เมื่อเก็บเนตรส่อง์เข้าไปในแหวนมิติเสร็จแล้ว หยางตงเทียนก็เดินตรงไปยังแท่นวางที่มีเจดีย์เจ็ดชั้นขนาดเล็กตั้งอยู่้า
"เจดีย์กักิญญา ศาสตราวุธระดับเก้าขั้นกลาง ศาสตราวุธคู่กายของประมุขรุ่นที่สิบเอ็ด สามารถโจมตีจิติญญาของคู่ต่อสู้ได้โดยตรง ทั้งยังสามารถกักขังิญญาที่ร่างแหลกสลายไปแล้วได้อีกด้วย..…"
"อืม!? ในเมื่อมีกระบี่ที่ใช้โจมตีร่างกายแล้ว งั้นอาวุธชิ้นที่สองก็ควรที่จะเป็มันนี่แหละ! จะได้กำจัดศัตรูให้สิ้นซากไม่หลงเหลือแม้แต่จิติญญา ทิ้งเอาไว้ให้เป็เื่ยุ่งยากในภายหลัง!"กล่าวจบ หยางตงเทียนก็นำแก่นโลหิตของตนเองออกมา แล้วหยดลงไปทำพันธะสัญญากับเจดีย์กักิญญาตรงหน้า
"สวัสดีเ้าค่ะนายท่าน"
"เ้าคือิญญาศาสตราของเจดีย์กักิญญาสิน่ะ!? งั้นเ้าเข้าไปอยู่ในทะเลิญญาของข้าก่อนแล้วกัน...."หยางตงเทียนกล่าวขึ้น
"เ้าค่ะ!"
เมื่อได้ศาสตราวุธคู่กายแล้ว หยางตงเทียนก็เดินออกไปจากห้องเก็บสมบัติในทันที ชายหนุ่มเดิมกลับไปที่ห้องนอน เพื่อที่จะหลอมรวมเนตรส่อง์เข้ากับดวงตาของตนเอง
เมื่อเข้ามาด้านใน ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบขึ้นไปนั่งบนเตียงหยกในทันที พอนั่งลงไปบนเตียง เขาก็รับรู้ได้ถึงความเย็นสบาย พลังปราณภายในมิติเริ่มไหลเข้ามาร่วมกันในห้อง โดยที่มีเตียงหยกเป็จุดศูนย์กลาง
"พลังปราณที่เตียงหยกนี้ดูดเข้ามาหนาแน่นกว่าบริเวณอื่นๆภายในมิตินับร้อยเท่า! หากฝึกฝนอยู่ที่นี้! ระดับการบ่มเพาะของข้าคงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่ๆ!"หยางตงเทียนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อจัดแจงท่านั่งดีแล้ว ชายหนุ่มก็นำเนตรส่อง์ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็บังคับให้มันลอยขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันกับดวงตาของตนเอง
จากนั้นก็ค่อยๆหลอมรวมให้มันประสานเข้าเป็หนึ่งเดียวกันกับดวงตาของตนเอง เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะนั้นเนตรส่อง์ก็ค่อยๆประสานเข้ากับดวงตาของหยางตงเทียนทีละนิด! ทีละนิด!
ใน่เวลานั้นหยางตงเทียนต้องกัดฟันทนกับความเ็ปอย่างแสนสาหัสที่ถ่าโถมเข้ามา เืสีแดงฉานไหลออกมาจากด้วยตาทั้งสองข้างเป็สายประดุจสายน้ำหลาก
ในระหว่างนั้นหยางตงเทียนทำได้เพียงแค่กัดฟันทนต่อความเ็ปที่ตนกำลังประสบพบเจออยู่เพียงเท่านั้น!
เพราะเขามีลางสังหรณ์ว่าหากเขาหยุดลงตอนนี้ มันจะเกิดการสะท้อนกลับอย่างรุนแรง หากเป็เช่นนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ตาย ก็ต้องได้รับาเ็สาหัสอย่างแน่นอน!
แม้ว่าจะโชคดีรอดตายมาได้ แต่ดวงตาของเขาก็คงจะถูกทำลายไปอย่างไม่เหลือชิ้นดีแน่! ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่อดทน! จนกว่าการหลอมรวมจะเสร็จสมบูรณ์เพียงเท่านั้น! ไม่มีหนทางอื่น!?....
……………........
