หอเหมอกุยสาขาใหญ่
ซึ่งอยู่มไม่ไกลจากที่พวกเขาคุยกันก่อนหน้า
หอสาขาใหญ่มีร้านเหลาชั้นจองมากมายทั้งดนตรีบรรเลงเพลงขับกล่อมดื่มด่ำบรรยากาศ อาหารเลิศรส สุราชั้นดี ซึ่งส่วนที่เป็หอเริงรมย์จะแยกไปอีกส่วนที่สร้างไม่ห่างกันนัก
นายหญิงใหญ่สวีซูเม่ย บุปผาซ่อนเข็มฟางเหนียง คุณชายหมู่ตึกสกุลเซียวแม่ทัพเซียวลู่เอิน และ...หนิงเอ๋อ
ทั้ง 4 อยู่ในห้องระดับพิเศษที่มีแต่คนที่สนิทกับเ้าของเท่านั้นที่จะเข้ามาได้
ฟางเหนียงถอนใจกล่าว
“ที่แท้เป็เช่นนี้ .. เ้ามีร่างกายเช่นนี้นี่เอง ตกลงว่าลู่เอินยังมิได้แตะต้องเ้าถึงภายใน”
หนิงเอ็อพยักหน้า
สวีซูเม่ย กล่าวขึ้นบ้าง
“เ้ากลัวลูกข้าจะหลงถันและกลีบเ้าจนโงหัวไม่ขึ้น?”
มิคาด คนระดับนายหญิงใหญ่ตระกูลใหญ่จะกล่าววาจาโฉ่งฉ่างถึงอวัยวะซ่อนเร้นของสตรีเช่นนี้ แม้ในห้องจะมีสตรีสามนาง แต่ก็มีบุรุษหนึ่งนาง ซ้ำยังเป็บุตรชายนางเองที่หนุ่มฉกรรจ์ยิ่ง
หนิงเอ๋อถูกกล่าวถึงของลับของสงนถึงกลับหน้าแดงก้มหน้าอายอย่างมาก
ลู่เอินเองก็อาย ถึงกับนึกจินตภาพสิ่งเ่าั้ตามขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามใจได้
สวีซูเม่ย กล่าวต่อ
“เ้าไม่คิดว่านี่คือการหลงตัวเองเกินไป?”
“เรียนนายหญิง .... ไม่ทราบว่าท่านจะอนุญาตให้ข้ากล่าวได้หรือไม่”
“เ้าบอกกล่าว”
“นายหญิงเคยเห็นคุณชายมีอาการเยี่ยงนี้กับสตรีใดหรือไม่คะ?”
“ไม่เคย”
“ขนาดคนเข้มแข็งอย่างคุณชายยังเกือบจะต้องห้ามใจตัวเองไม่ได้ ถึงกับต้องเอาน้ำเย็นะเืมาราดรดพวกเราทั้งคู่ให้อารมณ์หดหาย หากเป็คนอื่นคงลงมือกับของลับของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างลุ่มหลงไปแล้ว”
“เ้าไม่คิดว่าลู่เอินจะมีกริยาทั้งหมดนั่นเพราะเขาต้องตาพึงใจสมัครรักใคร่เ้าด้วยใจมั่งรึไง?”
“ข..ข้า... ข้ามิกล้าคิดว่าคุณชายจะรักสตรีระดับข้า”
“ข้าจำไม่ได้ว่าเคยสอนเขาให้ดูแคลนสตรีไร้ชาติตระกูลเสียเมื่อไหร่ หากนางผู้นั้นคู่ควรด้วยหน้าตาและความสามารถ ข้าเคยบอกกล่าวให้เขาพามาให้ข้าชมดู”
“ค่ะ... ... ..”
