงดให้ลูกเล่นเกมส์"
"ค๊าบ ค๊าบ เข้าใจแล้วครับ ฮ่าาาาาาา"
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งคู่ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป แบมหลังจากอาบน้ำเสร็จก็พุ่งตัวเข้ามาที่คอมพิวเตอร์ และทักแชทเพรชไปทันที "เพรช ฉันได้เครื่องดรีมแคชมาแล้ว"
หลังจากรอสักพักใหญ่ๆ เพรชก็ตอบข้อความกลับมา "เฮ้ย จริงดิ ฉันกะไว้แล้วว่าพ่อนายจะต้องหาเครื่องให้นายได้แน่" เพรชตอบกลับมา
"ว่าแต่นายซื้อเครื่องทันหรือเปล่า"
"ทันอยู่แล้ว ฉันซื้อก่อนที่มันจะไปแตะ ล้านเครื่องเสียอีก ... เท่านี้เราสองคนก็จะได้ไปลุยในเกมส์แห่งอนาคตกันเสียที"
"ฉันได้ไปลองมาแล้ว ..." แบมพิมพ์พลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
"นายมันโครตขี้โม้เลยว่ะ"
"จริงๆ ฉันไม่ได้โม้ วันนี้ฉันไปที่บริษัทดรีมแคช สาขาประเทศไทยมา ฉันได้ไปลองแล้วจริงๆ"
"เห้ยจริงดิ! เกมส์เป็ไงมั่ง เล่าให้ฟังมั่งดิ"
"จริงๆแล้วฉันไม่ได้เล่นเกมส์หรอก แค่เข้าไปในโลกที่พ่อฉันสร้างขึ้นมา แต่มันเหมือนเราเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆเลยนะ" แบมพิมพ์เล่าความตื่นเต้นที่ไปเจอมาวันนี้ลงไปในข้อความ
"เฮ้ย แบบนี้ก็เหมือนที่เราคาดหวังกันไว้เลยดิ ถ้างั้นเงินที่ฉันเก็บมาทั้งชีวิตก็ไม่เสียเปล่าแล้ว ว่าแต่รูปร่างของเครื่องดรีมแคชมันเป็ยังไงบ้าง"
"รูปร่างของเครื่องมันเป็ทรงลูกกลมๆ ข้างในก็เป็ที่เอาไว้นั่งและผนังด้านในมันเป็เงาๆเรื่อๆ"
"รูปทรงเป็กลมๆหรอ ผิดคาดแหะ คิดว่าจะเป็แบบโลงอบเด็กซะอีก"
"แต่ฉันว่ามันก็เท่ดีนะ"
หลังจากพิมพ์คุยเล่นเรื่อยเปื่อยไปอีกซักพัก แบมก็ลงไปนอนบนเตียง พร้อมกับจิตนาการถึงเื่ในวันนี้ที่เขาได้พบเจอ ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์ เมื่อเปิดดูก็เห็นข้อความที่เพรชส่งมา
"แกไอขี้โม้ ฉันก็ดันไปหลงเชื่อ" หลังจากอ่านข้อความไปได้ไม่นาน เพรชก็ส่งรูปเครื่องดรีมแคช ที่เอามาจากเว็บที่เพิ่งจะลงไปในประกาศของบริษัท
ในรูปเป็เครื่องดรีมแคช ที่มีรูปทรงกระบอกสีขาวปิดทึบ มีประตูจับเปิดปิดสีเทาหม่น และมีโลโก้ดรีมแคชอยู่ด้านข้าง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในห้องประชุมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีเก้าอี้วางรายล้อมอยู่สิบสองตัว ไม่นานก็มีแสงสีขาวมารวมตัวกันจนกลายเป็รูปร่างคนและเมื่อแสงหายไป ตรงจุดนั้นก็มีคนปรากฎตัวขึ้นมา
ชายคนนั้นเดินเข้ามานั่งที่เก้าอีเตัวหนึ่ง สักพักก็มีคนปรากฎตัวขึ้นมาอีกคนหนึ่ง ชายคนที่มาใหม่มีผมสีทอง เมื่อชายคนนี้มาถึง ชายที่มาคนแรกก็เริ่มพูดขึ้น "เป็ยังไงบ้าง เลวานดอฟ เครื่องทดสอบตัวนั้น นายไปตรวจสอบแล้วมีพิรุจอะไรหรือเปล่า"
"ผมพยายามเช็คระเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะเ้าคนเอเชียที่ทำงานคู่กับผม มันพยายามสอดส่องผมอยู่ตลอดเวลาเลย" ชายผมสีทองต่างชาติพูดขึ้น
"เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วก่อนเราจะเปิดเกมส์ เราจะต้องกำจัดหลักฐานทุกอย่าง ที่ชายคนนั้นจะสืบสาวมาถึงเราได้"
"ครับ แต่ผมมีเื่คาใจนิดหน่อยครับ" ชายผมทองครุ่นคิดสักพักก่อนจะพูดออกมา "ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นมากทีเดียว แต่ผมนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก"
"ผู้หญิงคนไหน" ชายคนแรกถามขึ้นมาทันที
"ภรรยาของ ดร.ดนัย ไงครับ" เลวานดอฟพยายามลองนึกดูอีกรอบแต่ก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม
"ไม่ต้องไปสนใจ เื่สำคัญกว่าคือต้องเช็คเครื่องทดสอบให้ละเอียดก่อนจะส่งถึงมือลูกของมัน" พูดจบเขาก็กลายเป็ฝุ่นแสงหายตัวไป
By : Mr.Uen