“น้องหรงหรงเซ็นสัญญาเข้าสังกัดนางแบบของหลี่โมเดลลิ่งแล้วไม่เสียดายสัญญากับทางอินเตอร์โมเดลลิ่งหรือคะ บริษัทนั้นมีนางแบบชื่อดังอยู่ในสังกัดตั้งหลายคน”
“ฉันกับหลี่โมเดลลิ่งมีสัญญาใจกันมาเมื่อนานมากแล้วค่ะ พี่นักข่าวก็ทราบใช่ไหมคะว่าฉันกับนักแสดงหลี่ลี่จิงเป็เพื่อนสนิทกัน” เหวินหรงยิ้มหวานตอบนักข่าว
“พูดถึงเื่เพื่อนสนิท น้องอ้ายฉือกับน้องอ้ายฉิงก็จะเข้าเป็นางแบบในสังกัดของหลี่โมเดลลิ่งเหมือนกันใช่ไหมคะ”
“เื่นั้นคงแล้วแต่ทางหลี่โมเดลลิ่งจะพิจารณาค่ะ การจะรับนางแบบเข้าสังกัดมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์อย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงความสามารถด้วย ถ้าอ้ายฉือกับอ้ายฉิงมีความสามารถจริง ฉันคิดว่าหลี่โมเดลลิ่งคงจะรับพวกเธอเข้ามาอยู่ในสังกัดแน่นอนค่ะ” เหวินหรงเริ่มทำหน้าไม่พอใจเมื่อนักข่าวถามถึงสองพี่น้องแซ่อ้าย
“วันนี้คงให้สัมภาษณ์เท่านี้ก่อนนะคะ นางแบบของเราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หวังว่าพี่นักข่าวจะเข้าใจนะคะ เอาไว้หลี่โมเดลลิ่งมีงานแถลงข่าวเปิดตัวน้องหรงหรงเมื่อไหร่ ทางเราจะเชิญพี่ๆ นักข่าวมาร่วมงานแน่นอนค่ะ” ผู้จัดการจินยิ้มบอกกับนักข่าว
“เฮ้อ...เสร็จซะที ตารางงานวันนี้หมดแล้วใช่ไหมคะพี่จิน” เหวินหรงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยความเหนื่อย
“หมดแล้วค่ะ ส่วนพรุ่งนี้มีงานถ่ายปกนิตยสารตอนเช้า เป็ภาพเซ็ทถ่ายคู่กับน้องลี่จิง”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันไม่ได้เจอลี่จิงนานแล้ว ั้แ่กลับมาจากต่างประเทศ งานเดินแบบถ่ายแบบของฉันก็ยุ่งไปหมด ส่วนลี่จิงก็มีงานละครอยู่ไม่ขาด พี่จินช่วยเช็คตารางของลี่จิงให้ฉันด้วยนะคะ ถ้าเธอยังว่าง่บ่าย พี่ก็ยกเลิกนัด่บ่ายของฉันไปเลย ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเพื่อนนานๆ”
“เอ่อ...อย่างนั้นคงไม่ดีมั้งคะ ่บ่ายน้องหรงหรงต้องไปถ่ายภาพครอบครัวเพื่อใช้โปรโมทงานการกุศลของคุณหย่าซิน” ผู้จัดการจินบอก
“งานของคุณแม่จะจัดเดือนหน้า เรายังมีเวลาอีกตั้งหลายวัน เลื่อนออกไปก่อนเถอะค่ะ หรือแค่นี้พี่ทำไม่ได้ ถ้ามันลำบากขนาดนั้น ฉันจะขอเปลี่ยนผู้จัดการดีไหมคะ”
“เดี๋ยวพี่จะไปเลื่อนนัดให้ตอนนี้เลยค่ะ” ผู้จัดการจินรีบตอบและเดินออกไปโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
“อ้ายฉือ อ้ายฉิง เธอสองคนกำลังฝันหวานอะไรอยู่หรือ เธอคิดจริงๆ หรือว่าฉันจะยอมให้พวกเธอเข้ามาเป็นางแบบอยู่ในสังกัดเดียวกับฉัน ฉันก็ยอมรับนะว่าพวกเธอมีรูปร่างหน้าตาพอที่จะเป็นางแบบได้ แต่พวกเธอลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเธอเป็แค่ผู้ติดตามของฉัน ในเมื่อเป็แค่ผู้ติดตาม แล้วฉันจะยอมให้พวกเธอขึ้นมายืนตีเสมอฉันได้ยังไง” เหวินหรงมองสองพี่น้องแซ่อ้ายอย่างไม่พอใจ “พวกเธออย่าลืมนะว่าที่พวกเธอมีชีวิตที่ดีมาได้จนถึงทุกวันนี้มันเป็เพราะเงินของครอบครัวฉันที่เจียดมาจุนเจือพวกเธอ”
