ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 11 ภัยพิบัติ
หลังจากสามหนุ่ม ป่อ เต็ก ตึ๊ง หนีการจับกุมของทหารไปคนละททิศละทางได้สำเร็จ พวกเขาก็กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง
"เหนื่อยเป็บ้าเลย"
"นั่นดิ เหนื่อยชะมัด ดีนะที่รอดมาได้"
สามพี่น้องฝาแฝดเป็คนจากต่างแดน พวกเขาบ่นไม่หยุดหลังจากหนีรอดมาได้ ทั้งสามยังเป็เพียงเด็กวัยรุ่นเท่านั้น ตอนแรกพวกเขาล้วนตื่นเต้นมากที่ได้เขามาอยู่ในเกมแบบไม่ต้องออกจากเกม แต่เมื่อมีเหตุการณ์ถูกไล่ล่าพวกเขาถึงกับหัวเราะไม่ออก ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนได้เข้าเกมมาพร้อมกัน ก่อนเข้าเกมทั้งสามได้นั่งหารือกันว่าจะตั้งชื่อแบบไหนให้เป็ที่น่าจดจำ จนออกมาเป็ ป่อ เต็ก และตึ๊ง ทั้งสามไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาแนะนำตัวก็จะเรียงตามลำดับเสมอ ทำให้ชื่อของพวกเขาดูแปลกๆ ทหารที่ได้ยินชื่อทั้งสามจึงสงสัยว่าพวกเขาเป็คนจากต่างแดน และได้เข้าจับกุมพวกเขาไปให้ท่านราชครูคนใหม่พิจารณา
"ว่าแต่แม่นางคนสวยนั่นเป็ใครกัน ถ้าไม่ได้นางเราคงแย่แน่"
"ผมแอบตามไปดูมาแล้ว"
"ผมเผิมบ้าอะไร เ้าต้องแทนตัวเองว่าข้าให้ชินรู้มั้ย ถ้าใช้คำสมัยใหม่แบบนั้น เราได้ตายกันหมดแน่"
ป่อ ผู้เป็พี่ใหญ่สุดบ่นขึ้น หลังจากถูกจับและได้ยินพวกทหารคุยกัน ทำให้เขารู้ว่าพวกมันเล็งเป้ามาที่คนมาจากต่างแดน ซึ่งพวกเขาก็คือหนึ่งในนั้น ดังนั้นการทำตัวให้กลมกลืนกับยุคสมัยนี้เป็เื่ที่สำคัญที่สุด
"ครับ เอ๊ย ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะบอกว่าหลังจากเราหนีออกมาได้ ข้าก็ได้พบกับแม่นางคนสวยโดยบังเอิญ เลยไม่ได้รู้ว่านางพักอยู่ที่ไหน"
"งั้นเราไปขอบคุณนางกันดีไหม พี่ป่อ"
เต็ก น้องชายคนรองเอ่ยเสนอขึ้น จริงๆ แล้วขาไม่ได้อยากไปกล่าวขอบคุณอะไรนั่นหรอก แต่เขาอยากไปเจอแม่นางคนงามมากกว่า เมื่อทั้งสามเห็นด้วยตามข้อเสนอก็เดินทางไปบ้านจินเยว่ ตามการนำทางของตึ๊ง
หลังจากมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งพวกเขาก็ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าบ้าน จังหวะนั้นเองจินเยว่ที่กำลังจะออกไปซื้อของกินเปิดประตูออกมาพอดี
"แหก แหก แหก!! ตาเถรตกใต้ถุน"
เสียงสบถทำให้ทั้งสามถึงกับตาลุกวาว แม่นางคนสวยก็เป็คนจากที่เดียวกับพวกเขางั้นหรือ จินเยว่ที่ตั้งสติได้และเห็นว่าเป็คนทั้งสามที่มายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านก็รีบลากพวกเขาเข้าไปด้านในทันทีก่อนจะถามว่า
"พวกท่านมาทำอะไรที่นี่"