ผ่านไปอีกประมาณหนึ่งชั่วยาม ความเ็ปที่หยางตงเทียนเคยได้รับก็ค่อยๆหายไป เนตรส่อง์ก็ถูกหลอมรวมเข้ากับดวงตาของชายหนุ่มอย่างสมบูรณ์แล้ว...
หยางตงเทียนค่อยๆลืมตาขึ้นมา จากนั้นชายหนุ่มก็ลุกออกจากเตียง แล้วเดินตรงไปที่มุมๆหนึ่งภายในห้องนอน ตรงนั้นมีกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่ พอเดินไปถึงหน้ากระจก ชายหนุ่มก็เห็นเงาสะท้อนของตนเองที่ปรากฏขึ้นมา
ภายในกระจก ปรากฏชายหนุ่มผู้หนึ่ง อายุประมาณยี่สิบต้นๆ รูปร่างสูงโปร่ง ประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเิเ ผิวขาวเรียบเนียนผุดผ่องดังหยกมันแพะ เส้นผมสีดำราวน้ำหมึก ซึ่งขับให้ผิวดูสว่างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ส่วนหน้าตานั้น ดูงดงามมากกว่าหล่อเหล่า คิ้วเรียวบางรับกลับขนตางอนเรียวยาวเป็แพร ดวงตาสีทองประกายคมกล้าประดุจเหยี่ยวกำลังจับจ้องเหยื่อ
จมูกโด่งเป็สันปลายรูปหยดน้ำ รับกับริมฝีปากหยักสีแดงระเรื้อ หน้าขาวนวลเนียนแก้มสีชมพูอ่อนเืฝาดเป็เอกลักษณ์ของคนสุขภาพดี
"หนะ!!หน่ะ!! นี้มันจะเกินไปแล้ว!! ใบหน้านี้มัน!? หรือว่าข้าจะไม่ใช่บุรุษกัน!!! ถึงข้าจะไม่ติดเื่เพศก็เถอะ! แต่ข้าก็ไม่อยากจะโดนคนอื่นเสียบหรอกน่ะ!!"
เมื่อเห็นตนเองในกระจก หยางตงเทียนก็กล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก! ชายหนุ่มรีบถอดอาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่งที่ตัวเองสวมใส่อยู่ั้แ่ได้สติตื่นขึ้นมาในโลกใบนี้ ออกทั้งหมดในทันที!
พออาภรณ์ถูกถอดออกทั้งหมดเท่านั้นแหละ! สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ตรงกลางหว่างขาของตัวเองในทันที!
แต่พอเห็นสิ่งที่ห้อยโตงเตงอยู่ตรงนั้นแล้ว ดวงตาของชายหนุ่มก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง! เขาถึงกลับอ้าปากค้างพะงาบๆ กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“หนะ! หน่ะ!! นี้มัน!! จะใหญ่เกินไปแล้วววว!” หยางตงเทียนร้องตระโกนขึ้นมาด้วยความใ! พร้อมกับยกมือขึ้นมาขยี้ตาตนเอง และจ้องมองมันใหม่อีกครั้ง
"หน้าตางดงามราวกลับนางเซียนบนสรวง์ รูปร่างสูงโปร่งผอมเพรียวระหง มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยแต่พองาม แต่สิ่งที่ห้อยอยู่ตงหว่างขานี่มัน?! ดูยังไงๆมันก็ไม่เข้ากับร่างกายนี้เอาเสียเลย?..."
"เฮ้อ~ ถึงจะดีใจก็เถอะที่ร่างนี้เป็บุรุษ แถมขนาดตรงนั้นก็ใช่จะเล็กๆ แต่ว่าเมื่อจ้องมองไปที่หน้าตาของตนเองแล้ว? ดูยังไงๆมันก็ไม่เข้ากันอยู่ดี??"
หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะขนาดแก่นกายที่ห้อยอยู่ตรงหว่างขาของตนเองนั้น ขนาดมันยังไม่ตื่น กะด้วยสายตาแล้ว ย่อมไม่ต่ำกว่าไซส์ห้าสิบหกอย่างแน่นอน!
