หนานหมิงเหอเห็นเยี่ยนเจาเจาเผลอขมวดคิ้วกังวลเพราะเรื่องหยวนอีย่วนก็ใช้นิ้วมือคลึงหนังศีรษะนางแผ่วเบา และเอ่ยปลอบนางอย่างอ่อนโยน“หากเจ้าคิดว่านางเป็นปัญหา ก็ลงมือจัดการเสีย”
เยี่ยนเจาเจาทอดถอนใจ “ตัดหญ้าไม่กำจัดราก ลมวสันต์พัดมาย่อมหวนคืน[1]ยิ่งมิต้องพูดว่านางไม่ได้มีความขัดแย้งกับพวกเราออกจะไร้มนุษยธรรมเกินไปที่จะจัดการกับนางในตอนนี้”
หนานหมิงเหอขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะคำพูดของเยี่ยนเจาเจาเป็นครั้งแรก“เจาเจา เส้นทางที่เจ้ากับข้าเดินอยู่ไม่ใช่ทางที่เปิดเผยตรงไปตรงมาแน่แม้จะเป็นเรื่องจริงที่สตรีค่อนข้างใจอ่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่หากเจ้ารอจนนางลงมือกับเจ้าและข้า เกรงว่าเรื่องจะไม่สวยงามนัก”
มีบางอย่างอยู่ในคำพูดนี้ เยี่ยนเจาเจาถามต่อไปแต่หนานหมิงเหอยังคงส่ายศีรษะ “หลักการนี้บอกเจ้าไปตามตรงก็ไร้ความหมายหากเจ้ารออีกสักสองวัน คงเข้าใจความหมายของข้าแล้ว”
เยี่ยนเจาเจาไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆแต่เห็นได้ชัดว่าหนานหมิงเหอรู้อะไรบางอย่างแล้ว สีหน้าจึงอดห่อเหี่ยวไม่ได้ ดูเหมือนพี่ชายรองของนางจะแข็งแกร่งกว่าที่นางคิด
ชั่วเวลานั้นเองในใจเยี่ยนเจาเจาพลันรู้สึกว่า การที่ตนไร้ผู้ใต้บังคับบัญชามันช่างว่างเปล่าจริงๆ
นางไม่มีอำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือนางจึงทำอะไรไม่ได้มากและตรวจสอบอะไรไม่ค่อยได้ ราวกับคนตาบอดหูหนวกข้างหนึ่ง
หนานหมิงเหอตำหนินางครั้งล่าสุด นางก็ตระหนักถึงความผิดของตนหลังคิดทบทวนหลายครั้ง ก็รู้สึกร้อนรนจนเป็นร้อนในในปากเหมือนนายหญิงใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อน
ตรงกันข้าม หนานหมิงเหอปลอบโยนนาง บอกว่าไม่ใช่ความผิดนาง ยิ่งไปกว่านั้นหยวนอีย่วนเป็นตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้และเขาก็เพียงคาดเดานิดๆ หน่อยๆ ไม่อาจยืนยันได้ว่าหยวนอีย่วนจะทำอะไร
และเป็นเพราะคำพูดของหนานหมิงเหอเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอจึงนั่งดูการต่อสู้ของหยวนอีย่วนกับนายหญิงใหญ่อยู่เฉยๆ
หยวนอีย่วนคาดเดาได้ยาก ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดที่จะสนับสนุนนางล้มนายหญิงใหญ่ในเวลานี้
และการตอบโต้ของนายหญิงใหญ่ก็ทำให้เยี่ยนเจาเจาตกตะลึงเช่นกัน
