บทที่ 20 วันออกเดต
สวีเจียวยังไม่ทันตั้งตัว หลังจากที่จางหยางปิดห้องไลฟ์สดลง เธอก็เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า "จางหยาง เมื่อกี้จำนวนคนดูในห้องไลฟ์ของเราทะลุสิบล้านแล้วไม่ใช่เหรอคะ? โอกาสดีขนาดนี้ ทำไมคุณไม่รีบตีเหล็กตอนกำลังร้อน แต่กลับปิดไลฟ์ซะอย่างนั้นล่ะ?"
จางหยางอธิบายว่า "ตอนที่เราอยู่ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง เราก็ปิดไลฟ์เวลานี้ไม่ใช่เหรอครับ? เวลาไลฟ์สองชั่วโมง จริง ๆ แล้วเนื้อหาก็ถือว่าไม่น้อยเลยนะ"
สวีเจียวกลอกตา พร้อมกับทำท่าทางเย้ายวนแล้วพูดว่า "มันจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ยังไง ตอนอยู่ที่สถานีโทรทัศน์คุณทำงานให้คนอื่น เหนื่อยแทบตายเดือนหนึ่งได้แค่ไม่กี่พันหยวน แต่ตอนนี้คุณทำงานให้ตัวเอง สองชั่วโมงก็ได้รายได้จากของขวัญตั้งสองล้านหยวนแล้ว"
จางหยางพยักหน้า "คุณรู้จักการตลาดการสร้างความหิวโหยไหม?"
สวีเจียวถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ และจำสไตล์การทำงานปกติของจางหยางได้
ก่อนหน้านี้จางหยางก็เคยพูดอะไรทำนองว่า อยากให้คนดูรู้สึกค้างคาใจอะไรแบบนี้
พอสวีเจียวเข้าใจเธอก็พูดว่า "เข้าใจแล้วค่ะ ก็คือทฤษฎีที่คุณบอกฉันตอนพักเมื่อกี้ใช่ไหม ที่ว่าต้องกะจังหวะให้พอดีเพื่อดึงเชิงให้คนอยากได้แต่ไม่ได้ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกโหยหาจนทนไม่ไหว แล้วความร้อนแรงของการไลฟ์คืนพรุ่งนี้นอกจากจะไม่ลดลงแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า"
จางหยางหัวเราะ "คุณเรียนรู้ไวมากเลยนะ"
สวีเจียวยิ้มบาง ๆ และไม่พูดอะไรต่อ
ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงคนไหน ก็ไม่มีใครไม่ชอบเวลาที่มีคนชมตัวเอง
จางหยางยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา "ตีสองแล้ว เริ่มดึกแล้วล่ะ ให้ผมไปส่งคุณนะ"
สวีเจียวตอบ "อืม"
จางหยางส่งสวีเจียวไปที่ลานจอดรถใต้ดิน และมองส่งเธอขึ้นรถ
หญิงสาวลดกระจกรถลงแล้วยิ้มว่า "เอาล่ะ ไม่ต้องส่งแล้วค่ะ รีบกลับไปเถอะ"
จางหยางพยักหน้า "วันนี้ลำบากคุณแล้วนะ"
สวีเจียวหัวเราะเบา ๆ "งั้นบอสจางต้องจำไว้ว่าต้องขึ้นเงินเดือนให้ฉันด้วยนะคะ?"
จางหยางพยักหน้าอย่างจริงจัง "แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนแบ่งของคืนนี้ เราตกลงกันไว้แล้วว่าแบ่งคนละครึ่ง หลังจากหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและจ่ายภาษีแล้ว ผมจะโอนให้คุณตามสัดส่วน ห้าต่อห้านะครับ"
สวีเจียวพยักหน้า ในใจรู้สึกยินดีมาก และยิ่งรู้สึกว่าการที่เธอตกลงร่วมงานกับจางหยางเป็การตัดสินใจที่ฉลาดมาก
"ไปก่อนนะคะ คุณรีบกลับไปนอนเถอะ ราตรีสวัสดิ์" พอสิ้นคำพูด สวีเจียวก็สตาร์ทเครื่องยนต์และขับรถออกไป
จางหยางกลับถึงบ้าน หลังจากคิดดูแล้ว เขาก็ใช้โทรศัพท์ส่งข้อความเวยซิ่นไปหาสวีเจียว
[จางหยาง : ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ]
สวีเจียวตอบกลับมา
[สวีเจียว : อะแฮ่ม นี่บอสกำลังห่วงใยพนักงานอยู่เหรอคะ]
จางหยางตอบกลับ
[จางหยาง : ก็ใช่น่ะสิ? เพราะตอนนี้คุณกลับดึกขนาดนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ จะถือว่าเป็อุบัติเหตุจากการทำงาน ผมต้องจ่ายเงินชดเชยนะ!]
