บทที่ 7 จางซอมซ่อผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พระจันทร์สีขาวนวลลอยขึ้นทางทิศตะวันออก
ริมทะเลสาบในสวนหลังบ้าน เงาร่างสองร่างนั่งอยู่ที่นั่น ผืนน้ำสะท้อนแสงจันทร์ ระยิบระยับเป็ประกาย ความเงียบสงบแฝงไว้ด้วยความเคลื่อนไหว
“ท่านลุงจาง”
หลี่จื่อเย่มองผิวน้ำ เอ่ยปากขึ้น “แม้แต่ท่านก็ไม่มีวิธีหรือ?”
“ไม่มี”
จางซอมซ่อส่ายหน้า กล่าวว่า “มู่เหยาผู้นั้นได้เปิดจุดเทพซ่อนที่สองแล้ว แต่เ้ายังไม่ได้เปิดแม้แต่จุดเดียว ช่องว่างนั้น...ใหญ่เกินไป”
“ตระกูลของข้ามีเงิน”
หลี่จื่อเย่เอ่ยเบา ๆ “้าเท่าไหร่ก็มีเท่านั้น อาวุธวิเศษ ชุดเกราะล้ำค่า มีครบทุกอย่าง”
“แม้มีเช่นนั้นก็เป็ไปไม่ได้ เว้นแต่…”
จางซอมซ่อจ้องมองผิวน้ำ กล่าวอย่างสงบนิ่ง “คืนนี้เ้าส่งคนไปสังหารเขาเสีย”
“มีเหตุผล”
หลี่จื่อเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง กล่าวว่า “ท่านลุงจาง ตั้งราคามาเถิด”
“เฮอะ”
จางซอมซ่อหัวเราะเบา ๆ กล่าวว่า “ข้าไม่ได้ต่ำช้าถึงเพียงนั้น”
“สุราดอกไม้หนึ่งร้อยไห” หลี่จื่อเย่เสนอราคา
“นั่นคือองค์ชายแห่งต้าซาง”
จางซอมซ่อเยาะเย้ย แล้วกล่าวว่า “เ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?”
“สองร้อย” หลี่จื่อเย่เพิ่มราคาต่อ
“เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด” จางซอมซ่อส่ายหน้าพลางกล่าว
“ห้าร้อย” หลี่จื่อเย่เพิ่มราคาทันที
“ข้าไม่ชอบฆ่าคน” จางซอมซ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก
“หนึ่งพันไห บวกกับอีกห้าร้อยไหของสุราหนี่เอ๋อร์หงชั้นเลิศ” หลี่จื่อเย่เสนอราคาต่ำสุดของตน
“ตกลง”
จางซอมซ่อลุกขึ้น ก้าวเดินออกไปข้างนอก
“ท่านลุงจาง”
จากด้านหลัง หลี่จื่อเย่เอ่ยเรียก
จางซอมซ่อหันกลับมา ถามว่า “อย่างไร เ้าเปลี่ยนใจแล้วหรือ?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น”
หลี่จื่อเย่แย้มยิ้ม กล่าวว่า “แต่อย่าทำให้เขาตาย ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะแตกหักกับราชวงศ์อย่างสิ้นเชิง ให้เขานอนพักสักสองสามวันก็พอ”
“ขี้ขลาด”
จางซอมซ่อหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วหมุนตัวจากไป
…
ค่ำคืนอันมืดมิด
ณ โรงเตี๊ยมเยว่ไหล ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง มู่เหยานั่งอยู่ใต้แสงเทียน กำลังขัดกระบี่คู่กายของตนเงียบ ๆ
ด้านหน้าเตียง ข้ารับใช้ปูที่นอนเสร็จแล้ว เอ่ยปากว่า “องค์ชาย ท่านควรพักผ่อนแต่หัวค่ำเถิดขอรับ”
“อืม”
มู่เหยาพยักหน้า ตอบว่า “เ้าไปก่อนเถิด”
“ขอรับ”
ข้ารับใช้รับคำสั่ง เพิ่งจะจากไปก็หยุดฝีเท้าอีกครั้ง สีหน้าแสดงความกังวล กล่าวว่า “องค์ชาย ท่านไม่้าติดต่อทางการเมืองอวี๋โจวจริง ๆ หรือขอรับ ข้าน้อยเป็ห่วงว่าตระกูลหลี่อาจจะทำร้ายท่านได้”
“ไม่หรอก”
มู่เหยายิ้มบาง ๆ กล่าวว่า “พวกเขาล้วนเป็คนฉลาดที่รู้กฎ ตระกูลหลี่ย่อมเข้าใจดีว่า หากข้าเป็อะไรไปที่นี่ ตระกูลหลี่ก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนรับใช้จึงวางใจจากไปจากห้อง
มู่เหยาเก็บกระบี่ประจำตัว เตรียมดับเทียน และขึ้นเตียงเพื่อพักผ่อน
ทันใดนั้น สายลมเย็นพัดผ่าน เปลวเทียนสั่นไหวไปมา
มู่เหยาสะดุ้งเฮือก เมื่อได้สติ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ใ
ลมพัดมา ทั้งห้องถูกพลังลึกลับทำให้สั่นะเื ในชั่วพริบตา ร่างหนึ่งก้าวเข้ามา ท่วงท่าดูไม่เร่งรีบ แต่เพียงชั่วลมหายใจเดียว ก็มาอยู่ในห้องเสียแล้ว
“ใครกัน!” มู่เหยาร้องอย่างใ
“ผู้ที่จะเอาชีวิตเ้า"”
ผู้มาเยือนสวมหน้ากาก ลมหายใจสงบนิ่ง แต่กระนั้น พลังอำมหิตนั้นช่างทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก
“เซียนจื่อ ช่วยข้าด้วย!”