นางช่างน่าสนใจ พอรู้ว่าตนเองจะโดนหย่าก็ไม่ขัดขืนไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด นายหญิงผู้เฒ่ากำลังจะหย่านาง นางไม่ต่อต้านเลยสักนิดกล่าวเพียงตนเองไม่ดีพอในฐานะภรรยา ในฐานะลูกสะใภ้ และในฐานะมารดาวันนี้เป็นเช่นนี้ ถือว่าตนทำตัวเองแล้ว
แต่ตนเองอยู่ในจวนสกุลหยวนมาหลายปี มีของไม่น้อยต้องกลับไปเช่นนี้ สู้เก็บของอีกสองสามวันให้เรียบร้อยค่อยจากไปดีกว่า
นางมิได้ต่อต้าน จวนสกุลหยวนก็ไม่อาจไล่นางออกไปดื้อๆ จำต้องปล่อยให้นางอยู่ในจวนต่อชั่วคราว
ถึงอย่างไรหนังสือหย่าก็เขียนขึ้นมาแล้วเรื่องราวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองซูโจว บอกว่านายหญิงใหญ่จากจวนสกุลหยวนถูกนายหญิงผู้เฒ่าทอดทิ้งตอนนี้จะโดนหย่าขาดกลับบ้านเกิด คิดว่านายหญิงใหญ่คงมิอาจรอดพ้นจากวิกฤตินี้
แต่หยวนหยางฮุยยังคงหายตัวไป หาอย่างไรก็หาไม่พบไม่รู้ว่าเขาไปสำมะเลเทเมาถึงที่ไหน
คนในจวนสกุลหยวนเหมือนจะลืมตัวตนของคนคนนี้ไปเสียสนิทจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครึ่งปีก่อนเขายังเป็นบุคคลที่คนทั้งจวนต่างแย่งชิงกันเอาอกเอาใจ
ส่วนผู้อาวุโสหยวนมู่เชิญท่านผู้เฒ่าสกุลหยวนทั้งหลายมาจากเจียงฮั่น[2] จะเปิดศาลบรรพชนลบชื่อหยวนหยางฮุยออก และใส่ชื่อหยวนชิงจ้าวกับหยวนชิงชิวกลับเข้าผังตระกูลใหม่อีกครั้ง
นายหญิงใหญ่ก็ไม่ได้คัดค้านเช่นกันวันนั้นนางเพียงคุกเข่าอยู่ด้านนอกหอบรรพชนจนขาสองข้างบวมเป่งบอกว่าเป็นความผิดของหยวนหยางฮุย นางรู้สึกเสียใจต่อบรรพชนหากฐานะยังเป็นสะใภ้สกุลหยวนอยู่นางต้องคุกเข่าในหอบรรพชนเนิ่นนานเพื่อไถ่โทษให้หยวนหยางฮุยอย่างแน่นอน
ใบหน้ากลมมนของนายหญิงใหญ่ซูบผอมไปมาก นางน้ำหนักลดฮวบกลับเผยให้เห็นความงามครั้นเยาว์วัยเลือนราง
ปกตินางไม่ได้ออกมาจากเรือนหลัก มีเพียงช่วงต้นเดือนสิบที่จะไปหอหยินหลินเพื่อเก็บเงินสำหรับฤดูกาลนี้และดูแลคร่าวๆ
หลังกลับมานายหญิงใหญ่ส่งเงินที่ได้ให้บัญชีกลางสกุลหยวนทั้งหมดบอกว่าเป็นการชดเชยรายจ่ายสิ้นเปลืองของพวกนางแม่ลูกในจวนสกุลหยวนตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครจับผิดได้แม้สักส่วน
นางเงียบขรึม แต่เยี่ยนเจาเจากลับรู้สึกผิดปกติ
นายหญิงใหญ่ไม่ใช่คนโง่นางต้องรู้ว่าหยวนอีย่วนฉวยโอกาสเหยียบย่ำนางอย่างแรงตอนที่นางไม่อยู่
นายหญิงใหญ่เป็นพวกเห็นแก่ผลประโยชน์ชื่อเสียงและเจ้าคิดเจ้าแค้น บอกให้นางละทิ้งความมั่งคั่งร่ำรวยของสกุลหยวนปล่อยหยวนอีย่วนที่เหยียบย่ำนางจนจมดินแล้วกลับบ้านเดิม จะเป็นไปได้อย่างไร?