“เธอพูดแรงไปหรือเปล่าหรงหรง พวกเราไม่ได้เอาเงินของเธอมาใช้ฟรีๆ เสียหน่อย พวกเราต้องทำงานแลกมันมา ตลอดหลายปีที่เราทำงานให้เธอ มีคืนไหนบ้างที่เราได้นอนหลับอย่างสบาย พวกเราต้องคอยรอให้เธอเรียกใช้ ซึ่งเธอก็เป็นายจ้างที่ใช้งานพวกเราได้คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนเธอก็จิกหัวเรียกพวกเรา มีครั้งไหนที่ฉันกับอาฉิงปฏิเสธเธอได้บ้าง ไหนๆ วันนี้ก็พูดกันมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันอยากถามเธอว่า เธอ้าให้พวกฉันเป็แค่ผู้ติดตามของเธอเท่านั้นใช่ไหม” อ้ายฉือพูดอย่างมีอารมณ์
“แล้วพวกเธอจะเป็อะไรได้มากกว่านั้นล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกฉันขอลาออก!” อ้ายฉือะโ
“พี่ฉือ!!!” อ้ายฉิงะโเรียกพี่สาวอย่างใ
“ได้สิ สำหรับค่าใช้จ่ายตอนที่พวกเธอไปอยู่ที่ต่างประเทศ พวกเธอก็หาเงินมาคืนฉันก็แล้วกัน ถึงแม้จะไม่มีสัญญา แต่พวกเธอก็น่าจะรู้นะว่าเหวินหรงจุนน่ะเป็ใคร เอาล่ะ ฉันจะใจดีให้พวกเธอพักงานสักเดือน ถ้าคิดได้ก็กลับมารับใช้ฉันต่อ หรือไม่อย่างนั้นก็ให้รีบหาเงินมาคืนซะ” เหวินหรงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสบาย ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
“พี่ฉือ พี่ไปยั่วโมโหหรงหรงทำไม ทีนี้เราจะทำยังไงกันดี เราจะได้เข้าสังกัดหลี่โมเดลลิ่งไหม” อ้ายฉิงถามอย่างร้อนใจ
“คุณหนูเหวินพูดมาขนาดนี้แล้วเธอยังคิดว่าพวกเราจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในหลี่โมเดลลิ่งได้อีกหรือ อาฉิง พี่รู้ว่าเธอเสียใจ พี่ก็เสียใจไม่แพ้เธอเหมือนกัน แต่พี่ไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว พี่ไม่อยากทนเป็คนรองมือรองเท้าของเหวินหรงอีกแล้ว เราควรมีชีวิตของตัวเอง พี่เชื่อว่าสักวันเราจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้” อ้ายฉือบอกกับน้องสาว
“แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะพี่ฉือ เราจะไปหาเงินที่ไหนมาคืนหรงหรง”
“พี่ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน ตอนนี้เราคงต้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยคิดหาวิธี”
“พี่ใหญ่ พี่ตงเป่า ทางนี้ค่ะทางนี้” เกาจิ้งฮวาโบกมือให้พี่ชายอย่างดีใจ
“น้องหวาหวา” หลิวตงเป่าวิ่งไปหยุดอยู่หน้าหญิงสาวอย่างดีใจไม่แพ้กัน “เธอผอมลงหรือเปล่า แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ทำไมถึงไม่รู้จักดูแลตัวเอง นี่ถ้าพี่กับจิ้งหยวนยังอยู่ที่โน่น เธอกับเจินเจินจะไม่ผอมไปกว่านี้อีกหรือ”
“นายจะมาบ่นน้องสาวฉันทำไม” เกาจิ้งหยวนหรี่ตามถาม “น้องสาวฉันจะเป็ยังไงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย”