รู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของผู้มาเยือน มู่เหยาถอยกรูดพลางะโสุดเสียง
ฉินเซียนจื่อพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลแห่งนี้ วิธีเดียวที่เขาจะรอดได้ คือทำให้ฉินเซียนจื่อรู้ตัว
“เฮอะ ฉินเอ๋อร์นั่วน่ะหรือ?”
ใต้หน้ากาก จางซอมซ่อแย้มยิ้มบาง ๆ ร่างของเขาพุ่งทะยาน ยกมือคว้าลำคอของอีกฝ่ายไว้
ในห้องพักชั้นสาม ฉินเอ๋อร์นั่วได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากชั้นล่าง ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย
ชั่วพริบตา ร่างของฉินเอ๋อร์นั่วก็หายวับไปจากห้อง
ที่ชั้นสอง จางซอมซ่อยื่นมือจับลำคอขององค์ชายสาม ค่อย ๆ ออกแรงบีบ
“ข้าคือองค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าซาง หากเ้าฆ่าข้า เ้าก็ต้องตายแน่!” มู่เหยาร้องด้วยความหวาดกลัว
“ผัวะ!!!”
จางซอมซ่อไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดหมัดเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายทันที
“อั่ก!”
หมัดอันทรงพลัง พลังลมปราณทะลุทะลวงร่างกาย มู่เหยาอึดอัดในอก เืสดพุ่งออกมาหนึ่งคำ
“ฉัวะ!”
ในขณะนั้น เื้ัทั้งสอง พลังกระบี่พุ่งทะยานมา
จางซอมซ่อััได้ จึงปล่อยมือออกจากคอของอีกฝ่าย ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลบเลี่ยงคมกระบี่
ร่างของมู่เหยาอ่อนแรงทรุดลง ตามมาด้วยพลังกระบี่ที่พาดผ่าน เส้นผมยาวร่วงหล่นอย่างไร้เสียง
ภายในห้อง สายตาของฉินเอ๋อร์นั่วและจางซอมซ่อประสานกัน แผ่รังสีกดดันอย่างรุนแรง
“เซียนกระบี่เหมยฮวา สมคำร่ำลือ แล้วพบกันใหม่”
จางซอมซ่อกล่าวอย่างสงบ จากนั้นก็เหยียบเท้า ะโออกทางหน้าต่าง
ฉินเอ๋อร์นั่วขมวดคิ้ว ร่างพุ่งตามไปเช่นกัน
ใต้ท้องฟ้ายามราตรี บนถนนในเมืองอวี๋โจว สองร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ความเร็วสูงยิ่ง ในชั่วพริบตาก็ผ่านไปหลายถนนแล้ว
เบื้องหน้า จางซอมซ่อก้าวเหยียบกลางอากาศ ะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านสองฝั่งถนน แล้วประสานนิ้วรวมพลังดาบ พลังดาบแหวกอากาศพุ่งออกไป
ฉินเอ๋อร์นั่วรวบรวมสมาธิ มือเรียวบางของนางพลิ้วผ่าน รวมพลังกระบี่ขึ้นมา ป้องกันการโจมตีที่มาถึงอย่างทันท่วงที
“เจี้ยนฉือ!”
เพียงแค่ปะทะกันครั้งแรก ฉินเอ๋อร์นั่วก็รู้แจ้งถึงตัวตนของคนผู้นี้ได้ ในเมืองอวี๋โจวแห่งนี้ มีเพียงคนผู้นี้เท่านั้นที่มีวรยุทธ์ด้านกระบี่ถึงเพียงนี้
“โอ้! สายตาไม่เลวนี่”
บนหลังคา จางซอมซ่อหัวเราะเบา ๆ แล้วเย้ยหยันว่า “เซียนกระบี่เหมย ฮวาผู้ลือลั่นกลับมาเป็องครักษ์ให้ราชวงศ์เสียได้”
ฉินเอ๋อร์นั่วหัวเราะเยาะ ตอบโต้อย่างไม่ยอมอ่อนข้อว่า “ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่า เจี้ยนฉือผู้โด่งดังไปทั่วหล้าจะมารับจ้างฆ่าคนเช่นนี้ เ้านายของเ้าคือใคร หรือว่าเป็หลี่จื่อเย่?”
