ตอนที่9 ดวงตาดอกท้อ
ท่าทางสุภาพนอบน้อมของชายหนุ่มทำให้คุณหนูหลิวผู้นั้นยิ้มออกมาอย่างแ่เบาก่อนที่จะรีบโบกมือทันที “ไม่ต้องเกรงใจหรอกอาจารย์เฮ่า ท่านกับข้าต่างก็เป็คนกันเองทั้งนั้นหากไม่ได้ท่านส่งมอบถ่านในยามเหมันต์ที่เหน็บหนาวครานั้นครอบครัวของเราก็คงจะแย่แน่ หากมีเวลาว่างท่านก็ไปเยี่ยมเยือนท่านพ่อหน่อยเถิดท่านพ่อบ่นคิดถึงท่านมาก เสี่ยวจินเองก็คิดถึงท่านเช่นกัน”
เฮ่าตู๋พยักหน้ารับอย่างแ่เบาแต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวข้างกายเอ่ยขึ้นมาด้วยความมึนงง “ท่านเคยไปส่งถ่านที่บ้านแม่นางผู้นี้ด้วยรึเหตุใดข้าถึงไม่รู้เลยว่าท่านทำงานเป็คนส่งถ่านด้วยนี่ท่านทำงานหนักเกินไปแล้วนะ...”
“ลู่จิว” น้ำเสียงของเฮ่าตู๋ฟังดูไม่สบอารมณ์ยิ่งนักที่นางพูดโพล่งกลางคันก่อนจะส่งสายตาห้ามปรามให้ภรรยาที่ยืนทำสีหน้ามึนงงอยู่ข้างกาย
เมื่อเห็นอย่างนี้แล้วบุตรสาวของท่านเ้าเมืองหลิวก็ยิ้มและอธิบายให้อย่างใจกว้าง“ส่งมอบถ่านในยามเหมันต์ที่ข้าเพิ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่นี้เป็สำนวนที่ข้าใช้เปรียบเปรยว่าอาจารย์เฮ่าเคยช่วยเหลือพวกเราในยามยากหากไม่ได้อาจารย์เฮ่าช่วยท่านพ่อให้พ้นจากการถูกศัตรูใส่ร้ายในครานั้นครอบครัวของพวกเราก็คงจะแย่”
คุณหนูหลิวหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะช้อนสายตามองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจแต่เมื่อเคลื่อนสายตาลงไปเห็นสองฝ่ามือที่กุมกันแน่นนั้น จู่ๆนางก็พลันรู้สึกหัวใจบีบรัดขึ้นมาก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน “ต้องขออภัยจริงๆข้าเห็นท่านมากับอาจารย์เฮ่าก็นึกไปว่าท่านคงจะพอเข้าใจสำนวนง่ายๆ เช่นนี้อยู่บ้างเป็ข้าที่พูดจาซับซ้อนเกินไปเอง เอ่อ ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”
ต่อให้ลู่จิวโง่แค่ไหนนางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้า้าเสียดสีว่านางไม่รู้หนังสือสินะทั้งยังสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างนางกับสามีอีกด้วย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองดูสามีของนางด้วยสายตาที่ตัดพ้อแล้วลู่จิวก็นึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและรอให้ชายหนุ่มข้างกายเป็คนตอบ
ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นชายหนุ่มข้างกายดึงมือที่กุมกันอยู่นี้ออกและเอ่ยอย่างแ่เบาไปว่า “เ้าเข้าไปข้างในก่อนเถิดประเดี๋ยวข้าจะตามเข้าไป เสี่ยวเอ้อร์ ช่วยพาแม่นางเข้าไปนั่งที่โต๊ะที แล้วก็สั่งอาหารขึ้นชื่อให้นางสักห้าอย่าง”
“แต่ว่า สา...” ลู่จิวยังไม่ทันจะได้พูดจบก็ถูกสายตาเฉียบคมของอีกฝ่ายกดดันก่อนจะพยักหน้าลงอย่างเชื่อฟังและเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา “ก็ได้ท่านรีบตามมานะ...”