สวีซูเม่ย หันไปมองบุตรชายโทนของนาง
“ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ กล้าคิดกล้าพูด เป็ถึงแม่ทัพ รบจริงก็เคยมาบ้างแล้ว ไหนเ้าบอกแม่ คิดเช่นไรกับนาง”
ฟางเหนียงเองก็อยากทราบ ลู่เอินผู้นี้จะรักนางสาวใช้หนิงเอ๋อจริงหรือไม่ ถ้าขนาดหนิงเอ๋อเขายังไม่รัก เกรงว่าสุกลเซียวจะมีทายาทได้ ต้องบังคับแต่งงานเท่านั้น”
หนิงเอ๋อที่ก้มหน้าเงยขึ้นมาเล็กน้อย เหลือบตาขึ้นมองคุณชายของนาง หน้าแดงก่ำทั้งออกแล้วหวาดหวั่นกลัวคำตอบ
ลู่เอินเงียบไปพักหนึ่งกล่าว
“ท่านแม่ ข้ารักนางครับ”
“เ้ารักใคร?”
“ข้ารักเซี่ยวเอ๋อ”
“ข้าใช่คนที่เ้าจะกอดหรือไร?”
ลู่เอินหันไปหาหนิงเอ๋อ ดึงมือนางมา แล้วอีกมือโอบรั้งเอวเข้ามาฃ
“เซี่ยวเอ๋อ ข้ารักเ้า เป็เมียข้าได้มั้ย?”
“ข้า... ข้าเป็แค่สาวใช้ ...คุณชายรักข้าจริง?”
“แต่งเ้าเป็เมีย ไม่สนบุตรธิดาขุนนาง คหบดีหรือเชื้อพระวงศ์ ยังไม่พอ?”
“ข้าบังอาจขอบางสิ่ง....”
“เ้ายังไม่ตอบรับความรู้สึกข้า ก็กล้าขอแล้ว?”
“คุณชาย ท่าน... ..”
“เ้านี่นะ คิดว่าข้า้าคนคิดเลข ้าสาวใช้ยามอยู่ค่ายทหารจริงๆ งั้นเหรอ?”
“แต่ข้าทำภาพของบิดาท่าน...เสียหาย...”
“เ้าโดนใส่ความ ข้าสงสัยจูฮวาด้วยซ้ำ เพื่อใส่ความเ้าทำไมของแค่นี้นางจะไม่กล้าทำ เ้าแม้จะเซ่อซ่า แต่หาใช่คนโง่ ไหนเลยจะทำลายภาพพวกนั้น อีกทั้งใครจะคาดคิด ว่างานวาดที่เก็บไว้อย่างดีในร้าน รอตรวจงานส่งมอบ จะมีคนบุกเข้าค้นทำลาย เซี่ยวเอ๋อ..ข้าไม่โง่พอจะไม่รู้ว่าเ้าโดนรังแก ทั้งหมดที่ทำไป ข้าทำเพื่อปกป้องเ้าจากมือนาง”
“ท่านจะไม่อายเหรอคะที่เอาสาวใช้เป็เมียเอก”
“ทำไมต้องอาย ความสามารถเ้ามีทั้งบุ๋นบู๊ คุณหนูรุ่มรวยที่ไหนก็สู้ไม่ได้ กิริยาชนชั้นสูง เอาไว้ค่อยๆ ฝึกทีหลังได้ ยังมีความสามารถทางการแพทย์ ชาวเมืองชีจิ๋วยกย่องเ้าเป้นท่านมอคนดังของเมือง หาใช่บุคลไร้นาม อีกทั้ง.....”
“อีกทั้งอะไรคะ?”
“ไม่ได้มีข้าคนเดียวที่หมายปองเ้า”
“ข้าน่ะเหรอ?”
“เ้าอาจจะคิดว่า ยังไม่มีคน่ลวงรู้ความลับเ้า พวกเขาจึงยังไม่หลงไหลกามคุณในตัวเ้า แต่เพียงแค่.....”
“แค่อะไรคะ?”