สุนัขกัดมักไม่เห่า นายหญิงใหญ่สงบนิ่งเกรงว่าคงรอโอกาสโจมตีอยู่
เยี่ยนเจาเจากำลังรอให้นายหญิงใหญ่เผยไม้ตายของตนออกมา
สิ่งเดียวที่น่าประหลาดใจคือหยวนอีเฉี่ยวกล่าวว่าตนอยากกลับบ้านไปพร้อมมารดาก่อนหน้านี้นางทะเลาะกับนายหญิงใหญ่มาตลอด ไฉนพอนายหญิงใหญ่ถูกหย่ากลายเป็นอยากกลับไปกับนายหญิงใหญ่เสียอย่างนั้น ช่างน่าสงสัยเสียจริง
หยวนอีเฉี่ยวเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่มืดหม่นก่อนหน้านี้แล้วลากเท้าไม่เล็กไม่ใหญ่แต่พิการไปบ้านรองด้วยตนเอง หลังพบหยวนอีย่วนก็ร้องไห้ฟูมฟายน้ำตาไหลไม่ขาดสาย ขอโทษแทนมารดาด้วยตนเอง
ทั้งนายหญิงใหญ่และหยวนอีเฉี่ยว ไม่มีใครตำหนิหยวนอีย่วนสักคนไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อนางอย่างรุนแรงหรือบังคับให้นางรัดเท้าทางฝั่งนายหญิงใหญ่ยอมรับทุกอย่าง และท่าทางการยอมรับผิดนั้นก็ค่อนข้างดีด้วย
บ้านใหญ่มีท่าทีเอาใจใส่ ทั้งยังโทษตนเองหยวนอีย่วนก็ใจกว้างและโอบอ้อมอารี ไม่เหลือสภาพโชกเลือดก่อนหน้านี้เยี่ยนเจาเจากลับรู้สึกสนใจ
หยวนอีย่วนยังรักษาตัวอยู่ที่บ้านรอง เจินเจินและอ้ายอ้ายไม่ใช่คนโง่เมื่อกลับมาย้อนคิดดูอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าหยวนอีย่วนทั้งโหดเหี้ยมทั้งร้ายกาจบ่อยครั้งจึงมาหาเจาเจา เล่าให้เจาเจาฟังว่าช่วงนี้นางทำอะไรบ้าง
หยวนอีย่วนค่อนข้างเก็บอารมณ์ นางนอนรักษาตัวอยู่บนตั่งนอนยังยืนบนพื้นไม่ได้ ก็พูดคุยกับสาวใช้ของตนบ้างเป็นครั้งคราวและไม่ได้ทำสิ่งอื่นใดอีก
เมื่อผู้อาวุโสหยวนมู่มาเยี่ยมนาง คำพูดของนางมีความรู้สึกผิดละอายใจอย่างยิ่งกล่าวว่าตนกระทำผิดไป หากนางไม่ได้พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ เรื่องราวคงไม่มาถึงขั้นนี้
นี่เป็นข้อบกพร่องเดียวที่เยี่ยนเจาเจาเห็นในตัวหยวนอีย่วน
หากเป็นเยี่ยนเจาเจานางคงจะสารภาพกับผู้อาวุโสหยวนมู่ว่าตนทำผิดอันใดและไม่ควรใช้ท่านปู่ที่คอยดูแลนางจากใจจริงมาอ้าง แม้นางจะมีเป้าหมายที่ดีกว่า นางก็ไม่ควรย่ำเหยียบเส้นสายสกุลหยวนจนสิ้น
หลังผ่านไปเนิ่นนานเยี่ยนเจาเจาก็เริ่มจับทางนิสัยของหยวนอีย่วนได้ นางอดทน นิสัยแฝงความรุนแรงลึกล้ำควบคุมอารมณ์เก่ง ทั้งยังฉลาดเฉลียว ข้อเสียอย่างเดียวคือนางรู้ความฉลาดของตัวเองดีจึงหยิ่งผยอง มั่นใจในตัวเอง และวางคนที่เตรียมไว้สมบูรณ์แบบจนเกินไป
