- ตอนที่ 14 -
“พี่ใหญ่ท่านไปดูอาการน้องสาวมาหรือยังขอรับ ข้ายังมิได้ไปดูอาการของนางเลย วรยุทธ์ของคุณชายรองยอดเยี่ยมมากขอรับ ดูเหมือนตัวข้านั้นยังไร้ประสบการณ์อยู่มากถ้าไม่ใช่เพราะขั้นพลังที่เหนือกว่าเกรงว่าคงจะเป็ตัวข้าที่ต้องตบแต่งกับเขา” เซียวิเผยสีหน้าเศร้าหมอง
“พวกเรามาเยี่ยมน้องสามก่อนหลังจากนี้พวกเราจะไปเยี่ยมนาง” เทียนหลิงเอ่ยขึ้นพลางมองสีหน้าน้องชายของตนอย่างพินิจ
“ข้าคงต้องฝากพี่ชายทั้งสองเยี่ยมอาการนางด้วยขอรับ ตัวข้านั้นเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะทำสิ่งใดต่อได้เสียมารยาทต่อพวกท่านแล้ว” เซียวิยกชายเสื้อบดบังใบหน้าเขินเล็กน้อย
“เ้าอย่าฝืนนักหาก้าสิ่งใดให้บ่าวไปแจ้งข้าที่เรือน” เทียนอี้รวบมือเรียวมากอบกุมเอาไว้
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่”
เซียวิดึงฝ่ามือออกมาอย่างแเีแค่เห็นสายตาที่มองมาก็รู้สึกขยะแขยงยิ่งนัก ต้องเลวขนาดไหนกับน้องตัวเองยังมองด้วยสายตาแบบนั้น เขาเหลือบมองอาชุนที่เดินตรงเข้ามาพลางถือถาดใส่กาชาเอาไว้ โอ้!
“โครม!!”
“เ้าไพร่!!!” เทียนอี้มองอาภรณ์ที่ถูกราดรดด้วยน้ำชาในการ้อน เขารู้สึกราวกับโดนลวกผิวจนแสบไปทั้งแขน
“พี่ใหญ่ขออภัยแทนบ่าวของข้าด้วยขอรับ!! อาชุนเขาพูดไม่ได้อีกทั้งยังไม่ระมัดระวังข้าหวังว่าท่านพี่จะเมตตายกโทษให้บ่าวน้องสักครา ท่านพี่รีบกลับไปเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนดีกว่าขอรับ หากผิวโดนลวกไปด้วยจะยิ่งแย่ไปกว่านี้ เ้ารีบไปสำนึกผิดที่ผนังห้องเดี๋ยวนี้!!” เซียวิทำสีหน้าตึงเครียด พลางตวาดเ้าคนที่ส่อเจตนาราดน้ำร้อนใส่ผู้อื่นด้วยโทสะ
“ไม่เป็ไรแล้วข้าจะมาหาเ้าใหม่” เทียนอี้เอ่ยลาก่อนจะรีบเดินออกไปจากเรือนด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ
“พี่รองไว้พรุ่งนี้ยามซื่อ(09.00-10.59น.)มาจิบชาที่เรือนข้านะขอรับ” เซียวิเบาเสียงลงเล็กน้อยพอให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“ได้สิ ข้าขอตัวก่อน” เทียนหลิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเร่งฝีเท้าตามพี่ชายไป
เซียวิมองแผ่นหลังทั้งสองหายไปจนลับสายตาก่อนจะกวักมือเรียกเ้าตัวร้ายให้เข้ามาหา ถึงจะช่วยได้มากแต่ทำเช่นนั้นก็อันตรายเกินไปสำหรับเ้าตัว
“เ้าต้องระวังให้มากพี่ใหญ่เป็คนเ้าคิดเ้าแค้นมันจะทำให้เ้าลำบากอาชุน แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอบใจเ้ามาก วันหลังหากคิดรังแกผู้อื่นเ้าต้องทำให้แเีกว่านี้อย่าให้ผู้ใดจับเ้าได้เข้าใจหรือไม่” เซียวิแสร้งเอ่ยเสียงดุ
“....” อาชุน
“ข้ารู้สึกอยากทุบตีเ้าขึ้นมาแล้วสิ น่าโมโหเสียจริง” เซียวิบ่นพึมพำเมื่อเห็นสายตาไม่แยแสของอีกฝ่าย บ่าวพวกนี้ช่างดื้อรั้นกันยิ่งนัก
“น้ำล้างมือเ้าค่ะ” เหยาวางอ่างลงบนโต๊ะเล็กก่อนจะฉวยข้อมือเรียวของเ้านายคนงามจุ่มลงอ่างน้ำขัดถูจนคิดว่าสะอาดแล้วจึงใช้ผ้าซับน้ำให้แห้ง
“คุณชายต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้เ้าค่ะ แม้แต่มือก็อย่าให้บุรุษใดได้ััมันเ้าค่ะ!” หลินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะระวังให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าตัวข้าจะชอบใจนัก ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องจัดการเขา” เซียวเม้มปากเล็กน้อย ตอนนี้จะต้องส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอก่อน หึหึ
ยามซื่อ (09.00-10.59น.)
