“เ้าอีกแล้ว!” บ่าวร่างอวบถึงกับหงุดหงิด“อย่ามายุ่งเื่คนอื่นได้หรือไม่” สวี่ลี่ตวาดแล้วดันนางออกห่าง
หลิงหลิงหรี่ตามองบ่าวคนสนิทคุณชายพลันสายตามองเลยไปยังอีกคน
“ที่แท้ก็เ้าคนจรนี่เอง ข้าก็นึกว่าใครเหตุใดจึงมาหลบซ่อนอยู่ตรงนี้หรือว่าเ้านัดแนะให้เ้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าผู้นี้มาปล้นบ้านนายท่าน”
“โอ๊ย! จะบ้าไปใหญ่แล้ว”สวี่ลี่ตบหน้าผากตัวเองก่อนเอ่ย “ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอกน่า”
“งั้นก็บอกข้ามาสิว่ามีเื่อันใดกัน แล้วที่เ้าคนจรมาหลบซ่อนที่นี่เพื่อสิ่งใดหรือว่ามาขโมยของจึงต้องหลบซ่อน ”
“ข้ามิใช่ขโมยไม่จำเป็ต้องหลบซ่อน” อดีตขุนนางหนุ่มเถียงทันควันดวงหน้าคมขรึมเครียดจ้องร่างอรชรในชุดสีสดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะเดินวนรอบตัวนางแล้วลูบคางครุ่นคิด“แต่เ้าสิ น่าสงสัยกว่าข้า”
“เ้าจะพูดอะไร!” นางตวาดลั่นถอยหลังหนี
หยางซุนหยางแสยะยิ้มก่อนตอบ “ข้ากำลังคิดว่าเ้าไม่น่าใช่ลูกสาวพ่อค้าเร่ร่อนกระมัง”
“อย่ามากล่าวหาข้านะ เ้าคนจร!”
สวี่ลี่เห็นท่าไม่ดีมายืนคั่นกลางห้ามทัพ“พวกเ้าเลิกทะเลาะกันได้หรือไม่!”
“แต่ข้า...” หลิงหลิงเสียงอ่อย
“บอกนายท่านว่าข้าจะกลับมาพร้อมคุณชาย!” สวี่ลี่กำชับเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าสวบสาบก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ก่อนไปยังหันมาคาดโทษ“จำไว้ห้ามบอกว่าเห็นใครอยู่กับข้าหากเ้าอยากเจอคุณชายน้อยเร็ว ๆ เข้าใจหรือไม่”
หลิงหลิงพยักหน้าทันทีที่สวี่ลี่ชี้หน้านางคาดโทษก่อนจะลากแขนหยางซุนหยางให้หลบออกประตูไปในขณะที่หลิงหลิงยืนหันรีหันขวางแล้วหันขวับไปทางต้นเสียงทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก
“อาหลิงเอ๊ย! มานี่มานวดข้าหน่อย”
ประมุขชราแห่งหลิวซือซือกวักมือเรียกนางจึงแค่นยิ้มแล้ววิ่งกลับเข้าไปด้านใน
พ่อบ้านหม่าเดินวนไปวนมาหน้าเรือนหลังเล็กด้วยความกระวนกระวายจนฟู่อิงสงที่พักผ่อนเต็มที่แล้วตั้งใจมาดูคุณชายน้อยสงสัยเดินเข้ามาหาถึงหน้าเรือน
“มีเื่อันใดหรือท่านลุง”
หม่าซิงหันขวับมาค้อมศีรษะคำนับนายน้อย“คุณชายหลิวอาการแย่ลงขอรับ ตอนนี้นายท่านกำลังตรวจอาการอยู่”
“งั้นหรือ! ไหนท่านพ่อบอกว่าอาเสียะอาการดีขึ้น”
“ดีขึ้นแล้วแย่ลงอีก ข้าถึงได้ร้อนใจขอรับ”
“แล้วตอนนี้อาหยางอยู่หรือไม่” ฟู่อิงสงเอ่ยถามเพราะไม่เห็นผู้ติดตามคุณชายน้อย
