เซียวหยวนซินเสียงดังขึ้นทันที“หายโกรธงั้นเหรอ? คุณคิดว่าฉันจะหายโกรธได้ยังไง?หยวนหยวนของเราเกือบจะถูกหลิวเกาฆ่าตาย!ถ้าไม่ใช่เพราะน้องชายฉันบังเอิญมาหาละก็ หยวนหยวนคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว!นั่นลูกเรานะคะ!”
หลิวเฉิงเหว่ยชะงักไปเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “หลิวเกาก็ไม่ได้ตั้งใจแถมเขาก็ยอมรับผิดแล้ว เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว คุณจะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไมอีก?”
เซียวหยวนซินได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังสุดประมาณ“เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ต้องพูดถึง? แล้วทำเป็นว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นหรือ?เมื่อก่อนแม่ของคุณจะรักหลิวเกาและหลานชายคนอื่นๆมากแค่ไหนฉันก็ไม่เคยบ่น หยวนหยวนคลอดก่อนกำหนด พอเกิดมาก็ขาดสารอาหารผอมแห้งมาตลอด ไม่เคยได้กินไข่เลยสักฟอง แถมตอนที่หลิวเกาผลักหยวนหยวนตกน้ำแม่ของคุณก็ไม่พูดอะไรให้หยวนหยวนเลย ในใจมีแต่หลิวเกาที่เป็นหลานชายแบบนั้นครอบครัวแบบนี้ฉันจะกลับไปเพื่ออะไรล่ะ?”
ตอนแรกที่เธอออกจากบ้านเธอก็ยังอาลัยอาวรณ์ คิดจะกลับไป คิดว่าหลิวเฉิงเหว่ยจะมารับเธอ
แต่หลังจากอยู่ที่นี่มาหลายวันเขาก็ไม่เคยมาหาแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยรับเธอกลับไปเลยทำให้ใจของเธอเย็นชาลงเรื่อยๆ และคิดอะไรได้หลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้องสะใภ้คอยปลอบใจทุกวันทำให้เธอเข้าใจว่าการพึ่งพาผู้ชายนั้นไม่น่าเชื่อถือ สู้พึ่งพาตัวเองจะดีกว่า
“แล้วคุณอยากจะทำยังไง? อยากจะกลับไปทุบตีและด่าทอแม่ของผมอย่างนั้นหรือ?นั่นแม่ผมนะ!” หลิวเฉิงเหว่ยขมวดคิ้วกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเฉิงเหว่ยซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาขึ้นฟ้าหลิวเฉิงเหว่ยคนนี้คงจะเป็นพวกลูกแหง่ติดแม่สินะ เชื่อฟังแม่ทุกคำเลยเชียว
เซียวหยวนซินตาแดงก่ำน้ำตาไหลลงมาทันทีในใจรู้สึกน้อยใจสุดขีด “พอมีเรื่องเกิดขึ้นคุณก็เอาแต่พูดว่านั่นแม่ของคุณ โดยไม่เคยสนใจเลยว่าอะไรถูกอะไรผิด!แม้ว่าคุณแม่จะตีจะด่าฉัน คุณก็ไม่เคยช่วยพูดอะไรให้ฉันเลย มีแต่บอกให้ทนเพราะนั่นคือแม่ของคุณ! คุณเคยคิดถึงใจของฉันบ้างไหม?”
หลิวเฉิงเหว่ยขมวดคิ้วแน่นขึ้น“แล้วผมจะทำยังไงได้ล่ะ? นั่นแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูผมมา…”
ซูเจียวเจียวทนฟังไม่ได้อีกต่อไป“พอแล้ว พอกันที ถ้าแม่ของคุณแสนจะประเสริฐขนาดนั้นก็กลับไปหาเธอเถอะค่ะ จะมาเสียเวลากับพี่หยวนซินของฉันทำไม?”
เซียวหยวนซินเช็ดน้ำตา“คุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันจะไม่กลับไปกับคุณแล้ว ฉันคิดดีแล้วต่อไปเราแยกกันอยู่เถอะ”
พอได้ยินว่าเซียวหยวนซินจะไม่กลับไปอีกหลิวเฉิงเหว่ยก็ถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาจึงรีบกล่าวอย่างร้อนรน“ที่รัก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่าถือโทษโกรธเคืองเลยกลับไปกับผมก่อนเถอะนะ แม่ให้ผมมารับคุณกลับ ท่านคงสำนึกแล้วว่าตัวเองผิด...”