ลู่จิวถูกชายหนุ่มจัดแจงให้เสียเสร็จสรรพเช่นนี้ก็ทำได้แค่เพียงจำใจเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นไปนางถูกเชิญให้ขึ้นมานั่งรอที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสองมือบางกำแน่นเข้าหากันด้วยความไม่สบายใจที่เห็นสามีอยู่กับหญิงอื่นนางลืมเลือนแม้กระทั่งความหรูหราใหญ่โตของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ความคิดและจิตใจของนางจดจ่ออยู่แค่เพียงว่าสามีกำลังคุยอะไรกับแม่นางผู้นั้นอยู่กันแน่
ในมุมหนึ่งของกำแพงที่มืดมิดมีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่มปลายลิ้นร้ายกาจเกี่ยวตวัดปลายลิ้นอ่อนนุ่มไร้เดียงสานั้นอย่างเร่าร้อนทว่ากลับแฝงไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มละมุนชวนให้ลุ่มหลงเฮ่าตู๋ผละออกจากร่างบางและมองดูหญิงสาวที่ซวนเซไปเล็กน้อยดวงตาฉ่ำน้ำแวววาวนั้นดูราวกับตกอยู่ในห้วงเสน่ห์หาจนยากที่จะถอนตัว
ชายหนุ่มเอ่ยกระซิบที่ข้างใบหูเล็กอย่างแ่เบา“คืนนี้ข้าจะไปหาท่าน”
ในขณะที่พูดอยู่นั้นฝ่ามือแกร่งก็เคลื่อนลงไปบีบเคล้นเอวบางอย่างมีเลศนัยดวงตาดอกท้อชวนให้หลงใหลคู่นั้นจ้องมองดูหญิงสาวที่ตัวอ่อนระทวยในอ้อมแขนด้วยความรักใคร่อย่างไม่ปิดบังหญิงสาวจับมือที่ฟอนเฟ้นเอวนางอย่างปลุกเร้าอารมณ์นี้เอาไว้ราวกับ้าจะห้ามปราม“อย่า...”
เสียงที่เปล่งออกมาเบาหวิวราวกับลูกแมวทำให้มุมปากของชายหนุ่มโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มอย่างร้ายกาจคิ้วเรียวคมเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ท่านแน่ใจ?”
ก่อนที่ริมฝีปากงามจะเอ่ยคำปฏิเสธออกมาริมฝีปากหยักก็วกกลับมา่ชิงความหอมหวานในโพรงปากของนางอีกครั้งทว่าครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ชายหนุ่มดันตัวของหญิงสาวติดกำแพงก่อนจะรวบแขนทั้งสองข้างของนางขึ้นเหนือศีรษะและบดริมฝีปากจุมพิตนางอย่างรุกเร้าบรรเลงท่วงทำนองเร่าร้อนปลุกเร้าความปรารถนาในตัวขึ้นมาจนยากเกินที่จะต้านทาน
หลิวซือไม่อาจต้านทานต่อเสน่ห์ที่เย้ายวนนี้ได้เลยสักนิดในยามที่เป็อิสระจากจุมพิตที่ร้อนแรงและเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่ลึกล้ำนี้แล้วริมฝีปากที่แดงก่ำงดงามราวกับกลีบกุหลาบเอ่ยออกมาโดยไม่ผ่านสมองว่า “ได้...ข้าจะรอท่าน”
“ยอดรัก จัดการเวรยามให้เรียบร้อยมีเพียง์เท่านั้นที่รู้ว่าข้าปรารถนาในตัวเ้ามากเพียงไรข้าแทบทนแยกห่างจากเ้าไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว...” ปลายนิ้วเรียวบดคลึงริมฝีปากที่แดงก่ำตรงหน้าไปมาแล้วมองดูใบหน้าที่แดงระเรื่อเพราะความเขินอายของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ
“ข้าก็อยากอยู่กับท่าน” หลิวซื้อกุมฝ่ามือที่อบอุ่นตรงหน้าเอาไว้และมองดูใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์ตรงหน้าด้วยความเคลิบเคลิ้มหลงใหลในความเย้ายวนที่เขามอบให้
“ข้ารู้ ยอดรัก ตอนนี้เ้ากลับไปรอข้าที่บ้านก่อนประเดี๋ยวข้าพาน้องสาวไปกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วจะรีบไปหาเ้า”
เพียงพริบตาเดียวความกังวลที่มีอยู่ในใจของหญิงสาวก็พลันจางหายไปไม่มีเหลือนางพุ่งตัวเข้าไปกอดชายหนุ่มด้วยความดีใจและพลั้งปากพูดออกไปว่า “ข้านึกอยู่แล้วเชียวฮุ้ยหยวน[1]ที่โด่งดังเช่นท่านจะมีภรรยาโง่เขลาไม่รู้หนังสือได้อย่างไรกัน”
หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลงจึงไม่อาจััได้ถึงสายตาที่ดำมืดไร้ก้นบึ้งของชายหนุ่มฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่นบางของหญิงสาวอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะผลักนางออกเบาๆและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก “ข้าต้องไปแล้ว ยอดรัก”
“อื้อ คืนนี้ข้าจะเปิดหน้าต่างคอยท่าน” หลิวซือพยักหน้าอย่างเชื่อฟังนางเรียกสาวใช้ที่เฝ้ารออยู่ด้านนอกมากำชับบางอย่าง ก่อนจะมองดูแผ่นหลังที่เดินจากไปของชายหนุ่มด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง
เฮ่าตู๋เดินออกจากตรอกลึกที่สลับซับซ้อนนั้นอย่างชำนาญแต่แล้วเขาก็ััได้ถึงแรงอาฆาตบางอย่างก่อนจะหันกลับไปคว้าท่อนไม้ที่เตรียมจะฟาดลงบนศีรษะของเขาอย่างแม่นยำเมื่อเห็นว่าผู้ที่ลอบปองร้ายเขาเป็ใครมุมปากของชายหนุ่มก็โค้งขึ้นเป็รอยยิ้มชั่วร้าย “ไม่เจอกันนานเลยนะคุณหนูชุนวันนี้ไม่ต้องรับแขกหรอกรึ”
เมื่อได้ยินถ้อยคำเสียดสีของชายที่ทำให้นางต้องมีสภาพตกต่ำเหมือนอย่างทุกวันนี้ชุนหยีก็ขาดสติทันที ก่อนจะปล่อยมือจากท่อนไม้ที่ถูกยึดเอาไว้และพุ่งตัวเข้าไปตบตีชายหนุ่มตรงหน้าราวกับคนเสียสติ“เ้าทำให้ชีวิตข้าพัง!ไอ่คนสารเลว!”
เฮ่าตู๋คว้ามือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้อย่างง่ายดายและเอ่ยวาจาร้ายกาจออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน“ชีวิตเ้ามันพังอยู่แล้วต่างหากข้าล่ะสงสารบิดาจอมโลภของเ้าผู้นั้นเหลือเกินเขาจะรู้หรือไม่นะว่าตำแหน่งและทรัพย์เงินทองที่ตัวเขาคดโกงมาอย่างยากลำบากนี้ ต้องหายลับไปกับตาเพียงเพราะบุตรสาวที่บ้าผู้ชายเช่นเ้า!”
“สารเลว! เป็เพราะข้าถูกเ้าล่อลวงต่างหากข้าถึงได้หลงเชื่อและยอมขโมยสมุดบัญชีเล่มนั้นไปให้เ้า ไม่รู้ว่าผีร้ายตัวใดดลใจให้ข้าหลงเชื่อคนสารเลวเช่นเ้ากันนะยามนี้เ้ายังมีหน้าไปหลอกบุตรสาวท่านเ้าเมืองอีก คอยดูเถิดข้าจะเปิดโปงแผนชั่วช้าของเ้าให้นางรู้!ถึงเวลานั้นนางจะต้องทิ้งเ้าแล้วเ้าก็จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่้า!” ชุนหยีเอ่ยด้วยความโมโหอย่างสุดขีด
“เ้าทำข้าได้ลงคอรึ ดูเหมือนว่าข้าคงต้องทบทวนความทรงจำให้เ้าหน่อยแล้ว...”เฮ่าตู๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวพร้อมเดินเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างเชื่องช้า
“จะ...เ้าจะทำอะไร” ชุนหยีก้าวถอยหลังไปด้วยความหวาดหวั่นนางรู้ดีว่าชายตรงหน้านี้แท้จริงแล้วชั่วช้าเพียงไร เขามองดูบิดาของนางถูกรุมประชาทัณฑ์ด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆเป็นางที่โง่เองถึงได้ยอมเชื่อใจชายผู้นี้จนทำให้ครอบครัวของตัวเองต้องตกต่ำถึงเพียงนี้
ทั้งที่นางสมควรจะเกลียดเขาแท้ๆแต่พอเห็นเขาใช้วิธีการเดิมเข้าหาสตรีอีกคน หัวใจของนางก็พลันร้อนรุ่มไปหมดชุนหยีถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังบางแนบชิดติดกำแพงนางไม่อาจควบคุมหัวใจที่เต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในโพลงอกนี้ได้เลย นางเกลียดดวงตาดอกท้อที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจของเขายิ่งไปกว่านั้นคือนางเกลียดที่เสน่ห์ร้ายกาจของเขาใช้ได้ผลกับนางทุกครั้ง
“ถอย...ถอยออกไปนะ” ชุนหยียกมือผลักชายหนุ่มให้พ้นตัวแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ะเืเลยสักนิด