“แค่รอยยิ้มเ้า .. นิสัยของเ้าพวกเขาก็พร้อมจะหักหาญกับข้าทุกเมื่อ”
“พวกเขานี่ใครคะ?”
“เ้าไม่รู้ตัว?”
“พูดเป็ปริศนาอยู่ได้ บอกมาสิคะ”
“องค์ชายห้าจ้าวฮุ่ยซิ่ว และคุณชายจูเจียวเชิน”
“พวกเขา?”
“นอกจากพวกเขายังมีใคร?”
ฟางเหนียงฟังถึงตรงนี้อดยิ้มไม่ได้แทรกกล่าว
“ฮุ่ยซิ่วออกตัวกับข้า ว่าชมชอบนาง แต่กับคุณชายจู ... รายนี้ข้าก็เพิ่งทราบ ... เซี่ยวเอ๋อ เ้าควรรนู้ไว้ว่าคุณชายของเ้าหวาดหวั่นหึงหวงแค่ไหนแล้วทีนี้”
สวีซูเม่ยกล่าวเสริม
“บุพเพนำพา บางทีไม่ต้องผูกพันกันยาวนานก็รักใคร่ หากบุพเพมินำพาต่อให้รู้จักกันั้แ่เยาววัยก็หลุดลอยมิได้ครองคู่ชมชอบกัน”
หนิงเอ๋อยามนี้หัวใจพองโต นางแทบจะระงับกดอดกลั้นอารมณ์ที่สุขแสนนี้ไว้ไม่อยู่
ลู่เอินกล่าว
“ข้าตอบเ้าสารพัดคำถาม เ้าเล่า? ตอบข้าบ้างรึยัง?”
หนิงเอ๋อที่ยังอยู่ในอ้อมกอดเขาถึงกับบิดตัวเหนียมอาย
“ถ้าคุณชายสัญญากับข้า ข้าจะกล่าว”
“เื่มากจริง รีบกล่าว ชักช้าข้าจะ....”
“จะอะไรคะ? นายหญิงก็อยู่ แม่นางฟางเหนียงก็อยู่”
“ข้าจะทำให้เข้าเป็ของข้าก่อนแต่งเลยทีเดียว รีบกล่าว”
สวีซูเม่ย กับฟางเหนียงถึงกับยิ้มสรวรกึ่งขำออกมาไม่นึกว่าลู่เอินผู้นี้จะทานทนความน่ารักของหนิงเอ๋อไม่ได้จนไม่สนว่ามีพวกนางยืนอยู่
“คุณชายต้องสัญญาว่าจะไม่แต่งเมียรอง”
“ง่ายแค่นี้ ข้าสัญญา”
สวีซูเม่ย
“ฮึ นางเด็กนี่ไม่เบา ยังไม่แต่งก็คาดสัญญาจากลูกข้าแล้ว”
หนิงเอ๋อกล่าวต่อ
“ข้า.. ข้า... “
นางสูดลมหายใจรวบรวมความกล้าเพื่อกล่าวทั้งที่เขินอายสุดขีด
“ข้าจะตามใจคุณชายแค่...ไม่เกินสี่น้ำต่อวัน....จากนั้นไม่ว่าคุณชายจะเพียงพอหรือไม่ ล้วนต้องหยุดกระทำ ....ฝึกฝนวรยุทธ์ ประกอบการงานราชการและดำเนินสิ่งที่ควรกระทำ ถ้าข้าหรือนายหญิงมองว่าคุณชายขาดตกบกพร่องเื่าน ข้า.. ข้าจะไม่ให้คุณชายได้กระทำ”
“ข้ารับปาก”
กล่าวจบเขาช้อนก้นนางขึ้นมาพร้อมก้มลงไปจูบปากจากนั้นละปากมาหอมแก้มทีละข้าง
สวีซูเม่ยยิ้มออกมา
หนิงเอ๋อหันมากล่าวทั้งที่ลู่เอินยังไม่ยอมปล่อยนาง
“นายหญิงใหญ่คะ ข้าขอมากไปมั้ย?”