เสียงของเขาอ่อนลงมาก
“ฉันบอกแล้วว่าจะไม่กลับ ก็คือไม่กลับ” เซียวหยวนซินไม่สนใจเขาอีกต่อไปเธอหันหลังเดินเข้าบ้านไปทันที
หลิวเฉิงเหว่ยยังคงอยากจะตามเข้าไปในบ้านแต่ถูกซูเจียวเจียวขวางไว้ “นี่บ้านของฉันหากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ก็อย่าได้ล้ำเข้ามา มิฉะนั้นถือว่าเป็นการบุกรุกเคหสถานและจะถูกจับเข้าคุก”
หลิวเฉิงเหว่ยจึงได้แต่ยืนตะโกนอยู่หน้าประตูบ้านแต่ส่งเสียงเรียกอยู่นาน เซียวหยวนซินก็ไม่ออกมา หลิวเฉิงเหว่ยจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินจากไปอย่างสิ้นหวัง
เมื่อเห็นหลิวเฉิงเหว่ยจากไปแล้วซูเจียวเจียวก็เข้าไปหาเซียวหยวนซินที่ห้องทางฝั่งตะวันตก ตาของเธอยังคงแดงก่ำน้ำตาไหลไม่หยุด
ซูเจียวเจียวปลอบใจเธออย่างอ่อนโยนพักหนึ่งแล้วพูดกำชับให้เธอพักผ่อนให้ดี
พอช่วงบ่ายซูเจียวเจียวกำลังจะไปดูไร่นาของตัวเอง แต่พอเปิดประตูออกไปก็เห็นหลิวเฉิงเหว่ยก้มหน้าซึมเศร้าอยู่ตรงมุมกำแพง
ซูเจียวเจียวแปลกใจเล็กน้อยนี่เขายังไม่ไปอีกหรือ?
“เอ่อ… น้องสะใภ้… หยวนซินเป็นยังไงบ้าง?” หลิวเฉิงเหว่ยถาม
ซูเจียวเจียวกลอกตาอย่างไม่พอใจ“คุณยังไม่ไปอีกหรือ?”
หลิวเฉิงเหว่ยพูดอย่างเขินๆว่า“ผมตั้งใจจะไปแล้ว แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็กลับมาอีกหยวนซินคงกำลังโกรธอยู่ หากผมกลับไปแบบนี้ เธอคงไม่มีวันกลับบ้านกับผมอีกแล้วคุณช่วยเกลี้ยกล่อมหยวนซินให้หน่อยได้ไหม?”
“ขอโทษนะคะ ฉันเกลี้ยกล่อมให้ไม่ได้หรอก” ซูเจียวเจียวไม่สนใจเขาอีกต่อไปเธอสะพายจอบแล้วไปถอนหญ้าในไร่นาของตัวเอง
พอดีกับที่เซียวหยวนซินจูงหลิวหยวนหยวนออกมาจากบ้านเธอถือจอบอยู่ในมือ พอเห็นหลิวเฉิงเหว่ยก็ตกใจเล็กน้อย
หลิวเฉิงเหว่ยเดินเข้ามาทันที“ที่รัก”
เซียวหยวนซินไม่สนใจเขาเธอจูงมือหลิวหยวนหยวนเดินไป หลิวเฉิงเหว่ยเห็นว่าเธอไม่สนใจเขาก็จะเข้าไปอุ้มหลิวหยวนหยวน แต่ถูกเซียวหยวนซินขวางไว้
“ห้ามอุ้มเธอ!”
หลิวเฉิงเหว่ยโกรธ“นี่ลูกสาวผม ทำไมผมจะอุ้มไม่ได้?”
เซียวหยวนซินถามเสียงเย็น“ตอนนี้เพิ่งจะตระหนักหรือว่าหยวนหยวนคือลูกสาว? ตอนที่แม่ของคุณไม่ยอมให้เธอกินไข่แม้แต่ฟองเดียวไม่ยอมให้เธอกินเนื้อสักชิ้น ตอนที่เธอถูกหลิวเกาผลักตกน้ำทำไมคุณถึงไม่คิดว่าเธอคือลูกสาวของคุณ?”