เซียวิสวมใส่อาภรณ์สีเขียวอ่อนท่ามกลางหมู่มวลบุบผาผลิดอกอวดโฉมล้อแสงอาทิตย์ สายลมเอื่อยพัดพาความเย็นสบายพร้อมกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย ในมือเรียวถือตำราเกี่ยวกับยันต์
“น้องสาม”
“พี่รองเชิญนั่งก่อนขอรับ” เซียวิยกยิ้มก่อนจะเชื้อเชิญพี่ชายให้นั่งลงดื่มด่ำรสชาหอมกับบุปผางาม
“ข้าไม่คิดว่าเ้าจะชวนช้ามาดื่มชาเท่านั้น น้องสามเ้ามีสิ่งใดเอื้อนเอ่ยก็กล่าวมาเถิด” เทียนหลิงยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะมองน้องชายที่
เปล่งประกายท่ามกลางแสงอาทิตย์
“ท่านพี่รู้เื่สำนักพยัคฆ์เมฆาหรือไม่ขอรับ” เซียวิเองก็เข้าประเด็นสำคัญทันที เขาก็ไม่อยากอ้อมค้อมให้เปลืองเวลาเช่นกัน
“ สำนักพยัคฆ์เมฆานั้นลึกลับซับซ้อนสิบปีถึงจะเปิดรับศิษย์สักครั้งอีกทั้งจำนวนนั้นก็น้อยนิดเกินไปการแข่งขันจึงค่อนข้างดุเดือดในทุกครั้ง ปีนี้ข้าและพี่ใหญ่เองก็้าเป็หนึ่งในร้อยนั้นด้วย น้องสามเองก็สนใจเช่นนั้นรึ?” เทียนหลิงมองใบหน้างดงามที่ระบายยิ้มเบาบางออกมา
“ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าสำนักพยัคฆ์เมฆานั้นรับศิษย์ที่เป็เกอหรือไม่ ข้าไม่ขอปิดบังว่าข้ามีความสนใจในสำนักเร้นลับนี้ ข้าเองก็้าสมัครเข้าทดสอบเช่นกัน” เซียวิกล่าวอย่างเขินอาย
“ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกันแต่อาจเป็เพราะว่าเกอนั้นบอบบางและอ่อนแอเกินไป ข้าหมายถึงเกอทั่วไป ส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาราวกับสมบัติในเรือนเพื่อเตรียมออกเรือนเท่านั้น” เทียนหลิง
อ่อเ้าจะบอกว่าตัวข้ามันผิดแผกจากเกอคนอื่นสินะ หึ! นั่นก็มิผิดหรอก เซียวิได้แต่แย้มยิ้มรับคำเมินสายตาที่จับจ้องมาจากฝั่งตรงข้าม
“เช่นนั้นข้าจะได้วางใจว่าทางสำนักนั้นไม่ได้จำกัดเพศสภาพเอาไว้ แค่ผ่านการทดสอบให้ได้เพียงเท่านั้นก็พอ ขอบคุณพี่รองมากขอรับข้าจะได้คลายกังวลและตั้งใจเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการทดสอบ” เซียวิถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เช่นนั้นเมื่อถึงวันเปิดสมัครพวกเราก็ไปด้วยกันเถิด ข้าจะดูแลเ้าเองก็แล้วกัน” เทียนหลิง
“ขอบคุณขอรับพี่รอง” เซียวิกล่าวขอบคุณพลางยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างผ่อนคลาย
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อนขอบใจสำหรับน้ำชา” เทียนหลิงดื่มชาอีกครั้งพลางสูดอากาศเข้าปอดอย่างผ่อนคลายแม้ตัวเขาอยากอยู่ที่นี่นานอีกเพียงนิดแต่ก็เป็ไปไม่ได้หากพี่ใหญ่รู้เข้าคงจะเป็เขาที่ลำบาก ดูก็รู้ว่าพี่ใหญ่มีเจตนาไม่ดีเท่าใดนัก
“ระวังพี่ใหญ่ไว้ให้ดีข้าไม่สามารถอยู่กับเ้าได้ตลอดเวลา” เทียนหลิง
