"เจ้าเด็กน้อย ในใจส่วนเล็กๆ ของเจ้าตอนนี้คงจะคิดว่า เช่นนั้น ทำไมพวกเราจึงไม่ลองเจรจากับเหล่า 'คนนรก' ผู้ถือกำเนิดในยุคสมัยแรกเริ่มแห่งความโกลาหลของโลกใบนี้ดู และให้เขาปลดปล่อยเทพเจ้าของพวกเรา และร่วมมือกันต่อต้านเหล่าเทพเจ้าจากภายนอก คิกคิก โลกใบนี้ไม่มีเรื่องดีๆ เช่นนี้ 'คนนรก' ไม่กลัวเทพเจ้าจากภายนอกและยังอยากให้พวกมันเข้ามาในโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ จากนั้นพวกเขาก็คิดหรือวางแผนที่จะกลืนกินเทพเจ้าจากโลกภายนอกเหล่านั้น ทำเหมือนเช่นเทพเจ้าของพวกเรา"
ในใจของเซี่ยซีหานตอนนี้กำลังคิด ไอ้พวก 'คนนรก' นี่มันคือตัวเหี้ยอะไรกันเนี่ย ทำไมมันดูจะแข็งแกร่งโหดขิงขิงกว่าเทพเจ้าเสียอีก
ฉีเยี่ยนพูดต่อ
"ศึกสองด้านที่ไม่ว่าจะดูอย่างไร สุดท้ายพวกเราก็จะพ่ายแพ้ แต่โชคดีเล็กๆ โลกใบนี้ยังมีมรดกของเหล่าเทพเจ้าโบราณบางอย่างทิ้งเอาไว้ และมันก็ยื้อเวลาให้โลกใบนี้ได้อีกเล็กน้อย แต่เต็มที่ก็ไม่เกิน 100 ปี แต่ในความเป็นจริง โลกใบนี้อาจจะเริ่มแตกสลายได้ในอีก 20 30 40 หรือ 50 ปีเลยก็ได้ ไม่มีใครรู้เวลาที่แน่นอนของมัน และขอบเขตของผู้ที่จะดิ้นรนเอาตัวรอดในวันสิ้นโลกใบนี้ได้ ก็มีแต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตผู้ฝึกปราณ 'ทะเลปราณ' หรือผู้วิเศษ 'อาณาจักรวิญญาณ' ขึ้นไป หาต่ำกว่านี้ แม้เพียงได้จ้องมองเทพเจ้าต่อสู้กันพวกเขาก็จะตายในทันที น่าตกใจใช่ไหม"
ใบหน้าเซี่ยซีหานซีดขาว เขาไม่สามารถพูดอะไรได้จริงๆ
ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานคิด เขาอุตส่าห์เอาชนะคำสาปในตัวเองสำเร็จ กลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง และมีอายุขัยเกิน 100 ปี แต่ทำไมตอนนี้โลกจึงโหดร้ายกับเขานัก
'แล้วแบบนี้ข้าจะมีอายุขัยเป็นร้อยปีไปทำไม นอกจากนั้น... นอกจากนั้น ข้ายังไม่มีวิธีหาทางกลับโลกเดิมของตัวเองเลย ซูเหยา ข้าต้องการกลับเป็นเห็นหน้านางอีกสักครั้ง' ในใจของเซี่ยซีหานไม่เคยลืมน้องสาวเอาแต่ใจของเขา อย่างน้อยๆ เธอก็เป็นเป้าหมายที่ทำให้เซี่ยซีหานมีชีวิตอยู่และยังต่อสู้บนโลกใบนี้
ความเศร้าปกคลุมจิตใจของเซี่ยซีหาน แต่มันก็ไม่ได้ยาวนานมากนัก เพราะตอนนี้... โลกใบนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่