สีหน้าของหลิวเฉิงเหว่ยพลันแข็งทื่อเขาเม้มปากแล้วกล่าวว่า “แม่ของผมบอกว่าหยวนหยวนเป็นเด็กผู้หญิงไม่จำเป็นต้องกินเนื้อกินไข่…”
เซียวหยวนซินโมโหขึ้นมาทันที“อีกแล้ว! แม่ของคุณอีกแล้วหรือ!คุณทำตามที่คุณแม่พูดทุกอย่างขนาดนี้ แล้วจะมาหาฉันทำไมอีก?”
หลิวเฉิงเหว่ยรีบเปลี่ยนคำพูด“ไม่ใช่แบบนั้นที่รัก ผมผิดไปแล้ว…”
พอพูดถึงเรื่องเหล่านี้เซียวหยวนซินก็มีแต่ความโกรธและความน้อยใจ “เราสองคนมีลูกสาวแค่คนเดียวคือหยวนหยวนเราสองคนทำงานในไร่นาทุกวันได้สิบแปดแต้มคะแนนงานเพียงพอสำหรับครอบครัวสามคนของเราแล้ว ทั้งยังเหลืออีกด้วยที่พวกหลิวเกาได้กินเนื้อ กินไข่ กินข้าว นั่นมันส่วนของหยวนหยวนนะ!คุณลองดูหลิวเกา หลิวเจี้ยน และคนอื่นๆ สิ พวกเขาถูกเลี้ยงดูดีจนอ้วนท้วนแข็งแรงส่วนหยวนหยวนเล่า? ตัวผอมติดกระดูกไปหมดแล้ว!”
หลิวเฉิงเหว่ยเหลือบมองเด็กตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเซียวหยวนซินผ่ายผอมจนน่าสงสาร ถึงแม้ซูเจียวเจียวจะเลี้ยงดูมาได้ยี่สิบวันเริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังดูซูบซีด รูปร่างก็เล็กจ้อยมองดูราวกับเด็กน้อยวัยขวบปีเท่านั้น
เขายิ่งนึกถึงหลานชายทั้งสามคนหลิวเกา หลิวเจี้ยน หลิวเหมิน ที่ล้วนเติบโตสูงใหญ่ แข็งแรงและได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนดีเยี่ยม
เซียวหยวนซินน้ำตาไหลพราก“ก่อนหน้านี้น้องชายฉันล่าไก่ป่ากับกระต่ายป่ากลับมาก็เพื่อบำรุงร่างกายให้ฉันกับหยวนหยวนไงคะ แล้วผลเป็นยังไงล่ะ? ฉันกับหยวนหยวนได้กินไปเท่าไรกันเชียว? สุดท้ายก็เข้าไปอยู่ในท้องของพวกเขาทั้งนั้น!”
หลิวเฉิงเหว่ยแปลกใจ“คุณก็กินไม่ใช่เหรอ?”
ไม่พูดถึงเรื่องนี้ยังดีพอพูดถึง เซียวหยวนซินก็ยิ่งโกรธ “พอฉันทำอาหารเสร็จป้อนข้าวหยวนหยวนเสร็จ เนื้อก็ถูกพวกคุณกินหมดเกลี้ยงไม่เหลือให้ฉันแม้แต่คำเดียว! นั่นน้องชายฉันล่ามาให้ฉันบำรุงร่างกายนะ!”
หลิวเฉิงเหว่ยอึ้งงันไปทันที
ตอนนั้นเขากินอย่างเอร็ดอร่อยไม่ได้คิดเลยว่าภรรยาของเขาไม่ได้กินเนื้อเลยสักคำ
“แล้วทำไมคุณไม่บอกล่ะ?”
“ทำไมจะไม่บอก? คุณบอกว่าช่างมันเถอะ ทุกคนกินหมดแล้วจะอ้วกออกมาก็ไม่ได้ แม่ของคุณยังบอกอีกว่า แค่เนื้อไม่กี่คำเองทำไมต้องมาทะเลาะกับทุกคนเพราะเรื่องแค่นี้” เซียวหยวนซินมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน
“ถึงจะไม่มีเนื้อให้กิน แล้วที่ผ่านมาล่ะทุกทีที่ฉันทำอาหารเสร็จพวกคุณก็เขมือบทุกอย่างจนเกลี้ยงไม่ใช่หรือ? เหลือให้ฉันแต่ก้นหม้อ บางครั้งข้าวก็ไม่พอเสียด้วยซ้ำ!”