“ขอบคุณพี่รอง ข้างกายข้ามีบ่าวผู้ซื่อสัตย์อยู่มากมายพี่รองมิต้องกังวลขอรับ” เซียวิรู้สึกดีกับพี่ชายคนนี้ขึ้นนิดหน่อย อย่างน้อยก็ยังพอมีความ
เป็พี่ชายในตัวอยู่บ้าง
เซียวิก้มหน้าลงให้ความสนใจตำราในมืออีกครั้ง สหายรักกล่าวว่าอีกไม่นานเขาจำเป็ต้องใช้มันจึงต้องศึกษาให้ทะลุปรุโปร่งจนสามารถนำมาใช้ได้จริง ดูท่าการไปทดสอบเข้าสำนักพยัคฆ์เมฆาคงมีเื่น่าตื่นเต้นรออยู่
“เ้านายขอรับ” อาคุนปรากฏกายขึ้นไม่ห่างนัก เซียวิลุกขึ้นยืนเดินกลับเข้าเรือนไปพร้อมกับอาคุน หลังจากวันนี้เขาจะเก็บตัวฝึกปราณขั้นต่อไปจนกว่าจะถึงวันเปิดรับสมัคร เขาจะมอบทรัพยากรให้แก่คนของเขาเพื่อเลื่อนระดับไปอีกขั้น
“เอาล่ะอย่างที่พวกเ้ารู้ว่าข้ามีบางสิ่งที่้าในสำนักพยัคฆ์เมฆา ตัวข้าจะสมัครเพื่อรับการทดสอบเป็หนึ่งในร้อยคนเพื่อฝากตัวเป็ศิษย์ หลังจากนี้ข้าจะไม่รับแขกและไม่ออกมาจากห้อง อย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวนข้าแม่แต่พ่อของข้าก็ตาม ข้าจะออกจากห้องอีกครั้งเมื่อถึงวันรับสมัคร พวกเ้าเดินมาหาข้าทีละคน” เซียวิแย้มยิ้มบางก่อนจะจับข้อมือบางของหลินหยิบเอายาลูกกลอนออกมามอบให้อีกฝ่ายสองเม็ด ยานี้จะช่วยให้การเลื่อนระดับปราณง่ายยิ่งขึ้น หรือที่เขาเรียกกันว่ายาทะลางคอขวด ยานี้ล้ำค่ามากราคาของมันสูงลิบลิ่ว เขาไม่ได้ซื้อมันแต่เขาถูกสหายรักเคี่ยวกร่ำอย่างหนักจนปรุงมันขึ้นมาได้ต่างหาก นึกถึงวันวานก็ได้แต่ชอกช้ำกล้ำกลืนมันลงคอไป
“พวกเ้าอย่าให้เื่นี้แพร่งพรายออกนอกเรือนของเรา ข้าจะมอบศิลาให้พวกเ้าดูดซับคนสิบก้อน ยาทะลวงปราณสองเม็ด ยาเพิ่มพูนพลังกายอีกสองเม็ด ข้าหวังว่าหลังจากที่ข้าออกมาพวกเ้าจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า” เซียวิมอบของเหล่านี้ให้แก่บ่าวของตน คนเหล่านี้อ่อนแอเกินไปจำเป็ต้องเลื่อนระดับพลังให้สูงขึ้น
“ขอบพระคุณคุณชายเ้าค่ะ”
“ขอบพระคุณเ้านายขอรับ”
“เื่อาหารการกินพวกเ้าจัดการกันเองได้เลย ไม่ต้องห่วงข้า นี่เป็ค่าใช้จ่ายปู่เซินเ้ารับเอาไว้ดูแลเรือนของเราให้ดีอย่าให้ผู้ใดมารังแกพวกเ้า” เซียวิแย้มยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปยังห้องหนังสือที่มีห้องลับซ่อนอยู่ มือเรียวรวบพัดก่อนจะยกขึ้นกลางอากาศเขียนอักขระเขตแดนเอาไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุกอีกชั้นหนึ่ง เขาไม่อยากให้มีใครเข้ามาวุ่นวายระหว่างที่เขาศึกษาสิ่งที่สหายรักตระเตรียมเอาไว้ให้ ยิ่งเขาทำตัวเอาแต่ใจมากเท่าไหร่ เขาจะยิ่งต้องแข็งแกร่งมากเท่านั้นเพื่อรองรับความเอาแต่ใจของตัวเอง
“เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถิดสหายรัก เรามาครองโลกไปด้วยกัน ฮ่าฮ่า ว่าไปนั่น!”