เสียงบ่นอย่างหัวเสียของจินเยว่ดังขึ้น ตอนนี้นางยังไม่เป็บุคคลน่าสงสัย แต่เพราะสามคนนี้อาจทำให้นางเป็ที่นางสงสัยขึ้นมาได้ นางอารมณ์เสียมากเมื่อเห็นพวกเขาสามคน แต่ด้วยนางเป็คนที่ชอบอยู่ตามลำพังจึงมีการจ้างคนมาคอยทำความสะอาดบ้านเป็ครั้งคราว ดังนั้นในตอนนี้นอกจากนางจึงไม่มีใครอยู่ในบ้าน
"แม่นางอย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปเลย พวกเราแค่จะมาขอบคุณ ไม่คิดว่าแม่นางจะเป็ 'คนบ้านเดียวกัน' "
"บ้านเดียวกันกับผีน่ะสิ รีบออกไปก่อนคนอื่นจะมาเห็นเข้านะ ไม่งั้นข้าจะลำบากไปด้วย"
ทั้งสามได้แต่ยืนเกาหัว ก่อนจะโค้งตัวขออภัย จังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากบ้าน เสียงเคาะประตูรั้วด้านหน้าบ้านก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก่อนจะมีเสียงทหารเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางจินเยว่ อยู่ด้านในไหม เปิดประตูให้พวกเราหน่อย "
จินเยว่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก นางจึงบอกให้ทั้งสามรีบไปแอบใต้เตียงในห้องนอน ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู
"ท่านทหาร มีอันใดให้จินเยว่รับใช้หรือเ้าคะ"
"เมื่อครู่มีคนแจ้งว่าเห็นผู้ต้องสงสัยสามคนมาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าบ้านแม่นาง ไม่ทราบว่าแม่นางเห็นพวกเขาหรือไม่"
"จริงหรือเ้าคะ ช่างน่ากลัวจริงๆ เมื่อครู่ข้าน้อยอยู่ในห้องนอนจึงไม่ได้ออกมาดู หรือพวกเขาจะหนีไปทางด้านหลัง"
"งั้นเพื่อความปลอดภัย พวกเราจะช่วยแม่นางตรวจสอบภายในบ้านก็แล้วกัน"
จินเยว่ยิ้มหวานตอบรับ แต่ในใจกลับร้อนเป็ไฟ หากสามคนนั้นถูกจับได้นางต้องโดนจับโทษฐานสมรู้ร่วมคิดด้วยแน่ จังหวะที่ทหารคนหนึ่งจะเปิดห้องนอนของจินเยว่ ทหารอีกคนหนึ่งกลับเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางจินเยว่บอกว่าเพิ่งออกจากห้องนอน แสดงว่าที่นั่นไม่มีหรอก หากเ้าเข้าไปตรวจดูในห้องสตรีมันจะเป็การเสียมารยาทนะ"
"จริงด้วย ขออภัยแม่นางด้วยขอรับ"
จินเยว่ได้แต่ยิ้มหวานพยักหน้าน้อยๆ ตอบรับ จนเมื่อทหารจากไป นางก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอน ลากคอทั้งสามคนเ้าปัญหาออกมาจากใต้เตียงก่อนจะเอามือหนึ่งเท้าเอว อีกมือหนึ่งชี้ไปที่ทั้งสามและบ่นขึ้นว่า
"เพราะพวกเ้าทำให้ข้าเกือบโชคร้ายไปด้วยแล้วเห็นไหม"
"ขอโทษครับ"
"ครับอะไรกัน สมัยนี้เขาต้องพูดคำว่าขอรับ พูดแบบนี้ได้โดนจับไปโดยไม่รู้ตัวแน่"
ทั้งสามคนที่ถูกตำหนิถึงกับก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด จินเยว่ที่เห็นอย่างนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา นางเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำหรอกนะ เมื่อนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่งนางจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"ข้าจะคอยสอนการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้พวกเ้าเอง แต่พวกเ้าต้องเปลี่ยนการแนะนำตัวของพวกเ้าเสียใหม่"