“จะเป็นายหญิงสกุลเซียวแล้ว ยังคิดแบบนี้อีก นอกจากออกคำสั่งลู่เอินกับตึกเรือนของข้า นอกนั้นในบ้านข้ายกให้เ้าจัดการ อ้อ...ยังเรียกข้าว่านายหญิงใหญ่อีก?”
“ค..ค่ะ..ท่านแม่”
ความสุขมาพร้อมความทุกข์
ลู่ฉีตาลีตาเหลือกมาหาถึงที่นี่
“ข้าตามหาพวกท่านซะทั่ว เลยลองมาตามหาที่นี่”
ลู่เอินขมวดคิ้ว ลู่ฉีไม่ใช่บ่าวที่จะแตกตื่นโดยง่าย
“เ้าว่ามา เกิดเื่ใดที่บ้าน?”
“มีราชโองการมา รอพวกท่านไปรับ เกรงว่าไม่ใช่เื่ดี”
ทั้งหมดใจหายวูบ แม้คาดคิดไว้ในใจ แต่ล้วนภาวนาว่าไม่ใช่สิ่งที่คาดคิด
.....
“เซียวลู่เอิน รับราชโองการ”
เสียงขันทีกล่าวขึ้นพร้อมกางราชโองการอ่าน
ทั้งหมดล้วนมาคุกเข่ารับราชโองการที่หมู่ตึกสกุลเซียว
“เนื่องด้วยมีคุณต้องทดแทน มีความชอบต้องบำเหน็จ เซียวลู่เอินแม่ทัพปกครองพิทักษ์ชีจิ๋วมีความชอบในการช่วยเหลือองค์หญิงสามจ้าวฮุ่ยหลิง ตำแหน่งทางราชการทางทหาร เหนือกว่านี้ไม่มีตำแหน่งว่าง จึงมอบเงินรางวัลให้ สามหมื่นตำลึง และจัดการหมั้นหมายองค์หญิงกับเซี่ยวลู่เอินไว้ก่อน รอฤกษ์แต่งงานเหมาะสมค่อยจัดพิธีมงคล”
“!!!!!”
สิ่งที่หวั่นเกรงกลับเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทั้งหมดได้แต่กล่าว
“ขอบพระทัย”
และรับม้วนราชโองการมา
สีหน้าเขาหนักอึ้งกำราชโองการแน่น
จ้างฮุ่ยซิ่วที่มองรออยู่ด้านนอก ไม่มีสีหน้าใด มองพวกเขาอย่างสงบนิ่งจนไม่ทราบคิดอะไรฃ
แต่คุณชายจูกลับยิ้มออกมาอย่างออกนอกหน้า
เพราะถ้าเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิง ไหนเลยได้รับอนุญาตแต่งภรรยารอง
เท่ากับอนาคตฮูหยินสกุลเซียวของหนิงเอ๋อจบลงแล้ว
เขาไม่สนว่านางจะเคยหลับนอนกับลู่เอินมากี่ครา แต่เขารู้แค่ว่าใจเขาสั่นรุนแรงทุกครั้งที่เจอนาง ขอเพียงเอนางมา มาตรแม้นนางแต่งงานกับลู่เอินจริงๆก็ขอแย่งมาทั้งๆ แบบนั้น
ฮุ่ยซิ่วเองแม้ลอบดีใจ แต่สหายรักกลับต้องแบกความผิดหวังอันหนักอึ้ง ซ้ำยังกระทบแผนการต่อสู่ชิงชัยของพวกเขา นี่นับว่าเสียมากกว่าได้จริง
ฟางเหนียงที่รีบตามมากับบริวาร ถึงกับปั้นหน้าเครียดที่หน้าประตูหมู่ตึก
“เลวร้ายแล้ว”