ไม่มีใครบนโลกสมบูรณ์แบบดังนั้นอะไรที่เกินควรมักไม่ใช่เรื่องดี จะทำให้คนเห็นข้อบกพร่องได้ง่าย
หยวนอีย่วนหยุด นายหญิงใหญ่ก็หยุดเช่นกัน
แต่ความสงบยามนี้เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้นทั้งสองฝ่ายกำลังอดทนรอว่าใครจะฉกฉวยจังหวะโจมตีได้ก่อน
เดือนสิบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดือนสิบเอ็ดย่างกรายเข้ามาเงียบๆ
ปลายคิมหันต์จากไปรวดเร็วจนตามไม่ทัน พอรู้ตัวอีกทีก็เข้าปลายสารทฤดูเสียแล้ว กระโปรงหรูฉวินเริ่มทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บ จำต้องเปลี่ยนเป็นกระโปรงอ๋าวฉวิน[3] แทน
เดิมต้นเดือนสิบเอ็ดเป็นช่วงที่เยี่ยนเจาเจากับหยวนอีย่วนต้องเดินทางไปเรียนด้วยกันน่าเสียดายที่ขาของหยวนอีย่วนยังไม่หายดี และดันเกิดเรื่องนายหญิงใหญ่ขึ้น จึงต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกครั้ง
ผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่วางใจปล่อยเยี่ยนเจาเจากับหยวนอีย่วนไว้ในจวนสกุลหยวนจึงบอกว่าจะฝากอาจารย์ท่านอื่นในสถานศึกษาดูแลไปก่อน เมื่อเท้าของหยวนอีย่วนหายดีแล้วค่อยเดินทาง
จะว่าไปก็น่าสนใจ ช่วงต้นเดือนสิบเอ็ดเดิมนายหญิงใหญ่ต้องนำหนังสือหย่าของนางกลับบ้านเดิมอันห่างไกลแต่คาดไม่ถึงว่านางจะเกิดอาเจียนอย่างกะทันหันทั้งที่ยังไม่ออกจากประตูเรือนหลัก
ดูท่ายังไม่ทันรอให้หยวนอีย่วนโต้ตอบการโต้กลับของทางนายหญิงใหญ่ก็มาถึงเสียแล้ว
เสียงอาเจียนของนางดังลั่น ทำให้เหล่าสาวใช้รอบตัวตกอกตกใจ สีหน้าพลันขาวซีดราวกับกระดาษทองกระทั่งยืนยังไม่อยู่ โงนเงนไปมาแล้วล้มลงกับพื้น
ไม่มีทางเลือกอื่น คนเป็นลมไปคงไม่อาจอุ้มโยนขึ้นรถม้าได้จึงจำต้องย้ายนายหญิงใหญ่กลับเข้ามาในเรือนหลักอีกรอบ
สาวใช้ปรนนิบัติข้างกายไม่ใช่สาวใช้คนสนิทของนายหญิงใหญ่แต่ก่อนแล้วในเมื่อผู้อาวุโสหยวนมู่ต้องการหย่าขาดนาง ย่อมกลัวนางเล่นแง่ จึงได้ขายสาวใช้มือดีข้างกายนางออกไปทั้งหมดเป็นการตัดมือเท้าของนางทิ้ง
เหล่าสาวใช้คนปัจจุบันล้วนเป็นคนที่ทางนายหญิงรองโยกย้ายเข้ามาแทนพวกนางไม่พอใจนายหญิงใหญ่เพราะประเด็นของบ้านรอง พอเห็นท่าทางนายหญิงใหญ่เลยอดถากถางว่านางดัดจริตหวังแสร้งป่วยเพื่ออยู่ในจวนสกุลหยวนต่อในใจไม่ได้