เฮ่าตู๋หัวเราะอย่างแ่เบาก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้า ดวงตาเ้าชู้ร้ายกาจนั้นมองดูริมฝีปากที่ได้รับการเติมแต่งจนดูน่าลิ้มลองตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงมองชุดเนื้อบางที่มองเห็นเนินอกร่ำไรนั้นอย่างเปิดเผยทั้งยังจงใจปลดปล่อยลมหายใจอุ่นร้อนที่ข้างใบหูเล็ก
ดวงตาดองท้อร้ายกาจที่แฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนกวาดมองดูเรือนร่างของนางทำให้ชุนหยีรู้สึกร้อนรุ่มอย่างถึงที่สุดเพียงแค่ฝ่ามืออุ่นร้อนนั้นแตะััที่ต้นคอของนางอย่างแ่เบาก็ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว
จากดวงตาที่แข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็หวานซึ้งั้แ่เมื่อใดไม่อาจรู้ได้ปลายนิ้วมือเรียวยาวบดคลึงริมฝีปากที่แดงฉ่ำของนางอย่างมีเลศนัยชุนหยีแตะปลายลิ้นอุ่นชื้นััปลายนิ้วของชายหนุ่มพร้อมทั้งไล้เลียแ่เบาโดยไม่รู้ตัวนางช้อนสายตามองดูชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเย้ายวน
ทว่าปลายนิ้วเรียวที่เคลื่อนไหวหยอกล้อกับปลายลิ้นอุ่นชื้นนี้กลับสอดลึกเข้าไปจนนางตั้งตัวไม่ทันฉับพลันนั้นฝ่ามือใหญ่ก็กุมลำคอของนางเอาไว้อย่างแรงดวงตาดอกท้อทรงเสน่ห์แปรเปลี่ยนเป็ดำมืดอย่างถึงที่สุด
ชุนหยีอ้าปากค้างด้วยความทุกข์ทรมานพร้อมทั้งมองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“หากเ้าสร้างความวุ่นวายให้ข้าแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะตามไปหักคอเ้าถึงที่คงไม่ต้องให้ข้าบอกใช่หรือไม่ว่าคือที่ใด ในเมื่อข้าเป็คนส่งเ้าเข้าไปเองไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกน้องสาวของข้าก็เคยอยู่ที่นั่นขอเพียงเ้าทำตัวเชื่อฟังแม่เล้าให้ดีไม่ทำตัวดื้อรั้นเช่นนางเ้าก็จะไม่ถูกฆ่าตายอนาถเหมือนหมาข้างถนนแน่นอน...”
ฝ่ามือแกร่งปล่อยต้นคออ่อนนุ่มของหญิงสาวอย่างไม่ไยดีหญิงสาวไอออกมาอย่างรุนแรง ท่าทางเช่นนั้นดูอ่อนแอและน่าสงสารยิ่งนักทว่าเขากลับมองดูคุณหนูชุนที่ในอดีตเคยเชิดหน้าถือดีเที่ยวข่มเหงผู้อื่นกลายมามีสภาพตกต่ำในวันนี้ด้วยสายตาที่เรียบเฉยไร้ซึ่งความสงสารใดๆ
เฮ่าตู๋หันหลังเตรียมที่จะก้าวเดินจากไปแต่แล้วเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหันกลับไปกำชับหญิงสาวว่า “ห้ามยุ่งกับคุณหนูหลิวเป็อันขาดนางคือคนที่ข้ารักและ้าจะแต่งงานด้วยอย่าเสนอหน้าเอาร่างกายโสโครกของเ้าไปปรากฏตัวให้นางเห็นเป็อันขาดเ้ากับนางมันคนละชั้นกัน...”
พอพูดจบแล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากตรอกมืดนั้นอย่างไม่คิดที่จะหันหลังกลับไปอีกมุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มที่พึงพอใจก่อนจะเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมเปี่ยมสุขด้วยใบหน้าที่สุภาพอ่อนโยนดังเดิม
ตรงกันข้ามกลับสตรีที่เพิ่งจะถูกเขาทอดทิ้งนางนั้นนางมิอาจกล้ำกลืนความเ็ปที่ถูกชายหนุ่มดูถูกได้ ก่อนจะวิ่งออกมาจากตรอกมืด
ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือ์กลั่นแกล้งกันแน่ชุนหยีเดินออกมาเจอกับหญิงสาวที่ชายหนุ่มบอกว่าจะแต่งงานด้วยผู้นั้นเสียได้...
[1]ฮุ้ยหยวนหมายถึง ผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกขุนนางได้คะแนนสูงสุดของการวัดระดับเมืองหลวง