“ตงเป่า หรือว่าน้องสาวคนนี้เป็คนที่นายโทรหาทุกวัน” เจียวฮั่วถามขึ้น ก่อนจะหันไปแนะนำตัวกับสาวๆ “พวกเธอเรียกพี่ว่าพี่ฮั่วก็ได้นะ ส่วนนี่คือพี่เสียน พวกเราเป็เพื่อนกับจิ้งหยวนและตงเป่า”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะได้มาเจอสี่เทพบุตรของมหาวิทยาลัย B ตัวจริง พี่รู้ไหมว่าในโซเชียลน่ะพวกพี่ป๊อบมากในหมู่สาวๆ ฉันเป็น้องสาวพี่จิ้งหยวนค่ะ พี่จะเรียกฉันว่าหวาหวาก็ได้ ส่วนนี่...ฉันจะแนะนำว่ายังไงดีล่ะ เพื่อนสนิทหรือว่าว่าที่พี่สะใภ้” เกาจิ้งฮวาหันไปหาโจวซูเจิน
“ฉันชื่อเจินเจินค่ะ” โจวซูเจินยิ้ม
“เป็แฟนของฉันเอง” เกาจิ้งหยวนโอบไหล่โจวซูเจินก่อนจะหันไปยิ้มให้เจียวฮั่วกับลู่เสียน
“ได้มีโอกาสเจอตัวจริงกันสักทีนะครับน้องหวาหวา น้องเจินเจิน ยังไงวันนี้พี่กับพี่ฮั่วต้องขอตัวก่อน วันหลังเราค่อยนัดกันออกมาทานข้าวนะ” ลู่เสียนบอกกับสองสาว
“ได้ค่ะ วันหลังพวกพี่ต้องมาที่บ้านฉันให้ได้นะคะ ฉันจะทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงพวกพี่เอง” เกาจิ้งฮวาหันไปยิ้มให้พี่ชาย “ฉันไปเรียนทำอาหารมาแล้วค่ะ รับรองว่าอาหารของฉันไม่เป็พิษต่อกระเพาะของพวกพี่แน่นอน”
ลู่เสียนและเจียวฮั่วเดินแยกออกไปเพราะมีรถของครอบครัวมารอรับอยู่แล้ว แต่ก่อนที่สี่คนที่เหลือจะเดินไปขึ้นรถ เสียงเล็กแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“พี่จิ้งหยวนรอก่อนค่ะ” เหวินหรงที่เพิ่งนั่งเครื่องกลับจากงานถ่ายแบบ เดินมาเห็นกลุ่มของเกาจิ้งหยวนเข้าพอดี
เหวินหรงรีบวิ่งไปเกาะแขนเกาจิ้งหยวนอย่างที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว นักข่าวที่ตามมากับกองถ่ายก็จับภาพนั้นทันที
“พี่กลับจากเมืองนอกทำไมไม่ยอมบอกฉันล่ะคะ ถ้ารู้อย่างนี้ฉันจะยกเลิกงานทั้งหมดเพื่อมารอรับพี่” เหวินหรงยังเกาะแขนชายหนุ่มอย่างไม่ยอมปล่อยด้วยท่าทางสนิทสนม
“ชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้คือใครหรือครับน้องหรงหรง หรือว่าจะเป็หนุ่มปริศนาที่น้องหรงหรงพูดถึง” นักข่าวถามอย่างรู้งาน
“พี่จิ้งหยวนเป็หนึ่งในสี่เทพบุตรของมหาวิทยาลัย B ที่สาวๆ ในโซเชียลขึ้นชอบอยู่ตอนนี้ค่ะ เขาจะเป็หนุ่มปริศนาที่ไหนกัน” เหวินหรงทำท่าเขินอาย
“ถ้าไม่ใช่หนุ่มปริศนา แสดงว่าเขาเป็คนพิเศษของน้องหรงหรงหรือเปล่าคะ” นักข่าวยังถามต่อ
เกาจิ้งหยวนแกะมือของเหวินหรงออกอย่างหมดความอดทน “ผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนพิเศษอย่างที่พวกคุณคิด พวกเราเป็แค่คนเคยรู้จักกัน แต่ถ้าพวกคุณอยากรู้ประวัติให้ลึกมากกว่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหา แค่ไปหาข้อมูลข่าวเก่าก็จะรู้ว่าก่อนที่คุณหรงหรงจะมาใช้แซ่เหวินนั้นเป็เพราะเหตุผลอะไร อ้อ...ถ้ายังนึกไม่ออก ผมคือเกาจิ้งหยวน ทายาทของประธานเกาหยาง อดีตประธานบริษัทผลิตอาหารแปรรูปจินหยาง เท่านี้คงทำให้พวกคุณหาข้อมูลได้ง่ายขึ้นนะครับ”
เกาจิ้งหยวนจูงมือเจินเจินเดินออกไปทันที เกาจิ้งฮวากับหลิวตงเป่าได้แต่รีบวิ่งตาม ปล่อยให้เหวินหรงยืนอยู่ท่ามกลางนักข่าวและเพื่อนร่วมงานอย่างทำตัวไม่ถูก