พ่อบ้านหม่าได้แต่ส่ายหน้าก่อนตอบ “บอกว่าจะไปแจ้งข่าวที่หลิวซือซือจนป่านนี้ยังไม่กลับมาข้าเอาน้ำข้าวมาให้กลับเห็นคุณชายนอนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ลำพังจึงแจ้งให้นายท่านมาดูขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปดูว่าท่านพ่อ้าให้ช่วยสิ่งใดหรือไม่”
รองแม่ทัพกล่าวจบก็ก้าวขึ้นเรือนไปด้วยความรีบร้อนพ่อบ้านหม่ามองตามหลังนายน้อยแล้วได้แต่ส่ายหน้า แลดูว่างานนี้มีคนร้อนใจเพราะอาการเจ็บไข้ของคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือเพิ่มมาอีกคน
ฟู่อิงสงก้าวเข้ามาในเรือนเล็กด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านเป็ห่วงหลิวเสียะประตูหน้าห้องนอนเปิดออกมาพร้อมร่างเล็กบอบบางของสาวใช้ที่ก้าวออกมาพร้อมถาดใส่อุปกรณ์รักษาและจดหมายหนึ่งฉบับพับอย่างดีสอดมาในซอง
นายน้อยแห่งสำนักฟู่อิงเทียนมองตามแล้วเรียกนางไว้ “นั่นจดหมายผู้ใด อี้ชิง”
“ใบสั่งยาของนายท่านให้พ่อบ้านหม่ารีบไปหาซื้อที่สำนักอื่นเ้าค่ะ”
“เหตุใดต้องไปหาซื้อที่อื่น ที่สำนักเราไม่มีหรือ”ฟู่อิงสงหยิบมาเปิดอ่านสีหน้ากังวล “หรือว่าอาเสียะอาการหนักจนพ่อข้ายังรักษามิได้ข้าจะเข้าไปดู”
“ไม่ต้องเข้าไป”
“ท่านพ่อ!”
“เหตุที่คุณชายอาการแย่ลงคงเพราะพิษ...” ผู้บิดาตอบแทน
“พิษหรือขอรับ” ฟู่อิงสงพลันดวงตาเบิกกว้างถามกลับบิดาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“หรือว่าเพราะน้ำในลำธาร แต่อาเสียะมิได้ดื่มกินนะขอรับท่านพ่อ”
“มิได้ดื่มกินไม่ได้หมายความว่าโดนพิษไม่ได้”
“หรือว่า... เพราะลูกศรนั่น”
ฟู่อิงเทียนพยักหน้าพลางตบบ่าบุตรชายพากันเดินกลับเข้ามาในห้องร่างเล็กบอบบางในชุดบุรุษสีเทาอ่อนแบบชาวฮั่นหลับใหลไม่ได้สติ ดวงหน้านวลซีดเซียวมือประสานกันเหนือเอวนอกผ้าห่ม
ฟู่อิงสงมองสภาพนางแล้วได้แต่พรูลมหายใจหนักหน่วงผู้บิดานั่งลงข้างเตียงจับชีพจรอีกครั้ง สีหน้าเครียดลงกว่าเดิม
“เหตุใดอาการนางจึงแย่ลงขอรับท่านพ่อ”
“น่าจะเป็เพราะพิษกำมะถันผสมน้ำมันเปอร์เซียที่อาบลูกศรซึมเข้าร่างกายทำให้เกิดอาการซีดฉับพลันช่างน่าหนักใจจริงๆ ที่สำนักเราไม่มียาแก้พิษชนิดนี้”
“แล้วท่านพ่อรักษาตามอาการมิได้หรือขอรับ” ขุนนางหนุ่มถามกลับเสียงเครียดมองบิดาสลับกับร่างอรชรที่นอนไม่รู้เื่ราวด้วยความสับสน
“มันก็พอมี แต่ว่าพิษกำมะถันผสมกับน้ำมันนี้สามารถอยู่ได้เป็ปีและทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ หากไม่รีบขับออกอาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตก็เป็ได้”
“พิษนี้ต้องมาจากเปอร์เซียแน่ ทางเราถึงไม่มียาแก้พิษ พวกนอกด่านอาจปล้นหรือขโมยมาใช้กับอาวุธของพวกมัน”
“เป็ไปได้”ฟู่อิงเทียนตอบพลันถอนหายใจก่อนหันไปทางประตูแล้วะโเรียก “อี้ชิง! อาหยางกลับมารึยัง”