“หึ!”
จางซอมซ่อยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “เ้าช่างเห็นค่าเด็กนั่นเสียจริง แก่ ๆ อย่างข้าไม่ใช่คนโลภเงินทองหรอกนะ ตระกูลหลี่แม้จะร่ำรวย แต่ก็ซื้ออิสรภาพของข้าไม่ได้หรอก”
“ไม่ใช่ตระกูลหลี่หรอกหรือ?”
ฉินเอ๋อร์นั่วขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกใจ นอกจากจวนตระกูลหลี่แล้ว ยังมีผู้ใดอีกที่จะกล้าลงมือกับองค์ชายสาม
“ฉินเอ๋อร์นั่ว เ้ายังจะสู้อีกหรือไม่ ถ้าไม่สู้ ข้าผู้นี้ก็จะไปละ”
จางซอมซ่อหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ แล้วเหยียบเท้าอีกครั้ง ก่อนจะะโจากไปไกล
ฉินเอ๋อร์นั่วยืนอยู่บนถนน ดวงตาเป็ประกายวูบวาบ นางไม่ได้ไล่ตามอีก
วรยุทธ์ของนางไม่ต่างจากเจี้ยนฉือมากนัก เว้นแต่จะต่อสู้เอาเป็เอาตาย มิเช่นนั้นยากที่จะกักตัวเขาไว้ได้
ไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดกันแน่ ที่สามารถสั่งการเจี้ยนฉือผู้นี้ได้
…
จวนตระกูลหลี่
ในเรือนหลัง หลี่จื่อเย่ยังคงรออย่างใจเย็น
ในตอนนั้น เงาร่างหนึ่งเคลื่อนผ่านมา แล้วถอดหน้ากากออก
“ท่านลุงจาง”
หลี่จื่อเย่เห็นสถานการณ์เช่นนั้น จึงรีบเข้าไปหาและเอ่ยปากว่า “สำเร็จแล้วหรือ?”
“ข้าลงมือเอง จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่สำเร็จ”
จางซอมซ่อหัวเราะพลางกล่าวว่า “คราวนี้ องค์ชายสามคงต้องพักฟื้นสักสิบวันกว่าจะลุกจากเตียงได้ แต่เ้าหนุ่มกล้าทำเช่นนี้ ไม่กลัวการแก้แค้นจากราชวงศ์หรือ?”
“ข้าย่อมกลัวอยู่แล้ว”
หลี่จื่อเย่ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เพียงแต่ใน่หลายปีมานี้ ราชสำนักเริ่มจงใจทดสอบและกดดันตระกูลหลี่ของข้า การที่ราชสำนักจะลงมือกับตระกูลหลี่ก็เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น”
“เฮอะ กล้าต่อกรกับราชวงศ์ ดูเหมือนข้าจะประเมินจวนตระกูลหลี่ของพวกเ้าต่ำไปเสียแล้ว”
จางซอมซ่อหรี่ตาลงพลางกล่าวว่า “วันนี้ ข้าเกรงว่าแม้ข้าจะไม่ลงมือ ก็คงมีคนลงมือกับองค์ชายสามอยู่ดี”
“ใครจะรู้ล่ะ บางทีอาจเป็เพราะ์ทนดูไม่ได้ จึงส่งวีรบุรุษผู้ทรงคุณธรรมมาช่วยลดทอนบารมีของราชวงศ์ก็เป็ได้” หลี่จื่อเย่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“สุราดอกไม้หนึ่งพันไห บวกกับเหล้าหนี่เอ๋อร์หงชั้นเลิศอีกห้าร้อยไห ขาดไม่ได้แม้แต่ไหเดียว” จางซอมซ่อเน้นย้ำ
“ไม่มีปัญหา”
หลี่จื่อเย่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ตราบใดที่ท่านอยากดื่ม ข้าจะจัดให้ทันที”
“ข้าไปละ อยู่กับเ้านาน ๆ ข้าชายแก่คนนี้รู้สึกเหมือนจะถูกคนวางแผนเล่นงานได้ทุกเมื่อ” จางซอมซ่อโบกมือ แล้วเดินไปยังห้องของตน
เมื่อเฒ่าจางกลับห้อง หลี่จื่อเย่ก็ไม่ได้อยู่นานนัก เขาก็หมุนตัวจากไป