แต่เมื่อพวกนางประคองนายหญิงใหญ่กลับมานอนที่เรือนหลักกลับเห็นเลือดซึมออกมาจากใต้เสื้ออ๋าวชายยาวสีขาวราวหิมะของนายหญิงใหญ่เป็นทางยาวบนชุดจึงตระหนักในที่สุดว่านายหญิงใหญ่เกิดเรื่องจริงๆ ไม่ได้แกล้งป่วย
คราวนี้สาวใช้รอบกายล้วนขวัญหายแล้วจึงรายงานผู้อาวุโสหยวนมู่ ก่อนรีบไปเชิญท่านหมอมา
ช่วงนี้จวนสกุลหยวนเชิญหมอด่วนประจำจนแทบกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของโรงหมอเมืองซูโจวแล้ว
ท่านหมอคนนั้นก็บังเอิญเป็นคนเดียวกับที่ตรวจพิษสารปรอทให้นายหญิงรองและรักษาขาให้หยวนอีย่วนด้วย
เขามาจวนสกุลหยวนก็ได้ยินความลับภายในมากมายทุกครั้งจนรู้สึกกดดันสุดๆ แต่ยังเห็นแก่ “เงินทอง” เลยยอมมาตรวจที่จวนสกุลหยวน
ท่านหมอจับชีพจรของนายหญิงใหญ่ สีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยหลังจับซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงถามสาวใช้ข้างกายนายหญิงใหญ่ด้วยท่าทางแปลกๆว่าระดูเดือนนี้ของนายหญิงมาหรือยัง
สาวใช้เหล่านี้ปกติบูชาคนมีอำนาจเหยียบย่ำคนตกต่ำรู้ว่านายหญิงใหญ่โดนหย่าขาด เกรงว่าในจวนคงไม่มีใครสนับสนุนนางแล้วและไม่กลัวเพราะมีคนหนุนหลัง ยามปรนนิบัติจึงละเลย ทำสุกเอาเผากินหลายครั้ง
เวลานี้ท่านหมอถามพวกนางเกี่ยวกับระดูสาวใช้สองสามคนข้างกายเลยไม่รู้สักคน ถามอะไรก็ตอบไม่ได้
ท่านหมอจนปัญญา เพียงถอนหายใจกล่าวว่า “ข้าตรวจลักษณะชีพจรนายหญิงแล้วลื่นไหลราวกับไม้ไผ่กลิ้งบนแผ่นหยก เกรงว่าจะเป็นชีพจรมงคล เพียงแต่ครรภ์ยังอ่อนอยู่ช่วงนี้นายหญิงวิตกกังวลอย่างหนัก ครรภ์เป็นพิษ อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์จึงต้องดูแลให้ดี”
หมอมีจิตใจเมตตาธรรมต่อให้ท่านหมอรู้ว่าคราวก่อนนายหญิงใหญ่โหดร้ายกับบุตรสาวอนุภรรยา แต่ก็ยังจ่ายยาบำรุงครรภ์ให้นาง
----------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ตัดหญ้าไม่กำจัดราก ลมวสันต์พัดมาย่อมหวนคืนเปรียบเทียบถึงการคลี่คลายปัญหา ต้องจัดการจากต้นตอ และจัดการให้เบ็ดเสร็จมิฉะนั้นมันจะกลับมาอีก
[2] เจียงฮั่น หมายถึงพื้นที่บางส่วนบริเวณแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮั่นปัจจุบันคือมณฑลหูเป่ยและบริเวณโดยรอบ
[3] กระโปรงอ๋าวฉวิน หมายถึงการสวมเสื้ออ๋าวทับกระโปรงตัวนอก นิยมสวมในช่วงฤดูหนาวพบมากในราชวงศ์เว่ยจิ้นหนานเป่ย