“ข้ากลับมาแล้วขอรับ”
เสียงที่ตอบคือหยางซุนหยางที่ก้าวเข้ามาพร้อมสวี่ลี่เพียงเห็นนายน้อยของตนนอนไม่รู้สึกตัวล้อมรอบด้วยบุรุษก็พุ่งเข้าไปเขย่าตัวหลิวเสียะด้วยความใทันที
“คุณชาย! บ่าวขอโทษที่มิได้อยู่ดูแลคุณชาย” ร่างอวบคร่ำครวญบีบนวดแขนนายน้อยด้วยความเป็ห่วง “อย่าเป็อะไรนะขอรับคุณชาย”
นางร่ำไห้ลืมอายกอดร่างบอบบางที่นอนสงบนิ่งหายใจรวยรินสีหน้าซีดเซียวไม่ได้มีอาการอื่นใดนอกจากลมหายใจที่แ่บ้างกระชั้นบ้างตามมาด้วยไอถี่ๆ
อดีตขุนนางหนุ่มเห็นดังนั้นพลันเกิดอาการร้อนใจหันหาฟู่อิงเทียนที่มองมาอยู่ก่อนและเอ่ยสิ่งที่้าต่อเขาทันที
“อาหยาง... งานนี้ต้องอาศัยเ้าแล้ว”
“ขอเพียงอาเสียะหายอาจารย์จะให้ข้าทำสิ่งใดสั่งมาได้เลยขอรับ” หยางซุนหยางยืนยันหนักแน่น
“ตามหาคนชื่อหยวนเฉินให้ข้า เขาคือหมอพิษที่เก่งที่สุดในฉางอัน”
“ชื่อหยวนเฉินรึขอรับ... หรือว่า...”
“เ้ารู้จักหรือ” ฟู่อิงสงย้อนถาม
อดีตขุนนางหนุ่มถึงกับอ้ำอึ้งก่อนจะบอกปัดไป“ไม่รู้จักขอรับ”
ใบหน้าของตาเฒ่าร่างเล็กหลังงองุ้มในถ้ำน้ำตกหวนคืนมาในมโนภาพแต่ไม่น่าเป็ไปได้ มันบังเอิญเกินไปที่คนซึ่งอาจารย์ของเขาตามหาคือตาเฒ่าผู้นั้น
คนชื่อเหมือนกันมีมากมายในแผ่นดินหากเป็คนคนเดียวกันก็คงชะตาฟ้าลิขิตเกินไป
แต่หรือจะใช่...
“เ้าทำเหมือนรู้จัก”
ฟู่อิงสงหรี่ตามองสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายแต่บิดาทะลุกลางปล้องก่อนที่หยางซุนหยางจะแสดงท่าทีอะไรเขารู้สึกแปลก ๆ แต่บางทีอาจจะคิดมากไป
“เป็ไปไม่ได้เพราะคนที่ข้าให้เ้าตามหาผู้นี้หายจากยุทธภพไปนานแล้ว”เ้าสำนักแย้งพลางลูบหนวดเคราขาวครุ่นคิด “น่าจะนานพอๆ กับอายุของเ้าเลยทีเดียวอาหยาง”
“นานขนาดนั้นเลยหรือขอรับ แล้วเหตุใดคนมีความสามารถเช่นนั้นจึงมิอาจรับใช้ราชสำนักเล่าขอรับ”
“เพราะคนผู้นั้นทำผิดร้ายแรง”
หยางซุนหยางงันไปหากเฒ่าหยวนเฉินผู้นั้นคือคนเดียวกับหมอพิษที่เก่งที่สุดในฉางอัน เหตุใดจึงทำผิดร้ายแรงเหตุใดจึงหลีกลี้ผู้คนไปอยู่ไกลถึงเพียงนั้นแค่ลำพังชื่อเสียงหุบผาป่าสนะก็แทบไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้าไป การจะกลับไปอีกครั้งช่างเป็เื่ยากลำพังหยวนเฉินรับมือไม่ยากเท่าใดแต่กับยายเฒ่าวิปลาสนั่นเล่าจะทำเช่นไร
หรือนี่อาจเป็วาสนาที่เขากับนางต้องร่วมกันเผชิญอีกครั้ง...
เ้าสำนักมิได้ไขความเพราะร่างเล็กบอบบางของคุณชายน้อยสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้มือไม้เย็นจนสวี่ลี่ใจคอไม่ดีต้องนวดเฟ้นและร้องเรียก
“ท่านหมอหลวงขอรับ! คุณชายข้า...”