หากมันตื่นขึ้นมา คงถึงไซส์หกสิบแน่ๆ! คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ค่อยๆ นำมือไปััเข้ากับแท่ง์ของตน เพื่อพิสูจน์ว่าความคิดของตนนั้นถูกต้องหรือไม่ ผ่านไปไม่นาน แท่ง์ของเขาก็ค่อยๆตื่นตัวขึ้นมา
"ใหญ่ขนาดนี้คงจะถึงจริงๆ!?"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นเบาๆ ขณะที่มือของตนเองก็ยังคงกำอยู่ที่สิ่งนั้น
ไม่นานเขาก็เลิกสนใจมัน แล้วหันไปเปิดหีบที่ตั้งอยู่ข้างๆกับกระจก เพื่อที่จะหาอาภรณ์ชุดใหม่มาสวมใส่ พอเปิดหีบขึ้น เขาพบว่าภายในหีบมีอาภรณ์อยู่หลายชุด เขาหยิบมันออกมาหนึ่งแล้วสวมมันเข้ากับร่างกายที่เปลือยปล่าว ใส่เสร็จชายหนุ่มก็หันมามองกระจกอีกครั้ง
"อืม!? ทีนี้ค่อยเหมือนกับจอมยุทธ์ขึ้นมาหน่อย!"อาภรณ์ที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้เป็สีขาวทั้งชุด เมื่อมันถูกสวมอยู่บนตัวของหยางตงเทียน มันยิ่งขับให้ชายหนุ่มราวกลับเทพเซียนที่ไม่เคยแปดเปื้อนโลกีย์
เมื่อสำรวจตนเองจนพอใจแล้ว หยางตงเทียนก็เดินออกมาจากห้อง แล้วเดินตรงไปที่หอตำราต่อ ไม่นานชายหนุ่มมาถึงจุดหมาย แล้วเดินเข้าไปด้านในทันที....
พอเข้ามาถึงด้านใน เขาก็พบกับตำรามากมายที่ถูกวางเอาไว้อยู่บนชั้นวางอย่างเป็ระเบียบ
ในชั้นนี้ มีเพียงตำราระดับขาวและเหลืองเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนชั้นที่สองชั้นนี้ก็ดูเหมือนกันกับชั้นแรก ที่ต่างออกไปคือมีเคล็ดวิชาที่ระดับสูงขึ้นมา คือเคล็ดวิชาระดับแดงและระดับดำ
ชั้นถัดไปคือชั้นที่สาม ชั้นนี้มีตำราไม่มากนัก ในชั้นนี้มันมีตำราอยู่ประมาณสองร้อยเล่มเพียงเท่านั้น แต่ระดับของมันสูงกว่าสองชั้นแรก รับดับของมันคือตำราระดับาาและระดับจักรพรรดิ
หยางตงเทียนก็ไม่ได้สนใจตำราในชั้นนี้ เขายังคงเดินขึ้นไปที่ชั้นต่อไป ชั้นที่สี่นี้แตกต่างจากสามชั้นแรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะชั้นนี้ไม่ได้มีตำราแล้ว แต่มีแผ่นหยกที่บรรทึกข้อมูลของเคล็ดวิชาเอาไว้ข้างในแทน
วิชาระดับสูงนั้น มักจะถูกเก็บรักษาไว้ในแผนหยกเสียส่วนใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเกิดความเสียหาย
ในชั้นนี้นั้นมีแผ่นหยกอยู่ประมาณหนึ่งร้อยแผ่น ซึ่งมันถูกวางอยู่ตามบนแท่นวางต่างๆ ชั้นนี้มีเคล็ดวิชาระดับมหาจักรพรรดิและระดับเซียนอยู่ หยางตงเทียนจึงเดินตรงเข้าไปที่แผ่นหยกชิ้นหนึ่ง แล้วหยิบมันขึ้นมาดู
"หมัดเจ็ดสังหาร 'ระดับเซียนขั้นกลาง' เมื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดสามารถปล่อยหมัดซ้อนทับกันออกมาได้เจ็ดครั้ง มีอาณุภาพรุนแรงเท่ากับเคล็ดวิชาระดับเซียนขั้นสูง"หยางตงเทียนอ่านคำอธิบายที่สลักไว้บนแผ่นหยก
"ขึ้นไปดูที่ชั้นสุดท้ายดีกว่า ที่ชั้นนั้นคงจะมีแต่วิชาระดับเทพแน่ๆ!?"กล่าวจบหยางตงเทียนก็เดินตรงขึ้นไปที่ชั้นสุดท้ายในทันที…..........