'ใช่แล้ว บิดายังมีเวลาเหลืออยู่ นอกจากนั้นบิดายังมีระบบโกง คิกคิก ในอีกสิบปีข้างหน้า หรืออาจจะยี่สิบปีข้างหน้า บิดาอาจจะกลายเป็นปราชญ์หรือแข็งแกร่งกว่านั้นก็ได้ ในเมื่อบิดาคืออัจฉริยะ ในหัวของบิดาราวกับมีเซิร์ฟเวอร์จำลองอยู่ กร๊าก กร๊ากๆๆๆ แบบนี้บิดาจะตายง่ายๆ ได้อย่างไร'
อยู่ๆ เซี่ยซีหานก็เชิดหน้าขึ้น แววตาของเขามีความกล้าหาญ
"เจ้าละทิ้งความกลัวได้แล้ว" ฉีเยี่ยนพูด เมื่อเขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกล้าหาญของเซี่ยซีหาน
"พวกเรายังมีเวลาและข้า..." เซี่ยซีหานหันมองฉีเยี่ยน ก่อนเกาหัวทำตัวนอบน้อมราวกับเป็นคนรับใช้ของฉีเยี่ยน "คือพี่ชาย ข้าแค่จะบอกว่าพวกเรายังมีเวลา ในเมื่อยังมีเวลา ก็แสดงว่าพวกเรายังมีโอกาส ข้าเลยไม่กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นนะขอรับ"
"ฮะฮาฮ่า" ฉีเยี่ยนหัวเราะดังและพูดว่า ดีดีดีไม่หยุด เขารู้สึกชอบความคิดของเซี่ยซีหาน
"เจ้ายังอยากรู้อะไรจากข้าอีกหรือไม่"
"มากมาย" เซี่ยซีหานพูดอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ตัวฉีเยี่ยนราวกับคุมทรัพย์ทางความรู้ของเซี่ยซีหาน
ฉีเยี่ยนพูดว่างั้นดี เช่นนั้นพวกเราเดินทางไปคุยกันไปเถอะ ฉีเยี่ยนกลางวงเวทย์ แผ่นดินสั่นสะเทือน ใต้พื้นดินโครงกระดูกจำนวนมากปรากฏ ร่างพวกมันมีไฟสีเขียวแห่งนรกลุกทั่วไปหมด โครงกระดูกสัตว์ทั้งหลายเริ่มปีนป่าย และก่อตัวกันเป็นสัตว์ยักษ์ที่ดูเหมือนช้างที่มีสามเศียร
โดยในแต่ละเศียรนั้นจะมีงาอยู่สามคู่ พวกมันดูจากภายนอกดุดันและน่าสะพรึงมาก ราวสัตว์อสูรจากวันสิ้นโลก
เซี่ยซีหานไม่รู้ว่าฉีเยี่ยนอยู่ในขอบเขตใด
"ขึ้นไปนั่งด้านบนและพูดคุยกันไประหว่างทางเถอะ"
เซี่ยซีหานรับคำ
กัวเฉินกระโดดขึ้นไปบนหลังช้างโครงกระดูกสามเศียรร่างใหญ่ยักษ์ในหนึ่งอึดใจ
หากแต่เจ้าหุ่นกระบอกกับ... "ทำไมเจ้าไม่เอาข้าขึ้นไปด้วยกัวเฉิน เจ้ามันไอ้คนใจร้าย นายท่านช่วยเสี่ยวจูด้วย"
หุ่นกระบอกเสี่ยวจูวิ่งตามช้างยักษ์ที่แต่ละครั้งเมื่อก้าวเดินกินระยะนับร้อยเมตร
!ตึง
เสียงก้าวเท้าช้างกระดูกยักษ์ดัง ร่างเสี่ยวจูหุ่นกระบอกกระเด้งกระดองวิ่งหกล้ม แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจมันเลย
...