สวีเจียวตอบกลับมาเพียงสองคำ
[สวีเจียว : ฮ่า ๆ]
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวยซิ่นของสวีเจียวส่งข้อความมา
[สวีเจียว : ฉันถึงบ้านแล้วค่ะ รีบนอนเถอะ ครั้งนี้ราตรีสวัสดิ์จริง ๆ แล้วนะ]
ข้าง ๆ ยังแนบสติกเกอร์แลบลิ้นทำหน้าทะเล้นมาด้วย
จางหยางที่เพิ่งอาบน้ำอุ่นเสร็จและเดินมาที่เตียงยิ้มออกมา แล้วตอบกลับไปสั้น ๆ
[จางหยาง : ราตรีสวัสดิ์ครับ]
จากนั้นเขาก็ล้มตัวลงนอนทันที
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นนอน
จางหยางก็เห็นสายที่ไม่ได้รับจำนวนนับไม่ถ้วน แต่สายที่โทรมามากที่สุดคือสวีเจียว ซึ่งโทรมาถึงสิบเก้าสาย จางหยางรู้สึกว่าสวีเจียวต้องมีเื่สำคัญแน่ ๆ ถึงได้โทรมาถี่ขนาดนี้
ยังไม่ทันที่เขาจะโทรกลับหาเธอ ก็มีเสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบดังขึ้น พอจางหยางฟังดู ก็เป็เสียงของสวีเจียวจริง ๆ
"จางหยาง จางหยางคะ ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์?"
จางหยางรีบสวมกางเกงแล้ววิ่งออกไปเปิดประตูให้สวีเจียว
"ทำไมคุณมาเช้าจัง? อ้อ แล้วที่โทรหาผมตั้งหลายสาย มีเื่อะไรเหรอครับ?"
"อา!"
เมื่อเห็นจางหยางในสภาพเปลือยท่อนบน สวีเจียวก็หน้าแดงเล็กน้อย แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองซิกแพคบนร่างกายของเขาอยู่หลายครั้ง
สวีเจียวพูดว่า "คุณยืนขวางประตูแบบนี้ ไม่คิดจะให้ฉันเข้าไปเหรอ?"
จางหยางเบี่ยงตัวหลบอย่างเก้อเขิน "จะเป็แบบนั้นได้ยังไงล่ะ!"
ในมือของสวีเจียวถือเอกสารฉบับหนึ่งอยู่
เธอวางมันลงบนโซฟาของจางหยางแล้วพูดว่า "เมื่อเช้านี้ ผู้รับผิดชอบจากโต่วซาทีวีและแพลตฟอร์มไลฟ์สดเ้าอื่น ๆ ในวงการได้ติดต่อมาคุยกับฉัน ทุกคนอยากเซ็นสัญญาแบบ Exclusive กับคุณค่ะ"
จริง ๆ แล้วเื่นี้อยู่ในความคาดหมายของจางหยางอยู่แล้ว เพราะด้วยความนิยมที่พุ่งสูงและรายได้ที่มหาศาลขนาดนี้ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องดึงดูดความสนใจจากแพลตฟอร์มไลฟ์สดเหล่านี้อย่างแน่นอน
และเอเจนซี่ระดับแนวหน้าของประเทศหลายแห่ง ก็พากันยื่นข้อเสนอให้สวีเจียวเช่นกัน
เพียงแต่เมื่อพิจารณาว่าขนาดของเอเจนซี่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มไลฟ์สด สวีเจียวจึงไม่ได้เลือกที่จะร่วมงานกับเอเจนซี่เ่าั้
จางหยางเหลือบมองสัญญาคร่าว ๆ "คุณคิดว่ายังไง?"
สวีเจียวพยักหน้า "อืม... ฉันพิจารณาโดยรวมแล้ว ข้อเสนอของเ้านี้ดีที่สุดในวงการตอนนี้แบบไม่มีใครเทียบได้ ส่วนสัญญาของเ้าอื่น ๆ ฉันก็เอามาด้วย คุณอยากจะดูหน่อยไหมคะ?"
จางหยางโบกมือ "ไม่ต้องหรอก ผมเชื่อใจคุณ"
สวีเจียวชะงักไป เธอไม่คิดว่าจางหยางจะเชื่อใจเธอมากขนาดนี้ในเื่สำคัญแบบนี้
จางหยางเห็นสวีเจียวเงียบไปจึงถามว่า "เป็อะไรไป?"