ได้ฟังดังนั้นทั้งสามก็ยิ้มจนแก้มปริ ก่อนจะนั่งฟังคำของจินเยว่อย่างตั้งใจ จินเยว่ที่เห็นสายตาชื่นชมจากใจจริงส่งมาก็รู้สึกขัดเขินเล็กน้อย นางกระแอมออกมาทีหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า
"ต่อไปไม่ว่าใครถามชื่อของพวกเ้า พวกเ้าต้องพูดชื่อของตัวเองโดยห้ามเรียงแบบเดิมเด็ดขาด เข้าใจไหม"
"เข้าใจแล้วขอรับ"
"ไหนลองบอกชื่อตัวเองมาให้ข้าฟังที"
"ข้าชื่อ 'ตึ๊ง' "
"ข้าชื่อ 'เต็ก' "
"ข้าชื่อ 'ป่อ' "
จินเยว่ถึงกับขมวดคิ้ว เ้าสามคนนี้มันหลุดมาจากคณะตลกหรือเปล่ากันนะ แต่เอาเถอะ ตึ๊ง เต็ก ป่อ ก็ยังดีกว่า ป่อ เต็ก ตึ๊ง ดังนั้นนางจึงเลิกสนใจเื่นี้และถามทั้งสามขึ้นมาใหม่ว่า
"พวกเ้าเล่นเกมมานานแล้วหรือยัง"
"ครึ่งปีแล้วขอรับ"
"แสดงว่าพวกเ้าได้อาชีพแล้วสินะ"
"ขอรับ"
"แล้วพวกเ้าได้อาชีพอะไรมา"
ทั้งสามมองหน้ากันทีหนึ่งก่อนจะตอบประสานเสียงอย่างภาคภูมิใจว่า
"พวกเราเป็ทีมกู้ภัยขอรับ"
ทีมกู้ภัย? อาชีพนี้มันมีอยู่ในเกมยุคจีนโบราณแบบนี้ด้วยหรือ ทำไมนางถึงไม่เคยได้ยินเลยล่ะ
"พวกเ้าได้อาชีพนี้มาได้ยังไง"
ป่อ ผู้เป็พี่ใหญ่ตอบขึ้นอย่างภาคภูมิใจว่า
"เป็อาชีพลับเชียวนะขอรับ พวกเราได้มาจากตอนไปช่วยคนถูกน้ำท่วมที่เมืองกังโจว"
"แล้วอาชีพนี้มีทักษะพิเศษอะไรบ้าง"
ตึ๊ง น้องเล็กสุดตอบอย่างภาคภูมิใจอีกเช่นเคยว่า
"มันพิเศษมากๆเลยขอรับ หากมีภัยพิบัติเกิดขึ้น จะทำให้พวกเรามีพลังในทุกๆด้านมากขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่า เอาไว้ช่วยคน หรือขนของออกจากสถานที่ประสบภัย"
"แล้วถ้าไม่มีภัยพิบัติล่ะ?"
"พวกเราก็มีพละกำลังเท่าคนปกติธรรมดา"
"ั้แ่พวกเ้าได้อาชีพนี้ เคยเกิดภัยพิบัติขึ้นกี่ครั้ง"
ทั้งสามนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง จินเยว่ที่เห็นอย่างนั้นก็สบายใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยอาชีพนี้ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะ แต่คำตอบของทั้งสามทำเอาจินเยว่ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เพราะพวกเขาตอบออกมาว่า
"ั้แ่เหตุภัยพิบัติเมืองกังโจวที่พวกเราได้อาชีพลับ ก็ยังไม่เคยมีภัยพิบัติอีกเลยขอรับ"
ห๊ะ เ้าสามคนนี้มันตัวอะไรกันเนี่ย จินเยว่ได้แต่กุมขมับด้วยความกลุ้มใจ ตัวนางมีอาชีพลับเช่นกัน แม้จะไม่ได้มีผลด้านการต่อสู้ แต่ก็สามารถหาข่าว หาเงินได้มากมาย อย่างน้อยหากเกิดเหตุชิงบัลลังก์ขึ้นจริง นางก็ยังใช้บ้านหลังนี้ให้เป็ที่กบดาน ใช้เงินที่มีคอยสนับสนุน แต่เ้าสามคนนี้ล่ะ มีประโยชน์อะไร คิดแล้วก็ปวดหัวจริงๆ