กระโจมอันเป็นที่ตั้ง ที่ไม่ห่างกับคฤหาสน์ของอมนุษย์กุ่ยหราน ที่ตายไปแล้วไม่ไกลนัก
ในกระโจมอันเป็นที่พักของถางเทียนเจี๋ย
"ท่านเคอซวน เหตุใดตอนที่ท่านช่วยผู้คน ท่านจึงแสดงตัวคล้ายกับว่า ท่านเป็นเทวทูตของเทพเจ้าเล่า นอกจากนั้นทำไมท่านถึงกล้าพูดถึงชื่อของ 'ซือเชิน' ไม่ใช่ท่านเป็นคนเล่าให้ข้าฟังเองไม่ใช่เหรอว่า นามของชายคนนั้นถ้าใครพูดออกมา คนคนนั้นจะต้องถูกสังหารและได้รับความรังเกียจจากเหล่าเทพเจ้า... แม้ท่านจะมีข้ออ้างบางอย่างกับข้าก็เถอะ " ถางเทียนเจี๋ยพูดขึ้น มือวางอยู่บนโต๊ะที่แสงไฟวูบวาบไปมา
เคอซวนลูบเคราของตัวเอง จากนั้นใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนหลับตาครู่หนึ่งเหมือนทำท่าคิดอะไร จากนั้นเขาจึงเปิดปากพูด
"ด้วยการได้รับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่จากดวงวิญญาณของนางเงือกขาว พวกเราได้รับการส่งต่อความทรงจำและเข้าใจถึงการตระหนักรู้ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ สำหรับเจ้าและข้าการเป็นผู้วิเศษอาณาจักรดาราหรือปราชญ์นั้น เป็นแค่เรื่องของเวลา แต่ปัญหาต่อจากนี้ไปล่ะ หากพวกเราต้องการอยู่เหนืออาณาจักร และก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการต่อสู้ที่แท้จริง คุณชายถางเทียนเจี๋ยท่านก็รู้ พลังของปราชญ์อาจจะไม่เพียงพอสำหรับพวกเรา ดังนั้น หากเป็นไปได้ข้าจำต้องเตรียมการล่วงหน้า ทั้งหมดก็เพื่อพวกเรา"
เคอซวนถอนหายใจจากนั้นก็พูดต่อ
"เจ้าก็รู้การจะก้าวสู่ขอบเขตแห่งเทพและได้เถลิงบัลลังก์นั้น มีอยู่สามเส้นทางหลัก หนึ่งเส้นทางพิเศษ หนึ่ง.คือเจ้าได้รับโชควาสนาครั้งใหญ่และได้รับชิ้นส่วนแห่งความเป็นเทพ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความโกลาหลแรกเริ่มในยุคสมัยอันวุ่นวาย แต่ถางเทียนเจี๋ยเจ้าต้องรู้ ชิ้นส่วนแห่งความเป็นเทพนั้น ไม่มีใครรู้จำนวนที่แท้จริงของมันแน่นอน แต่จำนวนของมันนั้นมีไม่มาก และส่วนใหญ่ต่างถูกครอบครองโดยเหล่าเทพเจ้าไปแทบจะหมดแล้ว เศษชิ้นส่วนต่างมอบให้เหล่าบริวารของตน ดังนั้น โอกาสได้เถลิงบัลลังก์ด้วยวิธีนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย"
"สอง.คือการได้รับส่วนหนึ่งแห่งความเป็นเทพ จากเทพเจ้าในปัจจุบัน อย่างที่ข้าเคยพูดไป ตอนนี้เทพเจ้าที่พวกเรารู้จัก พวกเข้าอาจจะเสื่อมทรามและกลายเป็นอมนุษย์ไปแล้ว" คำพูดของเคอซวนคือความจริงที่เขารับรู้และเชื่อ "เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเส้นทางนี้เหมาะสมกับพวกเราเหรอ ย่อมไม่ แต่ในเส้นทางนี้ก็ไม่ใช่ว่าพวกเราถูกตัดขาดทั้งหมด หาก..."