“พวกเ้าออกไปหลังม่านก่อน!” ฟู่อิงเทียนสั่งความแล้วรีบเข้าไป“ห้ามผู้ใดเข้ามา โดยเฉพาะเ้า... อิงสง”
ฟู่อิงสงชะงักมือที่กำลังจะเปิดม่านทันทีที่ผู้บิดาออกคำสั่งเื้ัม่านคือร่างอรชรที่เห็นเพียงเงามีร่างบิดาซ้อนทับบังร่างคุณชายน้อยจนไม่สามารถเห็นสิ่งใด
หยางซุนหยางเดินไปมาคอยระแวงระวังพลางชำเลืองหลังม่านเป็ระยะ ฟู่อิงสงได้แต่เพียงนั่งสงบอยู่ไม่ไกล ในขณะที่สวี่ลี่คอยชะเง้อมองทั้งห่วงนายน้อยกลัวเป็อันตรายทั้งห่วงความลับที่เก็บมานานจะไม่ลับอีกต่อไป
อดีตขุนนางหนุ่มดูจะเข้าใจบ่าวร่างอวบดีที่สุดเพราะเขาก็กุมความลับคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือไว้เช่นกันเพียงฟู่อิงเทียนเปิดม่านออกเขาก็พุ่งถึงตัวถามทันที
“คุณชายข้าเป็เช่นใดบ้างขอรับ”
“รีบหาตัวหมอพิษด่วน”
ฟู่อิงเทียนตอบเพียงเท่านั้นบุตรชายที่เงียบสนิทอยู่นานก็โพล่งขึ้น
“ข้าจะไปตามหาเอง”
“เหตุใดท่านต้องไป” อดีตขุนนางหนุ่มสวนกลับดวงตาคมวาววับจ้องตอบอีกฝ่ายก่อนเอ่ย “ข้าจะไปเองขอรับอาจารย์ข้ารู้ที่อยู่ของหยวนเฉิน”
“เ้ารู้หรือ? รู้ได้อย่างไร”
“เอาไว้กลับมาข้าจะบอก แต่ตอนนี้ข้าขอยืมรถม้าของสำนักท่านได้หรือไม่ขอรับ”
เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสามคนที่มองด้วยความคับข้องใจจึงมองไปทางร่างอรชรที่นอนอยู่เป็นัยฟู่อิงเทียนจึงคาดเดา
“อย่าบอกนะว่าเ้าจะ...”
“เป็เช่นที่อาจารย์คิดขอรับ ข้าจะพาอาเสียะไปด้วย”
“ทำเช่นนั้นมิได้!”ฟู่อิงสงกับสวี่ลี่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน “หากอาเสียะเป็อะไรไป เ้ารับผิดชอบไหวหรือ”
ขุนนางหนุ่มแย้งเสียงเข้มขณะเดียวกับสวี่ลี่พยักเพยิดเห็นดีแต่อีกฝ่ายพรูลมหายใจหนักหน่วงเอ่ยเสียงหนักแน่น
“หากไม่เชื่อข้าหรือจะปล่อยอาเสียะตาย”
“เช่นนั้นยิ่งไม่ได้” สวี่ลี่โพล่งออกมา
หยางซุนหยางตบบ่าทั้งสองของนางก่อนเอ่ย“ไว้ใจข้า ไม่มีวันไหนที่ข้าอยากเห็นอาเสียะเป็อันตราย”
สวี่ลี่ผงะดวงตาคลอน้ำตาฟู่อิงสงอ้ำอึ้งหาคำตอบไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของอีกฝ่ายแม้จะอยากให้ความช่วยเหลือแต่มิอาจขัดขวางอดีตขุนนางหนุ่มได้
“เหตุใดจึงเป็เ้า” ฟู่อิงสงถามอีกครั้งดวงตาแวววับจับจ้องอดีตขุนนางหนุ่มรอคำตอบ
“ต้องเป็ข้าเท่านั้น ที่อาเสียะาเ็ขนาดนี้เพราะช่วยชีวิตข้าข้าไม่มีวันปล่อยให้อาเสียะได้รับอันตรายขอทุกคนวางใจ”
“แต่ว่า...” ฟู่อิงสงแย้งอีก
“เช่นนั้นหากข้าไปด้วยเ้าคงไม่ขัดเพราะคุณชายเป็นายของข้าเช่นกัน”สวี่ลี่อาสาด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเช่นกัน