สวีเจียวได้สติแล้วยิ้มบาง ๆ พร้อมกับส่ายหน้า
ความรู้สึกของการถูกเชื่อใจมันดีจริง ๆ
จางหยางพูดว่า "เมื่อคืนกลับดึกขนาดนั้น คุณยังตื่นเช้ามาเจรจาธุรกิจให้พวกเราอีก ตามเหตุและผลแล้ว ผมควรเลี้ยงมื้อเที่ยงคุณนะ"
สวีเจียวตอบตกลงอย่างยินดี "งั้นฉันจะถือโอกาสนี้ฟันคุณให้ยับเลยนะ?"
รายได้จากของขวัญคืนเดียวสองล้านหยวน ต่อให้แบ่งกับแพลตฟอร์มคนละครึ่ง หักภาษี แล้วแบ่งให้สวีเจียวอีกครึ่งหนึ่ง เขาก็ยังเหลือเงินกำไรอีกหลายแสนหยวน
ตอนนี้จางหยางจึงมีความมั่นใจมาก เขาพยักหน้า "ร้านอาหารตามใจคุณเลย"
"ได้เลย ใจป้ำแบบนี้ฉันชอบ" ดวงตาของสวีเจียวเป็ประกาย
ทั้งสองขับรถไปไม่กี่กิโลเมตร ถึงร้านอาหารตะวันตกมิชลินสามดาวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และรับประทานสเต็กกับตับห่านกัน
แม้ว่าจางหยางจะบอกให้สวีเจียวเลือกร้านอาหารได้ตามใจชอบ แต่เธอก็เลือกเพียงร้านที่ราคาต่อหัวไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะฟันเงินจางหยางจริง ๆ
ซึ่งเมื่อเทียบกับรายได้หลักล้านที่ทั้งคู่ทำได้ในคืนเดียวแล้ว เื่นี้ถือเป็เพียงเศษเงินเล็กน้อยเท่านั้น
ตอนสั่งอาหาร สวีเจียวสั่งเพียงตับห่านจานเดียวแบบเรียบง่าย
เมื่อพนักงานถามว่า้าไวน์แดงด้วยหรือไม่ จางหยางเตรียมตัวจะจ่ายเงินแล้ว แต่สวีเจียวกลับยิ้มและปฏิเสธอย่างสุภาพไป
จางหยางดูออกว่า สวีเจียวกำลังช่วยเขาประหยัดเงิน
เธอเป็ผู้หญิงที่ดีจริง ๆ
หลังมื้อเที่ยง สวีเจียวเสนอว่าจะพาจางหยางไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่
ถือเป็ 'ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ' ที่มอบให้จางหยาง หลังจากที่เขาดึงเธอเข้ามาร่วมทีมจนทำเงินได้มหาศาล
ตอนแรกจางหยางปฏิเสธ แต่เขาก็แพ้ลูกตื้อของสวีเจียว
ในระหว่างที่เลือกเสื้อผ้าให้จางหยาง สวีเจียวกลับเลือกเสื้อผ้าที่ราคาแพงและดูหรูหราให้เขาทั้งหมด แถมยังช่วยวัดขนาดตัวและช่วยผูกเนคไทให้อย่างใส่ใจ ท่าทางของเธอเหมือนกับภรรยาแสนดีที่คอยดูแลการแต่งกายให้สามี
จางหยางสามารถมองเห็นความอ่อนโยนบางอย่างในสายตาของเธอ
เสื้อผ้าชุดหนึ่งใช้เงินไปหลายหมื่นหยวน และสวีเจียวเป็คนจ่ายเงิน
จางหยางตั้งใจจะชิงจ่ายเงินก่อน แต่สวีเจียวเหมือนคนที่มีเทคนิคพิเศษในการจ่ายเงิน เธอมักจะแอบรูดบัตรล่วงหน้าได้เสมอ
หลังจากเปลี่ยนลุคใหม่เสร็จ ทั้งสองก็เห็นโปสเตอร์ที่หน้าโรงภาพยนตร์
"เื่ Love Letter นำกลับมาฉายใหม่ด้วยเหรอ"
สวีเจียวหยุดยืนอยู่ที่หน้าโรงภาพยนตร์ สายตาเต็มไปด้วยความโหยหา เห็นได้ชัดว่าภาพยนตร์เื่นี้มีความหมายพิเศษสำหรับเธอ
ประจวบเหมาะกับวันนี้เป็วันที่ยี่สิบพฤษภาคม ที่โรงภาพยนตร์มีผู้คนพลุกพล่านและมีคู่รักมากมาย
จางหยางเห็นความคาดหวังในดวงตาของสวีเจียวที่มีต่อหนังเื่นี้ จึงรีบซื้อตั๋วสองใบอย่างรวดเร็ว
"ให้ผมเลี้ยงหนังคุณนะ"