เคอซวนหยุดพูดและจ้องถางเทียนเจี๋ยอย่างมีลับลมคมใน "หากแต่ถ้า ชายคนนั้น 'ซือเชิน' ตื่นขึ้น ชายผู้ได้รับสมญานามวีรบุรุษสังหารเทพ จากความทรงจำของดวงวิญญาณนางเงือกขาวที่ส่งต่อมาให้ข้า ขอบเขตอำนาจของ 'ซือเชิน' คือขอบเขตที่เหนือกว่าเทพเจ้า เขาคือ 'ราชาแห่งเทพ' ก่อนที่เขาจะร่วงหล่น แน่นอน... การอุปโลกน์ตัวเองของข้านั้นไม่ได้ทำอย่างโง่ๆ เรื่องตัวตนของ 'ซือเชิน' นั้น แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจ แต่หากซือเชินในอดีตได้ร่วงหล่นและกลายเป็นสัญลักษณ์ หากพวกเราที่รู้พระนามของพระองค์และทำตัวดีๆ เจ้าไม่คิดเหรอว่าพวกเราจะได้รับโอกาสในการชี้นำหรือได้วิวรณ์ หากโชคดีมากๆ เจ้ากับข้าอาจจะได้เศษส่วนแห่งเทพจากพระองค์เลยก็ได้ " พูดถึงตรงนี้เคอซวนเกาคาง
"ไม่ใช่ว่าซือเชินคือ..." ถางเทียนเจี๋ยรีบพูดอะไรบางอย่างขึ้น
แต่เคอซวนก็รีบพูดแย้งทันที
"นั่นเป็นแค่หนึ่งในความเป็นไปได้ เจ้าต้องรู้ ดวงวิญญาณแห่งนางเงือกขาวไม่สมบูรณ์ สิ่งที่นางมอบให้เราคือที่สุดแห่งกำลังของนางแล้ว แม้แต่นางที่มีความใกล้ชิดกับ 'ซือเชิน' มากกว่าพวกเรา นางยังไม่กล้าจะแน่ใจเลยว่า เจ้าเด็กตัวแสบใช่ท่านผู้นั้นหรือไม่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่นางมั่นใจและข้าก็เชื่อเช่นกัน นั่นคือ เจ้าเด็กนั่นมันพิเศษและมีโชคชะตาแปลกๆ เจ้าคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีของเจ้าเด็กนี่ เป็นเรื่องบังเอิญหรือแค่เรื่องน่าประหลาดใจงั้นเหรอ ถึงตอนนี้แม้แต่พวกเรายังไม่รู้ที่มาที่ไปของเขาเลย นอกจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอน 'ความตายที่กลับมีชีวิต' สร้างปัญหาในอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือ ช่วงบทสรุปสุดท้าย นอกจากเรื่องราวที่เราได้ยินจากเจ้าเด็กตัวแสบ ทุกคนเหมือนกันหมด ต่อให้ตายพวกเขาก็ไม่กล้าเปิดปากว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น คุณชายถางเทียนเจี๋ยท่านเดาออกหรือไม่"
"ไม่ได้สินะ แต่ท่านว่ามันไม่แปลกรึ ในขณะที่ทุกคนไม่กล้าที่จะเล่าอะไรให้พวกเราฟังราวกับทุกคนโดนคำสาป แต่กลับมีเพียงเจ้าเด็กตัวแสบเซี่ยซีหานที่เล่าทุกอย่างให้เราฟังได้ทั้งหมด จนถึงช่วงเวลาก่อนที่เขาจะหมดสติไป... นอกจากนั้นท่านอยากรู้ไหมข้าคาดการณ์ว่าอะไรเกี่ยวกับเด็กชายที่ชื่อ 'เสี่ยวหรุ่ย' " เคอซวนทำหน้าเชยเหมยก่อนดื่มชา จากนั้นก็ถอนหายใจและพูด "เทวทูต..."