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว เ้าต้องไปกับเรา” หยางซุนหยางพยักหน้าทันที อย่างน้อยมีสวี่ลี่ไปด้วยเขาก็เบาใจขึ้นเพราะนางรู้อยู่แล้วว่านายของตนเป็สตรีและที่สำคัญเขาต้องเกลี้ยกล่อมนางเพื่อทำเื่บางอย่างอีกด้วย
“ให้ข้าไปคุ้มกันพวกเ้าอีกแรงดีหรือไม่”ฟู่อิงสงอาสาแต่บิดากระแอมขัดขึ้น
“เ้าต้องเข้ารายงานตัวที่วังหลวงปล่อยให้พวกเขาไปก็พอแล้ว” ฟู่อิงเทียนเอ่ยพลันเหลือบมองราวกับรู้ว่าคิดอย่างไรจึงตบบ่าบุตรชายก่อนเอ่ย
“ฝ่าาคง้าให้เ้าเข้าเฝ้ามากกว่าชักช้าเพราะธุระส่วนตัว”
“คงต้องเป็เช่นนั้นขอรับ” บุตรชายจำใจยอมรับด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
“เช่นนั้นข้าจะออกเดินทางเลย”
“อีกไม่กี่ชั่วยามฟ้าก็จะสางแล้วไปตอนนั้นเถอะจะได้แวะหาของจำเป็สำหรับอาเสียะติดตัวไปด้วย” ฟู่อิงเทียนว่าพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะหยิบพู่กันเขียนบางสิ่ง
อดีตขุนนางหนุ่มรับมาอ่านพลันคิ้วขมวดมุ่นด้วยความหนักใจเขาต้องหาสมุนไพรบางชนิดที่มีขายในตลาดเช้าติดตัวไปให้นางกินรักษาระดับพิษไว้ก่อนจะพบเฒ่าหยวนเฉิน
แล้วถ้าหากหาไม่ได้เล่าจะเกิดอะไรขึ้น...
“ถ้าเช่นนั้นเสร็จภารกิจงานหลวงข้าจะตามพวกเ้าไป” ฟู่อิงสงสำทับ
“เ้ารู้ว่าข้าจะไปที่ใดงั้นหรือ” หยางซุนหยางทวนถามพลันยักคิ้วให้ฟู่อิงสง
ฟู่อิงเทียนได้แต่มองบุตรชายและศิษย์ด้วยความระอาโชคยังดีที่บุตรชายของเขาไม่รู้ว่าคุณชายน้อยเป็สตรี หากรู้อาจจะวุ่นวายกว่านี้มากนัก...
ใช้เวลาเตรียมการค่อนคืนกว่าทั้งสามจะออกเดินทางก็ยามอิ๋น[1]รถม้าวิ่งเหยาะ ๆ ไปตามทางผ่านตลาดกลางเมืองฉางอันที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าวางของขายแต่สิ่งที่ฟู่อิงเทียนสั่งให้ซื้อกลับหาไม่มีจนสวี่ลี่ร้องถาม
“ข้ายังไม่เห็นสิ่งที่อาจารย์สั่งเลย”
“อาจจะยามเช้าอยู่” อดีตขุนนางหนุ่มครุ่นคิดชะลอม้าให้ก้าวช้าลง“ข้าน่าจะเชื่อคำอาจารย์”
“บางทีเราอาจจะออกเดินทางเร็วไป อีกอย่างข้ายังไม่ได้บอกนายท่านกับท่านย่าเลยว่าจะไปกับเ้าหรือว่าข้าควรแวะบอกนายท่านก่อนดีหรือไม่”
“แล้วเ้าจะบอกเื่คุณชายว่าอย่างไร”
สวี่ลี่ถึงกับอึกอัก ทว่าจะบอกเ้าสำนักก็จะต้องรู้ว่านายน้อยเจอพิษจากการหนีออกไปท่องเที่ยวโดยไม่บอกกล่าวถึงแม้จะมีเจตนาดีคือตามหาผ้าโบราณแต่นายท่านเคยทักท้วงไว้ก่อนแล้วแต่ถ้าไม่บอกท่านย่าอาจต้องเป็ห่วงหนักยิ่งกว่าเดิม
หยางซุนหยางถอนใจเมื่อไม่ได้รับคำตอบพลันดวงตาเบิกกว้างค่อย ๆ ชะลอรถม้าเลียบข้างทางเมื่อเห็นใครบางคนยืนลอบมองอยู่...
[1]ยามอิ๋น :03.00 – 04.59 น.
+++++++++++++++++++++++++++++